Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > Thai SS 3Qtr2016.Index > 4QTSSL2016. INDEX > บทที่ 1 กาลอวสาน : THE END >
.
บทที่  2 สงครามแห่งประวัติศาสตร์ THE GREAT CONTROVERSY
.
บทที่  2
สงครามแห่งประวัติศาสตร์
THE GREAT CONTROVERSY
วันที่  1– 7 ตุลาคม  2016

บ่ายวันสะบาโต    
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :
โยบ 1:1-5; โยบ 1: 6-12; เศคาริยาห์ 3:2; มัทธิว 4:1; เอเสเคียล 28:12-16; โรม 3:26; ฮีบรู 2:14
 
ข้อควรจำ    “และพระเจ้าตรัสกับซาตานว่า “โอ ซาตาน พระเจ้าตรัสห้ามเจ้าเถอะ พระเจ้าผู้ทรงเลือกสรรกรุงเยรูซาเล็มทรงห้ามเจ้าเถิด นี่ไม่ใช่ดุ้นฟืนที่ฉวยออกมาจากไฟดอกหรือ" (เศคาริยาห์ 3:2)
 
             จำนวนหน้าของทั้งพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่ บรรจุเบาะแสหลายประการเกี่ยวกับสงครามแห่งประวัติศาสตร์ระหว่างพระเจ้า และซาตาน ระหว่างความดี และความเชื่อในสวรรค์ และแผ่นดินโลก ด้วยการเปรียบเทียบข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ เราจะได้รับข้อมูลแตกต่างกัน ซึ่งสามารถช่วยเราให้เข้าใจข่าวสารเต็มๆ ของพระคัมภีร์ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น” (Handbook of Seventh-day Adventist Theology, หน้า 969)
            หัวข้อสำคัญของสงครามแห่งประวัติศาสตร์ช่วยเราเข้าใจดีขึ้นใน “พระกิตติคุณสมบูรณ์” ของพระคัมภีร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง “แผนการแห่งความรอด” ซึ่งหัวสำคัญนี้บันทึกไว้ชัดเจนกว่าในพันธสัญญาใหม่ แต่ก็สามารถพบหัวข้อนี้ในพันธสัญญาเดิมเช่นกัน บางทีในพันธสัญญาเดิม ตัวอย่างชัดเจนที่สุดของซาตานในการสงครามขับเคี่ยวนี้จะพบได้ในพระธรรมโยบ
          สัปดาห์นี้เราจะศึกษาหัวข้อ “สงครามแห่งประวัติศาสตร์” ในพระธรรมโยบ เราจะพบว่าเรื่อง “การต่อสู้ขับเคี่ยวระหว่างพระคริสต์และซาตาน” เป็นศูนย์กลางของพระธรรมเล่มนี้ และเราจะได้พบว่าเรื่องสงครามใหญ่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง แม้ว่าเรื่องราวในชีวิตของเราจะแตกต่างจากชีวิตของท่านโยบ แต่เรามีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกับชีวิตของท่านโยบคือเราทั้งปวงต่างมีส่วนร่วมในสงครามใหญ่นี้
 
วันอาทิตย์     สวรรค์น้อยๆ บนแผ่นดินโลก  (โยบ 1:1-4)
                           A LITTLE HEAVEN ON EARTH

           พระธรรมโยบถ้าเป็นดนตรีก็เริ่มต้นด้วยเสียงที่ค่อนข้างเพราะพริ้ง ซึ่งดูเหมือนท่านโยบเป็นบุรุษผู้ได้รับพระพรเพรียบพร้อมในทุกมิติ

              อ่าน พระธรรมโยบ 1:1-4 ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้แสดงให้เห็นเกี่ยวกับลักษณะการดำเนินชีวิตของท่านโยบ มีลักษณะด้านบวกอะไรเกี่ยวกับชีวิตของท่านโยบ

