Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > 4th Quarter Thai SS 2016.Index >
.
บทที่  1
                    กาลอวสาน                   
THE END
วันที่ 24 - 30 กันยายน 2016
 

บ่ายวันสะบาโต    

อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :
โยบ 42:10-17 ; ปฐมกาล 4:8 ; มัทธิว 14:10 ; 1 โครินธ์ 4:5 ; ดาเนียล 2:44 ; โยบ 14:14, 15.                                                                                                              

ข้อควรจำ      พระเยซูตรัสกับเธอว่า “เราเป็นเหตุให้คนทั้งปวงเป็นขึ้น และมีชีวิต ผู้ที่วางใจในเรานั้น ถึงแม้ว่าเขาตายแล้วก็ยังจะมีชีวิตอีก" (ยอห์น 11:25)

 
              ในชั้นการเขียนแห่งหนึ่ง นักศึกษาในชั้นถูกสอนว่า พวกเขาต้องคิดหาวิธีเขียนตอนจบให้ดี และประทับใจ เรื่องนี้เป็นความจริงที่สำคัญโดยเฉพาะการเขียนนวนิยาย ซึ่งจำเป็นต้องขมวดเรื่องให้จบลงเป็นที่พอใจผู้อ่าน ซึ่งเรียกกันว่า “จบอย่างมีความสุข” อย่างไรก็ดีแม้จะเป็นการเขียนเรื่องจริง การเขียนให้เรื่องจบลงอย่างงดงามถือว่าสำคัญด้วย
          ถามว่า “เรื่องของเราเองตอนจบเป็นประเภทใด” เรื่องราวดำเนินมาถึงตอนปิดฉากทำได้อย่างกินใจไหม รายละเอียดขมวดปมเข้าด้วยกันอย่างสวยงาม อย่างงานเขียนที่ดีพึงมีหรือไม่
         กระนั้นเรื่องต่างๆของเราจะจบลงด้วยดีได้เพียงใด อย่าให้เรื่องของเราจบลงด้วยความตายเสมอ แม้ว่าชีวิตมนุษย์ทุกคนจบลงด้วยความตาย เพราะทุกคนเกิดมาและสิ้นสุดด้วยความตาย ชีวิตของเราจึงไม่เคยพบความสุขจริงๆ ในตอนจบ ถามว่ามีไหมที่ความตายนำความสุขมาให้
       ความจริงเป็นอย่างเดียวกันกับเรื่องของท่านโยบ ซึ่งจบลงด้วยภาพของความสุข ตรงกันข้ามความทุกข์เจ็บปวดหลายประการที่ท่านโยบต้องประสบมาอย่างหนักในตอนต้นของเรื่อง แต่จะว่าไปท้ายสุดจริงๆ ก็ไม่ใช่ความสุขนิรันดร์ อยู่ดี เพราะเรื่องนี้ก็เช่นกัน ท้ายที่สุดท่านโยบก็ต้องพบกับความตาย   
       สัปดาห์นี้ขณะที่เริ่มหนังสือของท่านโยบ โดยจะเริ่มตอนจบของเรื่อง เพราะว่าตรงนั้นของเรื่องนำมาซึ่งคำถามเกี่ยวกับตอนจบของเราเช่นกัน ไม่เพียงแค่ปัจจุบัน แต่ตลอดกาลนิรันดร์


วันอาทิตย์  อย่างมีความสุขตลอดไป  (โยบ 42:10-17)
                        
HAPPILY EVER AFTER                                                                                                                                                                                                           
       
        บ่อยครั้งเรื่องสำหรับเด็กจะจบลงด้วยประโยคทำนองว่า “และหลังจากนั้นพวกเขาใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขตลอดไป” ในบางภาษาประโยคนี้ถูกนำมาใช้ทุกบ่อยจนไม่มีพลังโน้มน้าวจิตใจเราอย่างที่เคย ไม่ว่าแนวคิดของเรื่องจะเป็น “การจับเจ้าหญิงเพื่อเรียกค่าไถ่” “หมาป่าตัวร้ายกาจ” “กษัตริย์ชั่วร้าย และวีรบุรุษ” และบางทีอาจเป็นภรรยาใหม่ของพระองค์เองได้สืบต่อบัลลังก์ในตอนจบ

