Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > Index-Thai SSL 2Q2017 (April-June) จงเลี้ยงลูกแกะของเราเถิด   >
.
chapter 1:พบอัครทูตเปโตร     
.
                                                  บทที่  1 
                                   พบอัครทูตเปโตร                
                                    วันที่ 25-31 มีนาคม 2017
บ่ายวันสะบาโต    
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :
ลูกา 5:1-11; มัทธิว 16:13-17; มัทธิว 14:22-23; ลูกา 22:31-34, 54-62; กาลาเทีย 2:9, 11-14           
                                                                                                                                   
ข้อควรจำ   แต่เมื่อเขาเห็นลมพัดแรงก็กลัว และเมื่อกำลังจะจมก็ร้องว่า “พระองค์เจ้าข้า
                  ช่วยข้าพระองค์ด้วย ในทันใดนั้นพระเยซูทรงเอื้อมพระหัตถ์จับเขาไว้ แล้วตรัส
                 ว่า “ท่านสงสัยทำไม ท่านช่างมีความเชื่อน้อยเสียจริง” (มัทธิว 14:30, 31)       


อัครทูตเปโตรได้เขียนจดหมายฝากสองฉบับ ซึ่งก็คือพระธรรม 1 และ 2  เปโตร ท่าน
เป็นผู้ติดตามของพระเยซูกลุ่มแรก (ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอัครทูต) อัครทูตเปโตรใช้ชีวิตกับพระเยซูช่วงพระเยซูทรงดำเนินพันธกิจบนแผ่นดินโลก ท่านเปโตรเป็นหนึ่งในจำนวนอัครทูตสิบสองคน ท่านเป็นคนแรกของกลุ่มอัครทูตที่ได้ไปเห็นอุโมงค์ว่างเปล่า ดังนั้นท่านเปโตรมีประสบการณ์หลายสิ่งที่ช่วยให้ท่านเขียนพระธรรมอันทรงพลังสองเล่มนี้ขึ้น (อ่าน 2 เปโตร 1:16) และแน่นอนพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นผู้นำอัครทูตเปโตรในงานเขียนของท่าน
       อัครทูตเปโตรปรากฏให้เห็นบ่อยในเรื่องต่างๆพบในพระกิตติคุณทั้งสี่ เรื่องเหล่านี้แสดงให้เห็นชัยชนะ ความล้มเหลว พละกำลัง และความอ่อนแอของท่านเปโตร บ่อยครั้งท่านเปโตรเป็นผู้พูดแทนสาวกคนอื่นๆ ช่วงเวลาที่พระเยซูอยู่บนโลก หลังจากพระเยซูทรงฟื้นพระชนม์จากความตาย และเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ และอัครทูตเปโตรได้กลายเป็นผู้นำที่รู้จักกันดีท่ามกลางคริสเตียนยุคแรกเริ่ม พระธรรมกิจการของอัครทูตพูดเกี่ยวกับท่านเปโตร และพระธรรมกาลาเทียก็กล่าวถึงท่านเปโตรเช่นกัน
       สิ่งสำคัญที่สุด ท่านเปโตรทราบดีว่า “การทำผิด” หมายถึงอะไร และท่านทราบเช่นกันว่าการเคลื่อนไหวสู่ความเชื่อต้องอาศัยความถ่อมใจลง อัครทูตเปโตรมีประสบการณ์ตรงในพระคุณของพระเจ้า เช่นกันเราทุกคนจำเป็นต้องมีประสบการณ์ในพระคุณโดยตรง นี่คือเหตุผลว่า เสียงของท่านเปโตรยังทรงพลังสำหรับเราแม้ในวันนี้

วันอาทิตย์   ขอเสด็จไปให้ห่างข้าพระองค์เถิด  (ลูกา 5:1-9)
                         “GO AWAY FROM ME !”
      
