Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > Index-Thai SSL 2Q2017 (April-June) จงเลี้ยงลูกแกะของเราเถิด   > chapter 1:พบอัครทูตเปโตร      >
.
Chapter 2: ของประทานที่ไม่อาจถูกทำลายได้
.

                                                    บทที่  2

                            ของประทานที่ไม่อาจถูกทำลายได้                  

                                        วันที่  17  เมษายน  2017

บ่ายวันสะบาโต                  

อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :

1 เปโตร 1:1, 2; ยอห์น 3:16; เอเสเคียล 33:11; 1 เปโตร 1:3-21; เลวีนิติ 11:44, 45; 1 เปโตร 1:22-25

ข้อควรจำ    ที่ท่านทั้งหลายได้ชำระจิตใจของท่านให้บริสุทธิ์แล้ว ด้วยการเชื่อฟังความ
                  จริง จนมีใจรักพวกพี่น้องอย่างจริงใจ ท่านทั้งหลายจงรักกันให้มากด้วยน้ำ
                  ใสใจจริง" (
1 เปโตร 1:22)      


ตรงนี้มีคำถามสองสามข้อ ถ้าเป็นไปได้จำเป็นต้องได้รับคำตอบ เมื่อไรก็ตามที่ศึกษาหนังสือของพระคัมภีร์ ประการแรก  ใครเป็นผู้เขียน ผู้เขียนเขียนขึ้นส่งให้กับคนเดียว หรือกลุ่มคน คำตอบให้กับคำถามแรกนี้บอกเราว่า ใครเป็นผู้อ่านหนังสือเล่มนั้น ประการที่สอง เหตุใดหนังสือเล่มนี้จึงถูกเขียนขึ้น ซึ่งต่อมากลายเป็นส่วนหนึ่งของพระคัมภีร์ คำถามที่สองอาจจะสำคัญกว่าคำถามแรก ดังนั้นให้เราเพิ่มคำถามขึ้นอีกข้อว่า มี “หัวข้อ” อะไรที่ผู้เขียนต้องการพูดเป็นพิเศษในงานเขียนชิ้นนั้น
       คำตอบสำหรับคำถามที่สอง เป็นการดีที่เราจะทราบให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ว่า มีอะไรเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ในเวลานั้น ที่ทำให้อัครทูตเปโตรเขียนจดหมายฝากฉบับแรกของท่าน ท่านกำลังพูดอะไร และเหตุใดท่านจึงพูดเช่นนั้น และแน่นอน ตรงนี้เป็นคำถามสำคัญที่สุด มีข่าวสารอะไรที่เราสามารถได้จากจดหมายฝากฉบับนี้
       กระนั้นการที่จะตอบคำถามข้อนี้ เราจะต้องถามคำถามต่อไปนี้
:  มีอะไรเป็นไปได้ที่ ท่านเปโตรอาจจะพูดกับเรา ซึ่งจะว่าไป ท่านเขียนจดหมายฝากของท่าน ด้วยการช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เมื่อหลายร้อยปีที่แล้ว แต่เรายังคงมองเห็นคำตอบสำหรับคำถามของเราอย่างชัดเจน ขณะที่เราอ่านเพียงไม่กี่ข้อแรกของจดหมายฝากของท่าน เราจะทราบได้ว่าท่านเปโตรมีความจริงสำคัญหลายอย่าง ที่จะให้กับเราในทุกวันนี้

วันอาทิตย์   ถึงเหล่าผู้ถูกบังคับให้ดำรงชีวิตในต่างประเทศ  (1 เปโตร 1:1)

       อ่านพระธรรม  1 เปโตร 1:1 พระคัมภีร์ข้อนี้บอกเราเกี่ยวกับสถานการณ์ ซึ่งทำให้จดหมายฉบับนี้ถูกเขียนขึ้น

