Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > 4th Quarter Thai SS 2016.Index > บทที่  1 กาลอวสาน  > บทที่  2 สงครามแห่งประวัติศาสตร์ > บทที่  3 ท่านโยบยำเกรงพระเจ้าโดยไร้สาเหตุหรือ > บทที่  4 ความเจ็บปวดของพระเจ้าและมนุษย์                   > บทที่  > > > >
.
บทที่  9
เบาะแสแห่งความหวัง
HINTS OF HOPE
วันที่ 19 – 25  พฤศจิกายน 2016
 
บ่ายวันสะบาโต    
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :
สุภาษิต 17:28; โยบ 13:1-15; ยากอบ 2:20-30; 1 โครินธ์ 15:11-20; 1 เปโตร 1:18-20; ปฐมกาล 22:8

ข้อควรจำ    “ข้อนี้จะเป็นความรอดของข้าด้วย คือคนที่ไม่นับถือพระเจ้า จะไม่ได้เข้ามาต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์” (โยบ 13:16)

นักเขียนมีชื่อเสียงชาวอังกฤษคนหนึ่งคือ วิลเลี่ยม ฮัซลิตต์ ครั้งหนึ่งเขียนว่า “มนุษย์เป็นสัตว์เพียงประเภทเดียว ที่หัวเราะ และร้องไห้ได้ ทั้งนี้เพราะเป็นสัตว์ประเภทเดียวที่ “รู้สึกสัมผัส” ในความแตกต่างระหว่างสิ่งต่างๆ และมนุษย์จะตอบสนองอย่างไร”
       แน่นอน สิ่งต่างๆไม่ใช่ที่พวกเขาควรจะเป็น สำหรับคริสเตียนผู้มีชีวิตอยู่ด้วยพระสัญญาแห่งการกลับมาครั้งที่สอง พวกเขามีความหวัง เราทั้งหลายมีความหวังยิ่งใหญ่ ในสิ่งต่างๆที่จะกลายเป็น ดังพระวจนะได้กล่าวไว้ “แต่ว่าตามพระสัญญาของพระองค์นั้น เราจึงคอยท้องฟ้าใหม่ และแผ่นดินโลกใหม่ ที่ซึ่งความชอบธรรมจะดำรงอยู่” (2 เปโตร 3:13) พวกเขาจะกลายเป็นบางสิ่งอัศอัศจรรย์ ที่ดวงจิตมืดดำ (1 โครินธ์ 13:12) ไม่สามารถจินตนาการได้ในเวลานี้ ส่วนดวงจิตที่คับแคบ ดวงจิตที่เป็นของทางโลก ได้สูญเสียความหวังไปนานแล้ว
       สัปดาห์นี้เราจะศึกษาต่อเนื่องในคำถามเรื่อง “ความทุกข์เดือดร้อนของมนุษย์” จากพระธรรมโยบ สายตาของคนทั่วไปที่เห็น ต่างเศร้าใจ และเห็นว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ยุติธรรม ที่เกิดขึ้นกับท่านโยบ แต่เราจะพบว่าท่านโยบยังคงพูดถึงถ้อยคำแห่งความหวัง

วันอาทิตย์     ผู้สร้างการโกหก  (โยบ 13:1-14)
                           FORGERS OF LIES

 
     ถึงคนโง่หากนิ่งเสียก็นับว่าเป็นคนฉลาด เมื่อเขาหุบริมฝีปากของเขาก็นับว่าเขามีความคิด” (สุภาษิต 17:28)

       ไม่ว่าคนหนึ่งจะพูดเกี่ยวกับท่านโยบว่าอย่างไร ไม่ว่าเขาหรือเธอไม่อาจกล่าวหาว่าท่านโยบเพียงแค่นั่ง ฟังอย่างเงียบๆ และไม่เปิดปากดูหมิ่นเพื่อนๆ ที่กันรุมว่ากล่าวท่านโยบว่าเป็นคนอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งๆที่ท่านได้ดิ้นรนต่อสู้ในใจกับความรู้สึกผสมผสานระหว่างความจริงและความเท็จ ก็อย่างเราได้เรียนรู้ พวกเพื่อนเหล่านี้ไม่ได้แสดงความกรุณา หรือความสงสารต่อท่านโยบเท่าที่ควร พวกเขาอ้างว่าพวกเขาพูดเพื่อพระเจ้า ดังนั้นพวกเขาพยายามอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับท่านโยบว่ามีสาเหตุมาจากอะไร และพวกเขาสรุปว่าท่านโยบได้รับสิ่งที่ท่านสมควรได้รับแล้ว ความเห็นในทำนองนี้ของพวกเพื่อนๆ เป็นสิ่งเลวร้ายเพียงพออยู่แล้ว แต่ท่านโยบหาได้ตอบพวกเขากลับไปไม่
      