            ดูเหมือนท่านโยบมีพร้อมทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตครอบครัว และทรัพย์สมบัติ และตัวท่านโยบเองมีอุปนิสัยรอบคอบ เป็นคนซื่อสัตย์ ยึดมั่นในคุณธรรม ในด้านการใช้ชีวิตกับพระเจ้า ท่านเป็นคนชอบธรรมและเกรงกลัวพระเจ้า ท่านโยบเป็นคนรักครอบครัว และมีความเกรงกลัวต่อบาป สรุปสั้นๆพระธรรมโยบเปิดฉากด้วยการเขียนถึงชายคนหนึ่งที่เกือบจะเป็นคนสมบูรณ์พร้อมในทุกด้าน ทั้งร่ำรวยทรัพย์สิน ทั้งเป็นคนโอบอ้อมอารี มีชื่อเสียงได้รับการนับถือจากคนทั่วไป ถ้าจะว่าไปท่านโยบเป็นชาย “ที่ดีพร้อมทุกสิ่ง” ซึ่งเราจะอ่านพบในตอนต่อไปของพระธรรมเล่มนี้ ซึ่งหมายถึงท่านโยบมีคุณสมบัติครบถ้วนหาที่เปรียบได้ยาก               แต่สรรพสิ่งที่ท่านโยบเป็นเจ้าของ เป็นสิ่งที่มีอยู่ในโลกแห่งความบาปใบนี้

                อ่านพระธรรม โยบ 1:5, 6 ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้สอนอะไรเราเกี่ยวกับความความบาปของโลกว่ามีมากมายเพียงใดในสมัยที่ท่านโยบมีชีวิตอยู่

            “บุตรชาย บุตรสาวของท่านโยบมีชีวิตที่ดี แต่ท่านโยบเป็นกังวลว่าลูกๆของท่านอาจทำอะไรไม่เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า ในฐานะท่านเป็นผู้นำของครอบครัว และเป็นปุโรหิตของครอบครัวด้วย ท่านได้ถวายสัตวบูชาสำหรับพวกเขาแต่ละคน ท่านโยบทราบดีว่าความบาปเป็นสิ่งน่ากลัวมากเพียงใด ท่านเป็นห่วงว่าลูกๆ ของท่านอาจลืมที่จะถือรักษาพระบัญญัติของพระเจ้า ดังนั้นท่านโยบได้ทำหน้าที่เป็น “เป็นคนกลางผู้เฝ้าทูล” (intercessor) พระเจ้าได้ทรงโปรดช่วยให้พวกลูกๆ ของท่านได้รับความรอดกันทุกคน” (เอลเลน จี. ไว้ท์ The SDA Bible Commentary, เล่ม 3, หน้า 1140)  
             เป็นที่จัดเจนว่าท่านโยบเป็นคนดี พระคัมภีร์แสดงให้เห็นว่าท่านโยบเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ท่านมีครอบครัวใหญ่และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดี ท่านเป็นเจ้าหลายสิ่งหลายอย่าง แต่ท่านยังดำรงชีวิตอยู่ในดาวเคราะห์ (โลก) ใบนี้ซึ่งได้รับความเสื่อมโทรมจากความบาป ในเวลาอันสั้นท่านโยบได้พบว่า ชีวิตของผู้คนเต็มไปด้วยอันตรายที่โลกแห่งความบาปใบนี้นำมามอบให้

              มีสิ่งดีใดบ้างในชีวิตของคุณในปัจจุบัน? คุณสามารถจะเรียนรู้จะมีท่าทีขอบพระคุณพระเจ้าเสมอ สำหรับสิ่งนั้นๆ ไม่ว่าจะน้อยหรือมากอย่างไร

วันจันทร์      สงครามในสวรรค์  (โยบ 1:6-12)
                     WAR IN HEAVEN

           พระธรรมโยบเริ่มต้นในโลก ณ สถานที่ซึ่งมีสันติสุข และความเงียบสงบ  แต่พอกล่าวไปถึงข้อหกของบทแรก ฉากของเรื่องได้เปลี่ยนไป โดยได้บรรยายถึงสถานการณ์ยุ่งยากอย่างยิ่ง สถานการณ์ดังกล่าวมนุษย์มองไม่เห็น หากปราศจากการช่วยเหลือของพระเจ้า และที่น่าสนใจยิ่งคือภาพของสวรรค์นี้ดูเหมือนไม่ใช่ที่สงบ และมีสันติสุข แต่เหมือนสิ่งที่เป็นอยู่ในโลก อย่างน้อยที่สุดเป็นภาพแรกที่แสดงให้เห็นตรงนี้
 
