Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > 4th Quarter Thai SS 2016.Index > บทที่  1 กาลอวสาน  > บทที่  2 สงครามแห่งประวัติศาสตร์ > บทที่  3 ท่านโยบยำเกรงพระเจ้าโดยไร้สาเหตุหรือ > บทที่  4 ความเจ็บปวดของพระเจ้าและมนุษย์                   > บทที่  > > > > >
.
บทที่  10
ความโกรธของเอลีฮู
THE ANGER OF ELIHU
วันที่ 26 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2016
 
บ่ายวันสะบาโต    
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :
โยบ 13:28; โยบ 28:28; โยบ 32:1-5; โยบ 34:10-15; เอเสเคียล 28:12-17; โยบ บทที่ 1-2:10

ข้อควรจำ    “เพราะฟ้าสวรรค์สูงกว่าแผ่นดินโลกฉันใด วิถีของเราสูงกว่าทางของเจ้าและความคิดของเราก็สูงกว่าความคิดของเจ้าฉันนั้น” (อิสยาห์ 55:9)

ในสงครามระหว่างท่านโยบ และชายทั้งสามเหล่านี้ มีการกล่าวถ้อยคำ ที่บางครั้งฉลาด ลุ่มลึก และเป็นความจริง บ่อยครั้งเพียงใดที่ผู้คนอ้างอิงจากพระธรรมโยบ พวกเขาแม้แต่อ้างอิงจากคำพูดของ เอลีฟัส บิลดัด และโศฟาร์ เหมือนอย่างที่เราเห็นครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขามีสิ่งดีๆ หลายสิ่งจากคำพูดของพวกเขา แม้ว่าพวกเขาไม่ได้พูดถ้อยคำเหล่านั้นในสถานที่ ในเวลา และสถานการณ์ที่เหมาะสม พวกเขาใช้ถ้อยคำซึ่งควรได้สอนเราในความจริงอันทรงพลัง ดังพระธรรมสุภาษิต 25:11-13. ซึ่งกล่าวว่า...

       “ถ้อยคำที่พูดเหมาะๆ จะเหมือนลูกท้อทองคำล้อมเงิน คนตักเตือนที่ฉลาดกับหูที่คอยฟัง ก็เหมือนแหวนหรืออาภรณ์ทองคำ หิมะให้ความเย็นในฤดูเกี่ยวอย่างไร ผู้สื่อสารที่ซื่อสัตย์ย่อมทำให้จิตวิญญาณของนายผู้ใช้เขาชุ่มชื่นอย่างนั้น”

       น่าเศร้าใจ ถ้อยคำเหล่านั้นไม่ใช่การหนุนใจ ที่ท่านโยบหวังจะได้รับฟังจากเพื่อนๆของท่าน กลายเป็นว่าปัญหาที่มีอยู่เดิมกลับเลวร้ายขึ้นไปอีก อนึ่งแทนที่จะมีเพื่อนเพียงสามคนที่บอกว่าท่านโยบ “เป็นคนผิด” เพื่อนคนที่สี่ได้เพิ่มเข้ามาในฉากตอนนี้

วันอาทิตย์      ผู้ปลอบโยนที่ดื้อดึง  (โยบ 13:28)
                           STUBBORN  “COMFORTERS”

       แม้ว่าคำพยานแห่งความเชื่อของท่านโยบจะทรงพลัง (โยบ 13:15,16) แต่การโต้แย้งยังมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีบันทึกไว้ในพระธรรมโยบหลายบท พวกเพื่อนๆของโยบได้กล่าวโต้กลับไป-กลับมา พวกเขาอ้างเหตุผลในคำถามสำคัญเกี่ยวกับพระเจ้า ความบาป ความตาย ความยุติธรรม ความชั่วร้าย พระสติปัญญา และอภิปรายกันว่า ชีวิตของมนุษย์คนบาปช่างสั้นยิ่งนัก

       อ่าน พระธรรม โยบ 13:28 ; โยบ 15:14-16 ; โยบ 19:25-27 ; และ โยบ 28:28. มีความจริงอะไรแสดงให้เห็นในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้