       อ่าน พระธรรมโยบ 13:1-14 ท่านโยบได้ตอบอย่างไรกับ ถ้อยคำที่เพื่อนๆ พากันว่ากล่าวแก่ท่าน
 
       ในพระธรรม โยบ บทที่ 2 เมื่อคนเหล่านี้เดินทางมาเยี่ยมท่านโยบตั้งแต่นาทีแรก ที่พบกับท่านโยบ พวกเขาไม่พูดอะไรกับท่านโยบเป็นเวลาเจ็ดวัน แต่หลังจากได้ยินได้ตรึกตรองว่าจะต้องพูดอะไรกับท่านโยบ พวกเขามาคิดได้ว่า พวกควรจะรออยู่อย่างเงียบๆ ต่อไปก่อน นั่นคือสิ่งที่ท่านโยบกำลังคิดต้องการให้เป็นไปจริงๆ
       ให้สังเกตุด้วยว่า: ท่านโยบกล่าวว่าคนเหล่านี้ “พูดคำเท็จ”  และพวกเขาพูดโกหกเกี่ยวกับพระเจ้า แน่นอน จะเป็นการดีกว่าที่จะไม่พูดอะไรเลย มากกว่าที่จะพูดสิ่งที่ไม่จริง (ใครในพวกเราที่ไม่เคยมีประสบการณ์ว่าความจริงคืออะไร)
แต่ดูเหมือนว่าการพูดสิ่งที่ไม่จริงเกี่ยวกับพระเจ้าจะมีผลลัพธ์เลวร้ายกว่า สิ่งแปลกที่เกิดขึ้นคือ เพื่อนๆของท่านโยบเหล่านี้ต่างคิดว่าพวกเขากำลังปกป้องพระนามของพระเข้า และพระอุปนิสัยของพระองค์จากการถูกต่อต้านด้วยการ “ร้องทุกข์” ต่อพระเจ้าของท่านโยบ “ว่าความทุกข์เจ็บปวดแสนขมขื่นเกิดขึ้นกับท่าน (โยบ) ได้อย่างไร ท่านโยบไม่เข้าใจจริงๆ เหตุใดสิ่งเลวร้ายทั้งหลายเหล่านี้ได้ประดังเข้ามายังชีวิตของท่านและครอบครัวไร แต่ท่านโยบก็เพียงพอที่จะตระหนักว่า เพื่อนทั้งสามของท่าน “ฉาบเสียด้วยการมุสา” (โยบ 13:4)

       เมื่อไรเป็นครั้งเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณได้พูดในสิ่งที่ไม่จริง และควรไม่ได้พูดออกไปจะดีกว่า คุณได้เรียนรู้อะไรจากประสบการณ์นั้น เพื่อคุณจะไม่ทำผิดพลาดอย่างเดิมอีกต่อไป


วันจันทร์     แม้พระองค์จะทรงประหารข้าพระองค์  
                  (โยบ 3:15)
                    THOUGH HE SLAY ME

       เมื่อลูกชาย หญิงของท่านโยบต้องตายไปในคราวเดียว เนื่องจากลมพายุได้พัดบ้านพังทลายลงทับพวกเขาขณะที่พวกเขารับประทานเลี้ยงฉลองกัน ก่อนหน้านั้นเล็กน้อยทรัพย์สินไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน และฝูงสัตว์ทั้งหมด ถูกโจรปล้นจนเกลี้ยง ยิ่งกว่านั้นตอนนี้สุขภาพของท่านโยบเสื่อมโทรม และรู้สึกเจ็บปวดทรมานจากการเป็นฝีร้ายทั่วตัว ท่านโยบไม่ทราบทั้งสาเหตุความเป็นมาของสิ่งเลวร้ายเหล่านี้ และไม่ทราบชีวิตต่อไปของท่านจะลงเอยอย่างไร สิ่งที่ท่านโยบทราบคือสิ่งทั้งปวงได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันอย่างตั้งตัวไม่ติด
       ท่านโยบ “บ่น” (complains) อย่างขมขื่นว่า ท่านไม่น่าเกิดมาจะดีกว่า ท่านโยบหวังว่าถ้าเกิดมาแล้ว แต่ได้ตายไปในวัยทารก และถูกฝังไว้ในหลุ่มฝังศพ ก็จะไม่ต้องมีประสบการณ์อย่างที่เป็นอยู่ ในการบ่นท่านโยบยังแสดงให้เห็นความหวัง และความหวังนี้ท่านหวังในพระเจ้าองค์เดียว ที่ปฏิบัติต่อท่านอย่างไม่ยุติธรรมในเวลานี้

