Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > 4th Quarter Thai SS 2016.Index > บทที่  1 กาลอวสาน  > บทที่  2 สงครามแห่งประวัติศาสตร์ > บทที่  3 ท่านโยบยำเกรงพระเจ้าโดยไร้สาเหตุหรือ >
.
บทที่  4
ความเจ็บปวดของพระเจ้าและมนุษย์                  
 
 GOD AND HUMAN SUFFERING
วันที่  15 - 21 ตุลาคม  2016
 
บ่ายวันสะบาโต    
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :
โรม 1:18-20; โยบ 12:7-10; วิวรณ์ 4:11; โคโลสี 1:16, 17; มัทธิว  6:34; โยบ 10:8-12; โรม 3:1-4
 
ข้อควรจำ    “เหตุฉะนั้น อย่ากระวนกระวายถึงพรุ่งนี้ เพราะว่าพรุ่งนี้คงมีการกระวนกระวายสำหรับพรุ่งนี้เอง แต่ละวันก็มีทุกข์พออยู่แล้ว” (มัทธิว 6:14)

               ไม่เหมือนพระ
ธรรมเล่มอื่นๆของพระคัมภีร์ พระธรรมโยบไม่ได้พูดถึงเกี่ยวกับแผ่นดิน และประชากรอิสราเอลเลย การละเว้นนี้ไม่ใช่กรณีเดียวกับพระธรรมที่เหลือเล่มอื่นๆในพระคัมภีร์ ยกตัวอย่างเช่นพระธรรมปฐมกาล ที่พระเจ้าทรงทำสัญญากับท่านอับราฮัมว่า พระเจ้าทรงตรัสว่า “เราจะให้เจ้าเป็นชนชาติใหญ่ เราจะอวยพรแก่เจ้า” (ปฐมกาล 12:12) และในพระธรรม วิวรณ์ อัครทูตยอห์น พรรณนาถึงแผนการของพระเจ้าสำหรับ “นครบริสุทธิ์” คือนครเยรูซาเล็ม (วิวรณ์ 22:19) ตลอดพระคัมภีร์ พระเจ้าทรงมีความสัมพันธ์โดยตรง หรือโดยทางอ้อมกับประชากรของพระองค์ และอิทธิพลของพระองค์เป็นที่ประจักษ์ในพระธรรมแต่ละเล่มของพระคัมภีร์
              แต่พระธรรมโยบไม่ได้เอ่ยเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้นเลย หรือไม่มีสิ่งใดกล่าวเกี่ยวกับพระธรรม อพยพ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เหตุผลหนึ่งคือเมื่อท่านโมเสสเขียนพระธรรมโยบ เป็นขณะท่านพำนักอยู่ในแผ่นดิน “มีเดียน” ซึ่งในเวลาเดียวกันท่านเขียนพระธรรมปฐมกาลด้วย ส่วนพระธรรม “อพยพ” ยังไม่เกิดขึ้น (SDA Commentary, เล่ม 3, หน้า 1140)
             แต่อาจมีเหตุผลอีกข้อหนึ่ง และมีความสำคัญยิ่งกว่า กุญแจของหัวข้อหลักของพระธรรมโยบคือ ความเจ็บปวดเดือดร้อนของมนุษย์ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลกกว้าง ไม่ได้จำกัดอยู่กับคนกลุ่มใด หรือเผ่าพันธุ์ไหนโดยเฉพาะ และไม่จำกัดอยู่กับช่วงใดเวลาหนึ่ง ทั้งไม่จำกัดอยู่กับชนชาติยิว หรือชนต่างชาติ (ซึ่งคนยิวเรียกว่า “เจนไทล์” (Gentile) เราทั้งหลายต่างมีประสบการณ์บางสิ่ง ที่ท่านโยบได้รับในความเจ็บปวดเป็นทุกข์เดือดร้อนมาก่อน นี่เป็นการเจ็บปวด อันเนื่องจากเราดำเนินชีวิตในโลกแห่งความบาป ความเจ็บปวดรวดร้าวของท่านโยบเป็นเสมือนตัวแทนความทุกข์เดือดร้อนของเราทั้งหลาย

