Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > Thai SS 3Qtr2016.Index > 4QTSSL2016. INDEX > บทที่ 1 กาลอวสาน : THE END > บทที่  2 สงครามแห่งประวัติศาสตร์ THE GREAT CONTROVERSY > บทที่  3 ท่านโยบยำเกรงพระเจ้าโดยไร้สาเหตุหรือ > บทที่  4 ความเจ็บปวดของพระเจ้าและมนุษย์  > บทที่  5 > > > > > > > >
.
บทที่  13 อุปนิสัยของท่านโยบ
.

บทที่  13
อุปนิสัยของท่านโยบ
THE CHARACTER OF JOB
วันที่  17 – 23  ธันวาคม  2016

 

บ่ายวันสะบาโต 

   
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :
โยบ 1:1, 8; โยบ 29:8-17; โยบ 31:1-23; อพยพ 20:17; มัทธิว 7:22-27; มัทธิว 5:16; เอเฟซัส 3:10

ข้อควรจำ    ท่านทั้งหลายก็เห็นแล้วว่า ความเชื่อมีกำลังร่วมกับการประพฤติตามของท่าน และความเชื่อนั้นจะบริบูรณ์ด้วยการประพฤติ” (ยากอบ 2:22)

เราได้ศึกษาหัวข้อหลักทั้งหมด ในพระธรรมโยบ แต่เราต้องไม่ลืมว่ามีหัวข้อสำคัญอยู่อีกหนึ่ง : นั่นคือตัวตนของท่านโยบเอง ท่านผู้นี้เป็นใครที่องค์พระผู้เป็นเจ้าวางใจในท่านยิ่งนัก จนพระองค์ท้าทายกับพญามารในเรื่องความสัตย์ซื่อของท่านโยบ
       พระธรรมโยบครอบคลุมประสบการณ์ของท่านโยบ หลังจากเหตุการณ์ต่างๆทำให้ท่านโยบตกใจหวาดกลัวในบทที่หนึ่ง และจากเรื่องราวของท่านโยบ เราสามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตก่อนหน้านี้ของท่าน และสิ่งที่เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับอดีตของท่านโยบ และพิจารณาดูว่าท่านโยบเป็นคนประเภทใด เพื่อท่านจะได้ความเข้าใจอย่างลุ่มลึกกว่า ว่าเพราะเหตุใดท่านโยบจึงคงความสัตย์ซื่อต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า แม้ในช่วงที่ท่านได้รับความกกทุกข์เดือดร้อนแสนสาหัสอันเนื่องมาจาก ซาตานได้ทดลองท่านอย่างหนักหน่วง เพื่อหันเหจิตใจของท่านโยบให้ออกห่างพระเจ้า
       ท่านโยบเป็นเหมือนกับใคร เราสามารถเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับการดำรงชีวิตของท่าน ที่สามารถจะช่วยเราขณะที่เราดำเนินสชีวิตของเราทั้งหลายเอง

วันอาทิตย์       ชายจากแผ่นดินอูส  (โยบ 1:1, 8)