       อ่าน พระธรรม โยบ 13:15 มีความหวังอะไรที่แสดงให้เห็นในพระวจนะข้อนี้ และท่านโยบกำลังพูดอะไร

      ท่านโยบกล่าวถึงความไว้วางใจในพระเจ้าของท่านว่า “แม้พระองค์จะทรงประหารข้าพระองค์เสีย ข้าพระองค์ก็จะวางใจในพระองค์” นี่ช่างเป็นการกล่าวเป็นพยานในความเชื่ออันทรงพลังยิ่ง! จากสิ่งหมดที่เกิดกับท่านโยบ ท่านโยบทราบถึงความเป็นไปว่า สิ่งสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นคือความตาย พระเจ้าอาจบันดาลให้เป็นไปเช่นนั้น แต่แม้จะตายท่านโยบตัดสินใจเด็กขาดว่า ท่านยังจะไว้วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า
       “ความรุ่มรวยแห่งพระคุณของพระคริสต์จะต้องถูกจดจำไว้เสมอ จงเก็บสะสมบทเรียนแห่งความรักที่พระคริสต์ทรงประทานให้ ขอให้ความเชื่อของคุณเป็นเหมือนกับท่านโยบ ที่คุณจะพูดอย่างเดียวกันว่า “ถึงแม้พระองค์ทรงประหารข้าเสีย ข้าก็จะยังวางใจในพระองค์” (โยบ 13:15, คิงเจมส์ ฉบับภาษาไทย) จงอ้างพระสัญญาที่พระบิดาแห่งสวรรค์ได้ประทานไว้ และจงระลึกถึงอดีตที่พระองค์ได้ทรงนำทางชีวิตของคุณ และผู้รับใช้คนอื่นๆของพระองค์ เพราะว่า “เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ ให้เกิดผลดีในทุกสิ่ง” (โรม 8:28) (เอลเลน จี. ไว้ท์  The Advent Review and Sabbath Herald, 20 ตุลาคม 1910)
       จากความเข้าใจของมนุษย์ในสถานการณ์ของท่านโยบ ท่านโยบไม่มีเหตุผลที่จะหวังในสิ่งใด แต่ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า ท่านโยบไม่คิดเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นปัญหาต่างๆ อย่างที่เราส่วนมากคิดกัน หากท่านได้ทำสิ่งใด จะมีความหวังอะไรพอที่จะเป็นไปได้ แม้กระนั้นท่านโยบได้เป็นพยานแห่งความเชื่อ และความหวังอันทรงพลัง และท่านทำเช่นนั้นเพราะว่าท่านไว้วางใจในพระเจ้า

       คำถามอันมีเหตุผลอาจเป็นว่า:  ท่านโยบรักษาความเชื่อในพระเจ้าไว้ได้ หลังสิ่งเลวร้ายทั้งปวงได้เกิดขึ้นกับท่านได้อย่างไร อ่าน พระธรรม โยบ 1:1 และ ยากอบ 2:20-22 ข้อพระวจนะดังกล่าวช่วยตอบคำถามนี้ได้อย่างไร และคำตอบควรบอกเราเกี่ยวกับความสำคัญของความสัตย์ซื่อ และการเชื่อฟังในชีวิตของคริสเตียนเราอย่างไร (อ่าน บทเรียน บทที่ 13)
วันอังคาร       เบาะแสแห่งความหวัง  (1 โครินธ์ 15:11-20)                
                      HINTS OF HOPE
       ไม่ว่าสิ่งต่างๆจะแปรผันไปอย่างไร “ข้อนี้จะเป็นความรอดของข้าด้วย คือคนที่ไม่นับถือพระเจ้า จะไม่ได้เข้ามาต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์” (โยบ 13:16)  ข้อพระคัมภีร์นี้ติดตามข้อพระคัมภีร์ที่เราอ่านเมื่อวานนี้ และ ข้อพระคัมภีร์นี้สนับสนุนแนวคิดที่ท่านโยบได้มีความหวัง และความหวังนี้คือท่านมีในพระเจ้ามากขึ้นอย่างไร 
 