วันอาทิตย์      พระเจ้าในธรรมชาติ (โรม 1:18-20)
                            
GOD IN NATURE

            อ่าน พระธรรม โรม 1:18-20. อัครทูตเปาโลพูดอะไรตรงนี้  
   
            ข้อพระธรรมเหล่านี้ช่างเป็นถ้อยแถลงที่ทรงพลังยิ่ง มีข้อพิสูจน์จำนวนมากว่า พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างโลก ซึ่งผู้ที่ไม่เชื่อจะ “ปราศจากข้อแก้ตัว” อัครทูตเปาโลกล่าวว่า จากการเนรมิตสร้างเพียงสิ่งเดียว มนุษย์สามารถเรียนรู้ได้มากว่า “พระเจ้าทรงมีอยู่จริง” และพระองค์ทรงมีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะทรงเป็น “ผู้พิพากษา”
             ปราศจากขอกังขาใดๆ ธรรมชาติของโลกมีข้อพิสูจน์ให้เราเชื่อว่าพระเจ้าทรงมีจริง วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ก็เช่นกันสำแดงรายละเอียด ในความมหัศจรรย์ของทรงสร้างที่ประชากรเมื่อ 3,000 ปีที่แล้ว หรือ แม้แต่ 300 ปีก่อน ไม่อาจจะจินตนาการได้ ยิ่งวิทศาสตร์ค้นพบสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับความลึกลับของชีวิตมากขึ้นเท่าใด วิทยาศาสตร์ก็จะมีมีข้อโต้แย้งน้อยลงเกี่ยวกับข้ออ้างที่ว่า ชีวิตบนโลกเป็นมาโดยบังเอิญ ยกตัวอย่างเช่น สมาร์โฟน การออกแบบรูปร่างภายนอก การออกแบบอุปกรณ์ทำงานภายในเครื่อง แสดงให้เห็นว่าถึงประสิทธิของชิ้นส่วนที่ขนาดเล็กลง ประสิทธิภาพมากขึ้นล้วนเป็นการคิดค้น และออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน มนุษย์ก็เช่นกัน ทั้งรูปร่าง และการทำงานของอวัยวะต่างๆ ถูกออกแบบมาอย่างน่าพิศวง น่าเสียดายที่ผู้คนจำนวนมากถูกหลอกลวงให้เชื่อว่ามนุษย์เป็นมาโดยความบังเอิญ แล้วค่อยวิวัฒนาการขึ้นตามลำดับจวบจนปัจจุบัน

                อ่าน พระธรรม โยบ 12:7-10  ถ้อยคำตรงนี้แสดงให้เห็นแนวคิดที่ประเจ้าทรงประทานให้ใน พระธรรมโรม1:18-20 อย่างไร

             สภาพของโลกที่เสื่อมทรามลงด้วยความบาป ธรรมชาติไม่อาจสำแดงพระลักษณะนิสัยของพระเจ้าออกมาได้อย่างเต็มๆ แต่แน่นอนถ้าพินิจให้ถี่ถ้วน จะเห็นว่าธรรมชาติสำแดงให้เห็นอำนาจในการทรงสร้าง และส่วนอื่นๆแห่งคุณความดีของพระเจ้าออกมาให้เห็นเช่นกัน

               ส่วนไหนในธรรมชาติที่พูดกับคุณถึงฤทธิ์อำนาจ และความดีของพระเจ้า คุณสามารถเรียนรู้จะรับเอาพละกำลัง และการหนุนใจจากข่าวสารผ่านสิ่งต่างๆ ที่ทรงประทานให้กับคุณอย่างไรบ้าง


วันจันทร์   ไม่มีสิ่งใดจะมาจากตัวมันเอง (โคโลสี 1:16, 17)
                     NOTHING CAME FROM ITSELF

