Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > Thai SS 3Qtr2016.Index > 4QTSSL2016. INDEX > บทที่ 1 กาลอวสาน : THE END > บทที่  2 สงครามแห่งประวัติศาสตร์ THE GREAT CONTROVERSY > บทที่  3 ท่านโยบยำเกรงพระเจ้าโดยไร้สาเหตุหรือ > บทที่  4 ความเจ็บปวดของพระเจ้าและมนุษย์  > บทที่  5 > > >
.
บทที่  8 โลหิตของผู้บริสุทธิ์ INNOCENT BLOOD
.

บทที่  8

โลหิตของผู้บริสุทธิ์

INNOCENT BLOOD

วันที่ 12 - 18 พฤศจิกายน 2016

 

บ่ายวันสะบาโต    

อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :

โยบ บทที่ 10; อิสยาห์ 53:6; โรม 3:10-20; โยบ 15:14-16; โยบ 1:18-20; มัทธิว 6:34

ข้อควรจำ    ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้ เป็นความรู้สึกอย่างมั่นใจว่า สิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง” (ฮีบรู 11:1)

นักเขียนมีชื่อเสียงคนหนึ่งคือ อัลเบริ์ท คามุส เกิดที่ประเทศแอลจีเรีย (ตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา) ต่อมาได้อพยพมาตั้งรกรากที่สหรัฐอเมริกา โรเบริ์ท คามุส ต้องต่อสู้ดิ้นรนหาคำตอบเรื่องความทุกข์ยากลำบากของมนุษย์ ในหนังสือชื่อ “โรคระบาด” (plague) ซึ่งเขาให้เป็นสัญลักษณ์สำหรับการเจ็บป่วยที่นำความเจ็บปวด และความทรมานมาสู่มนุษย์ โรเบริ์ท เขียนเล่าเรื่องเด็กตัวเล็กๆคนหนึ่งตายด้วยโรคระบาดรุนแรง ภายหลังบาทหลวงคนหนึ่ง ได้มาเยี่ยมและได้เห็นเด็กตายไปอย่างทรมาน ได้พูดกับนายแพทย์ซึ่งทำการรักษาการเจ็บป่วยของเด็กว่า “เรื่องเช่นนี้เป็นสิ่งน่ารังเกียจเพราะว่าเกินกว่าความเข้าใจของมนุษย์ แต่บางทีเราควรรักในสิ่งที่เราไม่สามารถเข้าใจได้” ฝ่ายแพทย์ได้ตอบอย่างอารมณ์โกรธว่า “ไม่ครับ คุณพ่อผมมีแนวคิดแตกต่างไปในเรื่องความรัก และจนกว่าจะถึงวันตายของผม ผมจะปฏิเสธที่จะรักแผนร้ายของสิ่งต่างๆที่นำความทรมานทรกรรมมาให้เด็กๆ” (โรเบริ์ท
คามุส ผู้เขียน “โรคระบาด”
“Plague (New York, International Edition, 1991, หน้า 218)
       เรื่องนี้แสดงให้เห็นสิ่งที่เราได้เห็นในพระธรรมโยบ: คำตอบแบบ “อ่อนเหตุผล” ที่เพื่อนๆให้กับท่านโยบไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา ดังนั้นยังคงมีความท้าทาย: เราจะพบคำตอบที่สมเหตุสมผลได้อย่างไร เพราะมีมากจริงๆที่เป็นคำตอบแบบไร้เหตุผล สัปดาห์นี้เราจะศึกษาต่อไปในการค้นหาคำตอบ
 

วันอาทิตย์       การร้องทุกข์ของท่านโยบ  (โยบ บทที่ 10)
                            JOB ’S COMPLAINT