       อัครทูตเปโตรบอกถึงฐานะหน้าที่ของท่านอย่างชัดเจน ท่านใส่ชื่อ “เปโตร อัครทูตของพระเยซู” ไว้ในตอนเริ่มต้นจดหมายฝากของท่าน ซึ่งจะว่าไปอัครทูตเปโตรทำอย่างเดียวกับท่านอัครทูตเปาโลทำบ่อยๆ ในจดหมายฝากของท่าน (กาลาเทีย 1:1; โรม 1:1; เอเฟซัส 1:1) การที่ท่านเปโตรกล่าวเชื่อมโยงตัวท่านกับพระเยซู เป็นการแสดงให้เห็นว่าท่านมีสิทธิ์ที่จะเขียนจดหมายฝาก และส่งให้กับเหล่าผู้อ่าน ท่านกล่าวเน้นเป็นพิเศษในการที่ท่านถูกเรียกโดยองค์พระผู้เป็นเจ้า ท่านจึงทำหน้าที่ในฐานะเป็น “อัครทูต” และบุคคลที่ส่งท่านออกไปประกาศ และดำเนินพันธกิจคือพระคริสต์
       อัครทูตรเปโตรกำหนดสถานที่ให้จดหมายฝากของท่านส่งไปยังผู้อ่าน ซึ่งดำรงชีวิตอยู่ที่ใน แคว้นปอนทัส แคว้นกาลาเทีย แคว้นคัปปาโดเซีย แคว้นเอเซีย และแคว้นบิธีเนีย แคว้นต่างๆเหล่าทั้งหมดอยู่ในเอเซียน้อย
(Asia Minor) ซึ่งอยู่บนพื้นที่ของประเทศตุรกีสมัยปัจจุบัน แคว้นเหล่านี้ตั้งอยู่บนภาคตะวันออกของ “โบสโปรัส” (Bosporus) โบสโปรัสเป็นห้วงน้ำซึ่งมีความยาวประมาณ 29 กิโลเมตร ห้วงน้ำแห่งนี้แยกพื้นที่ของประเทศตุรกีออกไปสองส่วน คือส่วนของตุรกีที่อยู่ในอาณาเขตของยุโรป และส่วนของตุรกีซึ่งอยู่ในอาณาเขตของเอเซีย ห้วงน้ำแห่งนี้เชื่อมต่อทะเล “มาร์มารา” กับ “ทะเลดำ” เข้าด้วยกัน
       อาจมีคำถามว่า อัครทูตเปโตรเขียนจดหมายฝากถึงผู้เชื่อชาวยิว หรือชาวต่างชาติ ถ้อยคำที่ท่านเปโตรเอ่ยใน
1 เปโตร 1:1 ที่ว่า “ถึงพวกที่กระจัดกระจายไปอยู่ในแคว้นฯ” คำว่า “กระจัดกระจาย” เคยมีการใช้คำนี้พรรณนาถึงชาวยิวทั้งหลายที่ดำเนินชีวิตออยู่นอกดินแดนศักดิ์สิทธิ์ (Holy Land) ในศตวรรษที่หนึ่ง และคำว่า “ทรงเลือก และทรงกำหนดไว้แล้ว” และ “ได้ทรงชำระแล้ว” ใน 1 เปโตร 1:2 สามารถใช้พรรณนาถึงได้ทั้ง “ชาวยิว” และ “คริสเตียน” อย่างไรก็ดีในหมายฝาก ท่านเปโตรพรรณนาถึงเหล่าผู้อยู่นอกชุมชนแตกต่างกันออกไป ท่านเรียกพวกเขาวาส “คนต่างชาติ” (Gentiles) (1 เปโตร 2:12; 1 เปโตร 4:3) จากข้อเท็จจริงนี้ดูเหมือนจะบอกเราว่าท่านเปโตรเขียนจดหมายฝากของท่านส่วนใหญ่ถึงเหล่าผู้เชื่อชาวยิว     
       แต่นักศึกษาพระคัมภีร์บางท่านให้เหตุผลยืนยันว่า ที่ท่านเปโตรกล่าวใน
1 เปโตร 1:18; 1 เปโตร 4:3 หมายถึงผู้เชื่อคนต่างชาติ ไม่ใช่ชาวยิว เราอาจไม่มีวันทราบแน่ว่าท่านเปโตรเขียนถึงคนพวกไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่านั้นสำหรับเรา คือที่จะทราบว่าผู้อ่านเป็นกลุ่มไหน และข่าวสารนั้นพูดว่าอะไร


