Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > 4th Quarter Thai SS 2016.Index > บทที่  1 กาลอวสาน  > บทที่  2 สงครามแห่งประวัติศาสตร์ >
.

บทที่  3
ท่านโยบยำเกรงพระเจ้าโดยไร้สาเหตุหรือ
“DOES JOB FEAR GOD FOR NOTHING?”
วันที่  8 - 14  ตุลาคม  2016

บ่ายวันสะบาโต    

อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :
โยบ บทที่ 1; โยบ บทที่ 2; 1 โครินธ์ 4:9; ปฐมกาล 3:1-8; ฟีลิปปี 4:11-13; มัทธิว 4:1-11; ฟีลิปปี 2:5-8
 
ข้อควรจำ    “แต่ท่านโยบตอบ(ภรรยา)นางว่า “เธอพูดอย่างหญิงโฉดจะพึงพูด เราจะรับสิ่งดีจากพระหัตถ์ของพระเจ้า และจะไม่รับของไม่ดีบ้างหรือ” ในเหตุการณ์ทั้งสิ้น โยบมิได้กระทำผิดด้วยริมฝีปากของตน” (โยบ 2:10)
         
               พระธรรมโยบ เปิดให้เราพบความเป็นไปได้ของสิ่งที่จริง ทั้งช่วยให้เราเข้าใจ “สงครามแห่งประวัติศาสตร” (การต่อสู้ขับเคี่ยวยิ่งใหญ่ระหว่างพระคริสต์ และซาตาน) จากการศึกษาพระธรรมโยบ ช่วยทำให้เราเข้าใจสภาพของโลกที่เราอาศัยอยู่ดีขึ้น โลกใบนี้ที่บ่อยครั้งสร้างปริศนา และแม้แต่ทำให้เรารู้สึกหวาดหวั่นบ่อยๆ แต่พระธรรมโยบซึ่งได้แสดงให้เรามองเห็นภาพของ “สงครามแห่งประวัติศาสตร์” นี้ไม่ใช่เพียงแค่การต่อสู้ของใครคนหนึ่ง ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเราถ้านี่เป็นสิ่งที่จริง แต่โชคไม่เข้าข้าง เพราะความจริงมีว่า สงครามใหญ่ดังกล่าวเหมารวมเราทุกคนให้เข้าไปมีส่วนด้วย พระวจนะของพระเจ้าข้อหนึ่งกล่าวว่า “ฉะนั้นสวรรค์ และบรรดาผู้อยู่ในสวรรค์จงรื่นเริงยินดีเถิด แต่วิบัติอจะมีแก่แผ่น
ดินโลกและทะเล เพราะว่ามารได้ลงมาหาเจ้าด้วยความโกรธยิ่งนัก เพราะมันรู้ว่าเวลาของมันมีน้อย” (วิวรณ์
12:12) ซาตานได้ลงมายังโลกนี้ และที่ทะเล และเรารู้ด้วยตัวเราเองว่า ความโกรธของซาตานโกรธนั้นรุนแรงยิ่ง มีใครในพวกเราไม่รู้สึกในความโกรธที่ว่านี้
            สัปดาห์นี้เราจะศึกษาพระธรรมโยบสองบทแรกอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งหมายที่จะทำความเข้าใจได้มากขึ้นว่า เราจะเตรียมความพร้อมให้เหมาะสมอย่างไร ขณะที่การขัดแย้งของสองมหาอำนาจเหมือนน้ำกำลังเดือดพล่านอย่างต่อเนื่อง


วันอาทิตย์   ผู้รับใช้ของพระเจ้า คือโยบ (โยบ บทที่ 1)
                         GOD’S SERVANT, JOB
            อ่าน พระธรรม โยบ บทที่ 1 ให้ความสนใจ “ข้อกล่าวหา” ที่ซาตานกล่าวต่อต้านท่านโยบ ซาตานได้พูดอะไร สิ่งนี้แนะนำเราให้ทราบว่าซาตานโจมตีท่านโยบอย่างไร ในตอนสุดท้าย บุคคลที่ซาตานมุ่งโจมจริงๆ คือใคร
     