                             THE MAN FROM UZ

       อ่าน พระธรรม 1:1 และ โยบ 1:8 ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้บอกอะไรเราเกี่ยวกับอุปนิสัยของท่านโยบ
       เพื่อนๆ ของท่านโยบ บอกผ่านการสนทนากับท่านโยบว่า ท่านโยบคงได้ทำความผิดอะไรบางอย่าง สิ่งชั่วร้ายเหล่านี้จึงได้เกิดขึ้นกับท่าน แต่สิ่งที่พวกเขาได้กล่าวออกมาตรงกันข้ามกับความเป็นจริง เพราะการที่ท่านโยบเป็นคนดี มีความสัตย์ซื่อต่างหาก ที่ท่านโยบตกเป็นเป้าโจมพิเศษของซาตาน
      ท่านโยบเป็นคนดีเพียงใด ประการแรก ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้บอกเราว่า ท่านโยบเป็น “คนดีรอบคอบ” และ “เที่ยงธรรม” คำกล่าวนี้ไม่ได้หมายถึง “การปราศจากความบาป” มีเพียงพระเยซูองค์เดียวที่ปราศจากบาป อย่างไรก็ดีบุคคลที่ “ดีรอบคอบ” ตามน้ำพระทัยของพระเจ้า คือบุคคลผู้ได้ก้าวไปถึงระดับความเติบโตที่พระเจ้าทรงคาดหวังเขา หรือเธอไปถึงในเวลาที่ทรงกำหนดให้ ประสบการณ์ชีวิตในช่วงหลังของท่านโยบ แสดงให้เห็นว่า ท่านยังก้าวไปไม่ถึง “ความสมบูรณ์” ในอุปนิสัย ท่านโยบเป็นคนสัตย์ซื่อ และเที่ยงธรรม จริง และท่านกำลังเติบโตขึ้นในคุณธรรมดังกล่าว
       ประการที่สอง ข้อพระคัมภีร์กล่าวว่าท่านโยบเป็นคน “ซื่อตรง” คำนี้หมายถึงความสัตย์ซื่อ “เคร่งครัด” ในการดำเนินชีวิต เป็นคน “สุขุมรอบคอบ” เป็นคน “รักความยุติธรรม” และเป็นคน “รักในความถูกต้อง” กล่าวได้ว่าท่านโยบดำเนินชีวิตที่อาจได้รับเกียรติคุณเป็น “ประชากรดีเด่น”
       ประการที่สาม ข้อพระคัมภีร์กล่าวด้วยว่าท่านโยบเป็นคนที่ “ยำเกรงพระเจ้า” พระคัมภีร์เดิมวาดภาพ “ความยำเกรงพระเจ้า” เป็นคุณสมบัติส่วนหนึ่งของ “ชนอิสราเอลที่สัตย์ซื่อ” ในพระคัมภีร์ใหม่เรียกคนต่างชาติ (Gentiles) ที่สัตย์ซื่อว่า “นายร้อยโครเนลิอัส เป็นคนชอบธรรม และเกรงกลัวพระเจ้า และเป็นคนมีชี่อเสียงดีในหมู่พวกคนยิว” (กิจการฯ 10:22)
       ประการสุดท้าย ท่านโยบ “หลบเลี่ยง” (eschewed) หรือ “หลีกเลี่ยง” สิ่งชั่วร้าย พรรณนาอุปนิสัยของท่านโยบซึ่งสนับสนุนโดยองค์พระผู้เป็นเจ้าเอง เมื่อทรงตรัสกับซาตานว่า “เจ้าได้ไตร่ตรองดูโยบผู้รับใช้ของเราหรือไม่ ว่าในแผ่นดินโลกไม่มีใครเหมือนเขา เป็นคนดีรอบคอบ และเที่ยงธรรม เกรงกลัวพระเจ้าและหันเสียจากความชั่วร้าย” (โยบ 1:8)
       ในตอนท้ายสุด ท่านโยบเป็นชายคนหนึ่งที่สัตย์ซื่อต่อพระเจ้า ท่านได้สาธิตความเชื่อออกมาด้วยการดำเนินชีวิตของท่าน และด้วยการเป็นพยานให้กับ “ทูตสวรรค์ และมนุษย์” (1 โครินธ์ 4:9) เกี่ยวกับว่าบุคคลหนึ่งสามารถอยู่ในพระคริสต์ได้อย่างไร

      ถ้าพระธรรมโยบ เป็นหนังสือเกี่ยวกับตัวตนของคุณ บรรทัดเปิดฉาก คุณจะเขียนว่าอย่างไร ลองเติมคำลงในช่องว่าง “นี่เป็นเป็นเรื่องราวของ...........................ซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่...................ถนน...........................ตำบล............................เขต (อำเภอ) จังหวัด.................................เขา (เธอ) เป็นผู้ที่........................ในพระเจ้าเป็นคนที่...................................ของบุคคลทั่วไป เป็นคนที่.........................จากความชั่วร้าย
 