วันจันทร์   ได้ทรงเลือกไว้  (1 เปโตร 1:2)
                     CHOSEN

       อ่าน พระธรรม 1 เปโตร 1:2  มีอะไรอื่นที่พระคัมภีร์ข้อนี้บอกเราเกี่ยวกับเหล่าคนที่ท่านเปโตรส่งจดหมายฝากไปให้.. ท่านเรียกเขาว่าอะไร

       เราอาจไม่ทราบแน่ชัดว่าท่านเปโตรเขียนจดหมายฝากส่งไปให้คนกลุ่มไหน แต่ท่านเปโตรชัดเจนในสิ่งหนึ่ง กลุ่มคนที่ท่านเขียนส่งให้คือ “ผู้ที่พระเจ้าพระบิดาได้ทรงเลือก และทรงกำหนดไว้แล้ว” (1 เปโตร 1:2) เราจำเป็นต้องระมัดระวังในการอธิบายพระคัมภีร์ข้อนี้ คือคำว่า “ทรงเลือก และทรงกำหนดไว้แล้ว” ไม่ได้หมายความว่า พระเจ้าทรงเลือกหรือกำหนดบางคนให้ได้รับความรอด และบางคนให้พินาศก่อนที่พวกเขาเกิด และกลุ่มคนที่ท่านเปโตรเขียนถึงบังเอิญเป็นพวกที่พระเจ้าทรงเลือกสรรไว้สำหรับความรอด แนวคิดนี้ไม่ใช่สิ่งที่พระคัมภีร์สอน
 
       อ่าน พระธรรม
1 ทิโมธี 2:4; 2 เปโตร 3:9; ยอห์น 3:16; และ เอเสเคียล 33:11 ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ช่วยเราให้เข้าใจว่า ท่านเปโตรหมายความถึงอะไร เมื่อท่านเรียกคนเหล่านี้ว่า “ผู้ที่พระจ้าทรงเลือก และทรงกำหนดไว้แล้ว”  (1 เปโตร 1:2)

       พระคัมภีร์กล่าวชัดเจนว่า แผนการของพระเจ้ามีไว้สำหรับให้ทุกคนได้รับความรอด และแผนนี้ทรงกำหนดไว้ให้แม้แต่ก่อนที่โลกนี้จะถูกเนรมิตสร้างขึ้น (เอเฟซัส 1:4) แนวคิดคือคน “ทั้งหมด” ถูก “เลือกสรรไว้แล้ว” เป็นความจริงในมิติหนึ่งที่ว่า แผนของพระเจ้าจากเริ่มต้นให้แต่ละคนได้รับความรอด ไม่มีแม้คนเดียวต้องพินาศ หรืออีกนัยหนึ่งพระเจ้าทรงเลือกคนทั้งปวงให้ได้รับชีวิตนิรันดร์ แผนการแห่งความรอดเพียงพอที่จะช่วยให้ “ทุกคน” หมายถึง คน “ทั้งมวล” ถูกครอบคลุมโดยข้อเสนอการอภัยบาปของพระเจ้า แม้ว่าจะมีบางคนไม่ยอมรับข้อเสนอที่พระเจ้าทรงหยิบยื่นให้
       ดังนั้นพระเจ้าทรงทราบใครคือผู้ที่ถูกเลือกสรรไว้ พระเจ้าทรงทราบล่วงหน้าว่าพวกเขาจะเลือกอย่างเสรีอย่างไร พระองค์ทรงทราบว่าพวกเขาจะเลือกของประทานแห่งความรอด หรือปฏิเสธ พระเจ้าทรงทราบล่วงหน้าโดยไม่ทรงบังคับการเลือกของบุคคล ตัวอย่างต่อไปนี้อธิบายความจริงข้อนี้ได้ชัดเจนขึ้น  สมมติว่าคุณแม่คนหนึ่งทราบล่วงหน้าว่าบุตรของนางจะเลือก “เค้กช็อกโกแลต” แทนที่จะเป็น “ถั่วเขียว” การที่คุณแม่ทราบล่วงหน้าก่อนเวลา หมายความว่าคุณแม่บังคับบุตรของนางให้เลือกเค้กช็อกแลตใช่ไหม ไม่ใช่แน่นอน ในทำนองเดียวกัน การที่พระเจ้าทรงทราบล่วงหน้าว่าเราจะเลือกอะไร ไม่ใช่การบังคับการเลือกของเราแต่อย่างใด เราทุกคนมีอิสระในการเลือก