 
     เพื่อนทั้งสามคนของท่านโยบ คือ เอลีฟัส บิลดัด และโศฟาร์ ต่างมีจุดยืน: คือพระเจ้าทรงลงโทษความชั่วร้าย และคนบาป แต่จุดนี้ไม่อาจนำมาใช้สำหรับกรณีของท่านโยบได้ ความเจ็บปวดทรมานของท่านโยบไม่ได้มีสาเหตุมาจาก การลงโทษตามความเที่ยงธรรมของพระเจ้า พระเจ้าไม่ได้ลงโทษท่านโยบเพราะความบาปของท่านโยบ เหมือนกับที่พระเจ้าได้ทรงลงโทษ โคราห์ ดาธาน และ อาบีรัม (กันดารวิถีบทที่ 16) ท่านโยบไม่ได้เก็บเกี่ยวในสิ่งที่ท่านหว่าน ไม่เลยเพราะท่านโยบเป็นคนชอบธรรมคนหนึ่ง พระเจ้าทรงตรัสเช่นนั้น (โยบ1:8) ดังนั้นท่านโยบไม่สมควรได้รับสิ่งต่างๆที่ได้เกิดขึ้นกับท่าน และท่านโยบทราบว่าท่านไม่สมควรจะได้รับ นี่คือที่มาซึ่งทำให้ท่านโยบ “กล่าวร้องทุกข์” ต่อพระเจ้าอย่างจริงจัง และขมขื่น

       อ่าน พระธรรมโยบ บทที่
10 ท่านโยบได้พูดอะไรกับพระเจ้า เหตุใดจึงเป็นการสมเหตุผลมาก เมื่อคุณคิดถึงสถานการณ์เกี่ยวกับท่านโยบ
 

       ในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ขมขื่น ผู้มีความเชื่อในพระเจ้าจะทูลถามพระองค์ด้วยคำถามเดียวกันไหม เช่นเอ่ยถามว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงบันดาลให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับข้าพระองค์ใช่ไหม หรือ เหตุใดพระองค์ทรงกำลังทำเช่นนี้กับข้าพระองค์ หรือ จะไม่เป็นการดีกว่าหรือที่ข้าพระองค์ไม่ได้เกิดมา และต้องพบพานกับสิ่งนี้”
       อีกครั้งหนึ่งอาจถามว่า อะไรทำให้เกิดความยากเย็นยิ่งกว่าสำหรับท่านโยบจะเข้าใจ ซึ่งท่านแน่ใจว่าได้สัตย์ซื่อต่อพระเจ้า ท่านโยบจึงร้องทุกข์ต่อพระเจ้าว่า “แม้พระองค์ทรงทราบว่า ข้าพระองค์มิได้เป็นคนอธรรม และไม่มีใครช่วยกู้ให้ออกจากพระหัตถ์ของพระองค์ได้” (โยบ
10:7)
       มีปริศนายุ่งยากอยู่ตรงนี้: เพื่อนๆของท่านโยบอาจพูดแตกต่างกันออกไป แต่ท่านโยบไม่ได้รับความทุกข์ปวดร้าวเพราะความบาปของท่าน พระธรรมเล่มนี้สอนสิ่งที่ตรงกันข้าม: ท่านโยบได้รับความทุกข์ขมขื่นเป็นเพราะความซื่อสัตย์อย่างยิ่งของท่าน  สองบทแรกของพระธรรมโยบกล่าวถึงจุดนั้น ท่านโยบไม่มีทางทราบว่าอะไรเป็นสาเหตุในความทุกข์แสนสาหัสของท่าน และถ้าท่านทราบ อาจจะทำให้ท่านรู้สึกขมขื่น และมีความคับข้องใจมากกว่าเดิมก็เป็นได้

       คุณสามารถจะพูดกับบางคนได้ไหมว่า เขา หรือเธอได้รับความทุกข์ยากลำบากอย่างไม่ยุติธรรม


วันจันทร์      โลหิตของผู้บริสุทธิ์  (1 พงศ์กษัตริย์ 8:46)
                              INNOCENT BLOOD