วันจันทร์      ทางเท้าเหมือนครีมหวาน  (โยบ 29:8-17)
                     A PATH LIKE SWEET CREAM
       ท่านโยบครุ่นคิดอย่างหนัก เพื่อหาความเข้าใจในเหตุการณ์อันน่ากลัวที่เกิดขึ้นกับท่าน ท่านคิดเกี่ยวกับอดีตที่ผ่านมาท่านดำเนินชีวิตของท่านอย่างไร และพระเจ้าทรงแสนดีกับท่านเพียงได เมื่อพูดย้อนไปถึงอดีต ท่านโยบพูดในเวลานั้นว่า “เมื่อเขาล้างย่างเท้าของข้าด้วยนมข้น และก้อนหินเทธารน้ำมันออกให้ข้า” (โยบ 29:6)
       ยกตัวอย่าง ในพระธรรมโยบ 29:2 ท่านโยบพูดเกี่ยวกับเวลาที่ “โอข้าฯอยากอยู่อย่างแต่เก่าก่อน อย่างในสมัยเมื่อพระเจ้าทรงพิทักษ์ข้า” คำในภาษาฮีบรูสำหรับ “พิทักษ์” มาจากคำสามัญที่ใช้ตลอดในพระคัมภีร์เดิม ที่พระเจ้าทรงสั่งทูตสวรรค์ให้ “ระแวดระวัง” ประชากรของพระองค์ (สดุดี 91:11; กันดารวิถี  6:24) ไม่สงสัยแลย ท่านโยบดำเนินชีวิตที่ดีงาม และท่านโยบเองก็ทราบว่าท่านมีชีวิตที่ดี

       อ่าน โยบ 29:8 -17 ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้บอกเราเกี่ยวกับคนอื่นตัดสินท่านโยบอย่างไร และท่านโยบปฏิบัติต่อคนเหล่านั้นที่กำลังผ่านเวลาแห่งความยากลำบากอย่างไร

       เราสามารถอ่านจากตรงนี้ว่าท่านโยบได้รับการนับถือมากเพียงใด ถ้อยคำที่ใช้เกี่ยวกับท่านโยบบอกว่า “เมื่อข้าออกมายังประตูเมือง เมื่อข้าเตรียมที่นั่งของข้า” (โยบ 29:7) แนะนำว่าท่านน่าจะเป็นผู้ปกครองท้องถิ่น เป็นที่ชัดเจนว่าท่านโยบมีส่วนสำคัญตรงนี้ “ที่นั่ง” ในลักษณะนึ้โดยปกติจะจัดให้ผู้อาวุโส หรือสมาชิกสำคัญในสังคมนั่ง ซึ่งในจำนวนสมาชิกของสังคม ท่านโยบได้รับเกียรติอย่างสูง
       แต่เราพบว่าแม้แต่สมาชิก “ต่ำสุด” ของสังคมยังรัก และให้การนับถือท่านโยบ ส่วนคนยากจน คนใกล้ตาย คนตาบอด หญิงม่าย ลูกกำพร้าพ่อ และคนขาพิการ และเหล่าที่ไม่ได้รับพระพรมากมาย เหมือนกับที่ท่านโยบได้รับคนเหล่านั้นเป็นกลุ่มคนที่ท่านโยบให้การสงเคราะห์ และการปลอบโยน
       ข้อพระคัมภีร์เช่นนี้ และอื่นๆ (ซึ่งเราจะได้พบ) แสดงให้เราเห็นว่า เหตุใดท่านโยบผู้ประสบความสำอย่างยิ่งในทุกทาง ทั้งพระเจ้า และคนทั่วไปมีทัศนะที่ดียิ่งในตัวท่าน


       เป็นการง่ายที่จะเป็นคนประเภทให้ความเคารพนับถือ ต่อคนร่ำรวย คนมีอำนาจ และมีชื่อเสียง แต่คุณจะปฏิบัติต่อผู้คนที่ไม่มีอะไร ที่จะให้กับคุณนับถือได้เลยอย่างไร

วันอังคาร      ดวงใจ และนัยน์ตา   (โยบ 31:1-23)                
                     HEART AND EYES
      