             มีข้อโต้แย้งที่ดี และทรงพลังอยู่หลายประการ ที่พิสูจน์ว่า “พระเจ้ามีจริง” โลกที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นวัตถุพยานที่เข็มแข็งต่อข้อมูลความจริงนี้ รวมไปถึง “การโต้แย้ง” ในสิ่งที่เรียกว่า “สาขาวิชาดาราศาสตร์ที่เกี่ยวกับโครงสร้างและการกำเนิดของจักรวาล” (cosmological) แนวคิดทางดาราศาสตร์คือ “ไม่มีสิ่งใดมาจากตัวมันเอง และไม่มีสิ่งใดสร้างตัวมันเอง” แต่เป็นว่า สิ่งใดที่ถูกสร้าง ถูกสร้างขึ้นมาจากบางสิ่งที่มีอยู่ก่อน และอะไรก็ตามที่ถูกสร้างขึ้นมา จะต้องมีบางสิ่งอยู่ก่อนแล้ว และวงจรนี้หมุนไปรอบแล้วรอบเล่าจนกระทั่งเราหยุดมัน ณ บางสิ่งที่ไม่ถูกสร้าง บางสิ่งที่มีอยู่ก่อนตรงนั้น เป็นบางสิ่งที่ไม่เคยอยู่ตรงนั้น และใครคือสิ่งอื่นนั้น นอกจาก “พระเจ้า” แห่งพระคัมภีร์

           ข้อพระธรรม วิวรณ์ 4:11; โคโลสี  1:16, 17; และ ยอห์น 1:1-3 สอนเราเกี่ยวกับ “การเริ่มต้น” (ปฐมกาล) ของสรรพสิ่งอย่างไร

            ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้สอนเราถึง สิ่งที่จริงซึ่งเป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผลที่สุด ว่าสรรพสิ่งถูกพระเจ้าผู้ทรงชนม์นิรันดร์เป็นผู้เนรมิตสร้างขึ้น นักคิดบางคนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดเรื่องพระเจ้า พวกเขาให้แนวคิด และให้ข้อแนะนำว่าแทนที่จะว่าพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ และทรงชนม์นิรันดรเป็นผู้ทรงสร้างจักรวาล เราได้รับการบอกว่า ไม่มีสิ่งใดที่เราเห็นถูกสร้างขึ้นมาจากพระผู้สร้าง บุคคลหนึ่งที่ต่อต้านแนวคิดการเนรมิตสร้างของพระเจ้าคือ นักวิทยาศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงชื่อ สตีเฟน ฮอว์คิงก์ ในตอนที่ให้ข้อมูลนี้ ฮอว์คิงก์นั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงพลังของ ไอแซค์ นิวตัน ฮอว์คิงก์ โต้แย้งว่า “ไม่มีสิ่งใด” สร้างจักรวาลขึ้นมา
             สตีเฟน ฮอว์คิงก์ และ ลีโอนาร์ด มล็อดดินาว กล่าวร่วมกันแถลงว่า “เพราะ “แรงแห่งความโน้มถ่วง” (gravity) จักรวาลสามารถจะสร้างตัวมันเองจากสิ่งที่ไม่มีอะไรอยู่ก่อน” (The Grand Design, New York: Random House, 2010 หน้า 180)
             แน่นอน ฮอว์คิงก์ ใช้ตัวเลขทาง “คณิตศาสตร์” อันลึกซึ้ง และยากที่คนธรรมดาจะเข้าใจได้ ใช้อธิบายแนวคิดของเขา แต่คนหนึ่งอาจรู้สึกพิศวง: ตรงนี้เรามีชีวิตอยู่ นับได้ 400 นับเริ่มต้นจาก วิทยาศาตร์ หรือ ทฤษฎีวิวัฒนาการ ถือกำเนิด มีนักวิทยาศาตร์อันเป็นที่รู้จักกันดีคนหนึ่งให้ข้อโต้แย้งแนวคิดของ ฮอว์คิงก์ ด้วยการกล่าวว่า “ถ้าจะว่าทุกสิ่งที่เป็นอยู่ มีอยู่มาจากสิ่งที่ไม่มีอะไร (come from nothing) คำกล่าวเช่นนั้นเป็น “สิ่งที่ผิด” คือ “ผิด” (error is error) แม้ว่าจะเป็นถ้อยคำออกมาจากปากของนักวิทยาศาตร์ผู้ยิ่งใหญ่”
 