           อ่าน พระธรรม โยบ 1:6-12 เราจะศึกษาข้อพระคัมภีร์เหล่านี้มากขึ้นภายหลังในไตรมาสนี้  แต่มีอะไรเกิดขึ้นตรงนี้ เหตุใดจึงแตกต่างจากสิ่งที่เราพึ่งได้มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับท่านโยบบนแผ่นดินโลกอย่างไร

            มีหลายสิ่งให้สืบค้นในข้อพระคัมภีร์ไม่กี่ข้อเหล่านี้ เพราะแสดงให้เห็นจักรวาลของเราส่วนหนึ่ง ที่กล้องโทรทรรศน์ของมนุษย์ไม่สามารถพบ และที่นักวิทยาศาสตร์ของเรายังไม่เริ่มแม้แต่จะเข้าใจ มีอะไรที่สำคัญมากยิ่งกว่านั้น ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้แสดงให้เห็นสงครามใหญ่กำลังเกิดขึ้นในจักรวาล เราไม่ได้รับภาพความสงบ และสันติสุขจากข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ พระเจ้าทรงตรัสเกี่ยวกับท่านโยบด้วยความภาคภูมิพระทัย เหมือนบิดาคนหนึ่งพูดด้วยความภาคภูมิใจในบุตรที่ประสบความสำเร็จ ซาตานหัวเราะเมื่อพระเจ้าตรัสถึงท่านโยบว่า “เป็นคนดีรอบคอบและเที่ยงธรรม เกรงกลัวพระเจ้า และหันเสียจากความชั่ว” (โยบ 1:8) “ซาตานทูลตอบพระเจ้าว่า “โยบยำเกรงพระเจ้าเปล่าๆ หรือ” (โยบ 1:9)
           ข้อพระคัมภีร์ตรงนี้ไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่าสงครามนี้ได้เกิดขึ้นในสวรรค์ แต่นั่นเป็นสิ่งแน่นอนว่า สงครามการต่อสู้ระหว่างพระคริสต์ และซาตานได้เริ่มต้นขึ้นที่นั่น และฉากในพระธรรมโยบอดีตหัวหน้าทูตสวรรค์ (ลูซีเฟอร์) ยืนอยู่ตรงพระพักตร์ของพระเจ้าในสวรรค์ ในลักษณะท้าทายต่อพระองค์ และต่อหน้า “พระบุตรของพระเจ้า” เป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการว่า จะมีใครสักคนที่จะยืนพูดต่อหน้าผู้นำประเทศ หรืออาณาจักรโดยปราศจากความยำเกรงและให้เกียรติเช่นนั้น ยิ่งยืนต่อพระพักตร์ผู้ทรงฤทธานุภาพแห่งโลก และจักรวาล ทุกชีวิตต้องน้อมน้อมยิ่งกว่า แต่ตรงนี้ต่อพระพักตร์ของพระเจ้าแห่งจักรวาลบุคคลผู้เคยเป็นหัวหน้าทูตสวรรค์ (ซาตาน) มีท่าทีไม่ยำเกรงพระเจ้าอะไรเช่นนั้น สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
           คำตอบจะพบได้ในหัวข้อหลักที่ปรากฏในหลายที่ และหลายลักษณะในพระคัมภีร์ทั้งเล่ม ซึ่งเราเรียกว่า “สงครามแห่งประวัติศาสตร์” (สงครามต่อสู้ขับเคี่ยวยิ่งใหญ่ระหว่างพระคริสต์ และซาตาน) และข้อเท็จจริงจากข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ได้ให้ภาพอันทรงพลังซึ่งจะช่วยเราให้เข้าใจความน่ากลัวของความบาป ซึ่งยังผลให้เกิดความทุกข์ยาก และความตายบนแผ่นดินโลก และที่สำคัญยิ่งกว่า คือได้ช่วยเราให้เข้าใจดีขึ้นในสิ่งที่พระคริสต์ได้ทรงกระทำเพื่อเราบนไม้กางเขน พระเยซูได้สิ้นพระชนม์เพื่อแก้ปัญหาของความบาป และความทุกข์เดือดร้อนบนแผ่นดินโลก