          อ่าน พระธรรม โยบ 42:10-17. ข้อพระคัมภีร์สุดท้ายของพระธรรมเล่มนี้ บอกเราเกี่ยวกับว่าชีวิตบั้นปลายของท่านโยบเป็นอย่างไร
         สมมติคุณจะถามใครบางคนที่รู้เรื่องพระคัมภีร์ดีว่า หนังสือเล่มไหนของพระคัมภีร์ที่เอ่ยถึงตัวเอกของเรื่อง เป็นผู้มีอุปนิสัยดีมั่นคงจนวาระสุดท้ายของชีวิต พระธรรมโยบจบ “อย่างมีความสุขตลอดไป” ไม่มีข้อสงสัย หลายคนจะชี้ไปยังพระธรรมโยบอย่างเห็นด้วย
          ยิ่งกว่านั้น คิดเกี่ยวกับสิ่งที่ท่านโยบมีตอนชีวิตของท่านปิดฉากลง ไม่ว่าเป็นญาติๆ หรือเพื่อนๆ ซึ่งไม่ได้มาเยี่ยมหรือหนุนน้ำใจตอนชีวิตของท่านโยบกำลังประสบกับความทุกข์แสนสาหัส ยกเว้น เอลีฟัส บิลดัด โศฟาร์ และภรรยาของท่านโยบเอง ซึ่งได้มาคอยอยู่ใกล้ชิดเล้าโลมใจท่านโยบตั้งแต่ตอนเริ่มต้น อย่างไรก็ดีในตอนท้ายพวกญาติๆ และเพื่อนๆได้มาเยี่ยมหนุนใจ พวกเขามีใจกรุณา และได้ให้เงินให้ท่านโยบ
         ในตอบจบของเรื่อง ท่านโยบมีทรัพย์สมบัติเป็นสองเท่าของช่วงก่อนการทดลองอันยิ่งใหญ่ได้เริ่มต้น (เปรียบเทียบ โยบ 42:12 กับ โยบ 1:13) ตอนนั้นท่านโยบมีบุตรชายเจ็ดคน และบุตรสาวสามคน หลังประสบการณ์อันเลวร้ายท่านโยบมีบุตรชายเจ็ดคน และบุตรสาวสามคนมาทดแทนพวกเขาที่ได้ตายไป (โยบ 1:2,18,19) พระคัมภีร์บันทึกเกี่ยวกับบุตรสาวสามคนของท่านโยบที่เกิดมาในภายหลังว่า “และในแผ่นดินนั้นทั้งสิ้นไม่มีหญิงใดงดงามเท่าบรรดาบุตรสาวของโยบ” (โยบ 42:15) พระคัมภีร์ไม่ได้เอ่ยถึงบุตรสาวสามคนก่อนที่ได้ตายไปว่าสวยเพียงใด
         และชายผู้นี้ ซึ่งแน่ใจว่าความตายยืนอยู่หน้าตน แต่ก็มีอายุต่ออีก 140 ปี “และโยบก็สิ้นชีวิตเป็นคนแก่หง่อมทีเดียว” (โยบ 42:17) คำว่า “แก่หง่อม” (full of days) ในภาษาฮีบรู (บางครั้งแปลว่า “full of years) ซึ่งถูกใช้พรรณนาถึงช่วงวันสุดท้ายของท่านอับราฮัม (ปฐมกาล 25:8) ของอิสอัค (ปฐมกาล 35:29) และของกษัตริย์ดาวิด (1 พงศาวดาร 29:28) ซึ่งให้แนวคิดถึงบางคนผู้อยู่ในสถานที่ดี มีความสุข ในช่วงเหตุการณ์อันไม่มีความสุขอย่างยิ่ง: คือความตาย
           เราทั้งหลายต่างชอบเรื่องที่มีความสุขในตอนจบ มีเรื่องใดบ้างที่คุณทราบที่ปิดฉากลงด้วยความสุข มีบทเรียนอะไรบ้างที่เราได้รับจากเรื่องเหล่านั้น

