Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > Thai SS 3Qtr2016.Index > 4QTSSL2016. INDEX > บทที่ 1 กาลอวสาน : THE END > บทที่  2 สงครามแห่งประวัติศาสตร์ THE GREAT CONTROVERSY > บทที่  3 ท่านโยบยำเกรงพระเจ้าโดยไร้สาเหตุหรือ > บทที่  4 ความเจ็บปวดของพระเจ้าและมนุษย์  > บทที่  5 >
.
บทที่  6 ไม่มีเหตุผลดีสำหรับการแช่งหรือ
.

บทที่  6
ไม่มีเหตุผลดีสำหรับการแช่งหรือ
IS THERE NOT A GOOD REASON FOR THE CURSE
วันที่ 29 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายน 2016

 

บ่ายวันสะบาโต    

อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :
สดุดี 119:65-72; โยบ 2:11-13; โยบ 4:1-21; โรมัน 3:19-20; 1 โครินธ์ 3:19; ฮีบรู 12:5; มัทธิว 7:1

ข้อควรจำ    “คนเราจะชอบธรรมจำเพาะพระพักตร์พระเจ้าได้หรือ มนุษย์จะบริสุทธิ์ต่อหน้าผู้สร้างเขาได้หรือ” (โยบ 4:17)         

สัปดาห์ที่แล้ว เราได้อภิปรายในความสำคัญของการเอาตัวเราเองใส่ไว้จุดยืนของท่านโยบให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องยากนัก เพราะเหตุใดหรือ เพราะว่าเราเคยอยู่ที่นั่นมาก่อนแล้ว เราทั้งปวงต่างได้พบว่าตัวเราเองมีส่วนในความทุกข์เดือดร้อน ซึ่งบ่อยครั้งดูเหมือนไม่มีเหตุผล และแน่นอนดูเหมือนจะไม่ยุติธรรมด้วยซ้ำไป
       ขณะที่เราศึกษาในสัปดาห์นี้ เราควรเก็บความจริงไว้ในใจ และจำเป็นต้องเข้าใจความคิดของคนอื่นในเรื่องเดียวกันด้วย พวกเขาเป็นเพื่อนๆที่มาไว้ทุกข์ และโศกเศร้าร่วมกับท่านโยบ
       ที่จริงแล้วส่วนมากของพระธรรมโยบเป็นการบันทึกบทสนทนาระหว่างท่านโยบ และพวกเพื่อนๆ เหล่านี้ แต่ละคนพยายามพูดในสิ่งมีเหตุผล มันเป็นเรื่องความทุกข์เจ็บปวดของมนุษยที่มาเป็นชุดๆ อย่างหาที่จบไม่ได้ ซึ่งเป็นการทำให้โลกที่พระเจ้าสร้างขึ้นมาด้วยความรัก ฤทธานุภาพ และการเอาพระทัยใส่กลายเป็นโลกโศกนาฏกรรม ที่เต็มไปด้วยความเศร้า

วันอาทิตย์     คำถามข้อใหญ่หลายข้อ  (สดุดี 119:65-72)
                          THE BIG QUESTIONS

       ส่วนมากของการกระทำในพระธรรมโยบเกิดขึ้นในสองบทแรกของพระธรรมเล่มนี้ ตรงนี้เป็นเหมือน ”ม่าน” ของเวทีการแสดงระหว่างสวรรค์ และโลกได้ถูกดึงขึ้น ซึ่งเผยให้มองเห็นภาพความเป็นไปส่วนหนึ่งของฉากชีวิตจริงในเวลาสั้นๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ หรือหลังจากภาพเคลื่อนไหวต่างๆจะถูกซ่อนไว้จากเรา กล้องโทรทรรศน์แห่งชีวิตของเราสามารถ “มองเห็น” ไกลออกไปในอวกาศ แต่ภาพต่างๆเหล่านั้นยังไม่ถูกแสดงให้แก่เรา เท่ากับที่ได้สำแดงให้เราเห็นในพระธรรมเล่มนี้ พระธรรมเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นหลายพันปีในถิ่นทุรกันดารในทะเลทรายใกล้กับ ซาอุดิ อาระเบีย ก่อนมีการประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์สำหรับส่องดูดาวขึ้น กระนั้นในพระธรรมโยบเปิดเผยให้เราทราบว่า มีความเชื่อมโยงใกล้ชิดระหว่างสวรรค์ กับโลกที่เราอาศัยอยู่
       ทำไมจึงไม่ เหตุว่าคนเหล่านี้ไม่อภิปรายในประเด็นสำคัญแห่งชีวิต เมื่อคิดคิดถึงต่างๆที่ได้เกิดขึ้นกับท่านโยบ เป็นการง่ายที่จะพูดเกี่ยวกับสิ่งธรรมดาสามัญของชีวิต และในเรื่องธุรกิจต่างๆ ซึ่งดำเนินไปวันต่อวัน และลืมสิ่งที่ใหญ่โตและสำคัญ ไม่มีอะไรเหมือนกับเหตุการณ์อันทำให้อกสั่นขวัญหาย ที่เกิดขึ้นกับเรา หรือเกิดขึ้นกับผู้อื่น เพื่อที่จะเขย่าเราออกจาก “การหลับ” ฝ่ายจิตวิญญาณ และจะทำให้เราเริ่มถามคำถามเรื่องที่สำคัญ