       ท่านเปโตรคือใคร ท่านกำลังทำอะไรอยู่เมื่อเราพบท่านเปโตรครั้งแรกในพระธรรมสามเล่มแรกของพระคัมภีร์ใหม่ ท่านเปโตรกำลังการประมงเพื่อเลี้ยงชีพที่ทะเลกาลิลี ท่านกำลังทำการทอดแหกับอันดรูว์น้องชายของท่านเอง (มัทธิว 4:18; มาระโก 1:16; และลูกา 5:1-11)      

       อ่าน พระธรรม ลูกา 5:1-9 ถ้อยคำท่านเปโตรพูดกับพระเยซู และ ลูกา 5:8 บอกเราเกี่ยวกับท่านเปโตรอะไรบ้าง กล่าวคือ ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในถ้อยคำของท่านเปโตร จะบอกให้เราทราบอะไรเกี่ยวกับ
สภาพฝ่ายจิตวิญญาณของท่านเปโตร



       พระเยซูคงได้สร้างผลกระทบอย่างทรงพลังกับท่านเปโตร กล่าวคือท่านเปโตรเกิดความประทับใจในชีวิต และพันธกิจรับใช้ของพระเยซูอย่างซาบซึ้ง ณ ตอนนี้ก่อนการอัศจรรย์ในการจับปลาบังเกิดขึ้น พระเยซูทรงสั่งให้ถอยเรือออกไปห่างฝั่งหน่อยหนึ่ง แล้วหย่อนอวนลงไปในน้ำ จากคำสนทนาดูเหมือนบอกให้ทราบว่าท่านเปโตรรู้สึกลำบากใจกับคำสั่งของพระเยซู ทั้งนี้เพราะท่านเปโตรและเพื่อนชาวประมงได้ใช้ทั้งคืนออกไปจับปลา และพวกเขาจับปลาไม่ได้เลย “ซีโมนทูลตอบว่า “พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์ทั้งหลายทอดอวนคืนยังรุ่งไม่ได้อะไรเลย แต่ข้าพระองค์จะหย่อนอวนลงตามดำรัสของพระองค์” (ลูกา 5:5) ดูเหมือนว่าท่านเปโตรจะได้ทราบบางสิ่งเกี่ยวกับพระเยซูมาแล้ว และสิ่งที่ท่านเปโตรทราบทำให้ท่านเชื่อฟัง ซึ่งที่จริง มีข้อพิสูจน์เพียงพอที่แสดงให้เห็นว่าท่านเปโตรได้อยู่กับพระเยซูมาแล้วช่วงหนึ่งก่อนเหตุการณ์นี้  
       บางทีพระธรรมลูกา 5:3 สามารถช่วยเราให้เข้าใจว่าเหตุใดท่านเปโตรมีใจพร้อมจะเชื่อฟังพระเยซู ลูกา 5:3 กล่าวเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนการอัศจรรย์เรื่องการจับปลา “พระองค์จึงเสด็จลงเรือลำหนึ่ง เป็นเรือของซีโมน ทรงขอให้เขาถอยไปจากฝั่งหน่อยหนึ่ง แล้วพระองค์ทรงนั่งลง สอนประชาชนจากเรือนั้น” (ลูกา 5:3) กล่าวได้ว่าท่านเปโตรได้ฟังคำสอนของพระเยซูพร้อมกับคนอื่นๆ เป็นได้ว่าคำเทศนาสั่งสอนของพระเยซูในครั้งนั้นเป็นเหตุผลทำให้ท่านเปโตรพร้อมที่จะเชื่อฟังพระองค์
       จากนั้นพระเยซูทรงทำการอัศจรรย์ และท่านเปโตรสัมผัสบางสิ่งมากขึ้นในพระเยซู บางสิ่งที่บริสุทธิ์ เป็นบางสิ่งท่านเปโตรไม่มี ดังนั้นท่านเปโตรมองเห็นตัวท่านเองว่าเป็น “คนบาป” และท่านมีความเต็มใจเช่นกันที่จะกล่าวถึงความจริงข้อนี้ในที่สาธารณะ การกล่าวว่าท่านเป็นคนบาปเป็นการแสดงให้เห็นว่าท่านเปิดใจให้องค์พระผู้เป็นเจ้ามากเพียงใด และไม่สงสัยเลยที่พระเยซูทรงเรียกให้ท่านเปโตรติดตามพระองค์ไป ! ถูกแล้วท่านเปโตรได้ทำความผิดหลายครั้ง แต่ท่านยังเป็นบุคคลฝ่ายจิตวิญญาณ และท่านพร้อมที่จะติดตามองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ว่าจะต้องจ่ายค่าแพงสักเท่าใด