วันจันทร์    จบอย่างไม่มีความสุข  (ปฐมกาล 4:8)
                              UNHAPPY ENDING   
                                                                                                              
          พระธรรมโยบปิดฉากด้วยสิ่งต่างๆ ซึ่งเป็นไปด้วยดีสำหรับท่านโยบ ผู้ซึ่งตายใน “วัยอันแก่หง่อม” ดังที่เราทราบว่ามีหลายท่านในพระคัมภีร์ ซึ่งเราไม่ทราบว่าชีวิตเบื้องปลายของท่านเหล่านั้นว่าเป็นอย่างไร แม้ว่าบางท่านจะเป็นผู้สัตย์ซื่อ เป็นที่เคารพนับถือ และใช้ชีวิตบริสุทธิ์ แต่ชีวิตของท่านเหล่านั้นไม่ได้จบลงสวยงามในสภาพเดียวกับท่านโยบ


           พิจารณาเรื่องราวตอนจบของบุคคลสำคัญในพระคัมภีร์ต่อไปนี้: (ก) อาแบล (ปฐมกาล 4:8) (ข) อุรียาห์ (2 ซามูเอล 11:17) (ค) เอลี (1 ซามูเอล 4:18) (ง) กษัตริย์ โยสิยาห์ (2 พงศาวดาร 35:22-24) (จ) ยอห์น ผู้ให้บัพติศมา (มัทธิว 14:10) และ (ฉ) สเทเฟน (กิจการฯ 7:59, 60).
          ตามที่ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้บอกเรา พระคัมภีร์เต็มไปด้วยเรื่องที่ไม่ได้จบลงด้วยความสุข ทั้งนี้เพราะชีวิตจริงของผู้คนเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ไม่สิ้นสุดลงด้วยความสุข ในบางราย พวกเขาถูกนำไปฆ่าอันเนื่องมาจากสิ่งที่พวกเขาเชื่อ หรือเสียชีวิตจากโรคร้ายอันน่ากลัว และส่วนมากชีวิตของพวกเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด และความทุกข์ยาก และจำนวนมากของคนเหล่านี้ไม่ได้ผ่านความยากลำบากของพวกเขา แล้วได้รับพระพร หรือประสบความสำเร็จเหมือนกับท่านโยบ กล่าวอย่างใจเป็นธรรม บ่อยครั้งเพียงใดปัญหาความทุกข์ยากต่างๆ ไม่ได้ลงเอยด้วยดีในบั้นปลายเหมือนที่เกิดกับท่านโยบ และเราไม่ต้องอ่านพระคัมภีร์เพื่อจะทราบถึงข้อเท็จจริงอันน่าหวาดหวั่นนี้ มีใครบ้างท่ามกลางพวกเราไม่รู้จักเรื่องราวชีวิตที่จบลงอย่างไม่มีความสุข

             มีเรื่องใดบ้างคุณทราบ ที่ไม่ได้พบกับความสุขในตอนจบ คุณได้เรียนรู้อะไรบ้างจากเรื่องราวของพวกเขา

วันอังคาร   การกู้สู่สภาพเดิม  (1 โครินธ์ 4:5)      
                   THE  RESTORATION