             ด้วยความเห็นของนักวิทยาศตร์ และความเชื่ออยู่ในจิตใจ ให้อ่าน พระธรรม 1 โครินธ์  3:19 เหตุใดจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับ คริสเตียนที่จะรักษาความจริงแห่งพระคัมภีร์ข้อนี้ไว้ตรงหน้าเราเสมอ


 
 
วันอังคาร     พระธรรม (สอง) เล่มแรกสุด  (มัทธิว 6:34)
                   THE EARLIEST OF BOOKS

             อย่างที่เราได้เห็นเมื่อวานนี้ มีคนจำนวนมากที่ไม่เชื่อในพระเจ้า แต่คนที่เชื่อในพระเจ้าก็มีเหตุผลดีหลายประการสำหรับความเชื่อของพวกเขา กระนั้นยังมีปัญหารับมือยากอยู่อย่างหนึ่ง ทำให้ผู้ไม่เชื่อจำนวนมากใช้เป็นข้อแก้ตัวตลอดในหลายร้อยปีที่ผ่านมาที่ไม่จะไม่เชื่อ นอกจากนี้ยังมีปัญหาความทุกข์ยากลำบาก และความชั่วร้าย พวกเขาอ้างว่าเป็นไปได้อย่างไรที่พระเจ้าผู้แสนดี ทรงรักเปี่ยมล้น และทรงฤทธานุภาพทุกอย่าง และขณะเดียวกันปล่อยให้มีความชั่วร้ายเกิดขึ้นมากจริงๆ  คำถามนี้ยังคงเป็น “ก้อนหินทำให้สะดุด” ของคนจำนวนมาก แต่ถ้าเราเป็นคนสัตย์ซื่อจริงใจ และเชื่อในพระเจ้า เพราะเราได้ชิมรสชาติ และประสบการณ์แห่งความจริงของพระเจ้าแล้ว ขอให้เราหนักแน่นในความจริง และความรักของพระเจ้า แล้วเราจะไม่ต้องดิ้นต่อสู้กับคำถามเช่นนั้นที่อาจแวบเข้ามาในบางครั้ง
            เป็นสิ่งน่าสนใจ ที่เอลเลน จี.ไว้ท์ คิดเช่นกันว่าเป็นธรรมเนียมของชาวยิวจะสอนว่าท่านโมเสสเขียนพระธรรมโยบขณะที่เลี้ยงแกะอยู่ที่แผ่นดินของชาวมีเดียน (Midian) ทั้ง เอลเลน จี.ไวท์ และประวัติศาสตร์ชาติยิวให้การสนับสนุนว่า”เวลาที่ท่านโมเสสอยู่ในเดินแดนทุรกันดารแห่งมีเดียนตามลำพังหลายสิบปีไม่สูญเปล่า ท่านโมเสสได้รับการเตรียมตัวเพื่องานใหญ่ โดยการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ท่านโมเสสได้เขียนพระธรรมปฐมกาล และพระธรรมโยบ พระธรรมทั้งสองเล่มนี้จะต้องอ่านด้วยความตั้งใจมุ่งมั่นโดยประชากรของพระเจ้า จนกว่าวาระสุดท้ายจะมาถึง” (เอลเลน จี.ไว้ท์  The SDA Commentary, เล่ม 3, หน้า 1140)
           พระธรรมโยบ เป็นหนึ่งในพระธรรมสองเล่มแรกของพระคัมภีร์ถูกเขียนขึ้น เพื่อพูดถึงประเด็นของความเจ็บปวด และความทุกข์ยากลำบากของมนุษยชาติทั่วโลกกว้าง พระเจ้าทรงทราบว่าคำถามเรื่องความทุกข์เดือดร้อนของมนุษย์โลกจะเป็นปัญญาใหญ่โตที่ค้างคาใจของมนุษย์ ดังนั้นตั้งแต่แรกเริ่มพระเจ้าทรงดลใจท่านโมเสสในแผ่นดินมีเดียนให้เขียนพระธรรมโยบ กล่าวคือพระเจ้าทรงประสงค์ให้เราทราบตั้งแต่ต้นว่า พระองค์จะไม่ทรงล่อยมนุษย์ตามยถากรรมในความเจ็บปวด และความทุกข์สิ้นหวัง แต่ให้รับรู้ว่าพระเจ้าทรงอยู่ใกล้ พระองค์ทรงทราบในทุกสิ่งที่เราต้องเผชิญ เพื่อเราจะมีความหวัง และที่จะช่วยเราตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวาระสุดท้าย