วันอังคาร      สงครามบนแผ่นดินโลก  (ปฐมกาล 3:1-4)
                                   THE WAR ON EARTH

           

       พระธรรมโยบดึงม่านระหว่างโลกที่สามารถมองเห็น และสวรรค์ที่เราไม่สามารถมองเห็นให้เปิดออก และแสดงให้เราทราบข้อมูลและความจริงเกี่ยวกับจักรวาล ที่ดวงตา และหูของเรา และแนวคิดอย่างชาวโลกเกี่ยวกับความหมายของชีวิตที่ไม่เคยเผยให้เราเห็นมาก่อน (ถ้ามีสิ่งใด ที่ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ควรแสดงให้เห็นคือ ดวงตา และหูของเรา ความเข้าใจแนวคิดอย่างชาวโลกช่างมีข้อจำกัดเกี่ยวกับความเข้าใจหมายของชีวิต ที่มาในภาพรวมใหญ่) และข้อพระคัมภีร์ไม่กี่ข้อแสดงให้เห็นว่า “สงครามระหว่างพระเจ้าและซาตาน” ซึ่งสงครามใหญ่นี้ได้นำเสนอครั้งแรกในพระธรรมโยบว่าเป็นสงครามที่ได้เริ่มต้นในสวรรค์ก่อนแล้ว แต่ได้ย้ายสนามรบมายังโลกของเราอย่างฉับพลัน ข้อพระคัมภีร์เกี่ยวกับเรื่องนี้ในพระคัมภีร์ทั้งเล่มได้ชี้ไปยังสงครามที่ทำการต่อสู้กันอย่างต่อเนื่อง และสงครามนี้ได้รวมเราทั้งหลายเข้าไปมีส่วนด้วย

                 อ่าน พระธรรม ปฐมกาล 3:1-4; เศคาริยาห์ 3:2; มัทธิว 4:1; 1 เปโตร 5:8; 1 ยอห์น  3:8; และ วิวรณ์ 12:9 ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า มีการทำสงครามต่อสู้กับอำนาจของพญามารบนโลกนี้อย่างไร

 
              ข้อพระคัมภีร์ตัวอย่างเหล่านี้ไม่กี่ข้อจากข้อพระคัมภีร์จำนวนมาก ชี้ไปยังพญามาร (devil) ว่าเคยเป็นทูตสวรรค์ที่ทรงพลังอำนาจสวรรค์ แต่ได้ล้มลงในความบาป และพญามาร (ซาตาน) มีความประสงค์จะทำร้ายเผ่าพันธุ์มนุษย์ มีหลายคนหัวเราะต่อคำสอนว่าซาตานมีตัวตนจริง พวกเขาไม่เชื่อว่ามีพญามารอยู่เบื้องหลังความชั่วทั้งปวง พระคัมภีร์กล่าวเป็นพยานในเรื่องนี้อย่างชัดเจน ดังนั้นอย่าให้เราทั้งหลายหลงกล ที่คนมากมายบอกว่า “พญามาร หรือซานตานไม่มีตัวตนอยู่จริง” เพราะนั่นเป็นคำโกหกทั้งเพ


                 มีวิธีการใดบ้างที่จะช่วยให้เราเข้าใจว่า งานของซาตานในโลกของเราเป็นเรื่องจริง มีอะไรอย่างเดียวจะช่วยปกป้องเราไว้ได้

วันพุธ      พระธรรมโยบ เป็นสงครามแห่งประวัติศาสตร์

                  แบบย่อส่วน (อิสยาห์ 14:12-14)