       พระเจ้าได้ทรงเลือกคุณให้ได้รับความรอด ความจริงข้อนี้หนุนใจคุณ และให้ความหวังแก่คุณอย่างไร      


วันอังคาร   หัวข้อสำคัญต่างๆ  (1 เปโตร 1:3-12)
                      
IMPORTANT TOPICS      

       อ่าน พระธรรม 1 เปโตร 1:3-12 หัวข้อหลักในข่าวสารของท่านเปโตรในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้คืออะไร

       ท่านเปโตรเขียนเกี่ยวกับพ่อ และ บุตรชาย และท่านเขียนเกี่ยวกับงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในเวลาเดียวกันท่านเปโตรยังแนะนำอีกหลายหัวข้อ ซึ่งท่านจะกลับมากล่าวถึงในภายหลัง
       ท่านเปโตรเริ่มใน
1 เปโตร 1:3 ด้วยการกล่าวว่าคริสเตียนทั้งหลายต่างได้เกิดใหม่แล้ว ชีวิตทั้งสิ้นของพวกเขาได้รับการเปลี่ยนแปลง พระเยซูได้ทรงเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาโดยฤทธิ์อำนาจแห่งการฟื้นจากความตายมาสู่ชีวิตของพระองค์ “นี่เป็นของประทานที่ไม่มีใครอาจทำลายได้ ซึ่งพระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้เพื่อคริสเตียนในสวรรค์” (1 เปโตร 1:3, 4) ดังนั้นการทรงฟื้นพระชนม์ของพระเยซูจึงเป็นแกนกลางแห่งความหวังของคริสเตียน เราพบความจริงข้อนี้ในที่อื่นอีกหลายแห่งในพระคัมภีร์ใหม่
       ความหวังนี้ทำให้คริสเตียนมีเหตุผลที่จะชื่นชมยินดี คริสเตียนยุคแรกเริ่มจำนวนมากได้อ่าน พระธรรมเปโตรฉบับที่หนึ่งขณะที่พวกเขากำลังประสบกับความยากลำบาก ความยากลำบากนี้เป็นข้อทดสอบความเชื่อของพวกเขา ทำให้ความเชื่อของพวกเขาบริสุทธิ์ ไฟนั้นจะชำระทองคำให้บริสุทธิ์ในลักษณะเดียวกัน ผู้อ่านจดหมายฝากของท่านเปโตรไม่ได้พบพระเยซูขณะพระองค์ทรงดำเนินพันธกิจของพระองค์บนโลก แต่พวกเขารักและเชื่อในพระองค์ และผลลัพธ์แห่งความเชื่อในพระเยซูของพวกเขาคือความรอด ตรงนี้ท่านเปโตรกล่าวว่า พระเยซูทรงสัญญาพวกเขา และเรา “
เพื่อให้ได้รับมรดกซึ่งไม่รู้เปื่อยเน่า ปราศจากมลทิน  และไม่ร่วงโรยซึ่งได้เตรียมไว้ในสวรรค์เพื่อท่านทั้งหลาย” (1 เปโตร 1:4)
       