       อ่าน พระธรรม ลูกา 5:11 เราได้พบกฏสำคัญอะไรในพระคัมภีร์ข้อนี้ ชาวประมงเหล่านี้มีความเต็มใจที่จะละทิ้งทุกสิ่ง แม้ในอวนของพวกเขาจะเต็มไปด้วยปลาตัวใหญ่ ความจริงสำคัญนี้สอนเราเกี่ยวกับว่าพระเยซูทรงเรียกให้เราจงรักภักดีต่อพระองค์มากเพียงใด


วันจันทร์   เปโตรแสดงความเชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระคริสต์  (มัทธิว 16:13-17)
              PETER CONFESSES THAT JESUS IS THE CHRIST


       อ่านพระธรรม มัทธิว 16:13-17 มีอะไรเกิดขึ้นในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ ถ้อยคำของท่านเปโตรที่พูดกับพระเยซูมีความสำคัญต่อพระองค์อย่างไร   
 
       ถ้อยคำที่ท่านเปโตรพูดว่า “พระองค์ทรงเป็นพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่” (มัทธิว 16:16) เป็นความกล้าหาญแห่งความเชื่อที่ท่านเปโตรมีในพระเยซู และพระธรรม มัทธิว 16:20 ได้แสดงว่าอัครทูตท่านอื่นต่างแบ่งปันความเชื่อของท่านเปโตรว่า พระเยซูคือพระเมสสิยาห์ (พระองค์ผู้ได้รับการเลือกสรรไว้) สิ่งที่ได้เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นจุดเปลี่ยนแปลงในพันธกิจของพระเยซู กระนั้นรวมทั้งท่านเปโตรด้วย ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องเรียนรู้ต่อไป
       “เหล่าอัครทูต และเหล่าสาวกทั้งหลายยังคงคาดหวังให้พระคริสต์เป็นเจ้าชายองค์หนึ่งบนโลกนี้ พระคริสต์ทรงเก็บแผนลับแท้จริงของพระองค์ไว้จนถึงเวลาเหมาะสม แต่เหล่าสาวกเชื่อว่าพระเยซูจะไม่ดำรงชีวิตยากจน และทำให้พระองค์ไม่เป็นที่รู้จักเสมอไป เวลานั้นใกล้เข้ามาที่พระองค์จะทรงสถาปนาอาณาจักรของพระองค์ แต่ความเกลียดชังของเหล่าปุโรหิต และพวกอาจารย์ทางศาสนาที่ต่อต้านพระเยซู อาจไม่มีวันเอาชนะได้ พระองค์จะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กล่าวมุสา พระคริสต์จะถูกปฏิเสธโดยประชาชนในชาติของพระองค์เอง พระองค์จะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กล่าวมุสา และจะถูกจับไปตรึงกางเขนเหมือนเป็นอาชญากรคนหนึ่ง แต่เหล่าสาวกไม่เคยคิดถึงสิ่งน่าสะพรึงกลัวเหล่านี้เลย” (เอลเลน จี. ไว้ท์  ผู้พึงปรารถนาแห่งปวงชน, หน้า 415)
       เมื่อเหล่าสาวกได้รับพระเยซูเป็นพระเมสสิยาห์แล้ว พระเยซูเริ่มเทศนาสั่งสอนว่าพระองค์ต้องทนทุกข์ทรมาน และ สิ้นพระชนม์ (อ่าน มัทธิว 16:21-23) แต่ท่านเปโตรไม่อาจยอมรับคำสอนในเรื่องนี้ ท่านไปไกลถึงขั้นทูลทักท้วงไม่ให้พระเยซูยอมรับชะตากรรมเช่นนั้น ซึ่งพระเยซูทรงหันกลับมา และพูดกับท่านเปโตรรุนแรงว่า “อ้ายซาตานจงไป
ให้พ้น เจ้าเป็นเครื่องกีดขวางเราเพราะเจ้าคิดอย่างคน ไม่ได้คิดอย่างพระเจ้า” (มัทธิว
16:23) ประโยคนี้เป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่ครั้งที่พระเยซูทรงตรัสกับใครในช่วงดำเนินพันธกิจของพระองค์ แต่พระเยซูตรัสออกมาเพื่อให้เป็นผลดีสำหรับท่านเปโตร ทั้งนี้เพราะถ้อยคำของท่านเปโตรแสดงให้เห็นความปรารถนาของท่านเอง อันเป็นการแสดงให้เห็นท่าทีความเห็นแก่ตัวในสิ่งที่ท่านต้องการ ดังนั้นพระเยซูจะต้องหยุดไม่ให้ท่านเปโตรเดินไปบนเส้นทางผิดในทันที ณ ตอนนั้น (ที่จริงตรงนี้ พระเยซูพูดกับซาตาน แต่ท่านเปโตรเป็นผู้รับทราบข่าวสาร) ท่านเปโตรจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าการรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้ารวมไปถึงการรับเอาความเจ็บปวดรวดร้าวด้วย ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากข้อเขียนของท่านเปโตรเอง ซึ่งเผยให้ทราบว่าว่าท่านได้เรียนรู้บทเรียนนี้ (1 เปโตร 4:12)