               อ่าน พระธรรม มัทธิว 6:34; ยอห์น 16:33; ดาเนียล 12:1; และ มัทธิว 24:7 ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้สอนอะไรเราเกี่ยวกับว่า “พญามาร” มีอยู่จริงไหม

 
            พระคัมภีร์สอนว่า การรอบรู้ทั้งหมด ฤทธานุภาพทั้งสิ้น ความรักไม่เคยหยุดของพระเจ้าเป็นสิ่งจริง และพระคัมภีร์ยังสอนด้วยว่าความชั่วร้ายมีอยู่จริง ความทุกข์ลำบาก ความเจ็บปวด และความโศกเศร้าของมนุษย์ก็เป็นจริง ความชั่วร้ายไม่ใช่ข้อแก้ตัวไม่ให้เชื่อในพระเจ้า ที่จริงแล้ว การอ่านพระธรรมโยบอย่างไวๆ จะแสดงให้เห็นว่าท่านโยบเต็มไปด้วยความเศร้าโศก และความระทมทุกข์ แต่ท่านโยบไม่เคยตั้งคำถามว่าพระเจ้ามีอยู่จริงไหม แต่กลับถามว่าเหตุใดความเลวร้ายต่างๆ เหล่านี้จึงเกิดขึ้นกับท่าน

             มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะตั้งคำถามในเชิงไม่เข้าใจเช่นนั้นเมื่อมีประสบการณ์กับความชั่วร้าย เราจะสามารถไว้วางใจในคุณความดีของพระเจ้าได้อย่างไร ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเรา
วันพุธ      ปัญหาที่ซับซ้อน   (โยบ 6:4-8)      
                THE PUZZLING PROBLEM

 
             อ่าน พระธรรม โยบ 6:4-8 และ โยบ 9:1-12 ท่านโยบปล้ำสู้กับประเด็นไหน  คำถามอะไรที่ท่านโยบไม่ถาม

             เหมือนการศึกษาเมื่อวานนี้แสดงให้เห็นว่า พระธรรมโยบไม่เคยถามว่า “พระเจ้ามีจริงหรือไม่” แทนที่จะถามคำถามนั้น แต่ท่านโยบถามว่า เหตุใดชีวิตของท่านต้องผ่านความลำบากแสนเข็ญเช่นนี้ คิดโดยใจเป็นกลางในสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นกับท่านโยบ การถามคำถามนั้น เป็นการยุติธรรมดีไหม ยิ่งกว่านั้นท่านโยบเชื่อในพระเจ้า แล้วเหล่าคนไม่เชื่อชีวิตของพวกเขาต้องลำบากลำบนเช่นท่านไหม ยกตัวอย่างมีคนประเภท “ไม่เชื่อมีพระเจ้า” (atheist) อยู่เป็นจำนวนมากในโลก พวกเขาสามารถอธิบายถึงสาเหตุของความยุ่งยาก และความลำบากได้ชัดเจน และง่ายๆ พวกเขา หรือเธอจะพูดว่า เราอาศัยอยู่ในโลกที่ไม่มีความหมาย และไม่วัตถุประสงค์ที่อยู่รอบๆตัวเรา พวกเขามีหัวใจแข็ง ไม่สนใจใครและ
มีธรรมชาติของความโหดร้าย บ้างครั้งเราเป็นเหยื่อความทุกข์เดือดร้อนอย่างไม่มีเหตุผล ถ้าอย่างนั้นความทุกข์ยากที่มาสู่ชีวิตของเราย่อมจะเป็นสิ่งที่ปราศจากความหมาย
            หลายคนพบว่าคำตอบลักษณะนี้ไม่ทำให้เกิดความพึงพอใจ และสิ้นหวัง กระนั้นก็นับว่าเป็นคำตอบที่สมเหตุผลถ้าพวกเขาไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า แต่สำหรับบางคนอย่างเช่นท่านโยบ คำถามนั้นจะแตกต่างออกไป