       ผ่านการโต้แย้งต่อเนื่องไปในพระธรรมโยบหลายบท ไม่มีฝ่ายใดยอมเลิกลาจุดยืนของตน เอลีฟัส บิลดัด และโศฟาร์ โต้เหตุผลจากหลักความเชื่อของพวกตน และถือว่าพวกตนเป็นฝ่ายถูก พวกเขาไม่ยอมแพ้การโต้ความเห็นเกี่ยวกับว่า “อะไรเกิดกับผู้คนเป็นสิ่งที่สมควรแล้วในชีวิต” พวกเขาเป็นนักโต้แนวคิดเห็นของตนอย่างดื้อดึง โดยยืนหยัดว่าสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นกับท่านโยบจะต้องเป็นบทลงโทษสำหรับความบาปของเขา แต่ท่านโยบได้ร้องทุกข์ต่อพระเจ้าในความโศกเศร้าและความขมขื่นที่ได้เกิดขึ้นกับท่าน ท่านโยบโต้แย้งความเห็นอย่างไม่ลดละว่า ท่านไม่สมควรจะได้รับความทุกข์เจ็บปวดซึ่งพวกเพื่อนๆของท่านก็ไม่ลดราวาศอกข้อโต้แย้งของพวกเขา เพื่อนๆ ผู้น่าจะให้ “การปลอบโยน” แก่ท่านโยบแต่ละคนมองหาความผิดของท่านโยบ เพื่อจะใช้เป็นเป็นข้อกล่าวหา แล้วว่ากล่าวด้วยความภูมิใจว่าตนทำสิ่งที่ถูกต้อง ขณะท่านโยบก็กล่าวหาพวกเขาในทำนองเดียวกัน
       ในที่สุด ไม่มีใครในพวกเขา รวมทั้งท่านโยบ เข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นทั้งหมด พวกเขาจะเข้าใจได้อย่างไร พวกเขา พูดจากความคิดเห็นที่มีข้อจำกัดมาก ซึ่งเป็นสิ่งธรรมดาที่มนุษย์มี สมมติเราสามารถรับบทเรียนหนึ่งข้อจากพระธรรมโยบซึ่งควรกระจ่างในเวลานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากถ้อยคำทั้งปวงของคนเหล่านี้ นั่นคงจะเป็น: เราเป็นมนุษยจำเป็นต้องมีความถ่อมใจ เมื่อเราพูดเกี่ยวกับพระเจ้า และพระราชกิจของพระองค์ เราอาจมีความรู้ในความจริงบางประการ หรืออาจรู้ในความจริงมากทีเดียว แต่บางครั้งขณะที่เราสามารถเรียนรู้จากชายทั้งสามเหล่านี้ ที่เราอาจไม่ทราบในส่วนนั้นมาก่อน วิธีดีที่สุดคือนำเอาความจริงที่เรามีอยู่ และที่ได้รับเพิ่มนำออกไปใช้ประโยชน์

       มองไปรอบๆยังธรรมชาติของโลก เหตุใดสิ่งนี้เพียงสิ่งเดียวแสดงให้เราเห็น “ข้อจำกัด” ของเราในสิ่งที่เรารู้จัก แม้จะเป็นสิ่งที่ง่ายๆ ไม่ซับซ้อนอะไร
วันจันทร์      การเข้ามาของเอลีฮู  (โยบ 32:1-5)
                   THE ENTRANCE OF ELIHU