       บ่อยครั้งเพียงใด ที่ความปรารถนาส่วนตัวของคุณขัดแย้งกับสิ่งที่คุณทราบว่าพระเจ้าทรงประสงค์ให้คุณทำอะไร คุณจะตัดสินใจอย่างไรในสถานการณ์เช่นนั้น

วันอังคาร   การเดินบนน้ำ  (มัทธิว 14:22-33)     
                 
 WALKING ON THE WATER

       อ่านเรื่องที่บันทืกในพระธรรมมัทธิว 14:22-33. ข่าวสารสำคัญที่สุดในเรื่องนี้คืออะไร และข่าวนั้นได้ช่วยเราในการดำเนินไปกับองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างไร    

       พระเยซูทรงเลี้ยงฝูงชนนับเฉพาะผู้ชายได้ห้าพันคน เหล่าอัครทูตของพระองค์ได้เป็นพยานในฤทธิ์อำนาจของพระเยซูในการประกอบการอัศจรรย์ที่น่าทึ่งยิ่งนัก พระองค์มีอำนาจควบคุมเหนือธรรมชาติของโลก เพราะว่าท่านเปโตรพึ่งได้เห็นการอัศจรรย์เช่นนี้ ดังนั้นฤทธิ์อำนาจของพระเยซูจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลที่ท่านเปโตรมีความมั่นใจในพระเยซู และท่านอัครทูตเปโตรยังได้ทูลขออย่างกล้าหาญว่า “พระองค์เจ้าข้า ถ้าเป็นพระองค์แน่แล้ว ขอทรงโปรดบอกให้ข้าพระองค์เดินบนน้ำไปหาพระองค์” (มัทธิว 14:28)
       ช่างเป็นถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น!     
       พระเยซูทรงยอมรับการแสดงออกซึ่งความเชื่อของท่านเปโตร พระองค์ทรงสั่งให้ท่านเปโตรก้าวออกจากเรือ ซึ่งท่านเปโตรเชื่อฟัง การก้าวเท้าออกจากเรือไปยืนบนน้ำเป็นการแสดงออกซึ่งความเชื่อ และการเดินบนผิวน้ำขณะที่น้ำสงบราบเรียบเป็นอย่างหนึ่ง แต่การท่านเปโตรก้าวเดินไปท่ามกลางพายุพัดจัด และท้องทะเลปั่นป่วนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง  
       บทเรียนที่บ่อยครั้งเราถูกสอนในเรื่องนี้คือ “อย่าละสายตาที่จ้องไปยังพระเยซู” แต่มีมากกว่านั้น แน่นอนท่านเปโดรมีความไว้วางใจในพระเยซู ความเชื่อมั่นทำให้ท่านเปโตรทูลขอพระเยซูอย่างกล้าหาญ ความเชื่อนั้นได้ให้พละกำลังแก่ท่านเปโตรทำในสิ่งที่พระเยซูสั่งให้ทำ ดังนั้นท่านเปโตรได้ก้าวลงจากเรือไปยืนบนผิวน้ำ แต่เมื่อท่านรู้สึกตกใจกลัว ท่านก็เริ่มจมลง
       เหตุใด พระเยซูไม่ทำให้ท่านเปโตรทรงตัวยืนอยู่ได้แม้ว่าท่านจะรู้สึกกลัว ได้แน่นอน! แต่พระเยซูปล่อยให้ท่านเปโตรลงถึงจุดที่ท่านรู้สึกสิ้นหวัง ท่านเปโตรไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากร้องขอให้ช่วย “พระองค์เจ้าข้า ช่วยข้าพระองค์ด้วย” (มัทธิว 14:30) พระเยซูทรงเอื้อมพระหัตถ์จับเขาไว้ พระองค์ทรงตอบสนองตามที่ท่านเปโตรร้องขอ พระคัมภีร์กล่าวพรรณนาไว้ว่า: “ในทันใดนั้นพระเยซูทรงเอื้อมพระหัตถ์จับเขาไว้ แล้วตรัสว่า “ท่านสงสัยทำไม ท่านช่างมีความเชื่อน้อยเสียจริง” (มัทธิว 14:31) ตอนนั้นพระเยซูทรงสามารถทำให้ท่านเปโตรลอยตัวอยู่ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องเอื้อมพระหัตถ์ไปพยุงเขาขึ้นยืน แต่การที่พระเยซูทรงเอื้อมออกไป และดึงตัวท่านเปโตรจากการจมน้ำ เป็นสิ่งที่จะทำ
ให้ท่านเปโตรตระหนักว่า ท่านจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะพึ่งพิงในพระเยซูมากเพียงใด
       เราสามารถเริ่มชีวิตด้วยความเชื่อยิ่งใหญ่ และเราสามารถไว้วางใจในฤทธิ์อำนาจขององค์พระผู้เป็นเจ้า แต่บางครั้งสถานการณ์ปิดล้อมเราไว้ ทำให้เรารู้สึกหวาดหวั่น เช่นนั้นเราจะเป็นต้องนึกถึงถ้อยคำที่พระเยซูทรงตรัสกับท่านเปโตรว่า ”ท่านช่างมีความเชื่อน้อยเสียจริง !” พระเยซูทรงชี้ให้เห็นตัวปัญหาว่า “ท่านสงสัยเราทำไม” (มัทธิว 14:31)