       อ่าน พระธรรม สดุดี 119:65-72 ผู้เขียนพระธรรม สดุดีกำลังพูดอะไร
        ผู้เขียนพระธรรมสดุดีสามารถพบ “สิ่งดี” ที่โผล่ขึ้นจากประสบการณ์ของท่านเอง ในหลายครั้งความยากลำบากได้ “ซ่อน” เอาพระพรไว้ ซึ่งความยุ่งเหยิงดังกล่าวสามารถนำเรากลับมาหาองค์พระผู้เป็นเจ้า หรือไม่ก็นำเรามาหาพระองค์เป็นครั้งแรก มีใครบ้างที่ไม่เคยได้ยินเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับชีวิตของคนทั้งหลายที่ประสบกับความยากลำบากอย่างสาหัสสากรรจ์ บ่อยครั้งเพียงใดที่บุคคลเหล่านั้นได้กลับมาหาพระเจ้า หรือไม่ก็อุทิศถวายชีวิตของพวกเขารับใช้พราะองค์เป็นครั้งแรก บางครั้งความทุกข์ยากไม่ว่าจะรุนแรง หรือทำให้เศร้าโศกเพียงใด พระเจ้าอาจนำมาใช้เพื่อสิ่งที่ดี ซึ่งกว่าเราจะเข้าใจก็เป็นในภายหลัง และในเวลาอื่นๆ ความลำบากอาจปรากฏว่าไร้ความหมาย

       คุณสามารถนึกย้อนหลังไปถึงความทุกข์ยากในอดีต และพบสิ่งดีมาจากความลำบากเหล่านั้นบ้างไหม คุณปฏิบัติต่อความยากลำบากเหล่านั้น ซึ่งไม่ได้นำสิ่งดีมาให้แต่อย่างใด

วันจันทร์  เมื่อใดที่ผู้บริสุทธิ์ตาย  (โยบ 2:11-13)
                  WHEN HAVE THE INNOCENT DIED

             อ่าน พระธรรม โยบ 2:11-13 ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้บอกเราเกี่ยวกับว่า พวกเพื่อนๆของท่านโยบคิดเกี่ยวสถาณการณ์ของท่านโยบอย่างไร

       เพื่อนๆของท่านโยบได้ยินเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดกับท่านโยบ ดังนั้นพวกเขานัดหมาย” (โยบ 2:11) เพื่อเดินทางมาเยี่ยมท่านโยบพร้อมกัน ข้อพระคัมภีร์เสนอแนวคิดว่าพวกเขาพากัน “ช็อก” ในสิ่งที่พวกเขาได้เห็น พวกเขาจึงเริ่มไว้ทุกข์กับท่านโยบ
       สอดคล้องกับข้อพระคัมภีร์ พวกเขานั่งเงียบๆ เป็นเวลาเจ็ดวัน โดยไม่พูดอะไรสักคำ ซึ่งจะว่าไปคุณจะพูดอะไรกับบางคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์อันน่าหวาดหวั่นอย่างท่านโยบ โยบได้พูดออกมาหลังจากเจ็ดวันที่ได้อยู่กันอย่างเงียบๆ ด้วยการบ่นว่าต่างๆ จากนั้นพวกเพื่อนๆ ของท่านโยบก็มีอะไรมากมายที่จะพูดออกมา
      