       อีกครั้งหนึ่ง ท่านโยบรับใช้ตรงนี้เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดี เหมือนท่านโยบ มีคนมากมายได้รับความทุกข์เดือดร้อนในสิ่งที่พวกเขาไม่สมควรได้รับ และคำถามมีหลากหลาย ซึ่งเป็นคำถามยากที่สุดของทั้งปวง เหตุใดหรือ ในบางกรณีคำตอบสำหรับความทุกข์เดือดร้อนค่อนข้างง่าย เป็นที่ชัดเจนผู้คนไม่จำนวนไม่น้อยนำความยุ่งยากมาให้พวกเขาเอง แต่มีอยู่บ่อยครั้งเหมือนกัน อย่างในเรื่องของท่านโยบ เราไม่อาจเข้าใจถึงต้นสายปลายเหตุทั้งหมดว่าอะไรทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้ ดังนั้นคำถามเรื่องความทุกข์เดือดร้อนของมนุษย์จะยังมีต่อไป
       ขณะที่พระธรรมโยบ บทที่ 31 ซึ่งใกล้จะจบของพระธรรมเล่มนี้ ท่านโยบได้พูดเกี่ยวกับชีวิตของท่านที่ถูกนำไป ชีวิตนี้เป็นชีวิตที่ท่านไม่ได้ทำในสิ่งผิด และไม่สมควรที่จะได้รับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับท่าน จากนั้นมาถึงข้อสุดท้ายของบท ซึ่งอ่านว่า “ก็ขอให้มีต้นกระชับงอกแทนข้าวสาลี และหญ้าสาบแร้งแทนข้าวบารลี จบถ้อยคำของโยบ” (โยบ 31:40)

       อ่าน พระธรรมโยบ 32:1-5.  มีอะไรเกิดขึ้นตรงนี้ และเอลีฮูกล่าวหาท่านโยบ และเพื่อนคนอื่นๆ อะไรบ้าง

       นี่เป็นครั้งแรกที่ชายผู้นี้ คือเอลีฮูถูกเอ่ยถึงในพระธรรมโยบ เป็นที่แน่ชัดว่า เขาได้ยินการสนทนาโต้ตอบอันยืดเยื้อระหว่างท่านโยบ และเพื่อนทั้งสาม แต่เราไม่ได้รับการบอกว่า เอลีฮูปรากฏเข้ามาในฉากเมื่อไร เขาคงได้เข้ามาทีหลัง เพราะว่าชื่อของเขาไม่ถูกเอ่ยถึงพร้อมกับทั้งสามคน ที่ได้เข้ามาแต่แรก แต่สิ่งที่เราทราบคือ เขาไม่ค่อยพอใจกับคำตอบที่เขาได้ยินระหว่างที่มีการอภิปรายกัน ที่จริงเป็นว่าเราได้รับการบอกเล่าสี่ครั้งในพระคัมภีร์ห้าข้อที่เอลีฮูได้เกิดอารมณ์โกรธจากสิ่งที่เขาได้ยิน และในอีกหกบทในพระธรรมโยบ ที่เอลีฮูพยายามอธิบายประเด็นที่ชายเหล่านี้ได้พูดคุยกันในการอภิปรายของพวกเขาถึงความทุกข์แสนสาหัสที่จู่โจมท่านโยบ 

       พระธรรมโยบ 32:2. กล่าวว่าเอลีฮูรู้สึกโกรธท่านโยบเพราะว่าท่านโยบพยายามทำให้ท่านเองได้รับการ “มองเห็นว่าถูกต้อง” ในสายพระเนตรของพระเจ้า แต่ทัศนะนี้จริงๆแล้วไม่ใช่การมองเห็นอย่างถูกต้องในจุดยืนที่แท้จริงของท่านโยบ ถ้อยคำของเอลีฮูบอกเราเกี่ยวกับว่าเราจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเมื่อตีความหมายพระวจนะของพระเจ้าให้คนอื่นฟัง เราสามารถจะเรียนรู้ที่จะคิดอย่างดีที่สุดในสิ่งที่บางคนพูด แทนที่จะเป็นสิ่งเลวร้ายที่สุด


วันอังคาร     การปกป้องพระเจ้าของเอลีฮู  (โยบ 34:10-15)                
                              ELIHU ’S DEFENCE OF GOD 
  