วันพุธ    การปฏิเสธพระผู้เป็นเจ้าของเขา  (ลูกา 22:31-34, 54-62)
                         CASTING OFF HIS LORD

       อ่านพระธรรม ลูกา 22:31-34, 54-62 สอดคล้องกับข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ เราสามารถเรียนรู้อะไรจากความล้มเหลวของท่านเปโตร

       ท่านเปโตรต้องการทำในสิ่งที่ถูก และจะว่าไป ท่านแสดงความกล้าหาญออกมามากกว่าอัครทูตรคนอื่นๆ ที่จริงแล้วท่านติดตามพระเยซูเพื่อจะคอยดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับพระองค์ แต่ในการทำเช่นนั้น ท่านเปโตรพยายามซ่อนตัวตนที่แท้จริงของท่าน การกระทำผิดทำให้ท่านออกห่างสิ่งที่ดีและถูกต้อง มันได้นำท่านปฏิเสธพระเยซู สามครั้ง พระเยซูทรงเตือนท่านเปโตรล่วงหน้าว่าท่านจะปฏิเสธพระองค์ สิ่งนั้นได้เกิดขึ้นจริงอย่างแม่นยำ !
       เรื่องราวตอนนี้ของท่านเปโตรสอนบทเรียนอันน่าเศร้าแก่เราว่า ช่างน่ากลัวเพียงใดที่คนหนึ่งจะ “ยอมแพ้” ต่อสิ่งที่ผิด
       ประวัติศาสตรของคริสเตียนถูกทำให้สกปรกด้วยผลลัพธ์อันน่าสะพรึงกลัว มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคริสเตียนยอมละทิ้งความจริงสำคัญ ซึ่งก็จริงชีวิตของคนเรามักมี “การยอมแพ้” หรือ “การพบกันครึ่งทาง” และมีบางครั้งเราต้องเต็มใจที่จะให้ไป เพื่อจะได้ในสิ่งแลกเปลี่ยนกลับมา แต่เราจะต้องยืนหยัดในความจริง ในฐานะที่เราเป็นมนุษย์ เราจะต้องเรียนรู้สิ่งต้องห้าม.. อย่าให้เราละทิ้งความเชื่อ ความศรัทธาของเรา แต่ให้เรายืนหยัดในความจริงในกาลเวลา (อ่านตัวอย่างใน วิวรณ์ 14:12)