                   THE BOOK OF JOB IS THE GREAT CONTROVERSY

                 IN MINIATURE

 
                 ตอนเริ่มต้นของพระธรรมโยบแสดงให้เรามองเห็นจุดสำคัญบางข้อ ประการแรก อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วคือแสดงให้เราเห็นว่า นอกจากโลกของเรายังมีสวรรค์ และเราได้ทราบว่านอกจากพระเจ้าแล้ว มีชาวสวรรค์อื่นอาศัยอยู่ประการที่สอง พระธรรมโยบยังแสดงให้เห็นว่า “มีการเชื่อมต่อกันระหว่างชีวิตบนโลกนี้และอาณาจักรแห่งสวรรค์” สิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้บนโลก ไม่ได้ถูกตัดจากการเชื่อมโยงกับชาวสวรรค์ ประการที่สาม พระธรรมโยบแสดงให้เห็นสงครามในสวรรค์เชื่อมโยงเข้ากับสิ่งต่างๆ ที่บังเกิดขึ้นบนโลก
                พระธรรมโยบแสดงให้เห็นว่าซาตานเป็นผู้บัญชาการกองทัพในสงครามต่อต้านพระเจ้า แต่ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าสงครามเริ่มต้นอย่างไร อ่านพระธรรม อิสยาห์ 14:12-14; เอเสเคียล  28:12-16; และ 1 ทิโมธี 3:6 ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ช่วยเราให้เข้าใจเกี่ยวกับ “สงครามแห่งประวัติศาสตร์” อย่างไร
                เอลเลน จี. ไว้ท์ เขียนเกี่ยวกับ “พระบัญญัติแห่งความรัก” ว่าเป็นรากฐานแห่งรัฐบาลของพระเจ้า เอลเลน จี. ไว้ท์ ตั้งข้อสังเกตว่า พระเจ้าไม่ทรงประสงค์ “การบังคับให้เชื่อฟัง” ดังนั้นพระองค์ “ทรงอนุญาตให้มีเสรีภาพในการตัดสินใจ” กับประชากรทั้งมวลของพระองค์ แต่ “แต่มีบุคคลหนึ่งนำเสรีภาพที่พระเจ้าทรงประทานให้กับผู้ที่พระองค์สร้างขึ้น ไปใช้ในทางผิด ความบาปจึงเริ่มขึ้นกับซาตาน ท่ามกลางชาวสวรรค์ทั้งปวง ถัดจากพระเจ้า ลูซีเฟอร์ (ซาตาน) มีฤทธิ์เดช สง่าราศี และความงามพร้อมเป็นรองแต่พระคริสต์” (เอลเลน จี. ไว้ท์ บรรพชน กับผู้เผยพระวจนะ, หน้า 34, 35)
              แนวคิดสำคัญตรงนี้คือ “พระบัญญัติแห่งความรัก” เปิดเส้นทางเพื่อให้ “ความคิดอิสระเป็นจริง” พระคัมภีร์บอกเราว่า ซาตานได้กลายเป็นหัวหน้าทูตสวรรค์ที่เย่อหยิ่ง ในสง่าราศี ความฉลาด และความสง่างามของเขา เหตุใดความบาปเหล่านี้บังเกิดขึ้น เราไม่ทราบ อาจเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ 2 เธสะโลนิกา 2:7 กล่าวไว้ว่า “เพราะว่าอำนาจลึกลับนอกกฏหมายนั้นก็เริ่มทำงานอยู่แล้ว” ความเชื่อมโยงนี้ทำให้มีเหตุผลสมบูรณ์ เมื่อเราเข้าใจถึงความเชื่อมโยงอันใกล้ชิดระหว่างพระบัญญัติของพระเจ้ากับพื้นฐานแห่งรัฐบาลของพระองค์ จุดหมายคือ ในตอนที่พระเจ้าทรงแนะนำให้รู้เราจักซาตานในพระธรรมโยบ และการล้มลงในความบาปของซาตานในอดีต และการสงครามได้เริ่มขึ้นแล้วโดยซาตาน และได้ดำเนินต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน
               อะไรคือการเลือกที่สำคัญบางประการ ที่คุณกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ และมีข้อพระคัมภีร์ที่เป็นพระสัญญาข้อไหน ที่คุณสามารถนำมาอ้างในการอธิษฐาน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า คุณได้เลือกข้อที่ถูกต้องแล้ว


วันพฤหัสบดี    คำตอบที่ไม้กางเขน  (ยอห์น 12:31, 32)
                              THE ANSWERS AT THE CROSS