               
แล้วซาตานทูลตอบพระองค์ว่า “โยบยำเกรงพระเจ้าเปล่าๆหรือ พระองค์มิได้ทรงกั้นรั้วรอบตัวเขา แลครัวเรือนของเขา และทุกสิ่งที่เขามีอยู่เสียทุกด้านหรือ พระองค์ได้ทรงอำนวยพระพรงานน้ำมือของเขา และฝูงสัตว์ของเขาได้ทวีขึ้นในแผ่นดิน” (โยบ 1:9, 10) พระธรรมโยบชี้ไปยังอุปนิสัยอันดีพร้อมของท่านโยบ ไม่ว่าจะเป็นด้านความคิด ความรู้สึกและการกระทำ ท่านมีครอบครัวใหญ่ และมีฐานะมั่งคั่ง สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้คนให้ความนับถือท่านโยบ ท่านโยบ “จึงใหญ่โตที่สุดในบรรดาชาวตะวันออก” (โยบ 1:3) และซาตานใช้สิ่งเหล่านี้มาเป็นข้อกล่าวหาเอากับพระเจ้า ว่าพระเจ้าทรงอวยพระพรให้ท่านโยบ ท่านโยบจึงจงรักภักดีต่อพระเจ้าเป็นการตอบแทน ท่านโยบรับใช้พระเจ้าเพราะว่าพระเจ้าทำให้ท่านโยบเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่
             ซาตานท้าทายพระเจ้าว่า “แต่ขอยื่นพระหัตถ์เถิด และแตะต้องสิ่งของทั้งสิ้นที่เขามีอยู่ และเขาจะแช่งพระองค์ต่อพระพักตร์พระองค์” (โยบ 1:11) การกล่าวหาเช่นนี้ของซาตาน แนะนำให้เราทราบว่า ซาตานกล่าวหาพระเจ้าโดยตรง แต่ความจริงมีว่า ท่านโยบนมัสการ ชื่อฟังพระเจ้า และยำเกรงพระนามของพระองค์เป็นการกระทำด้วยความรัก เพราะท่านโยบรู้สึกในคุณค่าแห่งความดีของพระเจ้า ที่ทรงอวยพระให้ท่านและครอบครัว คำกล่าวหาของซาตานเท่ากับพระเจ้าติดสินบนท่านโยบ เพื่อให้โยบจงรักภักดีต่อพระองค์ ดังนั้นคำกล่าวหาของซาตานจึงผิด ท่านโยบรับใช้พระเจ้าจากความรักจากส่วนลึกของดวงใจ ไม่เพราะเหตุผลการเห็นแก่ตัวแต่อย่างใด
              ที่ซาตานอ้างว่าท่านโยบจะไม่ซื่อสัตย์ต่อไป ทั้งจะไม่วางใจในพระเจ้าอย่างเต็มที่ ถ้าท่านโยบไม่ได้รับพระพรต่างๆ ดังที่เป็นอยู่ ที่โยบสัตย์ซื่อก็เพราะพระพรที่พระเจ้าประทานให้แก่เขา ซาตานกล่าวในเชิงสรุปว่า ท่านโยบจะจงรักภักดีต่อพระเจ้าตราบใด ที่ท่านโยบได้รับผลประโยชน์เหมือนการทำธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนดีนั่นเอง

               คุณรับใช้พระเจ้าเพราะเหตุใด  สมมติว่าเหตุผลของคุณไม่สมบูรณ์แบบ ถ้าคุณจะต้องรอเพื่อให้มีเหตุผลสมบูรณ์ก่อน อย่างนี้อาจมีอะไรเกิดขึ้นกับคุณ และความเชื่อของคุณ
 
 
 
วันจันทร์      ให้สิ่งเลวร้ายเกิดกับร่างกาย (ของโยบ)
                      สงครามดำเนินต่อไป  (โยบ 2:1-3)
                    SKIN FOR SKIN: THE BATTLE CONTINUES