       ถ้าเพียงเหลือบมองข้อพระคัมภีร์ข้างล่าง จะดูเหมือนท่านโยบกำลังอวดตัว หรือมองแล้วเหมือนท่านโยบโอ้อวดว่าท่านเป็นคนบริสุทธิ์ และเป็นคนดีเพียงใด ถ้าท่านโยบมีท่าทีเช่นนั้นจริง ก็เป็นสิ่งพระคัมภีร์ไม่เห็นด้วย (อ่าน มัทธิวบทที่ 23) แต่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับท่านโยบ อีกครั้งหนึ่งเป็นสิ่งสำคัญจะจำหัวข้อของเรื่องนี้ไว้ ท่านโยบได้รับการบอกว่า สิ่งที่ท่านทำในอดีตเป็นสาเหตุทำให้ท่านต้องพบกับความทุกข์เดือดร้อนในตอนนี้ แต่ท่านโยบทราบว่าแนวคิดเช่นนี้ไม่สามารถจะเป็นความจริงได้ เพราะไม่มีสิ่งใดที่ท่านโยบได้ทำ ทำให้ท่านสมควรได้รับในสิ่งที่เกิดขึ้นกับท่าน ดังนั้นท่านพยายามนึกถึงประเภทของชีวิตที่ได้ดำเนินไป และประเภทของบุคคลที่ท่านเป็น

       อ่าน พระธรรม โยบ 31:1-23 ท่านโยบได้พูดอะไรอีกเกี่ยวกับ ท่านได้เนินชีวิตในอดีตอย่างไร ก่อนที่เหตุการณ์อันร้ายแรงได้บังเกิดขึ้นกับท่าน

      สังเกตเช่นกัน ท่านโยบไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำภายนอกของท่านเท่านั้น ข้อพระคัมภีร์ที่ว่า “ถ้าย่างเท้าของข้าหันออกไปจากทาง และจิตใจของข้าไปตามนัยน์ตาของข้า” (โยบ 31:7) แสดงให้เห็นท่านโยบเข้าใจความหมายเชิงลึกของคำว่า “ความบริสุทธิ์” ตลอดจนความหมายลึกซึ้งว่า “สิ่งที่ถูก” และ “สิ่งที่ผิด” และพระบัญญัติของพระเจ้า ท่านโยบทราบชัดว่าพระเจ้าทรงใส่พระทัยเกี่ยวกับ ดวงใจ ความคิด และการกระทำของเรา (อ่าน 1 ซามูเอล 16:7; อพยพ 20:17; มัทธิว 5:28) ท่านโยบทราบว่าเป็นการผิดที่จะมีใจกำหนัดกับผู้หญิงที่ไม่ใช่ภรรยา ซึ่งเท่าเป็นการล่วงประเวณีทางใจกับเธอ
 
       อ่าน ท่านโยบพูดอะไรใน พระธรรม โยบ 31:13-15 เหตุใดข่าวสารนี้จึงมีความสำคัญมาก

       ตรงนี้ท่านโยบแสดงความทึ่งในความเข้าใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยของท่านโยบ ในความจริงที่ว่าพระเจ้าทรงถือว่าไม่ว่ามนุษย์จะยากดีมีจน สูงต่ำ ดำขาว ร่ำรวย หรือยากจน ทุกคนมีค่าเท่ากันในสายพระเนตรของพระเจ้า โลกในสมัยพระคัมภีร์ ไม่ใช่สถานที่ ที่ผู้คนเข้าใจ และดำเนินตามสิทธิสากล และกฏหมายสากล ที่กลุ่มชนบางกลุ่มคิดว่าพวกเขาเองยิ่งใหญ่กว่า หรือดีเด่นกว่าคนอื่นๆ แต่ตรงนี้ท่านโยบแสดงให้เห็นว่าท่านเข้าใจเกี่ยวสิทธิของมนุษยชน และสิทธิทั้งหมดนี้มาจากพระเจ้าผู้ทรงสร้างพวกเรา ในบางลักษณะ ท่านโยบอยู่ล่วงหน้าผู้คนในสมัยของท่าน และแม้แต่สมัยของเราเช่นกัน

 

วันพุธ      บ้านตั้งบนศิลา    (โยบ 31:24-34)             
                A HOUSE ON THE ROCK