       เอลเลน จี. ไว้ท์ บอกเราว่าท่านเปโตรเริ่ม “การยอมแพ้” ต่อสิ่งผิดตั้งแต่อยู่ในสวนเกทเสมนี แทนที่จะอธิษฐานท่านกลับนอนหลับ ดังนั้นจึงไม่พร้อมในฝ่ายจิตวิญญาณต่อสิ่งที่ประดังเข้ามา ท่านเปโตรควรได้อธิษฐานอย่างสัตย์ซื่อ หากได้ทำอย่างนั้น ท่านก็จะไม่ปฏิเสธองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่าน” เอลเลน จี. ไว้ท์ ในบทชื่อว่า “ท่านไม่ควรจะปฏิเสธองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่าน” ผู้พึงปรารถนาแห่งปวงชน, หน้า 714
       ถูกแล้ว ท่านเปโตรล้มลงอย่างไม่เป็นท่า ความล้มเหลวนี้ใหญ่หลวง แต่พระคุณของพระเจ้านั้นยิ่งใหญ่ไม่น้อยกว่ากัน พระธรรมโรมกล่าวว่า “แต่ที่ใดมีบาปปรากฏมากขึ้น ที่นั่นพระคุณก็จะไพบูลย์ยิ่งขึ้น” โรม 5:20) ในทำนองนี้ การให้อภัยบาปของพระเยซูทำให้ท่านเปโตรกลายเป็นผู้นำสำคัญที่สุดคนหนึ่งของคริสตจักรแรกเริ่มของคริสเตียน นี่ช่างเป็นบทเรียนที่ทรงพลังยิ่งสำหรับเราทั้งมวลเกี่ยวกับฤทธิ์อำนาจแห่งพระคุณของพระเจ้า! บทเรียนสำหรับเราทั้งปวงคือ เราควรเดินรุดหน้าไปในความเชื่อ ไม่ว่าการล้มลงของเราจะเป็นเพราะสาเหตุอะไร
       ถูกล้ว ท่านเปโตรทราบว่า “การให้อภัยบาป” หมายความว่าอย่างไร ท่านรู้จักด้วยประสบการณ์ของตัวท่านเองว่า ที่แท้แล้ว“พระคุณ” มีลักษณะอย่างไร ท่านมีประสบการณ์ว่าความบาปร้ายแรงเพียงใด และท่านมีประสบการณ์ด้วยว่า “ความรัก” และ “พระคุณ” ของพระเจ้าที่มีต่อคนบาป มีมิติความกว้างความสึกสักปานใด

       เราจะสามารถเรียนรู้ที่จะยกโทษให้อภัยต่อเหล่าคนที่ทำให้เราผิดหวังมากเพียงใด เหมือนกับที่ท่านเปโตรได้ทำให้พระเยซูทรงผิดหวัง

วันพฤหัสบดี    ท่านเปโตรฐานะเป็นผู้นำคริสตจักร (กาลาเทีย 1:18, 19)
                                         PETER AS CHURCH LEADER