อัครทูตเปโตรแจงผู้อ่านของท่านให้ทราบว่า “บรรดาผู้เผยพระวจนะผู้ได้พยากรณ์ถึงพระคุณซึ่งจะบังเกิดแก่ท่านทั้งหลายก็ได้สืบค้น และสอบถามเกี่ยวกับเรื่องความรอดนี้” (1 เปโตร 1:10)  ผู้เผยพระวจนะทั้งหลายก่อนสมัยของพระเยซู “ก็ได้สืบค้น” อย่างหนักเพื่อจะพบเรื่องความรอด พวกเขาต้องการทราบเกี่ยวกับความรอดที่ผู้อ่านของท่านเปโตรในตอนนั้น และเราเดี๋ยวนี้กำลังมีประสบการณ์ในพระเยซู
       ผู้อ่านของท่านเปโตรได้รับความทุกข์ลำบากสำหรับความเชื่อของพวกเขา พวกเขาถูกข่มเหงสำหรับความเชื่อของพวกเขา แต่ท่านเปโตรชี้ให้พวกเขาเห็นว่า พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของ “การสงครามที่ขยายเป็นวงกว้างระหว่างความดีและความชั่ว” ในตอนสิ้นสุด ท่านเปโตรต้องการช่วยพวกเขาให้ยืนหยัดอย่างสัตย์ซื่อในความจริงผ่านความยากลำบากของพวกเขาทั้งหลาย


       พระธรรม 1 เปโตร 1:4  กล่าวว่ามี “มรดก” เก็บไว้บนสวรรค์เพื่อคุณ คิดเกี่ยวกับความจริงอัศจรรย์ ที่ว่า มี “พื้นที่” ในสวรรค์สำหรับคุณโดยเฉพาะ ความจริงนี้หมายความถึงอะไรเป็นการส่วนตัวสำหรับคุณ และอะไรควรเป็นคำตอบส่วนตัวของคุณต่อพระสัญญาอัศจรรย์นี้

 วันพุธ     การดำรงชีวิตแห่งความรอด  (1 เปโตร 1:13-21)
                 
LIVING THE LIFE OF SALVATION

       อ่าน พระธรรม 1 เปโตร 1:13-21 สอดคล้องกับข้อพระคัมภีร์ตอนนี้ เหตุใดคริสเตียนควรดำเนินชีวิต
บริสุทธิ์ และสัตย์ซื่อ


       พระธรรม 1 เปโตร 1:13 ขึ้นต้นด้วยคำว่า “เหตุฉะนั้น” คำว่า “เหตุฉะนั้น” แสดงให้เห็นสิ่งที่ท่านเปโตรจะพูดต่อ
จากที่ท่านพึ่งได้พูดไป ในหัวข้อศึกษาของเมื่อวานนี้ เราได้เห็นว่าท่านเปโตรได้พูดเกี่ยวกับพระคุณของพระเจ้า และ
ได้พูดเกี่ยวกับความหวังที่คริสเตียนมีในพระเยซูคริสต์เช่นกัน (
1 เปโตร1:3-12)
       ถูกแล้วคริสเตียนทั้งมวลมีพระคุณ และความหวังนี้ เหตุฉะนั้นท่านเปโตรเร้าใจผู้เชื่อว่า
“จงเตรียมตัว เตรียมใจของท่านไว้ให้ดี และจงข่มใจ ตั้งความหวังให้เต็มเปี่ยมในพระคุณ คือพระคุณซึ่งจะทรงโปรดประท่านแก่ท่าน เมื่อพระเยซูคริสต์จะทรงสำแดงแก่พระองค์” (1 เปโตร 1:13) ทั้งนี้เพราะผู้อ่านของท่านได้รับความรอดแล้วในพระเยซู บัดนี้
พวกเขาต้องเตรียมจิตใจของพวกเขาไว้เพื่อจะยืนหยัด และคงความสัตย์ซื่อได้ตลอดไป (
1 เปโตร 1:13)
      