                อ่าน พระธรรม โยบ 10:8-12 ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจคำถามอันน่าหวาดหวั่นที่ท่านโยบปลุกปล้ำอยู่อย่างไร
 
             ถูกแล้ว คำถามที่ท่านโยบปล้ำสู้อยู่ เป็นคำถามอย่างเดียวกันกับผู้เชื่อในพระเจ้าส่วนมากยังกำลังปลุกปล้ำเช่นกัน ถ้าพระเจ้าเป็นพระเจ้าที่แสนดี และทรงเปี่ยมด้วยความรักจริงๆ เหตุใดมนุษย์ต้องประสบกับความทุกข์ยากลำบากอย่างที่พวกเขาประสบอยู่ เหตุใด “คนดี” อย่างเช่นท่านโยบ ต้องต้องพบกับความทุกข์เจ็บปวดเช่นนั้น อีกครั้งหนึ่งถ้าจักรวาลปราศจากพระเจ้า คำตอบจะแจ่มแจ้ง และง่ายๆ: ที่เราต้องพบกับความทุกแสนเข็ญก็เพราะ เราอาศัยอยู่ในโลกที่ความรักของผู้คนเยือกเย็น และไม่ใส่ใจต่อกัน เพราะมนุษย์เองมีที่มาจากความบังเอิญ
            ท่านโยบทราบดีกว่านั้น เราก็เช่นกัน และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม เราต้องดิ้นรนต่อสู้กับคำถามประเด็นความทุกข์ยากเจ็บปวดที่ประดังเข้ามา

วันพฤหัสบดี      เหตุผลที่ว่าพระเจ้าแสนดีทรงฤทธานุภาพ
                              แม้โลกจะชั่วร้าย (โรม 3:1-4)                                                                                                                                                                                                               
                                  THEODICY