           ถูกแล้ว เรื่องของโยบจบลงในลักษณะด้านบวก แต่การจบเรื่องในรูปแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเสมอไปในชีวิตของผู้คนในพระคัมภีร์ และผู้คนทั่วไปในภาพรวม ผู้เชี่ยวชาญด้านพระคัมภีร์บางครั้งอภิปรายในเรื่อง “การกู้สู่สภาพเดิม” ของท่านโยบ ซึ่งความจริงมีว่า ท่านโยบได้รับการกู้สู่สภาพเดิมในบางประการ
           หากนั่นเป็นการจบเรื่องอย่างงดงาม ถ้าจะถามว่า นั่นเป็นการยุติธรรมทุกมิติไหม จริงๆแล้วเรื่องราวจบลงอย่างบริบูรณ์ไหม แน่นอนสิ่งต่างๆ ดีขึ้นสำหรับท่านโยบ แต่ท้ายสุดท่านโยบก็ตายไปตามอายุขัยอยู่ดี รวมทั้งบุตรชาย หญิง ทั้งหมดทีละคน หรือสองคนได้ตายไปเหมือนคนทั่วไป ไม่สงสัยเลย ทั้งหมดของพวกเขาต่างต้องประสบกับปัญหาต่างๆของชีวิต และปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลีกหนีไม่ได้ในโลกที่ล้มลงในความบาป
           และเท่าที่เราทราบ ท่านโยบไม่ทราบถึงเบื้องหลังของการทดลองอันน่ากลัว และรุนแรงที่ได้เกิดขึ้นกับท่าน และครอบครัว
          ถูกแล้ว พระคัมภีร์กล่าวว่า และ “พระเจ้าทรงให้โยบกลับสู่สภาพดี เมื่อท่านอธิษฐานเผื่อสหายของท่าน และพระเจ้าประทานให้โยบมีมากเป็นสองเท่าของที่มีอยู่ก่อน” (โยบ 42:10พระเจ้าทรงประทานพรให้จริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งเลวร้ายทั้งปวงที่ประดังกันเข้ามาก่อนหน้านั้น แม้คำอธิษฐานส่วนมากไม่ปรากฏผล ยังไม่ได้รับคำตอบ และไม่ได้รับการเติมเต็ม
           ข้อมูลนี้ไม่ควรทำให้เรารู้สึกประหลาดใจ ยิ่งกว่านั้น ในโลกนี้เท่าที่เป็นอยู่ ไม่ว่าวาระ “สุดท้าย” ของเราจะเป็นฉัน ใด ไม่ว่าจะดีหรือเลว บางสิ่งบางอย่างยังคงอยู่ไม่จบลงอย่างสมบูรณ์ ยังจะไม่มีคำตอบ และไม่ได้รับการเติมเต็ม
           นี่คือคำตอบว่าทำไม ในอีกทางหนึ่ง ตอนจบของพระธรรมโยบ สามารถทำให้เข้าใจสัญลักษณ์การจบของชีวิตจริงในความเศร้า และความทุกข์ลำบากทั้งปวงของมนุษย์ ซึ่งบอกล่วงหน้าให้ทราบถึงความหวัง และพระสัญญาที่เรามีผ่านทางพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ ซึ่งเป็นทางหนึ่งซึ่งบอกว่าการไถ่สู่สภาพเดิมของท่านโยบเป็นเหมือนว่าไม่มีสิ่งใดจะมาเปรียบเทียบได้

             อ่านพระธรรม 1 โครินธ์ 4:5. พระคัมภีร์ข้อนี้บอกเราเกี่ยวกับว่า ในชีวิตนี้ ยังมีบางสิ่งยังไม่ได้รับคำตอบ ยังไม่ได้รับการเติม ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ทั้งนี้พระธรรมข้อนี้ชี้เราไปยังสิ่งใดแทน


 
 
วันพุธ     อาณาจักรสุดท้าย   (ดาเนียล 2:44)  
                    THE LAST KINGDOM