       อ่าน พระธรรม 1 เปโตร 1:13 พระคัมภีร์ข้อนี้บอกเราให้มอบ “ความหวัง” ของเราไว้ในพระคุณที่จะทรง
ประทานให้ในวันข้างหน้า นี่หมายความว่าอะไร


       ไม่มีข้อกังขาใด เพราะท่านเปโตรบอกผู้อ่านทั้งหลายของท่านว่า ความหวังของพวกเขา “วาง” ไว้ในพระเยซูแต่ผู้เดียว จากนั้นท่านเปโตรกล่าวอย่างชัดเจนว่า พวกเขาต้องประพฤติตนดี เพราะเหตุว่าพวกเขาต่างได้รับความรอดแล้ว ท่านเปโตรเอ่ยถึงเหตุผลสำคัญสามประการ ที่คริสเตียนต้องมี เพื่อจะดำเนินชีวิตบริสุทธิ์ และสัตย์ซื่อได้
      
เหตุผลแรก ท่านเปโตรกล่าวที่จะช่วยคริสเตียนให้ดำเนินชีวิตบริสุทธิ์ และสัตย์ซื่อคือ “การรู้ว่าใครคือพระเจ้า” ซึ่งการจะทราบว่าใครคือพระเจ้า อาจพูดในทำนองนี้: “เพราะพระเจ้าทรงบริสุทธิ์” ท่านเปโตรยกพระธรรม เลวีนิติ 11:44, 45 ขึ้นมาอ้าง เมื่อท่านกล่าวว่า “ท่านทั้งหลายจงเป็นคนบริสุทธิ์ เพราะเราบริสุทธิ์” (1 เปโตร 1:16) ดังนั้นเหล่าผู้ติดตามพระเยซูต้องเป็นคนบริสุทธิ์เช่นกัน (1 เปโตร 1:15-17) 
      
เหตุผลที่สอง ที่ว่าเหตุใด “คริสเตียนต้องประพฤติตัวดี” จะพบได้ในการพิพากษาที่จะมาถึง คริสเตียนตระหนักว่าพระเจ้าจะทรงพิพากษาอย่างยุติธรรม พระบิดาจะ“พิพากษาทุกคนตามการกระทำของเขา โดยไม่มีอคติ จงประพฤติตนด้วยความยำเกรงตลอดเวลาอยู่ในโลกนี้” (1 เปโตร 1:17)
       เหตุผลที่สาม  มาจากความจริงยิ่งใหญ่ที่ว่า คริสเตียนได้รับความรอดแล้ว พวกเขาถูกซื้อไว้ด้วยราคาสูงล้ำ เป็นราคาที่ไม่มีใครจะจ่ายได้ ท่านเปโตรบอกว่า “ทรงไถ่ด้วยพระโลหิตประเสริฐของพระคริสต์ ดังเลือดลูกแกะที่ปราศจากตำหนิ หรือจุดด่าง” (1 เปโตร 1:19)  และท่านเปโตรกล่าวชัดเจนต่อว่า การสิ้นพระชนม์ (บนกางเขน) ของพระคริสต์ไม่ใช่เหตุที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญในประวัติศาสตร์ แต่เป็นบางสิ่งซึ่งได้วางแผนไว้ก่อนที่โลกนี้จะอุบัติขึ้น (1 เปโตร 1:20)

       มีอะไรเป็นสาเหตุทำให้คุณเป็นคริสเตียน? สมมติว่ามีใครสักคนถามคุณด้วยคำถามว่า “เหตุใดคุณจึงเป็นคริสเตียน” คุณจะตอบเขา หรือเธออย่างไร และทำไม นำคำตอบของคุณสู่การอภิปรายในชั้นเรียนวันสะบาโตที่จะถึงนี้