                อ่าน พระธรรม โรม 3:1-4 คุณค่าเฉพาะหน้า ความหมายของข้อพระคัมภีร์เหล่านี้คือ ความไม่สัตย์ซื่อของประชากรของพระเจ้าบางคน แต่อะไรคือประเด็นที่ใหญ่กว่า ที่อัครทูตเปาโลกำลังพูดถึงตรงนี้ ท่านเปาโลพูดอะไรเกี่ยวกับพระเจ้า
             ข้อพระคัมภีร์ตรงนี้ ท่านเปาโลยกมาจากพระธรรม สดุดี 51:4 ท่านเปาโลพูดว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าเอง“หามิได้เลย ถึงแม้ทุกคนจะอสัตย์ ก็ขอพระเจ้าทรงสัจจะเถิด” แนวคิดที่ให้ไว้ตรงนี้คือสิ่งที่เรียกว่า “เหตุผลที่ว่าพระเจ้าแสนดี และทรงฤทธานุภาพ” (theodicy) เป็นคำถามเรื่องความเข้าใจในความดีของพระเจ้าแม้เราจะเผชิญกับความชั่วร้าย เป็นคำถามเก่าที่เราได้ศึกษามาตลอดสัปดาห์ ซึ่งที่จริง สงครามแห่งประวัติศาสตร์เองจริงๆแล้ว คือเหตุผลที่ว่าพระเจ้าแสนดี และทรงฤทธานุภาพ ต่อหน้ามนุษย์ ต่อหน้าทูตสวรรค์ ต่อหน้าจักรวาลทั้งมวล ความดีของพระเจ้าจะถูกทำใช้ชัดเจนแม้ว่าจะมีความชั่วร้ายอยู่ในโลก
             “ทุกคำถามแห่งความจริง และความเท็จในการต่อสู้ขับเคี่ยวระหว่างพระคริสต์ และซาตาน ปัจจุบันได้ถูกทำให้กระจ่าง ผลลัพธ์ของการสงคราม หรือการคิดกบฏ และผลลัพธ์ของการปฏิเสธพระบัญญัติ และหลักการของพระเจ้าได้ถูกเปิดเผยให้ชาวสวรรค์ และประชากรแห่งจักรวาลที่พระเจ้าได้ทรงสร้างขึ้นได้มองเห็นกันทั่วหน้า การปกครองของซาตาน และการปกครองโดยรัฐบาลของพระเจ้าได้ถูกนำเสนอต่อทั้งจักรวาล ผลงานของซาตานแสดงให้เห็นว่าเป็นฝ่ายทำผิด พระนามของพระเจ้า พระสติปัญญา ความยุติธรรม และความดีของพระองค์พ้นจากข้อกล่าวโดยสิ้นเชิง เป็นที่ประจักรว่าวิธีจัดการใน “สงครามแห่งประวัติศาสตร์” ได้ถูกกระทำไปเพื่อผลดีชั่วนิรันดร์สำหรับประชากรของพระองค์ และ โลกทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงสร้างไว้”  (เอลเลน จี. ไว้ท์  สงครามแห่งประวัติศาสตร์, หน้า 670, 671)
            แนวคิดอาจเป็นสิ่งยากสำหรับเราที่จะเข้าใจในเวลานี้ขณะที่อยู่ในโลกของความบาป และความทุกข์ยากลำบาก ถ้าสิ่งนี้เป็นเรื่องยากสำหรับเรา ลองจินตนาการท่านโยบจะต้องคิดอย่างไร แต่เมื่อทั้งหมดได้พ่านพ้นไป เราจะสามารถทราบถึงพระคุณ ความดี ความยุติธรรม ความรัก และความเที่ยงธรรมของพระเจ้าในการปฏิบัติต่อมนุษย์ทั้งมวล ต่อซาตานและต่อความบาป พระสัญญานี้ไม่ได้หมายความว่า ทุกสิ่งที่บังเกิดมาในโลกเป็นสิ่งดี ซึ่งเรื่องนี้ชัดเจน แต่พระสัญญาหมายถึงพระเจ้าทรงปฏิบัติต่อความบาป และความยากลำบากในโลกอย่างดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” เมื่อประสบการณ์
อันน่ากลัวนี้ผ่านพ้นไป เราจะสามารถร้องตะโกนได้ว่า “ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด พระราชกิจของพระองค์ยิ่งใหญ่และมหัศจรรย์นัก ข้าแต่กษัตริย์แห่งประชาชาติทั้งปวง วิธีการทั้งหลายของพระองค์ยุติธรรม และเที่ยงตรง” (วิวรณ์ 15:3)
 
            เหตุใดจึงสำคัญมากที่จะสรรเสริญพระนามของพระเจ้า แม้แต่ขณะนี้ที่เรากำลังประสบกับความทุกข์ยากลำบาก ซึ่งดูเหมือนจะยากมากที่จะยอมรับ และแบกไว้
 
วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม
             ท่านโยบเป็น “คนดี” มาแต่ต้น ท่านทราบว่าท่านไม่ควรจะได้รับ “สิ่งเลว” ต่างๆ ที่บังเกิดแก่ท่าน ดังนั้นท่านถามคำถามที่คนจำนวนมากที่เชื่อในพระเจ้าถามกัน เมื่อมีสิ่งเลวร้ายเดขึ้น: เช่นถามว่า พระเจ้าทรงมีพระลักษณ์อย่างไร ผู้เชื่อที่ถามคำถามไม่อาจค้นหาคำตอบเบื้องลึก-เบื้องหลังของ “สงครามต่อสู้ขับเคี่ยวระหว่างพระคริสต์ และซาตาน” ว่าที่จริงแล้วเป็นอย่างไร และก็ไม่ได้ตั้งคำถามว่า “มีพระเจ้าจริงหรือไม่” “พระองค์คือใคร” “พระองค์มึลักษณะพระอุปนิสัยอย่างไร”
              หลายส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาของ “การต่อสู้ขับเคี่ยวยิ่งใหญ่” และไม่มีคำถามเกี่ยวกับความตายของพระเยซูบนไม้กางเขน ซึ่งพระบุตรของพระเจ้า “ทรงประทานพระองค์เองเพื่อเรา  ให้เป็นเครื่องถวาย และเป็นเครื่องบูชาอันเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า” (เอเฟซัส 5:2) เหนือกว่าสิ่งอื่นใด องค์พระผู้สร้างทรงแสดงให้จักรวาลเห็นพระลักษณะอุปนิสัยแท้ของพระองค์ ไม้กางเขนแสดงให้เราเห็นว่า “พระเจ้าองค์พระผู้สร้าง” พระองค์คือผู้ที่เราจะไว้วางใจตลอดไป

คำถามเพื่อการอภิปราย:
  1.  คิดอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับคำถามเรื่องความทุกข์ยากลำบากสำหรับผู้ที่ยังไม่เชื่อในพระเจ้า เหมือนที่เราได้พบ   พวกเขาไม่ต้องดิ้นรนต่อสู้กับคำถามอย่างเดียวกับที่ผู้เชื่อในพระเจ้าดิ้นรน เมื่อเผชิญกับสิ่งที่ทำให้เกิดขึ้น  เมื่อพวกเขาพบกับความเศร้า และเหตุการณ์อันน่ากลัว พวกเขามีความหวังอะไรเพื่อให้พ้นผ่าน หรือพบคำตอบ จินตนาการที่พวกเรา และพวกเขาต้องผ่านความลำบากในโลกนี้ พวกเขาเชื่อว่าความทุกข์ลำบากจะสิ้นสุดลงที่ความตาย โดยไม่มีความหวังใดๆ แต่พวกเราไม่ใช่ ขณะที่เรายังมีความหวังในชีวิตใหม่หลังจากนั้น จึงน่าประหลาดใจที่มีผู้เชื่อจำนวนมากเป็นทุกข์กังวลเกี่ยวกับชีวิต ทั้งๆ ที่ได้พบความหมายของ ชีวิต หนังสือ และบทความมากมายในโลกนี้เต็มไปด้วยการคร่ำครวญเกี่ยวกับการไร้ความหมายที่รออยู่ในวันไว้ข้างหน้า แต่เราเองท่ามกลางผู้เป็นทุกข์เศร้าโศกสามารถจะรับเอาความหวังจากความเชื่อของเรา ถึงอย่างไรก็ตาม เรายังมีความหวังเต็มเปี่ยม แม้คำถามอันยากต่างๆ ยังคงอยู่

  2.  เหตุใดจึงสำคัญมากสำหรับเรา เดี๋ยวนี้ ที่จะคิดอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับไม้กางเขน ไม้กางเขนเป็นตัวอย่างอันทรงพลังที่สุดที่เรามี อันเนื่องมาจากความรักของพระเจ้า และบอกว่าพระองค์มีพระลักษณะเช่นไร เมื่อเราเต็มไปด้วยความเศร้าโศก ไม้กางเขนบอกเราอย่างไรเกี่ยวกับพระลักษณะนิสัยของพระเจ้า เมื่อเรารำลึกไม้กางเขนได้ เราได้รับความหวังอะไรสำหรับตัวเราเอง ไม่ว่าเราจะเผชิญกับอะไรในเวลานี้  
________________________
Additional links on this topic:

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272