       หากว่าท่านโยบจะต้องตาย หรือแม้พระเจ้าจะประหารท่าน ท่านโยบจะคงวางใจในพระเจ้าเพื่อความรอด ในทัศนะหนึ่งนับเป็นเรื่องแปลก แต่อีกนัยหนึ่ง คือความไว้วางใจสมบูรณ์แบบ ยิ่งกว่านั้นอะไรคือความรอดถ้าไม่ใช่การเป็นอิสระจากความตาย และอะไรคือความตายสำหรับผู้ได้รับความรอด นั่นคือการเข้าสู่การพักผ่อนอย่างฉับพลัน ซึ่งเหตุการณ์ตามมาคือการฟื้นคืนชีพ ความหวังแห่งการฟื้นคืนชีพ และการเข้าสู่ชีวิตนิรันดร์ไม่ใช่ความหวังยิ่งใหญ่สำหรับประชากรทั้งมวลของพระเจ้าตลอดช่วง 1,000 ปีหรือ นี่เป็นความหวังของท่านโยบเช่นกัน

        อ่าน พระธรรม 1 โครินธ์ 15:11-20 มีความหวังอะไรประทานให้กับเราในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ หากปราศจากความหวังนี้ เหตุใดเราจะไม่มีความหวังใดๆ
 
      
ก็เช่นกัน หลังจากที่ท่านโยบแสดงให้เห็นถึงความเชื่อเข้มแข็งในเรื่องความรอด ท่านโยบกล่าวว่า “ฮาเนฟ” (hanef)“จะไม่มาก่อนพระองค์” รากของคำศัพท์ “ฮาเนฟ” หมายถึง “ไม่บริสุทธิ์” หรือ “ไม่มีพระเจ้า” เป็นคำที่มาในรูป “ด้านลบ” ในภาษาฮีบรู ท่านโยบทราบว่า ความรอดของท่านจะพบได้ในพระเจ้าเท่านั้น เป็นการพบในผู้มอบถวายชีวิตอย่างสัตย์ซื่อ และเชื่อฟังต่อพระเจ้า นี่คือเหตุผลว่าเหตุใด “ความชั่วร้าย และ “ผู้ไม่เชื่อในพระเจ้า” จะเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์ หรือไม่มีความหวัง ท่านโยบกล่าวเกี่ยวกับความเข้าใจของท่านในเรื่อง “ความมั่นใจในความรอด” ท่านโยบได้ประกอบพิธีถวายสัตวบูชาเพื่อลบล้างความบาป แต่ท่านไม่ทราบ หรือไม่เข้าใจในความหมายของพิธีถวายบูชาดังกล่าว ก่อนไม้กางเขน ส่วนใหญ่ของผู้สัตย์ซื่ออย่างกับท่านโยบ เชื่อแน่ว่าไม่เข้าใจความหมายเต็มของความรอดเท่าที่เราสามารถเข้าใจได้เหมือนผู้มีชีวิตอยู่หลังไม้กางเขน แต่ท่านโยบรู้จักเพียงพอในความหวังแห่งความรอดคือที่จะพบในองค์พระองค์ผู้เป็นเจ้าเท่านั้น และท่านโยบทราบด้วยว่าการถวายบูชาของท่าน ที่ถวายแด่พระเจ้าเป็นตัวอย่างของการได้พบกับความรอดนี้ได้อย่างไร

วันพุธ       ความหวังก่อนโลกอุบัติขึ้น   (2 ทิโมธี 1:8, 9)               HOPE BEFORE THE WORLD BEGAN
       ท่านโยบมีความหวังเพราะท่านรับใช้พระเจ้าแห่งความหวัง พระคัมภีร์เต็มไปด้วยเรื่องดำคล้ำแห่งความบาปของมนุษย์ นับตั้งแต่อาดัม และเอวาล้มลงในความบาปที่สวนเอเดน (ปฐมกาล บทที่ 3) จนถึงการล้มลงของบาบิโลนในตอนสิ้นสุดของเวลา (วิวรณ์ 14:8) แต่พระคัมภีร์เป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยความหวัง และเต็มไปด้วยทรรศนะในบางสิ่งไกลเกินกว่าสิ่งโลกนี้จะเสนอให้ได้
       “พระเจ้าได้ทรงประทานอำนาจเต็มในการควบคุมโลกแด่พระคริสต์ ผ่านทางพระคริสต์พระพรทุกอย่างจากพระเจ้าได้หลั่งลงยังเผ่าพันธุ์มนุษย์ผู้ล้มลงในความบาป พระเยซูทรงเป็นพระผู้ไถ่บาป ขณะเดียวกันทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอด ทั้งในช่วงเวลาก่อน และหลังที่ทรงถือกำเนิดเป็นมนุษย์ ทันทีเมื่อความบาปได้เกิดขึ้น ที่นั่นมีพระผู้ช่วยให้รอด” (เอลเลน จี. ไว้ท์ ผู้พึงปรารถนาแห่งปวงชน, หน้า 210) ไม่มี “พระ” องค์ใดจะเป็นพระผู้ช่วยให้รอดได้ นอกจากพระเยซู ผู้ทรงเป็นผู้ประทานพระพรยิ่งใหญ่แห่งความหวังของเราอีกแล้ว