       มีข้อเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับช่วงเวลานานในประวัติศาสตร์เกี่ยวกับถ้อยคำของอีเลฮู บางคนคิดว่าการพูดของเอลีฮูเป็นจุดสำคัญนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทิศทางของบทสนทนา ที่จริงแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพบว่าเอลีฮูได้เพิ่มสิ่งใหม่เข้าไป ที่ทำให้การสนทนาหักเหทิศทาง แต่ดูเหมือนว่าส่วนใหญ่ข้อโต้แย้งของเอลีฮู เป็นการโต้เหตุผลที่เพื่อนทั้งสามของท่านโยบให้ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อพวกเขาพยายามปกป้องพระลักษณะอุปนิสัยของพระเจ้า และต่อข้อกล่าวหาอันไม่ยุติธรรมอันเนื่องมาจากความทุกข์เดือดร้อนของท่านโยบ

 

       อ่าน พระธรรมโยบ 34:10-15  ความจริงอะไรที่เอลีฮูกล่าวตรงนี้ ความจริงที่ว่าเกือบจะเหมือนกันกับคำพูดของคนอื่นๆ ที่ได้พูดไปก่อนหน้า  คำพูดของเอลีฮูเป็นความจริง แต่ถ้อยคำเหล่านั้นไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่กำลังเป็นไปในเวลานั้น เหตุใดถ้อยคำเหล่านั้นไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่กำลังเป็นไป
 
      บางทีมีอะไรที่เราพบในเอลีฮู เหมือนกับที่พบในเพื่อนคนอื่นๆของท่านโยบ คือความกลัว คือกลัวว่าไม่เป็นอย่างที่พวกเขาคิดว่าพระองค์เป็น พวกเขาต้องการเชื่อในคุณความดีของพระองค์ ความยุติธรรม และฤทธานุภาพของพระองค์ ดังนั้นเอลีฮูได้ทำอะไร นอกจากบอกความจริงเกี่ยวกับคุณความดี ความยุติธรรม และฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า
       “ดูเถิดพระเจ้าทรงอานุภาพ และมิได้ทรงเหยียดหยามผู้ใดเลย พระองค์ทรงอานุภาพในเรื่องกำลังแห่งความเข้าใจ พระองค์มิได้สงวนชีวิตคนอธรรม แต่ทรงประทานความยุติธรรม แก่ผู้ทุกข์ใจ พระองค์มิได้หันพระเนตรของพระองค์จากคนชอบธรรม แต่กับบรรดาพระราชาบนพระที่นั่ง พระองค์ทรงตั้งเขาไว้เป็นนิตย์ และเขาก็อยู่ในที่สูง”(โยบ 36:5-7) อ่านพระธรรมโยบ 34:21, 22 และโยบ 37:23, 28. ด้วย.
      สมมติว่าถ้อยคำทั้งหมดเป็นความจริง เราควรจะเชื่อได้อย่างง่ายๆ ว่าท่านโยบกำลังได้รับสิ่งที่ท่านควรจะได้รับ ถ้าอย่างนั้นความทุกข์เดือดร้อนของท่านโยบหมายถึงอะไรอื่นอีก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ คือสิ่งที่เอลีฮูพยายามปกป้องความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับเรื่องของพระเจ้า โดยอาศัยเหตุการณ์เผชิญหน้ากับความชั่วร้ายอันน่ากลัว ที่ได้บังเกิดกับคนดีอย่างกับท่านโยบ

 

       เคยมีบางสิ่งเกิดขึ้นกับคุณ ที่ทำให้คุณรู้สึกหวั่นไหวสำหรับความเชื่อของคุณ คุณตอบสนองต่อสิ่งนั้นๆ อย่างไร ลองมองย้อนกลับไป คุณควรจะได้ทำสิ่งใดแตกต่างจากสิ่งได้ทำไปหรือไม่ อย่างใด

วันพุธ    ความชั่วร้ายไม่ใช้เหตุผล   (เอเสเคียล 28:12-17)