       อ่านพระธรรมโยบ 4:1-11 อะไรคือแนวคิดหลักของท่านเอลีฟัสที่พูดกับท่านโยบ

       แน่นอนถ้อยคำเล่านั้นแสดงความเห็นอกเห็นใจท่านโยบ แต่ความเห็นอกเห็นใจ และความสงสารนั้นมีข้อจำกัด ซึ่งดูเหมือนเอลีฟัส แนะนำท่านโยบว่า “ความเชื่อที่ถูกต้องมีความสำคัญกว่าความเห็นอกเห็นใจ” สมมติว่ามีใครคนหนึ่งมายังเพื่อนคนหนึ่งที่ประสบความทุกข์เจ็บปวดอย่างท่านโยบ และเพื่อนพูดกับเพื่อนผู้ประสบกับความทุกข์เจ็บปวดว่า ดูสิ คุณคงได้ก่อกรรมอะไรไว้ เพราะว่าพระเจ้าทรงยุติธรรม มีแต่เพียงผู้ได้ทำสิ่งชั่วร้ายเท่านั้นที่จะได้รับความทุกข์เดือดร้อนเช่นนี้ ลองจินตนาการดู ถ้าคุณเป็นบุคคลที่ประสบกับความทุกข์เจ็บปวด และได้ฟังประโยคคำนองนี้!
       สมมติอีกอย่าง ถ้าคนหนึ่งคิดว่าท่านโยบได้กระทำในสิ่งที่ท่านสมควรได้รับความทุกข์ที่เป็นอยู่ มีสิ่งดีอะไรจะบังเกิดขึ้นที่จะกล่าวถ้อยคำ ซึ่งทำให้คนที่กำลังประสบกับความทุกข์เจ็บปวดฟัง สมมติว่าคนชอบขับรถเร็ววันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ซึ่งทำให้คนในครอบครัวของเขาเสียชีวิตทั้งหมดยกเว้นตัวเขา คุณจะจินตนาการได้ไหม เพื่อนคนหนึ่งไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาลกำลังรักษาอาการบาดเจ็บ และทุกข์ทรมานจากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป และพูดกับเพื่อนที่ชอบขับรถเร็วว่า “รู้ไหมทำไมจึงเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ เพราะพระเจ้าทำโทษคุณเพราะคุณชอบขับรถแข่งกับพายุ” ปัญหาที่เกิดกับเอลีฟัส ไม่ได้มาจากจากความเชื่อในศาสนาของเขา ประเด็นที่ใหญ่กว่าคือ “ความรู้สึกรับรู้ไว” ที่เอลีฟัสมองเห็นสิ่งเลวร้ายต่างๆที่ท่านโยบต้องผ่าน

       คิดถึงช่วงเวลาที่ผู้คนให้คำปลอบโยนแก่คุณ คุณได้เรียนรู้อะไรจากประสบการณ์ ที่อาจช่วยคุณได้  เมื่อคุณอยู่ในฐานะจะให้การปลอบประโลมคนอื่นต่อไป


วันอังคาร     ชายคนหนึ่งกับพระผู้สร้างของเขา  (โยบ
                        4:12-21)                
                     A MAN AND HIS MAKER
         

         ถ้าเป็นการให้รางวัลในสิ่งที่คนหนึ่งทำ และพูด อาลีฟัสคงไม่ชนะรางวัลสำหรับความสุภาพ และความเห็นอกเห็นใจที่เขาได้แสดงออกมา จริงๆ แล้วเขาพูดทำนองว่าเป็นการง่ายสำหรับท่านโยบที่จะเป็นแสงสว่าง และให้การปลอบประโลมแก่คนอื่นๆ เมื่อสิ่งต่างๆเป็นไปด้วยดี แต่ตอนนี้ความชั่วร้ายได้เข้าจู่โจม ท่านโยบ “มีความทุกข์เดือดร้อน” กระนั้น สิ่งนี้น่าจะเกิดขึ้น ใช่ไหม ทั้งนี้ สรุปแล้วพระเจ้าเป็นองค์บริสุทธิ์ และแสนดี ดังนั้นไม่ว่าสิ่งชั่วร้ายอะไรก็แล้วแต่จะตกยังเรา นั่นก็เป็นการสมควร แล้ว