          ท่ามกลางสิ่งอื่นๆ พระคัมภีร์เป็นหนังสือแห่งประวัติศาสตร์ แต่ไม่ใช่หนังสือประวัติศาสตร์ทั่วไป หากได้บอกเราเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีตและใช้เป็นบทเรียนสอนเราในเรื่องจิตวิญญาณ และใช้เหตุการณ์ต่างๆในอดีตสอนเราในความจริงเกี่ยวกับว่า เราจะดำเนินชีวิตตรงนี้ และเดี๋ยวนี้อย่างไร (อ่าน 1 โครินธ์ 10:11)  
          พระคัมภีร์ไม่เพียงพูดเกี่ยวกับอดีตเท่านั้น แต่กล่าวถึงอนาคตด้วย กล่าวคือไม่เพียงเอ่ยถึงสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วอย่างเดียว หากพาดพิงถึงเหตุการณ์ที่จะบังเกิดขึ้นด้วย พระวจนะชี้เราสู่อนาคตกระทั่งวาระสุดท้ายของแผ่นดินโลก ซึ่งการศึกษาเรื่องวาระสุดท้ายของโลก ในภาษากรีกคือ “เอสคะทอโลกี้” (eschatology) ซึ่งบางครั้งรวมถึง ความตายการพิพากษา สวรรค์ และนรก และยังพาดพิงพึงพระสัญญาแห่งความหวังของชีวิตใหม่ในโลกใหม่ด้วย
         พระคัมภีร์บอกเราหลายสิ่งเกี่ยวยุคสุดท้ายของกาลเวลา ถูกแล้วพระธรรมโยบจบลงด้วยการตายของท่านโยบ ถ้านี่เป็นหนังสือเล่มเดียวที่เราต้องอ่าน คนหนึ่งจะเชื่อว่าเรื่องของโยบสิ้นสุดลงด้วยความตายในวัยชราของท่าน และไม่มีอะไรอื่นให้หวังอีกต่อไป เพราะว่าเท่าที่เราได้รู้เห็นทั้งหมดในโลก เราบอกอะไรไม่ได้ว่ามีอะไรอีกตามมา
         แต่พระคัมภีร์สอนเราในสิ่งอื่นๆ อีก คือสอนว่าหลังจากวาระสุดท้ายของโลก พระเจ้าผู้ทรงชนม์นิรันดร์ จะทรงสถาปนาอาณาจักรชั่วนิรันดร์ของพระองค์ขึ้นแทน และอาณาจักรของพระองค์จะยืนยงอยู่ตลอดไป และจะเป็นบ้านชั่วนิรันดร์ของผู้ชอบธรรมที่ได้รับความรอด ซึ่งไม่เหมือนอาณาจักรต่างๆของโลกนี้ ที่มีการก่อตั้งขึ้น เมื่อเจริญรุ่งเรืองสุดขีดแล้วก็เสื่อมสลายไป มีอาณาจักรใหม่ตามมา หมุนเวียนอยู่อย่างนี้ แต่อาณาจักรของพระเจ้าเป็นอาณาจักรเดียวที่จะคงสภาพชั่วนิรันดร์

        อ่านพระธรรม ดาเนียล 2:44 และ ดาเนียล 7:18. มีความหวังอะไรที่ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ชี้ไปยังจุดสิ้นสุดของกาลเวลา

        “แผนแม่บทของการไถ่ให้รอดจะนำโลกกลับคืนสู่ที่ชอบพระทัยของพระเจ้า สิ่งทั้งปวงที่สูญเสียไปโดยความบาปจะได้รับการไถ่ให้กลับมาสู่สภาพเดิม ไม่เพียงมนุษย์ที่ได้กลับสู่สภาพก่อนล้มลงในความบาป แผ่นดินโลกก็ได้รับการช่วยกู้สู่สภาพดั้งเดิมเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อให้เป็นบ้านของผู้เชื่อฟัง เป็นเวลาถึงหกพันปีที่ซาตานพยายามจะเข้าควบคุมเหนือโลก แต่บัดนี้พระประสงค์ดั้งเดิมของพระเจ้าที่ทรงวางไว้ได้สำเร็จลง” (เอเลน จี.ไว้ท์  บรรพชน กับผู้เผยพระวจนะ, หน้า 342) พระวจนะของพระเจ้าข้อหนึ่งกล่าวว่า  “แต่บรรดาวิสุทธิชนแห่งองค์ผู้สูงสุดจะรับราชอาณาจักรและ ถือกรรมสิทธิ์ราชอาณาจักรนั้นสืบๆไปเป็นนิตย์ทีเดียว” (ดาเนียล 7:18)
            