              พระธรรมโยบ 2:1-3 เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องบางส่วนอีกครั้งหนึ่ง ของสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วใน พระธรรม โยบ 1:6-8 ข้อกล่าวหาสำคัญอยู่ที่ส่วนสุดท้ายของพระธรรมโยบ 2:3   ตรงที่พระเจ้าเองทรงกล่าวว่าท่านโยบเป็นคนสัตย์ซื่อมั่นคงเพียงใด แม้จะมีหลายสิ่งหลายอย่างบังเกิดขึ้นกับท่านโยบ แต่ท่านโยบยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นเมื่อเราอ่านมาถึง พระธรรมโยบ 2:3 ซึ่งดูเหมือนว่าข้อกล่าวหาของซาตานพิสูจน์แล้วว่าผิด เพราะท่านโยบยังคงซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า โดยไม่ได้แช่งด่าพระองค์ เหมือนที่ซาตานพูดไว้ว่าท่านโยบจะทำเช่นนั้น

              อ่าน พระธรรม โยบ บทที่ 2 มีอะไรเกิดขึ้นในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ และมีอะไรสำคัญมากเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในพระธรรมโยบ บทที่ 1 และ 2 ที่เอ่ยถึง “บุตรของพระเจ้า” (sons of God) ตรงนั้นเป็นพยานการพูดระหว่าง พระเจ้า และซาตาน ใช่ไหม

             คำว่า “ผิวหนังสำหรับผิวหนัง” (skin for skin) เป็นกล่าวเปรียบเทียบพิเศษ ซึ่งเราพูดกันว่าเป็น “สำนวน” สำนวนนี้ได้เป็นข้อปริศนาของนักศึกษาพระคัมภีร์มานาน แนวคิด หรือความหมาย ของสำนวนตรงนี้หมายความว่า: ปล่อยให้สิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นกับตัวของท่านโยบเอง และสิ่งดังกล่าวจะทำให้ท่านโยบแสดงออกมาว่าความจงรักภักดีของท่านโยบจะวางอยู่บนอะไร ยกอย่างเช่นการทำร้ายร่างกายของท่านโยบ ด้วยทำลายสุขภาพของท่าน และคอยดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นท่านโยบจะยังจงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่อีกไหม
            ที่น่าสนใจที่จะสังเกต หรือชี้ให้เห็นว่าซาตานทำการท้าทาย “ต่อหน้าสาธารณะชน” กล่าวคือซาตานทำต่อหน้าชาวสวรรค์ แนวคิดนี้ลงตัวเกี่ยวกับวิ่งที่เราเรียกว่าเป็น “สงครามแห่งประวัติศาสตร์” เป็นบางสิ่งต่อการรู้เห็นของจักรวาล (อ่าน 1 โครินธ์ 4:9; ดาเนียล 7:10; วิวรณ์12:7-9)
             “แต่แผนการแห่งการไถ่ให้รอด มีความหมายลึกซึ้งกว่าความรอดของมนุษย์ ไม่ใช่สิ่งนี้เพียงอย่างเดียวที่พระคริสต์ได้เสด็จลงมายังโลก ไม่เพียงเฉพาะประชากรแห่งโลกซึ่งมีขนาดเล็กเพียงเท่านี้ที่อาจถวายเกียรติแด่พระบัญญัญัติของพระเจ้า แต่เป็นการชำระพระนาม และพระลักษณะอุปนิสัยของพระเจ้าต่อจักรวาล....การเสียสละของพระคริสต์ซึ่งสิ้นพระชนม์เพื่อความรอดของมนุษย์ เป็นสิ่งทำให้สวรรค์เป็นที่สถานมนุษย์ไปถึงได้ และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ขณะที่สายตาของจักรวาลเฝ้ามองดู อันเป็นการสาธิตให้เห็นว่าพระบิดา และพระบุตร เป็นพระเจ้าผู้ทรงความยุติธรรมในการปฏิบัติต่อซาตานผู้เป็นกบฏต่อพระองค์ ซึ่งจะจรรโลงพระบัญญัติให้สถาพรสืบไปตลอดกาล และทั้งจะแสดงให้เห็นแก่นแท้ และธรรมชาติของความบาป” (เอลเลน จี. ไว้ท์ บรรพชน กับผู้เผยพระวจนะ, หน้า 68, 69)