       บ่อยครั้งเราได้ยินผู้คนคุยกันเกี่ยวกับคำถามเรื่องความทุกข์ยากของ “ผู้บริสุทธิ์” พระคัมภีร์แม้แต่เอ่ยถึง “โลหิตของบริสุทธิ์”  อิสยาห์ 59:7; เยเรมีย์ 22:17; โยเอล 3:19) ซึ่งใช้ถ้อยคำในสถานการณ์ของการถูกโบยตี หรือแม้แต่ฆาตกรรม เมื่อคนหนึ่งไม่ควรมีสิ่งนั้นเกิดขึ้นกับเขา หรือเธอ ที่จะเข้าใจขความหมายของ “โลหิตที่บริสุทธิ์” จะต้องเข้าใจว่าโลกของเรามีตัวอย่างของผู้บริสุทธิ์อยู่เต็มไปหมด
      แต่พระคัมภีร์ได้พูดเกี่ยวว่าความบาปจริงๆของมนุษย์คือ ซี่งนี่นำคำถามดีๆ เกี่ยวกับความหมายของ “ผู้บริสุทธิ์”ถ้าทุกคนได้ทำบาป ถ้าทุกคนได้ละเมิดพระบัญญัติของพระเจ้า อย่างนั้นจะมีใครที่บริสุทธิ์จริงๆ เหมือนใครคนหนึ่งได้พูดไว้ในครั้งหนึ่งว่า “ใบเกิดของคุณเป็นข้อพิสูจน์ว่าคุณเป็นคนที่รู้สึกผิด”
       นักคิดเรื่องพระคัมภีร์ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา ได้ทำการโต้ความเห็นกันเกี่ยวกับธรรมชาติแท้ในความสัมพันธ์ของมนุษย์ต่อความบาป แต่พระคัมภีร์กล่าวชัดเจนว่า “ความบาปได้สัมผัสกับชีวิตของคนทั้งปวงบนแผ่นดินโลก” แนวคิดเรื่องความบาปของมนุษย์ไม่ได้พบเพียงในพระคัมภีร์ใหม่ หากแต่ว่าพระคัมภีร์ใหม่ได้เพิ่มข้อเขียนเกี่ยวกับความบาปของพระคัมภีร์เดิมมากขึ้น
   
       อ่าน
1 พงศ์กษัตริย์ 8:46; สดุดี 51:5; สุภาษิต 20:9; อิสยาห์ 53:6; และ โรม 3:10-20 ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้สอนเกี่ยวกับตัวจริง “ของความบาป” ว่าอะไร

       พระคัมภีร์กล่าวชัดเจนเกี่ยวกับหัวข้อ “ผู้บริสุทธิ์” แต่ทุกคนที่เคยทราบว่าองค์พระผู้เป็นเจ้านั้นแสนดี และบริสุทธิ์ จะทราบอย่างถ่องแท้ว่า มนุษย์ช่างเป็นคนบาป ในเหตุผลนั้น ใครท่ามกลางพวกเรา (ไม่รวมคำถามเรื่องเด็กทารก และเด็กตัวเล็กในเวลานี้) เป็นผู้ที่บริสุทธิ์จริงๆ หรือ
       แต่นั่นไม่ใช่จุดที่แท้จริง ท่านโยบเป็นคนบาป ในเหตุผลนั้นท่านไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์ที่ ใครๆ ที่มากกว่าบุตรชายหญิงของท่านไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์ และสิ่งที่ยังคงอยู่ สิ่งที่ท่านได้ทำ หรือ พวกเขาได้ทำ สมควรรอจนวาระสุดท้ายของพวกเขา นี่ไม่ใช่คำถามเดียวกันที่คนทั้งปวงถามเกี่ยวกับความทุกข์ยากลำบากหรือ เพื่อนๆ ของท่านโยบอาจโต้แย้งเกี่ยวกับ “เครื่องกันตัวของท่านเป็นเครื่องดิน” (โยบ
13:12) แต่ท่านโยบทราบว่ากำลังมีอะไรเกิดขึ้นแก่ท่าน ที่ไม่ใช่บางสิ่งท่านสมควรได้รับ

       ประสบการณ์ของการได้รู้จักพระเจ้า และความบริสุทธิ์ของพระองค์ช่วยเราให้เข้าใจถึงความต้องการยิ่งใหญ่ในไม้กางเขนของเราอย่างไร (สิ่งนี้เป็นจริงเมื่อเรารับรู้ถึงความบาปของเรา)


วันอังคาร      ความตายที่ไม่ยุติธรรม  (โยบ 15:14-16)                
                     UNFAIR DEATHS