       อ่านพระธรรม โยบ 31:24-34 มีอะไรอีกที่เราสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับท่านโยบ

      ไม่ประหลาดใจเลยที่องค์พระผู้เป็นเจ้ากล่าวในสิ่งพระองค์ทรงทำเกี่ยวชีวิต และอุปนิสัยของท่านโยบ นี่คือชายคนหนึ่งผู้ดำรงชีวิตความเชื่อของท่านอย่างชัดเจน ท่านคือชายผู้แสดงผลงานอออกมาว่าท่านมีความสัมพันธ์อันดีกับพระเจ้า ความเชื่อของท่านทำให้ “การบ่น” (complaint) ของท่านขมขื่นขึ้นไปอีก: เหตุใดสิ่งนี้เกิดขึ้นกับข้าพเจ้า ซ้ำยังทำให้ข้อโต้แย้งกับเพื่อนๆของท่านปรากฏเป็นสิ่งของราคาถูก และไร้ประโยชน์เหมือนมันเป็นจริงเช่นนั้น
       แต่ยังมีข่าวสารที่ลึกซึ้งกว่า และสำคัญกว่าที่เราสามารถได้รับจากชีวิตที่สัตย์ซื่อ และเชื่อฟังของท่านโยบ สังเกตว่าท่านโยบดำเนินชีวิตในอดีต มีความผูกพันใกล้ชิดกับการกระทำอย่างไร เมื่อสิ่งเลวร้ายอันน่าระทึกใจเกิดขึ้นกับท่านในภายหลัง ไม่ใช่โดยความบังเอิญ หรือโชค หรือความตั้งใจมุ่งมั่นที่ทำให้ท่านโยบปฏิเสธจะทำตามคำแนะของภรรยาที่บอกกับท่านโยบว่า “ท่านยังจะยึดมั่นในความซื่อสัตย์ของท่านอีกหรือ จงแช่งด่าพระเจ้าและตายเสียเถอะ” (โยบ 2:9) ที่ท่านโยบไม่ทำตามเพราะท่านโยบสัตย์ซื่อ และเชื่อฟังพระเจ้ามานานปี ระยะเวลาดังกล่าวได้เสริมสร้างความเชื่อ และอุปนิสัยที่ช่วยให้ท่านโยบไว้วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับท่านก็ตาม

       อ่าน พระธรรม มัทธิว 7:22-27. เราได้พบอะไรในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ ที่ให้เหตุผลชัดเจน ว่าเหตุใดท่านโยบจึงยืนหยัดความสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า

       ความลับในชัยชนะอันสำคัญนี้ จะพบได้ในชัยชนะขนาด “เล็กกว่า” ที่ท่านได้รับก่อนหน้านี้ (อ่าน ลูกา 16:10) เป็นความเชื่อเข้มแข็งของท่านโยบทำให้ท่านมีพละกำลังที่จะปฏิเสธความประนีประนอม สิ่งที่เราพบในพระธรรมโยบเป็นตัวอย่างของสิ่งที่พระธรรมยากอบกล่าวเกี่ยวกับการงานในชีวิตแห่งความเชื่อ “ท่านทั้งหลายก็เห็นแล้วว่า ความเชื่อมีกำลังร่วมกับการประพฤติตามของท่าน และความเชื่อนั้นจะบริบูรณ์ด้วยการประพฤติ” (ยากอบ 2:22) สิ่งสำคัญในหลักการดำเนินชีวิตของคริสเตียนถูกแสดงในเห็นในพระคัมภีร์ข้อนี้ ในเรื่องของท่านโยบ เราได้พบว่าท่านโยบดำเนินตามหลักการนี้อย่างทรงพลัง ท่านโยบถูกสร้างมาด้วยเนื้อหนัง และกระดูกเหมือนกับเราทุกคน แต่โดยพระคุณของพระเจ้า และการเลือกอย่างสัตย์ซื่อของท่านโยบ ท่านโยบดำเนินชีวิตอย่างสัตย์ซื่อ และเชื่อฟังพระเจ้า
       ท่านจะต้องตัดสินใจเลือกทำอะไร เพื่อที่จะดำรงชีวิตอย่างสัตย์ซื่อเหมือนอย่างที่ท่านโยบได้ทำ