​             EVIL IS UNREASONABLE


       เพื่อนชายทั้งสี่คนของท่านโยบเป็นผู้มีความเชื่อในพระเจ้า พวกเขาเชื่อในความยุติธรรมของพระเจ้าแต่พวกเขาพบว่าพวกเขาเองมีปัญหาอย่างหนึ่ง: มีอะไรเป็นเหตุผลสำหรับสถานการณ์ของท่านโยบ ที่จะสอดคล้องกับความเชื่อของพวกเขาเกี่ยวกับพระลักษณะอุปนิสัยของพระเจ้า น่าเสียดายพวกเขาจบลงในจุดยืนของการเข้าใจผิด ในความต้องการที่จะเข้าใจว่า สิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับท่านโยบคืออะไร
       เอลเลน จี. ไว้ท์ เสนอข้อคิดเห็นอันทรงพลังว่า: “เป็นไปไม่ได้ที่จะอธิบายถึงจุดเริ่มต้นของความบาป หรือให้เหตุผลสำหรับเรื่องนี้......ความบาปคือ “ผู้รุกราน” ไม่มีเหตุผลสำหรับสิ่งนี้ มันเป็นความลึกลับ และเป็นสิ่งที่อธิบายไม่ได้ ที่จะหาข้อแก้ตัว คือที่จะปกป้องมัน ถ้า “ข้อตัวสำหรับทำบาปเป็นสิ่งหาพบได้ หรือหาสาเหตุสำหรับทำบาปได้ ก็จะทำให้ผู้คนหยุดทำความบาปได้” (เอลเลน จี. ไว้ท์ สงครามแห่งประวัติศาสตร์, หน้า 492, 493)
       บ่อยครั้งเหตุการณ์อันน่ากลัวเกิดขึ้น ผู้คนจะพากันพูด หรือคิดว่า “ฉันไม่เข้าใจโศกนาฏกรรม” หรือ “โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นนี้ไม่มีเหตุผลเลย” ท่านโยบได้บ่นในทำนองเดียวกันนี้นานมาแล้ว
      มีเหตุผลดีที่ท่านโยบ และเพื่อนๆ ไม่สามารถให้เหตุผลว่ามีอะไรทำให้เหตุการณ์ดังกล่าวเหล่านั้นเกิดขึ้น ถ้าเราสามารถเข้าใจได้ หรือเป็นสิ่งที่มีเหตุผล อย่างนั้นก็ไม่เรียกว่าความชั่วร้าย หรือเรียกว่าเรื่องเศร้าสลด เพราะว่ามันจะรับใช้วัตถุประสงค์ที่มีเหตุผล

       มองดูข้อพระคัมภีร์ต่อไปนี้ เกี่ยวกับการล้มลงของซาตาน และ การเริ่มต้นของความชั่วร้าย มีเหตุผลมากเท่าใดที่การล้มลงของซาตานทำให้ความชั่วร้ายเกิดขึ้น (เอเสเคียล 28:12-17)
 
       ซาตานถูกสร้างให้เป็นบุคคลที่สมบูรณ์แบบ ซาตานถูกสร้างโดยพระเจ้าผู้ดีรอบคอบ ในสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ซาตานได้รับเกียรติ เปี่ยมไปด้วยสติปัญญา มีความสง่างามสมบูรณ์ มีเครื่องประดับทำด้วยเพชรนิลจินดาอันล้ำค่ายิ่ง ซาตานได้รับการเจิมเป็นทูลสวรรค์ผู้บริสุทธิ์ ซาตานอยู่ ณ “ภูเขาบริสุทธิ์ของพระเจ้า” แม้จะมีความเพรียบพร้อม และมีความสมบูรณ์ในทุกมิติ ทูตสวรรค์องค์นี้ได้ทำลายตัวเอง ปล่อยให้ความชั่วร้ายเข้าครอบงำ ไม่มีสิ่งใดเป็นสิ่งที่ไม่มีเหตุผลเท่าทูตสวรรค์ผู้บริสุทธิ์ มีความงดงามยิ่ง และมีฤทธิ์เปี่ยมล้นได้ทำลายตนเองเพราะความบาป และกลายเป็นซาตาน

       คุณประสบการณ์ของคุณเองอะไรบ้าง ที่เป็นสิ่งมีเหตุผลเพียงใด และเป็นความชั่วที่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าความชั่วร้ายคืออะไร
 