       อ่านพระธรรม โยบ 15:14-16 ความจริงอะไรที่เอลีฟัสได้ให้กับท่านโยบ

       ไม่สงสัยเลยว่าพระเจ้าทรงสามารถใช้ความทุกข์ยากลำบากเพื่อสอนบทเรียนสำคัญแก่เรา “พระเจ้าทรงได้ทดสอบประชากรของพระองค์ใน “เตาไฟ แห่งความทุกข์ยาก” เสมอ ในความร้อนของเตาไฟ สิ่งที่ไม่บริสุทธิ์จะแยกตัวออกจากทองคำบริสุทธิ์แห่งอุปนิสัยของคริสเตียน”  (เอลเลน จี. ไว้ท์ บรรพชน กับผู้เผยพระวจนะ, หน้า 129)       
       แต่มีปัญหาลึกกว่าเกี่ยวกับความทุกข์ลำบาก เกี่ยวกับว่าเมื่อไม่มีสิ่งดีใดๆออกมาจากความทุกข์ยากนั้น และความทุกข์เจ็บปวดที่ไม่มีสิ่งไร้คุณค่าใดๆ แยกออกมาจากทองคำแห่งอุปนิสัยคริสเตียนของพวกเขา เพราะพวกเขาถูกฆ่าเร็วเกินไป และเหล่าผู้ได้รับความทุกข์ยากลำบากเช่นนั้น จะไม่มีวันรู้จักพระเจ้าเที่ยงแท้ หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดเกี่ยวกับพระองค์ และมีบางรายที่รับความทุกข์ยากลำบาก แต่เป็นว่าพวกเขาได้รับความขมขื่นมากขึ้น โกรธหนักขึ้น และรู้สึกเกลียดพระเจ้า เราไม่อาจทำตัวเพิกเฉยต่อตัวอย่างเหล่านี้ และพยายามค้นหาคำตอบง่ายๆ เพื่อตอบต่อประเด็นความยากลำบากนั้นๆ การทำเช่นนั้นบางทีอาจทำให้เรารู้สึกผิดอย่างเดียวกับเพื่อนๆของท่านโยบ เมื่อพวกเขาปรักปรำท่านโยบสำหรับความทุกข์แสนเจ็บปวดของท่าน
       มีบทเรียนอะไรที่ท่านโยบ และเพื่อนๆได้เรียนรู้ ซาตานได้เผชิญกับอะไรที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ผ่านความความสัตย์ซื่อของท่านยาโคบ และการสิ้นสุดชีวิตของผู้ได้รับความทุกข์ยากลำบากดูไปเหมือนไม่ยุติธรรม ข้อเท็จจริงเป็นว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ยุติธรรม และเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง
       เราพบกับการท้าทายหลายอย่างคล้ายกันในปัจจุบัน เด็กอายุหกปีตายด้วยโรคมะเร็ง นั่นเป็นการยุติธรรมหรือ นักศึกษาหญิงคนหนึ่งอายุ
20 ปีถูกดึงออกจากรถยนต์ของเธอ และถูกข่มขืน และนั่นมันยุติธรรมไหม หญิงที่เป็นแม่อายุ 35 ปีคนหนึ่งมีบุตรชายหญิง 3 คนตายในอุบัติเหตุทางรถยนต์ นั่นเป็นสิ่งยุติธรรมไหม แล้วชาวญี่ปุ่น 19,000 คนเสียชีวิตในปี 2011 จากแผ่นดินไหวที่เมืองโตโฮคุ พวกเขาทั้ง 19,000 คนได้ทำผิดบาปและต้องถูกลงโทษพร้อมกันอย่างนี้เป็นการยุติธรรมไหม ถ้าไม่... การตายของพวกเขาก็ไม่ยุติธรรมเช่นกัน
วันพุธ      เพียงพอสำหรับวันหนึ่ง   (ปฐมกาล 4:8)             
               SUFFICIENT FOR THE DAY


       อ่าน พระธรรม โยบ 1:18-20; ปฐมกาล 4:8; อพยพ 12:29, 30; 2 ซามูเอล 11:17; เยเรมีย์ 38:6; มัทธิว 14:10; และ ฮีบรู 11:35-38 คิดเกี่ยวกับการตายของบุคคลเหล่านั้นในข้อพระคัมภีร์ จากนั้นถามตัวคุณเองด้วยคำถามว่า: เป็นการยุติธรรมไหมที่ชีวิตถูกพรากจากพวกเขาไป