วันอังคาร    สาธุการแด่พระนามของพระเจ้า (โยบ 1:20-22)
                     BLESSED BE THE NAME OF THE LORD
         

                  หลังจากซาตานโจมตีเรื่องของท่านโยบครั้งแรก ข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์อันน่ากลัวมาถึงท่านโยบ ท่านโยบมีปฏิกิริยาอย่างไร (อ่านโยบ 1:20-22) มีความสำคัญเพียงใดเกี่ยวกับความจริงที่ว่า ท่านโยบ “ไม่ได้ทำบาปและไม่ได้กล่าวหาว่าพระเจ้าเป็นต้นเหตุอย่างโง่เขลา”
            ความสำคัญแห่งรัฐบาลของพระเจ้า รัฐบาลที่วางรากฐานบนความรัก กล่าวคือมีเสรีภาพในการเลือก พระเจ้าทรงประสงค์ให้เรารับใช้พระองค์ด้วยความรัก พระองค์ไม่ประสงค์ให้เราถูกบังคับให้รับใช้พระองค์ “ซาตานแนะนำว่าท่านโยบรับใช้พระเจ้าเพราะเหตุผลที่เห็นแก่ตัว....ซาตานพยายามอ้างสิทธิ์ว่าศาสนาเที่ยงแท้ไม่ได้มาจากความรัก และการมองเห็นคุณค่าในพระอุปนิสัยของพระเจ้า ซาตานไม่ต้องการให้ผู้คนทราบว่า ผู้นมัสการแท้รักศาสนาเพื่อประโยชน์ของตนเอง ไม่ใช่เพื่อรางวัล และเรารับใช้พระเจ้าเพราะว่าเป็นการนมัสการสิ่งถูกต้องในตัวเอง พวกเขาไม่ทำเช่นนั้นเพราะว่าสวรรค์เป็นสถานที่ ที่พวกเขาจะได้รับสง่าราศี พวกเขารักพระเจ้าเพราะว่าพระองค์ทรงสมควรได้รับการสรรเสริญและ
ความรักของพวกเขา และพวกเขามีความเชื่อมั่นในพระองค์ ไม่ใช่เพราะพระองค์ทรงอวยพระพรให้พวกเขา” (The SDA Bible Commentary, เล่ม 3, หน้า 500)
              ในพระธรรมโยบ ท่านโยบได้พิสูจน์ว่าข้อกล่าวหาของซาตานว่าผิด ที่จริงท่านโยบอาจได้ทำบาป ท่านอาจ “กล่าวหาพระเจ้าอย่างโง่เขลา” ท่านโยบไม่ได้ถูกพระเจ้าบังคับให้กระทำในสิ่งท่านทำ ความจงรักภักดีของท่านโยบ เป็นตัวอย่างอัศจรรย์ต่อหน้ามนุษย์ และทูตสวรรค์


                  เปรียบเทียบสิ่งที่เกิดขึ้นในพระธรรม โยบ บทที่ 1 กับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับท่านอาดัม และเอวาในพระธรรมปฐมกาล 3:1-8 ความแตกต่างกันอย่างใหญ่หลวง ทำให้ความบาปของท่านอาดัม และเอวาปรากฏเป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างยิ่งเพียงใด

              ท่านอาดัม และเอวา แรกเริ่มเป็นผู้ปราศจากบาป ได้อาศัยในสถานที่สมบูรณ์พร้อม แต่ทั้งสองได้ล้มลงในความบาปเพราะการเข้าจู่โจมของซาตาน ท่านโยบเองได้เผชิญกับความเจ็บปวด และทุกข์ทรมาน แต่ท่านยืนหยัดอย่างซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าแม้ว่าจะถูกซาตานโจมตีอย่างรุนแรง ทั้งในสองกรณี เรามีตัวอย่างอัศจรรย์ของประเด็นยิ่งใหญ่เชื่อมต่อกับอำนาจในการตัดสินใจเลือก