 
วันพฤหัสบดี      การท้าทายแห่งความเชื่อ  (ทบทวน โยบ
                              บทที่ 1-2:10)                                                                                                                                                                                                                
                        
          THE CHALLENGE OF FAITH
       
      แม้จะมีความเข้าใจในพื้นหลังเรื่องของ “การขับเคี่ยวยิ่งใหญ่ระหว่างพระคริสต์ และซาตาน” เราสามารถจะให้เหตุผลและอธิบายถึงสิ่งชั่วร้ายที่เกิดกับท่านโยบได้อย่างไร อ่าน พระธรรมโยบ บทที่ 1-2:10 อีกครั้งหนึ่ง แม้เราจะทราบถึงสาเหตุทั้งหมดซึ่งทำให้ท่านโยบต้องประสบกับความทุกข์ปวดร้าวดังที่แสดงให้เราได้เห็น ยังมีคำถามอะไรอื่นๆ ที่ยังเหลืออยู่
       ดังที่เราได้เรียนรู้มา ท่านโยบอยู่ห่างไกลจากการกระทำสิ่งเลวร้ายใดๆ ที่จะนำความทุกข์เดือดร้อนมาให้กับท่านโยบ แต่เป็น “ความดีของท่านโยบเอง” ที่เป็นเหตุทำให้พระเจ้าชี้ให้ซาตานเห็นเป็นตัวอย่าง ดังนั้นความดีของท่านโยบและความปรารถนาที่จะเป็นผู้สัตย์ซื่อต่อพระเจ้าได้นำเหตุการณ์ทุกข์ยากลำบาก และแสนเจ็บปวดมาสู่ท่านโยบ เราจะสามารถเข้าใจในสิ่งนี้ได้อย่างไร และแม้แต่หากท่านโยบได้รับทราบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นว่ามีอะไรอยู่หลังฉาก คุณคิดว่าท่านโยบจะร้องทุกข์หรือไม่ อย่างร้องว่า “ได้โปรดองค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดใช้คนอื่น โปรดประทานลูกชายหญิงของข้าพระองค์กลับมาเหมือนเดิม รวมทั้งฝูงสัตว์ และทรัพย์สินของข้าพระองค์ด้วย” ความจริงมีอยู่ว่าท่านโยบไม่ได้รับอาสาที่จะเป็น
หนูทดลอง (the guinea pig) แล้วใครจะรับอาสา ดังนั้นสิ่งทั้งหมดที่ได้เกิดขึ้น เป็นการยุติธรรมสำหรับท่านโยบ และครอบครัวเพียงใด
       ในตอนจบของเรื่อง พระเจ้าทรงได้ชนะเหนือการท้าทายของซาตาน และเราทราบว่าซาตานยังไม่ยอมสยบอย่างสิ้นเชิง (วิวรณ์ 12:12) ถามว่า มีจุดประสงค์อะไรสำหรับความทุกข์ขมขื่นของท่านโยบ และอีกอย่างมีความดีสิ่งใดออกมาจากสิ่งที่ได้เกิดกับท่านโยบ และเป็นการคุ้มค่าไหม สำหรับลูกชาย-หญิงทั้งหลายของท่านโยบที่ได้ตายไป และการที่ท่านโยบต้องได้รับความทุกข์สาหัสสากรรจ์ ถ้าคำถามเหล่านี้ยังคงอยู่สำหรับเรา ลองจินตนาการคำถามทั้งหมดที่ท่านโยบมี
       และนี่เป็นหนึ่งของบทเรียนสำคัญที่สุด เราสามารถเรียนรู้จากพระธรรมโยบ เราจะต้องดำรงชีวิตอยู่โดยความเชื่อไม่ใช่จากสิ่งที่สายตามองเห็น เราจะต้องไว้วางใจในพระเจ้า และยืนหยัดสัตย์ซื่อต่อพระองค์ ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นเหมือนกับท่านโยบ เราไม่อาจใช้เหตุผล หรือคำอธิบายในสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราได้เสมอไป เราไม่ได้ดำเนินชีวิตในความเชื่อหากเราสามารถอธิบายได้อย่างเต็มๆ เราดำรงชีวิตโดยความเชื่อเมื่อเราเป็นเหมือนท่านโยบ เราไว้วางใจและเชื่อฟังพระเจ้า แม้ขณะที่เราไม่สามารถหาเหตุผล ของสิ่งที่บังเกิดรอบตัวเราได้