ถูกแล้ว พระธรรมโยบจบลงด้วยเรื่องความตายของท่านโยบ แต่ข่าวดีสำหรับเรา และสำหรับท่านโยบ คือตอนจบของพระธรรมโยบ ไม่ใช่จุดสิ้นสุดสำหรับเรื่องของท่านโยบ และเช่นเดียวกันการตายของเราแต่ละคน ไม่ใช่จุดสิ้นแห่งความหวังของเราเช่นกัน      

วันพฤหัสบดี       การฟื้นคืนชีพ และชีวิต  (โยบ 14:14, 15)
                                 
THE RESURRECTION AND THE LIFE
 
              อ่าน พระธรรมโยบ 14:14, 15 ท่านโยบได้เอ่ยถามอะไร และอย่างไร ในวิธีการของท่านเอง และท่านโยบตอบคำถามของท่านหรือไม่

            หนึ่งในหัวข้อหลักของพระธรรมโยบคือการอภิปราย “คำถามเรื่องความตาย” จะไม่กล่าวถึงคงไม่ได้ พระธรรมเล่มใดที่กล่าวถึงความทุกข์เดือดร้อนของมนุษย์ แน่นอนว่าจะมุ่งมองไปที่ความตาย ทั้งนี้ความตายเป็นสาเหตุให้เกิดความ ทุกข์เจ็บปวดของมนุษย์ยิ่งนัก ท่านโยบขอว่าถ้าคนตายจะมีชีวิตอีกครั้ง จากนั้นท่านกล่าวว่า ท่านคอยวันที่ชีวิตของท่านจะได้รับการเปลี่ยนแปลงใหม่ คำในภาษาฮีบรูสำหรับ “การคอย” ยังแนะนำแนวคิดเรื่องความหวังเช่นกัน ไม่แค่เพียงการคอยอะไรบางสิ่ง แต่เป็นการคอยในสิ่งที่เป็นความหวัง
             และสิ่งที่ท่านโยบรอด้วยความหวัง คือการรอที่ท่าน “จะได้รับการเปลี่ยนแปลง” ซึ่งในคำนี้ที่มาจากภาษาฮีบรูสามารถให้แนวคิดของการมี “ชีวิตใหม่” หรือ “เข้าแทนที่ด้วยสิ่งใหม่” แม้บ่อยครั้งหมายถึงการเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ แต่ความหมายของคำๆนี้กว้างมาก และความหมายของถ้อยคำแวดล้อมของข้อพระคัมภีร์มาในรูป “การฟื้นขึ้นใหม่” หลังจากความตาย ท่านโยบมีความหวังเพื่อ “การฟื้นขึ้นใหม่” มีอะไรอื่นอีก มากกว่าการเปลี่ยนจากความตายสู่การมีชีวิตใหม่เล่า  
          แน่นอน ความหวังยิ่งใหญ่ของเราพึ่งอยู่กับพระสัญญา ที่ในโลกใหม่จะไม่มีความตายอีกต่อไป พระเจ้าจะทรงประทานชีวิตชั่วนิรันดร์ให้กับผู้เชื่อทุกคน ทั้งนี้เป็นมาจากที่พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์ไถ่บาปของเรา และเมื่อทรงฟื้นพระชนม์จากความตายของพระองค์ เท่ากับพระองค์ทรงได้ชัยชนะเหนือความตายซึ่งเป็นศัตรูตัวสุดท้ายของเราอย่างเด็ดขาดและถาวร ชัยนะเหนือความตายของพระคริสต์เป็นสิ่งปรากฏให้เห็นจริงในฤทธานุภาพยิ่งใหญ่ของพระองค์ และพระองค์ได้ทรงตรัสสัญญาผ่านมารธา พี่สาวของลาซารัสว่า