วันพฤหัสบดี      พระสติปัญญายิ่งใหญ่ของพระเจ้า
                            (มัทธิว 5:16)                                                                                                                                                                                                                
                               THE GREAT WISDOM OF GOD

       ในตอนต้นของพระธรรมโยบ ท่ามกลางการอภิปรายโต้ตอบ กลับไปกลับมาระหว่างพวกเพื่อนๆของท่านโยบ และโยบ เอลีฟัส ชาวเทมาน ถามท่านโยบว่า “ถ้าท่านเป็นคนชอบธรรม จะเป็นที่พอพระทัยแก่องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ หรือหรือถ้าท่านเป็นคนดีรอบคอบจะเป็นประโยชน์อะไรแก่พระองค์” (โยบ 22:3) นั่นเป็นคำถามที่เป็นปริศนา มันเป็นความจริงอย่างยิ่งเมื่อเราทราบเกี่ยวกับมีอะไรเกิดขึ้นจากเบื้องหลังฉากในสวรรค์ ถูกแล้ว นั่นป์นที่พอพระทัยพระเจ้าถ้าท่านโยบเป็นคนชอบธรรม และถูกอีกครั้งหนึ่ง จะเป็นประโยชน์แก่พระเจ้าถ้าโยบดำเนินชีวิตอย่างไร้ที่ตำหนิ และก็เป็นจริงทั้งกับท่านโยบ และคนทั้งปวงผู้อ้างว่าเป็นผู้ติดตามองค์พระผู้เป็นเจ้าเช่นกัน

       อ่าน พระธรรม มัทธิว  5:16 ข้อพระคัมภีร์ข้อนี้ช่วยตอบคำถามที่เอลีฟัสโยนให้ท่านโยบตอบอย่างไร

      ประเด็นสำคัญในพระธรรมโยบ คือท่านโยบจะคงความสัตย์ซื่อไหม ซาตานบอกกับพระเจ้า ท่านโยบจะไม่คงความซื่อสัตย์ แต่พระเจ้าทรงตรัสว่า “โยบจะยังคงความสัตย์ซื่อ” ดังนั้นความซื่อสัตย์ของท่านโยบทำให้พระเจ้ามีข้อได้เปรียบในการทำสงครามกับซาตาน
       แต่เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาพที่ใหญ่โตกว่า ข่าวของทูตสวรรค์องค์ที่หนึ่งประกาศแก่เราว่า “จงยำเกรงพระเจ้า และถวายพระเกียรติแด่พระองค์” (วิวรณ์ 14:7) และพระเยซูทรงอธิบายใน มัทธิว 14:16 ว่า “ท่านทั้งหลายก็เหมือนกับตะเกียง จงส่องสว่างแก่คนทั้งปวง เพื่อว่าเมื่อเขาได้เห็นความดีที่ท่านกระทำ เขาจะได้สรรเสริญพระบิดาของท่านผู้อยู่ในสวรรค์” ดังนั้นการถวายพระสิริแด่พระเจ้าคือสิ่งที่ท่านโยบทำ และเป็นสิ่งที่เราทั้งหลายสามารถทำได้เช่นกัน
 
       อ่าน พระธรรม เอเฟซัส 3:10 หลักการนี้ถูกแสดงให้เห็นในพระธรรมโยบในลักษณะที่มีขนาดเล็กว่าอย่างไร

       พระคัมภีร์ข้อนี้ และพระธรรมโยบ เป็นตัวอย่างในความจริงที่ว่า พระเจ้าทรงกำลังทำการในชีวิตของผู้ติดตามของพระองค์ พระองค์กำลังทรงเปลี่ยนพวกเขาสำหรับพระสิริ และเพื่อนำไปสู่พระฉายาของพระองค์ “พระฉายาของพระเจ้าซึ่งจะได้รับการสร้างขึ้นใหม่ ซึ่งแสดงออกในมนุษย์ เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า และแด่พระคริสต์ ซึ่งทรงมีส่วนในการเสริมสร้างอุปนิสัยให้ประชากรของพระองค์” (เอลเลน จี.ไวท์. ใน “ผู้พึงปรารถนาแห่งปวงชน” หน้า 671) ชีวิตของท่านโยบเป็นตัวอย่างของการที่มนุษย์อาจแสดงหลักการนี้ ท่านโยบมีชีวิตอยู่เมื่อหลายพันปีก่อน แต่ประชากรของ
พระเจ้าในทุกยุคสมัยของประวัติศาสตร์ยังได้รับเกียรติให้ดำเนินชีวิตของพวกเขาในทำนองเดียวกัน
 