       อ่าน พระธรรม เอเฟซัส 1:4; ทิตัส 1:2; 2 ทิโมธี 1:8, 9 และ 1 เปโตร 1:18-20 ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ให้การยืนยันในความหวังอันอัศจรรย์ที่แสดงให้เห็นใน “ถ้อยแถลงของ เอลเลน จี. ไว้ท์” ที่พบในหัวข้อศึกษาของวันนี้อย่างไร

       ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้สอนความจริงอัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงล่วงรู้แม้ก่อนการเนรมิตสร้างโลกของพระองค์ ว่ามนุษย์จะล้มลงในความบาป ความหมายของข้อพระคัมภีร์ 2 ทิโมธี 1:9. กล่าวว่าเราถูกเรียกโดยพระคุณที่ทรงประทานให้เราผ่านทางพระเยซูคริสต์ “ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์มานั้น” นี่เป็นพระคุณที่ได้ทรงประทานแก่เรา “ไม่สอดคล้องกับการประกอบการดีของเรา” สิ่งนี้เป็นไปได้ผ่านทางพระเยซูเท่านั้น แม้แต่ก่อนเวลาที่เราลืมตาดูโลก พระเจ้าทรงวางแผนไว้อย่างลงตัว นั่นคือการเสนอความหวังแห่งชีวิตนิรันดร์ให้กับมนุษย์ ความหวังนี้ไม่ได้เกิดขึ้นภายหลังที่เราแสดงความต้องการ แต่เป็นว่าความหวังมีอยู่ก่อนแล้ว พร้อมที่จะประทานให้แก่เรา เมื่อดวงใจของเราต้องการ
       ในฐานะเป็นคริสเตียนเรามีหลายสิ่งหวังที่จะได้รับ และหวังจะได้ครอบครอง เราอาศัยอยู่ในจักรวาลที่พระเจ้าเป็นผู้ทรงเนรมิตสร้าง พระเจ้าผู้ทรงรักเรา (ยอห์น 3:16) พระองค์ทรงจ่ายค่าไถ่ตัวเราด้วยพระชนม์ชีพของพระองค์ (ทิตัส 2:14) พระเจ้าผู้ทรงได้ยินคำอธิษฐานของเรา (มัทธิว 6:6) พระเจ้าทรงช่วยเราไว้ (ฮีบรู 7:25) พระเจ้าผู้ทรงสัญญาไว้ว่า จะไม่ได้ทอดทิ้งเรา (ฮีบรู 13:5) พระเจ้าผู้ทรงตรัสสัญญาด้วยว่า จะทรงเรียกเราให้ฟื้นจากความตาย (อิสยาห์ 26:19)และจะนำไปอยู่ในแผ่นดินสวรรค์ที่พระองค์ได้จัดเตรียมไว้ให้เรา   

       “ถ้าเช่นนั้นเราจะว่าอย่างไร ถ้าพระเจ้าอยู่ฝ่ายเรา ใครจะขัดขวางเรา” (โรม 8:31) คุณสามารถให้ข้อพระคัมภีร์ข้อนี้เป็นความหวังของคุณเองท่ามกลางการดิ้นรนต่อสู้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่คุณกำลังเผชิญอยู่ได้อย่างไร

วันพฤหัสบดี           ตัวอย่างต่างๆแห่งความหวัง                                                                                                                                                                                                               
                        
            IMAGES OF HOPE        

          อ่านข้อพระคัมภีร์ต่อไปนี้ แต่ละข้อแสดงให้เห็นความหวังอย่างไร

ปฐมกาล 3:15 .......................................................................................................................................................
ปฐมกาล 22:8 .......................................................................................................................................................
เลวีนิติ 17:11 .......................................................................................................................................................
ยอห์น 1:29 ..........................................................................................................................................................
กาลาเทีย 2:16 .....................................................................................................................................................
ฟี่ลิปปี 1:6 ........................................................................................................................................................... 1 โครินธ์ 10:13 ....................................................................................................................................................
ดาเนียล 7:22 .......................................................................................................................................................
ดาเนียล 12:1, 2 ...................................................................................................................................................
มัทธิว 24:27 .........................................................................................................................................................
ดาเนียล  2:44 .......................................................................................................................................................