                  ท่านโยบมีปฏิกิริยาตรงนี้อย่างไร ซึ่งแสดงให้เราเห็นว่า ราคาถูก และง่ายๆ และเป็นสิ่งผิด เป็นข้อแก้ตัวของเราเพื่อทำบาป ซึ่งเกิดขึ้นได้บ่อยทีดียวอย่างไร

 

วันพุธ     ภรรยาของท่านโยบ   (โยบ 2:3, 9)            

                JOB ’ S WIFE

 
               นี่อาจเป็นเป็นช่วงเวลาดี ที่ใครจะพูดเกี่ยวกับบุคคลอื่น ซึ่งได้รับอันตราย และได้รับบาดเจ็บโดยสิ่งทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับท่านโยบ: และภรรยาของท่าน ซึ่งจะว่าไปเธอปรากฏให้เห็นเพียงใน พระธรรมโยบ 2:9, 10 หลังจากนั้น เธอก็อันตรธานไปจากเรื่อง และจากประวัติศาสตร์ เราไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเธอต่อไปอีก แต่เมื่อคิดคิดเกี่ยวกับสิ่งทั้งปวงที่เกิดขึ้น ใครอาจจะจินตนาการถึงความโศกเศร้าที่ผู้หญิงที่น่าสงสารรายนี้ต้องผ่าน ความทุกข์แสนสาหัสกับสถานการณ์ในพระธรรมโยบ บทที่ 1 แสดงให้เห็นว่านอกจากเธอแล้ว ผู้คนรอบโลกต่างต้องได้รับความทุกข์ยากลำบากกันทั่ว เราทั้งหลายต่างมีส่วนในการต่อสู้ขับเคี่ยว ในสงครามแห่งประวัติศาสตร์กันทั่วหน้า ไม่มีใครหลีกพ้น

                  เปรียบเทียบ พระธรรมโยบ 2:3 ถึงโยบ 2:9  มีถ้อยคำใดที่ถูกใช้ทั้งโดยพระเจ้า และภรรยาของท่านโยบ ที่เกือบจะเหมือนกัน และมีสิ่งใดสำคัญ ที่ทั้งสองใช้เช่นนั้น

               นี่ไม่ใช่สิ่งบังเอิญที่มีการใช้ถ้อยคำเดียวกันเกี่ยวกับท่านโยบ คือท่านเป็น “คนดีรอบคอบและเที่ยงธรรม” ซึ่งปรากฏให้เห็นในข้อพระคัมภีร์ทั้งสองแห่ง ถ้อยคำนี้ที่แปลเป็นภาษาไทยว่า “รอบคอบ และชอบธรรม” มาจากรากศัพท์เดียวกันที่ใช้ใน พระธรรมโยบ 1:1 และพระธรรมโยบ 1:8 ซึ่งบ่อยครั้งถูกแปลว่า “ไร้ที่ตำหนิ” รากของคำๆ นี้ให้แนวคิดทำนองว่า”ความสมบูรณ์แบบ” หรือ “ความเต็มบริบูรณ์”
              ช่างน่าเสียดาย ที่ภรรยาของท่านโยบเป็นคนหนึ่งที่ท้าทายท่านโยบ ให้ทำในสิ่งเดียวกันกับที่ท่านโยบได้ทำ และพระเจ้าทรงยกย่องท่าน ในความทุกข์โศกเศร้า ภรรยาของท่านโยบได้ผลักดันท่านโยบให้ทำในสิ่งที่พระเจ้าตรัสหนุนให้ท่านโยบทำ แน่นอนเราเองคงไม่อาจพิพากษาเธอ แต่นี่ช่างเป็นบทเรียนที่เธอให้กับเราทั้งปวงเกี่ยวว่า เราจะต้องเป็นคนรอบคอบเพียงใดที่จะไม่เป็นสาเหตุทำให้คนอื่นตัดสินใจทำสิ่งที่ผิด (อ่านพระธรรมลูกา 17:2)
 