       อ่านพระธรรม โยบ 4:12-21 มีข้อโต้แย้งอะไรอื่นที่อาลีฟัสตอบโต้กับท่านโยบ


      มีสิ่งน่าสนใจหลายอย่างที่คนหนึ่งอาจมองตรงนี้ ซึ่งรวมถึงคนเหล่านี้เข้าใจธรรมชาติ และพระอุปนิสัยของพระเจ้าองค์เที่ยงแท้ แม้ก่อนการเกิดขึ้นของชนชาติอิสราเอล พระธรรมทั้งเล่มแสดงให้เราเห็นว่า บรรพบุรุษของชนอิสราเอลและต่อมาภายหลัง ชนอิสราเอลเองรู้จักบางสิ่งเกี่ยวองค์พระผู้เป็นเจ้า ตรงนี้ที่จริงแล้ว เราพบว่าอาลีฟัสพยายามที่จะปกป้องพระอุปนิสัยของพระเจ้า
       สิ่งที่เอลีฟัสได้ยินจาก “นิมิตในเวลากลางคืน” ในหลายมิติถือว่าเป็นคำสอนทางศาสนาที่ดี (อ่าน สดุดี 103:14; โรม 3:19, 20) เราในฐานะมนุษย์ เราเป็นเหมือน “ดินเหนียว” เรามีชีวิตเพียงแค่สั้นๆ ชีวิตของเราอาจสิ้นไปอย่างง่ายๆเหมือนกับผีเสื้อ และแน่นอน สิ่งที่ชาย และหญิงไม่สามารถจะมีความชอบธรรมเท่าเทียมกับพระเจ้าได้
       แต่คำพูดของเอลีฟัสไม่เป็นผล และพลาดจากจุดหมายไป ปัญหาของท่านโยบ ไม่ใช่ท่านโยบคิดว่าท่านดีกว่าพระเจ้า ไม่ใช่การบ่นว่าของท่าน ท่านโยบเพียงระบายความรู้สึก จากสิ่งน่ากลัวที่เกิดขึ้นกับท่าน ท่านโยบไม่ได้พูดว่าท่านมีความชอบเกินกว่าที่พระเจ้าลงโทษ โดยทำให้เกิดความทุกข์ลำบากลำบนกับท่านไม่ได้
        แต่เอลีฟัสดูเหมือนจะคิดตรงกับสิ่งที่ท่านโยบกล่าวว่า  ถ้าจะว่าไป ถ้าพระเจ้าทรงเที่ยงธรรม และความชั่วร้ายนานัปการจะเกิดขึ้นเพราะความชั่วร้าย ถ้าจะสรุปอย่างนี้ก็จะเท่ากับว่าท่านโยบได้ทำผิดในบางสิ่ง และท่านสมควรต้องดำเนินชีวิตผ่านความยากลำบาก ดังนั้นถ้าท่านโยบบ่นว่าก็เป็นการไม่ถูกต้อง ด้วยความกระตือรือร้นที่จะปกป้องพระเจ้าเอลีฟัสเริ่มด่าว่าท่านโยบ แม้แต่มากกว่าสติปัญญาที่ท่านเชื่อว่ามีเกี่ยวกับพระเจ้า เอลีฟัสอ้างว่าเขามีบางสิ่งพิเศษจากพระเจ้า เพื่อให้การสนับสนุน: ความฝันครั้งหนึ่ง.. แต่ปัญหาเดียวคือหน้าที่งานที่ท่านทำพลาดไปจากเป้าหมาย
      
       เราสามารถเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้เกี่ยวกับ แม้ว่าเราเป็นฝ่ายถูก เราอาจไม่ได้พูดความจริงในวิธีการที่จะให้การช่วยเหลือได้มากที่สุด และเป็นไปในด้านบวก

วันพุธ          คนโง่หยั่งรากลึก   (โยบ บทที่ 5)         
                    THE FOOLISH TAKING ROOT


       ในบทที่ห้า เอลีฟัสดำเนินการโต้เหตุผลอย่างไม่หยุดปาก เขากล่าวว่า “ความชั่วร้ายเกิดกับคนชั่วร้ายเท่านั้น” ลอง จินตนาการว่าคำกล่าวนี้ได้ช่วยท่านโยบมากเพียงใด ผู้ซึ่งทราบว่านั่นไม่ใช่การกล่าวที่ถูกต้อง และตัวท่านเองก็ไม่คู่ควรกับสิ่งท่านสมควรได้รับ ในสถานการณ์ปัจจุบันของท่าน
       แต่มีปัญหาอย่างหนึ่งตรงนี้ ไม่ใช่ทุกสิ่งที่ท่านอาลีฟัสกล่าวตรงนี้ผิดทั้งหมด แนวคิดหลายประการตรงนี้ได้ถูกนำไปกล่าวซ้ำในอีกหลายส่วนของพระคัมภีร์

       ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้สะท้อนความเชื่อ และความรู้สึกที่แสดงให้เห็น ในพระธรรมโยบ บทที่ 5 อย่างไร

สดุดี  37:10 .................................................................................................................................................
สุภาษิต   26:2 .......................................................................................................................................................
ลูกา 1:52 ...........................................................................................................................................................
1 โครินธ์ 3:19 .......................................................................................................................................................
สดุดี 34:6 ....................................................................................................................................................
ฮีบรู 12:5 ...........................................................................................................................................................
โอเชอา 6:1 ...........................................................................................................................................................
สดุดี 33:19 ..................................................................................................................................................


วันพฤหัสบดี     อย่าด่วนกล่าวโทษ  (มัทธิว 7:1, 2)                                                                                                                                                                                                                
                               RUSH TO JUDGMENT

       ส่วนมากของคำพูดที่เอลีฟัสกล่าวกับท่านโยบนั้นถูกต้อง กล่าวคือมีแนวคิดดีหลายจุด และจุดเหล่านี้ถูกนำมากล่าวซ้ำในพระคัมภีร์ในภายหลัง แต่ก็มีบางสิ่งที่ผิดอย่างมหันต์ตรงที่อาลีฟัสกล่าวตอบท่านโยบ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คำกล่าวของอาลีฟัส แต่อยู่ที่สิ่งเอลีฟัสพยายามทำให้คำพูดของเขามีความหมายบางสิ่งที่ถ้อยคำไม่ได้ความหมายตามนั้น สิ่งที่เอลีฟัสกำลังพูดอยู่ไม่ถูกต้องสำหรับสถานการณ์ของท่านโยบ
       โลกของเราไม่ใช่สถานที่เรียบง่าย ที่จะทำ หรือจะพูดอะไรได้อย่างสบาย เป็นด่วนเกินไปที่จะมองไปที่สถานการณ์ แล้วหาข้อพระคัมภีร์สองสามข้อ เพื่อนำมาสอน หรือให้การหนุนใจผู้อยู่ในสถานการณ์นั้นๆ บางทีทำเช่นนั้นก็ถูกต้อง แต่บ่อยครั้งสิ่งต่างๆ ไม่ได้เป็นอย่างที่เราเข้าใจ อ่านข้ออ้างอิงของ เอลเลน จี. ไว้ท์ เกี่ยวกับว่า “บ่อยครั้งเพียงใดที่เราจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา “พระคัมภีร์สอนชัดเจนว่า สิ่งที่เราทำเป็นผลลัพธ์ของสิ่งที่เราเป็น ส่วนใหญ่ในประสบการณ์ของชีวิต ของเรา เป็นผลผลิตสุดท้ายของความคิด และการกระทำของเรา” (เอลเลน จี. ไว้ท์ การศึกษา, หน้า 146)
       ข้อมูลความจริงตรงนี้มีบางสิ่งเป็นไปมากกว่าที่เอลีฟัส ท่านโยบ และคนอื่นทั้งหมดทราบ ดังนั้น การด่วนตัดสินของเอลีฟัส แม้จะกระทำไปด้วยความเข้าใจอันถูกต้องในเรื่องศาสนาของเขา แต่ไม่ใช่สิ่งถูกต้องที่จะทำในสถานการณ์เช่นนี้

       อ่าน พระธรรม มัทธิว 7:1, 2; โรม 2:1-3; และ 1 โครินธ์ 4:5 เหตุใดข้อพระคัมภีร์เหล่านี้มักอยู่ในส่วนหน้าสุดแห่งจิตใจของเรา และเกี่ยวข้องกับคนใดคนหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเหล่าคนที่เราเชื่อว่าได้ทำบาป