       มีอะไรในชีวิตของคุณที่นำพระสิริมาสู่พระเจ้า คำตอบที่คุณให้ตรงนี้บอกเกี่ยวกับตัวคุณเอง ว่าคุณดำเนินชีวิตอย่างไร และมีอะไรบ้างที่คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง

วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 
       งานแห่งการชำระให้บริสุทธิ์ต่อเนื่อง (sanctification) หรือ “การดำเนินชีวิตบริสุทธิ์อย่างถูกต้อง” เป็นบางสิ่งมีเพียงพระเจ้าสามารถทำเพื่อเราได้ แต่เราจะไม่ถูกบังคับให้ “ถูกชำระให้เป็นผู้ชอบธรรม” (justification) แทนที่จะเป็นการบังคับ เราสามารถถวายตัวเราเองแด่พระเจ้า และพระเจ้าองค์เดียวผู้ชำระให้เราสะอาด ด้วยการอภัยบาปให้เรา โดยอาศัยความเชื่อที่เรามีในพระองค์ พระองค์จะทรงชำระเราให้บริสุทธิ์ต่อเนื่อง พระองค์จะทรงเปลี่ยนแปลงเราเหมือนที่พระองค์ได้ทำกับท่านโยบ เพื่อนำเราไปสู่พระฉายาของพระเจ้า จนกระทั่งเราได้กลายเป็นผู้ใหญ่ในพระคริสต์ อัครทูตเปาโลเขียนว่า “ลูกน้อยของข้าพเจ้าเอ๋ย ข้าพเจ้าต้องเจ็บปวดเพราะท่านอีก จนกว่าพระคริสต์จะได้ทรงก่อร่างขึ้นในตัวท่าน” (กาลาเทีย 4:19) เอลเลน จี. ไว้ท์ ได้เขียนไว้ว่า “พระคริสต์ทรงเป็นต้นแบบของเรา พระองค์ทรงสมบูรณ์ และทรงบริสุทธิ์ เพื่อให้เราดำเนินตามรอยพระบาท แม้เราจะไม่สามารถเท่าเทียมกับพระองค์ได้ แต่เราสามารถลอกเลียน (copy) และติดตามตัวอย่างของพระองค์ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้” (เอลเลน จี. ไว้ท์ That I May Know Him, หน้า 265)

คำถามเพื่อการอภิปราย:
  1.  เราสามารถเลือกอะไร ที่จะอนุญาตองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำการใหญ่กว่าในชีวิตของเรา เราทราบว่ามีเพียงพระเจ้าที่สามารถเปลี่ยนแปลงจิตใจได้ แต่เราจะต้องให้ความร่วมมือพระองค์ การให้ความร่วมมือมองดูเหมือนอะไร และมันแสดงออกมาให้เห็นอย่างไร
  2.  พระธรรม โคโลสี 2:6 อ่านว่า “เหตุฉะนั้นเมื่อท่านได้รับพระเยซูคริสต์เจ้าแล้วฉันใด จงปฏิบัติพระองค์ด้วยฉันนั้น” พระคัมภีร์ข้อนี้ช่วยเราให้เข้าใจ “การดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อและการเชื่อฟัง” หมายความว่าอย่างไร

  3.  เราในฐานะเป็นโบสถ์ ไม่เพียงเป็นส่วนบุคคลหลายคน ได้นำพระสิริมาสู่องค์พระผู้เป็นเจ้า ต่อหน้ามนุษย์และต่อหน้าทูตสวรรค์ทั้งหลายได้อย่างไร 

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272