                  อ่าน พระธรรม โยบ 2:10. ช่างเป็นการเป็นพยานที่ทรงพลังที่ท่านโยบให้ไว้ตรงนี้ อ่านพระธรรม ฟีลิปปี 4:11-13 ด้วย

               ท่านโยบแสดงให้เห็นความเชื่อของท่านว่าเข้มแข็ง และยึดมั่นในความจริง ท่านได้รับใช้พระเจ้าทั้งในเวลาที่เป็นสุขดี และเวลาที่ประสบกับความทุกข์ยาก แต่สิ่งที่น่าสนใจคือซาตานได้หายไปจากฉากของพระธรรมโยบ และไม่มาปรากฏให้เห็นอีก ข้อพระคัมภีร์ไม่เอ่ยถึงปฏิกิริยาของซาตาน แต่เราสามารถจินตนาการได้ว่า ซาตานรู้สึกผิดหวัง และโกรธที่ท่านโยบตอบสนองความทุกข์แสนสาหัสของท่านอย่างที่ซาตานเองก็คาดไม่ถึง ยิ่งกว่านั้น คิดว่าช่างเป็นการง่ายเพียงใดที่ท่านอาดัม และเอวาหลงกลอุบายของซาตาน และคนอื่นๆ อีกมากมายที่พ่ายแพ้ต่อ “ผู้ที่กล่าวโทษพี่น้องของเรา” (วิวรณ์ 12:10) ซึ่งได้ออกไปเพื่อจะพบคนอื่นๆ นอกจากท่านโยบเพื่อใช้เล่ห์เพทุบาย และการปรักปรำกล่าวหา

               เราสามารถจะเป็นคนสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าได้อย่างไร ทั้งในเวลาที่เป็นสุขดี และเวลาพบกับสิ่งที่เลวร้าย


วันพฤหัสบดี    เชื่อฟังกระทั่งความตาย  (มัทธิว 4:1-11)
                               OBEDIENCE UNTO DEATH

               พระธรรม โยบ 1:22 อ่านว่า “ในเหตุการณ์ทั้งสิ้นโยบมิได้ทำบาป หรือกล่าวโทษพระเจ้า”  และ พระธรรมโยบ 2:10 กล่าวว่า “ท่านตอบนางว่า “เธอพูดอย่างหญิงโฉดจะพึงพูด เราจะรับสิ่งดีจากพระหัตถ์ของพระเจ้า และจะไม่รับของไม่ดีบ้างหรือ” ในเหตุการ์นี้ทั้งสิ้นโยบมิได้ทำผิดด้วยริมฝีปากของตน”
             แน่นอน ข้อพระคัมภีร์ทั้งสองไม่ได้กล่าวว่าท่านโยบไม่ใช่คนบาป ทั้งสองข้อไม่ได้กล่าวออกมาอย่างนั้น เพราะว่าพระคัมภีร์สอนว่า เราทุกคนเป็นคนบาป พระวจนะของพระเจ้ากล่าวว่า “ถ้าเรากล่าวว่าเราไม่ได้ทำบาป ก็เท่ากับเราทำให้พระองค์เป็นผู้ตรัสมุสา และพระดำรัสของพระองค์ก็มิได้อยู่ในเราทั้งหลายเลย” (1 ยอห์น 1:10) “การเป็นคนดีรอบคอบและเที่ยงธรรม” เป็นผู้เกรงกลัวพระเจ้า และหันเสียจากความชั่วร้าย” (โยบ 1:1) ไม่ทำให้คนหนึ่งเป็นคนปราศจากความบาป เหมือนกับคนอื่นๆ ท่านโยบเกิดขึ้นมาในความบาป และต้องการพระผู้ช่วยให้รอด
             สิ่งเลวร้ายยังประดังเข้ามาหาท่านโยบ แต่แม้จะมีสิ่งเหล่านั้นโถมเข้าหา ท่านโยบยังยืนหยัดในความสัตย์ซื่อต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ในความรู้สึกนึกคิดของท่านโยบ เราอาจมองดูท่านโยบเป็นสัญลักษณ์ขนาดเล็กของของพระเยซู (อ่านบทเรียน บทที่ 14) พระเยซูต้องผ่านการทดสอบ และการทดลองที่สาหัสสากรรจ์ แต่พระองค์ไม่ยอมแพ้ พระองค์ไม่ล้มลงในความบาป ดังนั้นพระองค์ได้พิสูจน์ว่าข้อกล่าวที่ซาตานปรักปรำพระเจ้าเป็นความเท็จ แน่นอนว่าพระคริสต์ได้ทรงทำสิ่งต่างๆ ยิ่งใหญ่กว่าท่านโยบมาก แต่ถ้าจะเปรียบเทียบในลักษณะแบบง่ายๆ ของหลักการการเปรียบเทียบจะทำให้เรามองเห็นได้