       ติดตามแนวคิดที่นำเสนอเป็นชุดในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ เมื่อประมวลเข้าด้วยกัน ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้บอกอะไรเราเกี่ยวกับความหวัง ที่เราในฐานะคริสเตียนสามารถมีในพระเยซู

วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 
       จากปกหน้า ถึงปกหลัง พระคัมภีร์เต็มไปด้วยถ้อยคำอัศจรรย์แห่งความหวัง ยกตัวอย่างเช่น “เราได้บอกเรื่องนี้แก่ท่าน เพื่อท่านจะได้มีสันติสุขในเรา ในโลกนี้ท่านจะประสบความทุกข์ยาก แต่จงชื่นใจเถิด เพราะว่าเราได้ชนะโลกแล้ว”(ยอห์น 16:33) ...“นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค” (มัทธิว 28:20)...  “โดยการที่พระองค์ทรงยอมถูกแช่งสาปเพื่อเรา” (กาลาเทีย 3:13) ... “ตะวันออกไกลจากตะวันตกเท่าใด พระองค์ทรงปลดการละเมิดของเราจากเราไปไกลแค่นั้น” (สดุดี 103:12) ...“เพราะข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า แม้ความตายหรือชีวิต หรือบรรดาทูตสวรรค์ หรือเทพเจ้า หรือสิ่งซึ่งมีอยู่ในปัจจุบัน หรือสิ่งซึ่งจะมีในภายหน้า หรือฤทธิ์เดชทั้งหลาย หรือซึ่งสูง หรือซึ่งลึก หรือสิ่งใดๆอื่นที่ได้ทรงสร้างแล้วนั้น จะไม่สามารถกระทำให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้” (โรม 8:38,39)
       ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของสิ่งที่ได้แสดงให้เราเห็น ในพระคัมภีร์เกี่ยวกับสิ่งที่พระเจ้าของเราทรงเป็น และที่ทรงเสนอแก่เรา มีเหตุผลอะไรที่เรามีสำหรับความหวังทั้งหมด ถ้าไม่มีพระคัมภีร์ที่แสดงให้เราประจักษ์

คำถามเพื่อการอภิปราย:
  1.  มีข้อพระคัมภีร์ข้อไหนอีกที่พูดกับเราเรื่องความหวัง ข้อไหนมีความสำคัญยิ่งต่อคุณ และเหตุใดคุณจึงคิดเช่นนั้น

  2.  จากหลักข้อเชื่อทั้งหมดของคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส มีข้อไหนที่คุณคิดว่าให้ความหวังใจแก่คุณมากที่สุด
 
   3.  ท่ามกลางความยุ่งเหยิง และความยากลำบากของชีวิต เราสามารถเรียนรู้ที่จะมีความยินดี และความหวังที่ทรงประทานแก่เราในพระคัมภีร์อย่างไร เหตุใดจึงเป็นการง่ายมากที่จะเกิดการท้อถอยโดยเหตุการณ์ แม้ว่าจะมีความหวังที่พระเจ้าทรงประทานให้เรามากทีเดียว เราสามารถทำอะไร ภายในความสามารถของเราเอง ที่จะจดจำไว้เสมอในความหวังนี้ และมีความยินดีในความหวังที่เรามีอย่างไร  

   4.  “พูดคุยเกี่ยวกับความหวัง และความเชื่อ และการขอบพระคุณพระเจ้า จงมีความชื่นชม มีความหวังในพระคริสต์ สอนตัวคุณเองให้สรรเสริญพระองค์ นี่เป็นการเยียวยาสำหรับเชื้อโรคของจิตวิญญาณ และของร่างกาย” (เอลเลน จี. ไว้ท์  Mind, Character, and Personality, เล่ม 2, หน้า 492) เหตุใดการกล่าวสรรเสริญจึงมีความสำคัญในการช่วยเรายึดมั่นความหวังในองค์พระผู้เป็นเจ้า
 
________________________
Additional links on this topic:

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272