       บ่อยครั้งอัครทูตเปโตรทำหน้าที่เป็นผู้นำของอัครทูตทั้ง 12 คน ขณะที่พระเยซูทรงดำเนินพันธกิจบนโลก ยกตัวอย่างเช่น ท่านเปาโลทำหน้าที่โฆษกสำหรับเหล่าสาวก อัครทูตมัทธิว เขียนพระธรรมมัทธิวลำดับรายชื่อของอัครทูตดังนี้ “อัครทูตสิบสองคนนั้นมีชื่อดังนี้ คนแรกชื่อซีโมนที่เรียกว่าเปโตร กับอันดรูว์น้องของเขา ยากอบบุตรเศเบดีกับยอห์นน้องชายของเขา” (มัทธิว 10:2) นอกจากนี้อัครทูตเปโตรยังมีบทบาทเป็นผู้นำของคริสตจักรยุคแรกเริ่มเช่นกัน และอัครทูตเปโตรเองเป็นผู้แนะนำเพื่อนอัครทูตให้ทำการเลือกอัครทูตคนใหม่เข้ามาแทนที่ “ยูดาส อิสคาริโอท” ผู้ซึ่งได้ทรยศต่อพระเยซู (กิจการของอัครทูต 1:15-25)
       ในวัน “เพ็นเทคอสต์” ท่านเปโตรยืนขึ้นเทศนาให้ฝูงชนฟังว่า พระเจ้าทรงหลั่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ลงมาสวมทับประชากรของพระองค์ (กิจการฯ 2:14-36) เป็นท่านเปโตรผู้ถูกทางการจับตัวไป เพราะท่านได้พูดเกี่ยวกับวันที่พระเยซูทรงฟื้นขึ้นจากความตาย ท่านเปโตรอีกเช่นกันเป็นผู้พูดกับมหาปุโรหิต และผู้นำชาวยิว (กิจการฯ 4:1-12) ท่านเปโตรคืออัครทูตที่พระวิญญาณบริสุทธิ์นำท่านไปพบกับ “นายร้อยโครเนลิอัสและครอบครัว” ซึ่งเป็นชาวต่างชาติกลุ่มแรกที่ถูกรับเข้ามาเป็นผู้ติดตามของพระเยซู (กิจการ 10:1-48)  และก็เป็นท่านเปโตร ที่ได้ไปเยี่ยมท่านเปาโลหลังจากที่ท่านรับเอาพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอด (กาลาเทีย 1:18) ต่อมา ในจดหมายฝากของท่านเปาโล ท่านเอ่ยถึงชื่อผู้นำของคริสตจักรคือ: ท่านเปโตร ยากอบ น้องชายของพระเยซู และยอห์นอัครทูตอันเป็นที่รัก (กาลาเทีย 2:9)
      ในช่วงเริ่มแรกของคริสตจักร ผู้เชื่อเกือบทั้งหมดเป็นชาวยิว และหลายคนในจำนวนนี้ “ยังมีใจร้อนรนในการถือธรรมบัญญัติ” (กิจการฯ 21:20)  สำหรับคริสเตียนชาวยิวเหล่านี้ถือว่าการรับประทานอาหารร่วมกับชาวต่างชาติเป็นปัญหา คริสเตียนชาวยิวเชื่อว่า “ธรรมบัญญัติ” กล่าวว่าชาวต่างชาติไม่สะอาด มีชาวยิวคริสเตียนบางคนได้เดินทางมายังเมือง “อันทิโอก” พวกเขาเดินทางจากจากท่านยากอบ ประธานผู้ประจำอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม เมื่อคนเหล่านี้เดินทางมาถึง ท่านเปโตรหยุดรับประทานอาหารกัชาวต่างชาติในเมืองอันทิโอก
       สำหรับท่านเปาโลพฤติกรรมเช่นนี้เป็นการโจมตีพระกิตติคุณตรงๆ เมื่อท่านเปาโลเห็นท่านเปโตรทำตัวเหมือนมนุษย์สองหน้า ท่านไม่เกรงใจที่จะต่อว่าท่านเปโตรทำในสิ่งที่ผิดพลาด ที่จริงแล้ว อัครทูตเปาโลใช้การเตือนนี้เป็นโอกาสกล่าวเน้นถึงแกนคำสอนของคริสเตียน คำสอนที่ว่าคือ เราทั้งหลายได้รับความรอดโดยความเชื่อเพียงอย่างเดียว(อ่าน กาลาเทีย 2:14-16)

       แม้ว่าท่านเปโตรจะถูกเรียกโดยพระเจ้า ท่านเปโตรยังมีข้อผิดพลาดที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข เราจะตอบสนองอย่างไร เมื่อมีบางคนชี้ “จุดบอด” หรือ “ข้อบกพร่อง” บางประการของเราออกมา

วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม:  หนังสือของ เอลเลน จี.ไว้ท์ ผู้พึงปรารถนาแห่งปวงชน ในชี่อบท “การทรง
เรียกที่ฝั่งทะเล” หน้า 244-251, “กลางคืนบนทะเลสาบ” หน้า  377-382
       “ก่อนที่ท่านเปโตรล้มลงครั้งใหญ่ ท่านแสดงให้เห็นว่าท่านเป็นคน “กล้าหาญ” และ “ออกคำสั่ง” ท่านมักจะสั่งให้ผู้คนทำสิ่งนั้น สิ่งนี้ คิดอย่างไรท่านก็จะโพล่งออกไปโดยไม่ใคร่ครวญก่อน และท่านพร้อมจะแก้ไขข้อผิดพลาดของคนอื่นแต่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เปลี่ยนแปลงท่านเปโตร และท่านเปโตรคนใหม่มีความแตกต่างจากท่านเปโตรผู้พูด หรือทำโดยไม่คิดให้รอบคอบก่อน อย่างไรก็ดีท่านเปโตรคนใหม่ยังคงมีความกระตือรือร้นอย่างเดิม แต่บัดนี้พระคุณของพระคริสต์คอยคอบคุมความปรารถนาอันร้อนรนของท่าน ท่านไม่ใช่ท่านเปโตรที่พูด หรือทำอะไรโดยไม่คิดถึงผลกระทบอีกต่อไป อนึ่งท่านจะไม่พูดว่าท่านแน่ใจสุดๆ ในตัวของท่านเอง และท่านไม่ได้เต็มไปด้วยความหยิ่งอีกต่อไป สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือท่านสงบเยือกเย็น ท่านสามารถควบคุมตัวเองได้ ท่านเป็นอีกคนหนึ่งที่เต็มใจที่จะเรียนรู้ ดวงใจที่เปลี่ยนใหม่ของท่าน ทำให้ท่านสามารถเลี้ยงดู “ลูกแกะ” ได้ดี พอๆกับ “แกะตัวโต” ซึ่งอยู่ในฝูงแกะของพระคริสต์”  เอลเลน จี. ไว้ท์  คำพยานสำหรับคริสตจักร, เล่ม 5, หน้า 334
       เราแต่ละคนสามารถเชื่อมโยงกับอัครทูตเปโตรในบางลักษณะ จะถามอย่างนี้ได้ไหม มีใครไม่เคยยืนหยัดด้วยความกล้าสำหรับความเชื่อของเขา หรือเธอ มีใครบ้างไม่เคยล้มลงอย่างน่าสงสาร

คำถามเพื่อการอภิปราย:
  1.  อัครทูตเปโตรเคยหันหนีจากพระเยซู แต่ยังคงกลายเป็นผู้นำคนสำคัญในความเชื่อของคริสเตียน ข้อเท็จจริงนี้บอกอะไรเราเกี่ยวกับพระคุณอันล้นพสุธาของพระเจ้า  มีบทเรียนอะไรที่เราได้จากการที่ท่านเปโตรถูกนำกลับมาคืนดีกับพระเจ้า และการเปลี่ยนแปลงของท่านเปโตรสอนเราเกี่ยวกับว่า เราจะปฏิบัติต่อผู้ล้มลง ซึ่งทำให้พระเจ้าผิดหวังอย่างไร

  2.   ในชั้น อภิปรายหลายแง่มุมในอันตรายของการ “ละทิ้ง” ความจริง เราจะทราบในความแตกต่างได้อย่างไรระหว่างสิ่งที่เรา “อาจละทิ้ง” ได้ และ “สิ่งที่เรา “ไม่อาจละทิ้ง” เราได้พบตัวอย่าง “การละทิ้ง” ความเชื่ออะไรในประวัติศาสตร์ การละทิ้งความเชื่อนำไปสู่ความหายนะอย่างไร เราสามารถเรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์เหล่านี้
      
 3.  ท่านเปโตรเรียนรู้บทเรียนบางอย่างจากประสบการณ์หนักๆ มองอย่างพิจารณาไปที่ความผิดพลาดของท่านเปโตร เราสามารถเรียนรู้บทเรียนอะไรที่จำเป็นต้องเรียนรู้ ในวิธีที่ง่ายกว่าท่านเปโตรได้เรียนรู้บทเรียนของท่าน

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272