                อ่าน พระธรรม มัทธิว 4:1-11 ในทางใดบ้าง ที่ประสบการณ์ของท่านโยบ เป็นอย่างเดียวกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นเหมือนกับที่ได้เกิดขึ้นกับพระเยซู

             ในสถานการณ์อันน่ากลัวนี้ ร่างกายของพระเยซูทรงอ่อนเปลี้ยจากการขาดอาหาร แต่พระเยซูในร่างกายของมนุษย์(โรม 8:3)  ทรงไม่ประสงค์จะทำในสิ่งที่พญามารต้องการให้พระองค์ทำ เป็นอย่างเดียวกับท่านโยบปฏิเสธที่จะทำตามซาตาน ต้องการ ซาตานหายจึงหายไปจากการเผชิญหน้า หลังจากที่ท่านโยบยืนหยัดสัตย์ซื่อ พระเยซูทรงหันพระพักตร์จากการพยายามครั้งสุดท้ายที่ซาตานต้องการให้พระเยซูล้มลง ในทำนองเดียวกัน พระคัมภีร์กล่าวว่า “แล้วมารก็ละพระองค์ไป” (มัทธิว 4:11, อ่าน ยากอบ 4:7 ด้วย)
                แต่สิ่งที่พระเยซูทรงเผชิญในป่าทุรกันดารเป็นเพียงจุดเริ่มต้น การทดลองของจริงเป็นตอนที่พระองค์ทรงถูกตรึงบนไม้กางเขน และแม้ว่าพระเยซูทรงเจ็บปวดแสนทรมานบนไม้กางเขน พระองค์ยังคงสัตย์ซื่อ และเชื่อฟังจนถึงความมรณา

                อ่านพระธรรม ฟีลิปปี 2:5-8 ความหวังอะไรที่พระคริสต์ทรงเสนอให้กับเรา ที่พระองค์ “ทรงเชื่อฟังจนถึงความมรณา” สิ่งนี้บอกเราว่า เราควรดำเนินชีวิตเพี่อเป็นการตอบสนองต่อการเชื่อฟังของพระองค์อย่างไร

วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม
               นักศึกษาที่ศึกษาพระธรรมโยบ ผู้ศึกษาภาษาฮีบรูได้อ่านผ่านสิ่งที่น่าสนใจยิ่งเกี่ยวกับคำว่า “แช่ง” ซึ่งปรากฏในถ้อยคำของภรรยาท่านโยบ ที่พูดกับท่านโยบ ในพระธรรมโยบ 2:9 มีข้อความว่า “ท่านยังยึดมั่นในความซื่อสัตย์ของท่านอีกหรือจงแช่งพระเจ้าและตายเสียเถอะ” ถ้อยคำที่แปลว่า “ช่งด่า” หรือ “แช่ง” มาจากคำที่หมายถึง “อวยพร” หรือ“พระพร” ซึ่งคำนี้มาจากรากศัพท์ว่า “บีอาร์เค” (brk) ซึ่งถูกใช้ตลอดพระคัมภีน์ทั้งเล่มสำหรับ “อวยพร”
               ดังนั้นเหตุใดคำกริยาเดียวกัน ซึ่งหมายถึง “อวยพร” จึงถูกแปลว่า “แช่ง” ใน พระธรรมโยบ 2:9 ถ้าความหมายว่า“อวยพร” จะเป็นความหมายที่ไม่สมเหตุสมผล ถ้าความหมายใน พระธรรมโยบหมายถึงคำว่า “อวยพร” ท่านโยบคงไม่ต่อว่าภรรยาของท่าน โปรดเก็บความหมายของนี้ไว้ในจิตใจสำหรับเรื่องของท่านโยบ (โยบ 2:9, 10) ว่าเฉพาะเรื่องของท่านโยบตรงนี้ ความหมายของคำคือ “แช่ง”
              ดังนั้นเหตุใดท่านผู้เขียนพระธรรมโยบไม่ใช้คำสามัญทั่วไปสำหรับคำว่า “แช่ง” นักศึกษาพระคัมภีร์บางคนเชื่อว่าคำดังกล่าวนี้ถูกใช้ในความหมายของความนุ่มนวล กล่าวคือถ้าใช้ในแนวคิดว่า “แช่ง” กับพระเจ้าเป็นสิ่งไม่น่าฟัง หรือผู้เขียนรู้สึกไม่สบายใจ ซึ่งเราพบในลักษณะเดียวกันใน 1 พงศ์กษัตริย์ 21:10, 13 ขณะคำนี้แปลว่า “การหมิ่นประมาท” มาจากรากคำของ “บีอาร์เค” (brk) ซึ่งแปลว่า “อวยพร” ดังนั้นท่านโมเสส ผู้เขียนพระธรรมโยบใช้คำว่า “อวยพร” แทนที่จะใช้คำตรงๆ คือคำว่า “แช่ง” แม้จะเป็นที่ชัดเจนว่า ความหมายที่แท้คือ “แช่ง” ก็ตาม

คำถามเพื่อการอภิปราย:
  1.  ในช่วงวิกฤติกาล เหตุใดจึงเป็นธรรมชาติสำหรับผู้คนที่จะตั้งคำถามว่า พระเจ้ามีจริงหรือไม่ หรือตั้งคำถามว่า พระเจ้าทรงมีพระลักษณะเหมือนกับอะไร เราต่างอาศัยในโลกที่หนาวเหน็บ และแข็งกระด้าง และเต็มไปด้วยความชั่วร้าย หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า เป็นโลกซึ่งเราได้พบว่า “สงครามต่อสู้ขับเคี่ยวยิ่งใหญ่”  เป็นสิ่งที่จริงแท้แน่นอน ดังนั้นเราต้องจำไว้เสมอ เรามีไม้กางเขนเป็นที่ยึดเหนี่ยวอยู่ตรงหน้าเรา

  2.  เราทราบเบื้องหลังของสิ่งที่ดำเนินไปในเรื่องของท่านโยบ แต่ท่านโยบไม่ทราบ สิ่งทั้งหมดที่ท่านทราบคือ  เหตุการณ์ร้ายๆ ที่บังเกิดกับท่านและครอบครัว ท่านไม่ทราบถึงภาพใหญ่เบื้องหลัง ของเหตุการณ์ร้ายเหล่านั้น สิ่งนี้ควรได้บอกเราอย่างไร ในช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก เราจำเป็นต้องจำไว้เสมอว่า มีภาพใหญ่อยู่เบื้องหลังที่บ่อยครั้งเราไม่ทราบ หรือไม่เข้าใจ และเราสามารถเรียนรู้อะไรเพื่อจะได้รับการปลอบประโลมจากการตระหนักว่า ยังมีภาพที่ใหญ่กว่าอยู่เบื้องหลัง           

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272