              อย่างที่เราได้เรียนรู้เมื่อวานนี้ พระธรรมโยบไม่ได้กล่าวอะไรเกี่ยวกับการเริ่มก่อกบฏของซาตาน และทำสงครามในสวรรค์ และไม่กล่าวเช่นกันว่า ในที่สุดซาตานจะพ่ายแพ้สงครามต่อสู้ขับเคี่ยวยิ่งใหญ่ แต่เราทราบจากพระธรรมโยบว่าซาตานมีส่วนอย่างลึกซึ้งกับสิ่งชั่วร้ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับท่านโยบและครอบครัว อย่างไรก็ตาม ซาตานปรากฏอยู่ในพระธรรมโยบเพียงสองครั้ง (โยบ 1:6-12; โยบ 2:1-7) จากนั้นก็ไม่ปรากฏให้เห็นอีก แต่ก่อนซาตานจะหายหน้าไป ซาตานได้สร้างความเสียหายให้อย่างใหญ่หลวง ส่วนที่เหลือของพระธรรมโยบไม่ได้เอ่ยชื่อของซาตานอีก แต่เป็นว่าเกือบทั้งหมดของพระธรรมโยบกล่าวเกี่ยวกับพระเจ้า ไม่ใช่ซาตาน นั่นเป็นสิ่งสมเหตุผลเพราะว่าในตอนจบ พระธรรมโยบกล่าวถึงพระเจ้า และสิ่งที่เป็นลักษณะแท้จริงของพระองค์เป็นสำคัญ
                พระคัมภีร์ไม่ปล่อยเราไว้โดยปราศจากคำตอบต่างๆ ต่อคำถามเกี่ยวกับว่า ซาตานการพ่ายแพ้ใน “สงครามแห่งประวัติศาสตร์” และเหตุผลที่ทำให้ซาตานพ่ายแพ้ คือการสิ้นพระชนม์ไถ่บาปมวลมนุษย์ของพระเยซูบนไม้กางเขนนั่นเอง


                  อ่านพระธรรม ยอห์น 12:31, 32; วิวรณ์ 12:10-12; โรม 3:26; และ ฮีบรู 2:14 ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ช่วยอธิบายสิ่งที่พระเยซูได้ทำ ซึ่งจะนำไปสู่การปิดฉากของสงครามแห่งประวัติศาสตร์

               ที่ไม้กางเขน ซาตานถูกเปิดโปงให้เห็นอย่างชัดเจนต่อสายตาของจักรวาลสำหร้บตัวตนที่แท้จริงว่า: ซาตานคือฆาตกร เหล่าชาวสวรรค์ และชาวโลกอื่นที่รู้จักพระเยซู ครั้งเมื่อพระองค์ทรงปกครองในสวรรค์ต่างพากันช็อคที่ได้เห็นพระองค์ถูกกระทำอย่างโหดร้ายทารุณโดยมนุษย์ผู้รับใช้ซาตาน นั่นคือที่มาของ “การพิพากษา” ที่ตกอยู่กับซาตานตามที่พระเยซูกล่าวถึงใน พระธรรม ยอห์น บทที่ 12 ณ ไม้กางเขนพระผู้ช่วยให้รอดสิ้นพระชนม์สำหรับ “ความบาปของมวลมนุษย์ทั้งโลก” (1 ยอห์น 2:2) จากจุดนี้สวรรค์สามารถประกาศได้ว่า “ความรอดได้มาถึงแล้ว” ตรงนี้ และเดี๋ยวนี้พระสัญญาของพระเจ้าซึ่งมีมาก่อนโลกได้อุบัติขึ้น (2 ทิฅโมธี 1:9) ได้กลายเป็นจริง เพราะว่าการสิ้นพระชนม์ของพระองค์เพื่อเรา พระคริสตทรงเป็น “ผู้ชอบธรรม และทรงโปรดให้ผู้ที่เชื่อในพระเยซูเป็นผู้ชอบธรรมด้วย” (โรม 3:26) ณ ไม้กางเขน พระเยซูทรงทำลายข้อกล่าวหาที่ซาตานใช้ต่อต้านพระเจ้า หลังจากคาล์วารี ชะตากรรมของซาตานได้ถูกทำให้เป็นสิ่งแน่นอนว่าในที่สุดซาตานจะต้องพินาศไปตลอดกาล