          “พระเยซูทรงตรัสกับเธอ (มาร์ธา) ว่า  “เราเป็นเหตุให้คนทั้งปวงเป็นขึ้น และมีชีวิต ผู้ที่วางใจในเรานั้น ถึงแม้ว่าเขาตายแล้ว ก็จะยังมีชีวิตอีก” (ยอห์น 11:25) สิ่งที่พระเยซูทรงบอกเรา และประทานความหวัง และความเชื่อเกี่ยวกับ “วาระสุดท้าย” ให้กับเรา เราจึงทราบในสิ่งท่านโยบไม่ทราบอย่างไร
 
วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม
         ปัจจุบันเราได้รับพระพรในการรู้เรื่อง “ความจริงสำหรับปัจจุบัน”  (2 เปโตร 1:2) และแน่นอนเราได้รับแสงสว่างในประเด็นต่างๆ มากกว่าทานโยบ แต่เรายังต้องเรียนรู้จะมีชีวิตกับคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบเช่นกัน เรายิ่งเรียนรู้ความจริงมากขึ้นเท่าใด พระเจ้ายิ่งจะสอนความจริงให้เรามากขึ้นเท่านั้น เรามีแสงสว่างยิ่งใหญ่แล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่เราจะต้องเรียนรู้ในความเป็นจริง เราได้รับการบอกว่า “ผู้ชอบธรรมจะเดินทางจากโลกหนึ่ง ไปยังอีกโลกหนึ่ง และเวลาส่วนมากของพวกเราจะใช้ไปในการค้นหาความลึกลับของการไถ่ให้รอดของพระผู้เป็นเจ้า หัวข้อเรื่องสำคัญนี้ จะคอยเปิดจิตใจเราให้เกิดความสนใจอย่างต่อเนื่องไป” (เอลเลน จี.ไว้ท์  Advent Review and Sabbath Herald, 9 มีนาคม 1886)

คำถามเพื่อการอภิปราย:
 
  1.  การเปิดเผยอย่างก้าวหน้าหมายถึงความจริงที่เผยให้เห็นสิ่งใหม่เพิ่มขึ้น และความจริงลึกซึ้งกว่าให้กับจิตใจของเรา มีตัวอย่างอื่นๆอะไรเกี่ยวกับแนวคิดของการเปิดเผยมากขึ้นตามลำดับ อย่างการเรียนวิชาเลขคณิต เด็กๆจะได้รับการสอนการบวกเลข ต่อมาเรื่องการลบเลข การคูณตัวเลข และการหารตามลำดับ จากนั้นพวกเขาจะได้รับการเรียนรู้การทำงานตัวเลขในวิชาพีชคณิต เรขาคณิต และคณิตศาสตร์สาขาแคลคูลัส ทั้งหมดยังถือได้ว่าเป็นทำงานกับตัวเลขเป็นหลัก ตัวอย่างเหล่านี้ช่วยเราให้เข้าในการที่พระเจ้าทรงเปิดเผยให้เรารับรู้เพิ่มขึ้น และซับซ้อนมากขึ้นตามลำดับ เหมือนกับคำสอนของคริสตจักรอย่างไร

 2.   นับถึงปัจจุบันคุณรู้จักบุคคลกี่คนที่มีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นในตอนจบชีวิตของพวกเขา ไม้กางเขนให้ความหวังอะไรแก่คุณ  และสิ่งเลวร้ายในตอนจบเหล่านี้ไม่ได้เป็นการจบลงจริงๆของเรื่องราว หรือของชีวิต (สำหรับผู้ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์)

 

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272