       สมมติว่าเอลีฟัสกล่าวถูกต้องที่พูดว่าท่านโยบได้นำความทุกข์ลำเค็ญมาสู่ตัวท่านเอง แม้กระนั้น ถ้อยคำของเขาไม่สุภาพ ในขณะอีกฝ่ายมีสภาพป่วยทางใจ ท่านโยบยืนเป็นสัญลักษณ์ของคนทั้งปวง เราทุกคนถูกจัดเข้าไปมีส่วนในสงครามการต่อสู้ขับเคี่ยว และทุกคนต้องได้รับความบอบช้ำ และเราทั้งมวล ในบางจุด ต้องการได้รับความกรุณา และความเห็นอกเห็นใจ ไม่ประสงค์คำด่าว่า แน่นอน มีเวลา และสถานที่สำหรับได้รับการว่ากล่าว แต่ขณะที่คนคนหนึ่งกำลังนั่งบนกองขี้เถ้า ชีวิตของเขาพังทลาย บุตรชายหญิงของเขาได้ตายไปทั้งหมด และผิวหนังทั้งตัวของเขาเต็มไปด้วยฝีเจ็บปวดทรมาน เช่นนี้ไม่ใช่เวลาที่จะได้รับอะไรเป็นการซ้ำเติม


วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 
       อย่างที่เราได้เห็น เอลีฟัสไม่ใช่ปราศจากความเห็นอกเห็นใจท่านโยบ เพียงแต่ความเห็นอกเห็นใจมาเป็นอันดับสอง ถัดจากสิ่งที่เขาเชื่อว่า นั่นเป็นความต้องการของเขา ที่เขาจะปกป้องพระอุปนิสัยของพระเจ้า ซึ่งจะว่าไปท่านโยบได้รับความทุกข์ยากแสนสาหัส และพระเจ้าทรงเที่ยงธรรม ดังนั้นเอลีฟัสคิดว่าท่านโยบจะต้องทำบางสิ่งผิดบาปเป็นแน่ จึงสมควรที่จะได้รับบางสิ่งเกิดขึ้นกับเขา นั่นคือหลักการความเที่ยงธรรมของพระเจ้า อาลีฟัสตัดสินใจว่า ท่านโยบเป็นคนผิดที่บ่นว่าต่างๆ นาๆ
       แน่นอน พระเจ้าทรงเที่ยงธรรม แต่นั่นไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่า เราจะต้องได้รับการนชำระในทุกกรณีทันทีของทุกสถานการณ์ที่บังเกิดขึ้นในโลกแห่งความบาปนี้ ความจริงมีว่า เราจะไม่ได้รับการลงโทษทันที ความยุติธรรม และการพิพากษาจะมาแน่นอน แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นไปในเวลานี้ (วิวรณ์ 20:12) ส่วนหนึ่งของสิ่งที่หมายความถึงคือ “ที่จะดำเนินชีวิตโดยความเชื่อ ด้วยการไว้วางใจในพระเจ้า ความยุติธรรมที่ขาดแคลนอย่างหนักในโลกนี้ ในวันหนึ่งข้างหน้าจะถูกสำแดงออกมา และเป็นที่กระจ่างสำหรับเราทั้งหลาย

คำถามเพื่อการอภิปราย:
  1.  เราจะสามารถทราบในความแตกต่างระหว่างเวลา เมื่อคนหนึ่งต้องการความเมตตากรุณา และความเห็นอกเห็นใจ และเมื่อใดบุคคลหนึ่งต้องรับการ “ว่ากล่าว” โดยทั่วไปเหตุใดจึงเป็นการดีกว่าที่เราจะเต็มไปด้วยความกรุณา และความเห็นอกเห็นใจ เมื่อเราถูกขอให้ดำเนินการกับผู้ได้รับความทุกข์ยากลำบาก แม้ว่านั่นอาจเป็นเพราะความบาปของพวกเขาเอง หรือการที่พวกเขากระสิ่งที่ผิดก็ตาม

  2.  อ่านถ้อยคำของเอลีฟัส ที่พูดกับท่านโยบ ในพระธรรม โยบ บทที่ 4 และบทที่ 5 ในสถานการณ์เช่นใดที่ ถ้อยคำเช่นนั้นมีความเหมาะสมมากกว่า และถูกต้องกว่าที่เอลีฟัสจะกล่าวในเวลานั้น

  3.  สมมติว่าคุณเป็นเพื่อนสนิทของท่านโยบ และได้เดินทางไปเยี่ยมท่านโยบ ขณะที่ท่านโยบนั่งอยู่บนกองขี้เถ้า คุณคิดว่าคุณควรจะได้พูดอะไรกับท่านโยบ และทำไม อนึ่งหากเป็นคุณเองเป็นท่านโยบ คุณจะต้องการให้เพื่อนๆ พูดกับอะไรกับคุณ
 

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272