       พระคัมภีร์แสดงให้เราเห็น “ข้อมูลความจริงอย่างหยาบๆ” เกี่ยวชีวิตในโลกแห่งความผิดบาปของเรา ข้อเท็จจริงมีว่า ความชั่วร้าย และความทุกข์ยากลำบากเป็นเรื่องจริง การอ่านพระวจนะของพระเจ้าอย่างลวกๆ สามารถให้แนวคิดผิดที่จะกล่าวว่า ชีวิตที่นี่ยุติธรรม เที่ยงตรง และดี นั่นเป็นการให้แนวคิดที่ผิด อย่างกล่าวอีกว่า ขอเพียงเราคงความสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า ความทุกข์บยากลำบากจะไม่มาหา แน่นอนความซื่อสัตย์จะทำให้เราได้รับรางวัลเดี๋ยวนี้ แต่นั่นไม่หมายความว่าพระเจ้าจะทรง “ปิดกั้น” หรือ “หยุด” ความทุกข์เจ็บปวดรวดร้าวไว้ ขอให้ดูชีวิตของท่านโยบเป็นตัวอย่าง
       ในเรื่องเทศนาบนภูเขา พระเยซูทรงประทานเรื่องเทศน์ที่ทรงพลัง โดยบอกว่าเหตุใดเราจำเป็นต้องไว้วางใจในพระเจ้า และไม่เป็นกังวลเกี่ยวสิ่งที่เราจะรับประทาน จะดื่ม หรือนุ่งห่ม โดยพระเยซูทรงใช้ตัวอย่างจากธรรมชาติเพื่อทำให้ได้บทเรียนชัดเจน ว่าเหตุใดเราสามารถไว้วางใจในคุณความดีของพระเจ้า เพื่อสนองต่อความต้องการของเราได้ แล้วพระเยซูทรงสรุปคำเทศนาอันมีชื่อเสียงเหล่านี้ด้วยถ้อยคำว่า “เหตุฉะนั้น อย่ากระวนกระวายถึงพรุ่งนี้ เพราะว่าพรุ่งนี้คงมีการกระวนกระวายสำหรับพรุ่งนี้เอง แต่ละวันก็มีทุกข์พออยู่แล้ว” (มัทธิว
6:34)
       สังเกตประโยคว่า “แต่ละวันก็มีทุกข์พออยู่แล้ว” (มัทธิว 6:34) พระเยซูไม่ทรงปฏิเสธว่าแต่ละวันมีความ “ทุกข์” ซึ่งอาจหมายถึงความยากลำบากต่างๆ ฝ่ายร่างกาย อันรวมไปถึงความทุกข์ฝ่ายจิตวิญญาณด้วย ความหมายอีกอย่างคือพระองค์ทรงสถิตอยู่กับเราในแต่ละวัน ถ้ามีสิ่งหนึ่งพระองค์ทรงกระทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม เท่ากับพระองค์กำลังเตือนเราถึงสิ่งชั่วร้ายที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเรา ในฐานะขององค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงทราบถึงสิ่งชั่วร้ายซึ่งมีอยู่ในโลกมากกว่าคนใดในพวกเราจะเข้าใจได้ และแน่นอนเราทั้งหลายทราบเรื่องนี้อยู่แล้วไม่น้อยทีเดียว

       ใครในพวกเราได้ชิมรสชาติเพียงเล็กน้อย (หรืออาจมาก) ของสิ่งที่เรียกว่า “ความอยุติธรรม” ในชีวิตของเราว่าเป็นอย่างไร เราสามารถมุ่งมองไปยังคำเตือนของพระเยซูเกี่ยวกับสิ่งชั่วร้ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งพระเยซูทรงห่วงใย อันจะช่วยหนุนใจเรา ให้พละกำลังกับเรา


วันพฤหัสบดี    สิ่งต่างๆที่มองไม่เห็น (สุภาษิต 3:5)                                                                                                                                                                                                                
                             
THINGS NOT SEEN        

       อ่าน พระธรรม สุภาษิต 3:5 สุภาษิตข้อนี้เป็นข้อพระคัมภีร์ที่รู้จักกันดี  พินิจดูว่ามีข่าวสารสำคัญอะไรสำหรับเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เราพึ่งได้ศึกษาไป