             เราจะสามารถเรียนรู้ที่จะมีความชื่นชมยินดีในสิ่งที่พระคริสต์ได้ทรงกระทำเพื่อเราที่ไม้กางเขน แม้ว่าเราจะต้องเดินทางผ่านสนามรบของ “สงครามต่อสู้ขับเคี่ยวอันยิ่งใหญ่” (สงครามแห่งประวัติศาสตร์) อยู่อีกต่อไปในปัจจุบัน


วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 
             ไม่ใช่คริสเตียนทุกคนได้ล้มลงจากคำโกหกที่ว่า สงครามระหว่างความดี และความชั่วเป็นเรื่องไม่จริง และซาตานก็ไม่ใช่เรื่องจริงเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น นักคิดเกี่ยวกับพระคัมภีร์ชื่อ เกรกอรี่ บอยด์ ได้เขียนไว้มากเกี่ยวกับการสงครามระหว่างพระเจ้า และซาตาน ในการกล่าวคำนำสำหรับหนังสือของเขา เล่มที่ชื่อว่า “พระเจ้ากำลังทำสงคราม” เขากล่าวแนะนำจากพระคัมภีร์หลายข้อจากพระธรรม ดาเนียล บทที่ 10 โดยการเขากล่าวว่า “พระคัมภีร์จากจุดเริ่มต้น ถึงตอนจบแสดงให้เห็นว่า “บุคคลฝ่ายจิตวิญญาณ” (ทูตสวรรค์ และ พญามาร) ผู้ซึ่งทำงานระหว่างมนุษย์และพระเจ้า สิ่งที่บุคคลฝ่ายวิญญาณเหล่านี้ทำมีอิทธิพลต่อชีวิตของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นด้านดี หรือด้านที่เลวกว่า ปัจจุบันข้าพเจ้าขอสนับสนันอย่างแข็งขันว่า สิ่งที่พระคัมภีร์ได้แสดงให้เห็นเป็นความจริงแท้” (Doner’s Grove, Illionis: InterVarsity Press, 1997) หน้า 11  นับว่า เกรกอรี่ บอยด์ กล่าวได้ถูกต้อง


คำถามเพื่อการอภิปราย:
  1.  มีข้อพระคัมภีร์อื่นข้อไหนอีก ที่พูดเกี่ยวกับ “ซาตาน” และ “ฤทธิ์อำนาจทูตผีอื่นๆ” มีความสูญเสียอะไร เกิดขึ้น ถ้าสิ่งเหล่านี้ถูกมองเห็นเพียงเป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้ายที่กระทำต่อมนุษย์

  2.  นิคโคโล มาชิอะเวลลิ นักเขียนชาวคริสเตียนแห่งศตวรรณที่สิบหก กล่าวว่า “เป็นการดีกว่าสำหรับผู้ปกครองประเทศที่จะทำให้ประชากรรู้สึกเกรงกลัว มากกว่าที่จะทำให้พวกเขารัก แต่เอลเลน จี.ไวท์ เขียนว่า “พระเจ้าทรงตัดสินพระทัยว่าซาตานไม่อาจอยู่ในสวรรค์อีกต่อไป แต่พระองค์ไม่ทำซายซาตาน.....ในเมื่อการรับใช้ด้วยความรักเป็นสิ่งเดียวที่พระเจ้ายอมรับ ความจงรักภักดีจากประชากรของพระองค์ต้องขึ้นอยู่กับพวกเขาพึ่งอยู่กับความเชื่อในความยุติธรรม และพระเมตตากรุณาของพระองค์ ประชากรของสวรรค์ และของโลกอื่นๆ ยังไม่พร้อมที่จะเข้าใจถึงความน่ากลัวจากผลลัพธ์ของความบาวป ในเวลานั้น พวกเขาไม่อาจมองเห็นความยุติธรรม และพระเมตตาของพระเจ้า ถ้าพระเจ้าได้ทำลายซาตานไปทันทีหลังก่อการกบฏ ประชากรชาวสวรรค์ และโลกอื่นๆ จะทำการรับใช้พระเจ้าด้วยความเกรงกลัว แทนที่จะเป็นความรัก  (เอลเลน จี. ไว้ท์  สงครามแห่งประวัติศาสตร์, หน้า 498, 499) เหตุใดพระเจ้าทรงประสงค์ให้เรารับใช้พระองค์ด้วยความรัก ไม่ใช่ความกลัว
 

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272