       ที่สิ่งใดบ้างที่คุณต้องไว้วางใจในพระเจ้า แม้ว่าคุณจะไม่เข้าใจ คุณจะสามารถเสริมสร้างความไว้วางใจอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร แม้เมื่อคุณยังไม่มีคำตอบก็ตาม

วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม
       สำหรับแคนท์ “คำถามของการทำสิ่งที่ถูกเป็นวิถีของพระเจ้าที่ทรงประทานให้กับมนุษย์ นั่นคือ “ความเชื่อ” ไม่ใช่ความรู้ ตามตัวอย่างแห่งความจริง เขายืนหยัดในความความทุกข์ลำบากอันน่าสะพรึงกลัว แคนท์เลือกตัวอย่างของท่านโยบ เพราะท่านโยบได้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างยกเว้น “จิตสำนึกผิดและชอบที่ยังแจ่มใส” ในการมอบถวายชีวิตให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ท่านโยบได้ยืนหยัดอยู่ฝ่ายพระเจ้า ปฏิเสธที่จะรับคำแนะนำของเพื่อนๆ ผู้พยายามอธิบายสิ่งเลวร้ายทั้งหมดที่ได้บังเกิดกับท่าน พละกำลังในยืนหยัดของท่านโยบคือความเชื่อของท่านในการรับรู้ในสิ่งที่ได้รู้มาก่อนแล้ว: ท่านโยบอัศจรรย์ใจว่า พระเจ้าทรงหมายความว่าอย่างไรที่ทรงอนุญาติให้ท่านได้รับความทุกข์แสนสาหัสต่างๆ” (จาก Science and Religion (New York: Cambridge University Press, 2006, หน้า 207, 208)


คำถามเพื่อการอภิปราย:
  1.  ในการอภิปรายอันยาวเกี่ยวกับสถานการณ์ของท่านโยบ และสิ่งต่างๆ ที่ได้บังเกิดขึ้น ไม่มีใครเอ่ยถึงพญามารว่าเป็นผู้มีส่วนโดยตรง เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น สิ่งนี้ได้บอกอะไรเราเกี่ยวกับข้อจำกัดของเพื่อนๆ ของท่านโยบ และตัวท่านโยบเอง ที่จะเข้าใจเบื้องลึกที่มองไม่เห็น แม้ว่าพวกเขาจะมีความจริงอยู่บ้าง การที่พวกเขายังขาดความรู้สอนเราเกี่ยวกับตัวเราเอง แม้ว่าเราจะทราบในความจริงยิ่งกว่าพวกเขาเหล่านั้นก็ตาม
  2.  เราจะไว้วางใจในพระเจ้าเหมือนเด็กๆไว้วางใจ และรักบิดามารดาของพวกเขาได้อย่างไร จากนั้นความลำบากเดือดร้อน และความทุกข์ยากลำบากของเราจะหายไป สิ่งเหล่านั้นไม่มาปรากฏเพราะว่า “ความตั้งใจมุ่งมั่น” ของเราได้รับการพัฒนาขึ้น (รอบล้อม หรือ ห่อไว้มิดชิด) โดยน้ำพระทัยของพระเจ้า” (เอลเลน จี. ไว้ท์  Thoughts From the Mount of Blessing, หน้า 100, 101) เราจะเรียนรู้เรื่องการไว้วางใจ และมีความเชื่อประเภทนี้ได้อย่างไร การเลือกอะไรเรากำลังทำเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ทำให้ความเชื่อของเราอ่อนกำลง ก็จะกลับทำให้เข้มแข็งขึ้น                   
________________________
Additional links on this topic:

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272