      กรณีของความทุกข์เดือดร้อนของท่านโยบดูเหมือนเป็นตัวอย่างที่สาหัสสากรรจ์ แต่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าความทุกข์ทรมานของมนุษย์เป็นสิ่งที่จริง และน่ากลัวในโลกแห่งความบาปของเรา จะว่าไปแม้เราไม่ได้อ่านเรื่องของท่านโยบ หรือเรื่องที่หนักหน่วงอื่นๆ เราก็สามารถอ่านพบเรื่อง “ความทุกข์เจ็บปวด” ในพระคัมภีร์ซึ่งบอกว่าเป็นของจริง เราได้พบความทุกข์ยากปรากฏอยู่กับผู้คนรอบตัวเรา เพราะความทุกข์ยากนี้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเราทุกคน
       ชีวิตของคนเรานั้นแสนสั้น ชีวิตของผู้คนเต็มไปปัญหาความทุกข์เดือดร้อน พระคัมภีร์เปรียบชีวิตของคนเราไว้ว่า “มนุษย์ที่เกิดมาในโลกโดยผู้หญิงก็อยู่แต่น้อยวัน และเต็มไปด้วยความยุ่งยากใจ เขาออกมาเหมือนดอกไม้ แล้ว
ก็เหี่ยวแห้งไป เขาลี้ไปอย่างเงา และไม่อยู่ต่อไปอีก” (โยบ
14:1, 2)
       ดังนั้น อีกครั้งหนึ่ง คำถามที่เราปล้ำสู้คือ เราจะอธิบายเรื่อง “ความทุกข์ยากลำบาก” ได้อย่างไร เพราะดูเหมือนว่าความยากลำบาก ความเดือดร้อน ความเจ็บปวดมักเป็นประเภทหาเหตุผลไม่ได้ เป็นประเภทเดียวกับที่ผู้ชอบธรรมต้องหลั่งเลือดอะไรทำนองนั้น
       เหมือนกับบทต้นๆของพระธรรมโยบได้แสดงให้เห็น ซาตานมีตัวตนจริง และเป็นสาเหตุนำมาซึ่งความทุกข์ลำบากนานัปการ เหมือนที่เราได้เห็นจากศึกษาพระธรรมในไตรมาสนี้ ในหัวข้อ “สงครามแห่งประวัติศาสตร์” (การต่อสู้ขับเคี่ยวระหว่างพระคริสต์ และซาตาน) เป็นหัวข้อสำคัญที่ได้ช่วยเราเป็นอย่างดีเกี่ยวกับ ความชั่วร้ายเป็นสิ่งที่มีอยู่ในโลกของเราเป็นสิ่งที่จริง       
       กระนั้นจะว่าไป บางครั้งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยากยิ่ง เพราะเหตุใดสิ่งต่างๆเหล่านั้นจึงได้อุบัติขึ้นที่เราไม่เข้าใจ ที่เราจำเป็นต้องเรียนรู้ ที่จะไว้วางใจในคุณความดีของพระเจ้า เราจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะไว้วางใจในพระเจ้าเช่นกัน แม้ว่าเมื่อได้รับคำตอบแต่ยังไม่กระจ่าง และเมื่อเราไม่สามารถพบสิ่งดีใดๆ จากความชั่วร้าย และความทุกข์เดือดร้อนรายรอบเรา

       พระธรรม ฮีบรู
1:1 “ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้ เป็นความรู้สึกมั่นใจว่า สิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง” จากสิ่งต่างๆที่เราเห็นด้วยสายตา เราจะสามารถเรียนรู้ที่จะไว้วางใจพระเจ้าเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่เรามองไม่เห็นได้อย่างไร จากที่เราได้อ่านพระธรรมโยบมาจนถึงบัดนี้ ท่านโยบได้เรียนรู้จะทำสิ่งใด และเราจะสามารถเรียนรู้ที่จะทำในสิ่งเดียวกันได้อย่างไร


วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 

       อารัมภบท ของวันสะบาโตที่แล้วเริ่มด้วย อัลเบริ์ท คามุส  ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการดิ้นรนค้นหาคำตอบ เขาปลุกปล้ำกับคำถามเรื่อง “ความทุกข์ลำบากยากไร้” ของชีวิตของมนุษย์ในความหมายทั่วไป “ว่ามันมากจากไหนกัน” กันซึ่งเหมือนกับนักคิดผู้ไม่เชื่อในเรื่องของพระเจ้าส่วนมาก เขาไม่สามารถพบคำตอบที่พึงพอใจได้ ข้ออ้างอิงอันมีชื่อเสียงที่ อัลเบริ์ท นำมาอ้าง แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เขารู้ช่างเล็กน้อยจริงๆ ข้ออ้างอิงที่ อัลเบริ์ท ยกมามีว่า “ปัญหารุนแรงสุดสุดของความทุกข์นำไปสู่ “ความซึมเศร้า” ของมนุษย์ในด้านปรัชญาคือสิ่งที่นำไปสู่ “การฆ่าตัวตาย” ไม่ว่าจะตัดสินจากมุมมองไหน “ชีวิตนั้นมีค่าต่อการดำรงชีวิตต่อไป หรือไร้ค่าที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป” สรุปรวมแล้วขึ้นอยู่กับคำถามอันเป็นพื้นฐานด้านปรัชญาของแต่ละคน” (จาก The Myth of Sisyphus of and Other Essays, (New York: Vintage Books, 1955 หน้า 3)      
       แต่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างผู้ดิ้นรนต่อสู้ค้นหาคำตอบเรื่อง “ความทุกข์ยากลำบาก” ของมนุษย์ว่ามีสาเหตุว่ามาจากไหนของผู้ไม่เชื่อในพระเจ้า กับผู้มีความเชื่อในพระเจ้า สำหรับผู้ไม่เชื่อในพระเจ้ามีคำตอบหลากหลายแต่ไม่เป็นที่พึงพอใจของผู้ค้นพบคำตอบแม้รายเดียว สำหรับผู้เชื่อในพระเจ้าพวกเขาทราบคำตอบจากพระคัมภีร์อย่างไม่ยากลำบาก (มีผู้เขียนถึงชีวิตของอัลเบริ์ทในวัยชราว่า อัลเบริทต้องการรับบัพติศมา แต่เขาได้รับอุบัติเหตุทางรถยนต์และเสียชีวิตก่อนที่จะได้ทำเช่นนั้น) นอกจากเราได้เรียนรู้สาเหตุความเจ็บปวดรวดร้าวของมนุษย์จากพระคัมภีร์ เรายังมีความหวังในแก้ปัญหาในเรื่องนี้อย่างเบ็ดเสร็จจากพระวจนะว่า “พระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาทุกๆหยดจากตาของเขา ความตาย จะไม่มีอีกต่อไป การคร่ำครวญ การร้องไห้ และการเจ็บปวดจะไม่มีอีกต่อไป เพราะยุคเดิมนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว” (วิวรณ์ 21:4)

 

คำถามเพื่อการอภิปราย:

  1.  ข้อยืนยันที่ผู้คนนำขึ้นมาเกี่ยวกับคำถามเรื่อง “สิ่งชั่วร้าย” (evil) แล้วให้แนวคิดว่า “จะว่าอย่างไรก็ถูกต้อง “มีความชั่วร้ายอยู่ในโลก แต่เรามีสิ่งที่ดีมากกว่าสิ่งที่ชั่ว” บางคนอาจตั้งคำถามข้อแรก: เราจะแน่ใจได้อย่างไรถ้าชั่งในตาช่าง “สิ่งที่ดี” มีน้ำหนักกว่า “สิ่งที่ชั่ว” จริงหรือ คนหนึ่งจะทำการเปรียบเทียบได้อย่างไร คำถามข้อที่สอง: ถ้านั่นเป็นสิ่งที่จริง (ความดี หนักกว่าความชั่ว) ในเรื่องของท่านโยบ และอีกบางคน “สิ่งที่ดี” หนักกว่า “สิ่งที่ชั่ว” จริงไหม นักปรัชญาชาวเยอรมัน ชื่ออาเธอร์ โชเพ็นเชอร์ ใช้ตัวอย่างอันทรงพลังเพื่อจะทำลายแนวคิดเรื่อง “ความดี”และ “ความชั่ว” ในปัจจุบัน ด้วยการเขียนว่า “สมมติว่าความสุขชื่นชมยินดีในโลก มีน้ำหนักมากความทุกข์เจ็บปวดรวดร้าว หรือเป็นความจริงที่ว่า “ความดี” และ “ความชั่ว” มีความสมดุลกัน แต่เราคงเปรียบเทียบความสมดุลในสัตว์สองประเภทไม่ได้ใช่ไหม คือ: ระหว่างสัตว์ที่กินเนื้อ และสัตว์ที่เป็นเนื้อที่ถูกกิน” คุณเห็นด้วยในแนวคิดที่ว่า “ความดี” และ “ความชั่ว” ในโลกมีความสมดุลกันไหม

________________________
Additional links on this topic:

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272