วันพฤหัสบดี    จงรักกันและกัน  (1 เปโตร 1:22-25)
                             
LOVE ONE ANOTHER

       อ่าน พระธรรม 1 เปโตร 1:22-25 ท่านเปโตรได้เน้นจุดสำคัญอะไรตรงนี้ เกี่ยวกับว่า การเป็นคริสเตียนหมายความว่าอะไร และการดำเนินชีวิตบริสุทธิ์ และสัตย์ซื่อหมายความว่าอะไร

       ท่านเปโตรเริ่มต้น พระธรรม 1 เปโตร 1:22 ด้วยการกล่าวว่าคริสเตียนทั้งปวง “ได้ทำให้พวกเขาบริสุทธิ์โดยเชื่อฟังความจริง” คำในภาษากรีกเพื่อ “จะทำให้บริสุทธิ์” เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับคำสองคำ คือ “บริสุทธิ์” (holy) และ “ความบริสุทธิ์” (holiness) ทั้งสองคำนี้เชื่อมโยงกับสิ่งที่ท่านเปโตรได้เขียนสองสามข้อก่อนหน้านี้ใน 1 เปโตร 1:15 ประการแรก คริสเตียนทั้งมวลถวายชีวิตของพวกเขาให้พระเยซู และพวกเขาได้รับบัพติศมา (อ่าน 1 เปโตร 3:21, 22) ในการทำเช่นนั้น คริสเตียนได้แยกชีวิตของพวกเขาออกมาติดตามพระเจ้า พวกเขาทำสิ่งเหล่านี้โดยการเชื่อฟังความจริง
       การเปลี่ยนแปลงในชีวิตของคริสเตียนนี้ มีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกอย่างหนึ่ง ตอนนี้พวกเขาพบว่าพวกเขาเองมีความใกล้ชิดต่อคนอื่นผู้มีความเชื่ออย่างเดียวกัน ความใกล้ชิดนี้มีระดับความใกล้ชิดเป็นพิเศษ ท่านเปโตรใช้ความใกล้ชิดของ “ครอบครัว” มาเป็นสิ่งเปรียบเทียบ ท่านกล่าวว่าคริสเตียนทั้งปวงจะต้องรักซึ่งกันและกันเหมือนพี่น้องในครอบครัวรักซึ่งกันและกัน โดยท่านได้กล่าวถึงความรักนี้ว่า
“ท่านทั้งหลายได้ชำระจิตใจของท่านให้บริสุทธิ์แล้ว ด้วยการเชื่อในความจริง จนมีใจรักพวกพี่น้องอย่างใจจริง ท่านทั้งหลายจงรักกันให้มากด้วยน้ำใสใจจริง” (1 เปโตร 1:22) ท่านเปโตรกล่าวถึงความรักดังกล่าว ด้วยการใช้คำในภาษากรีกสำหรับความรัก คือ “ฟิลาเดลเฟีย” (philadelphia) ความรักประเภทนี้คือความรักของคนในครอบครัว ซึ่งมีให้แก่กันและกัน
       จะว่าไปมีคำหลายคำในภาษากรีก ที่เมื่อแปลเป็นภาษาอื่นแล้วมักจะใช้คำแปลเป็นคำเดียวกันคือ “รัก” หรือ “ความรัก”
(love)
คำแรก คือคำว่า “ฟิเลีย” (philia) ซึ่งหมายถึงความรักแบบมิตรภาพ คำที่สอง คือ “อีรอส” (eros) ซึ่งหมายถึงความรักของชาย และหญิงอย่างความรักของหนุ่มสาว ที่มีความปรารถนาจะเป็นสามีและภรรยา คำที่สาม คือคำว่า “อะกาเป้” (agape) ซึ่งเป็นความรักที่บริสุทธิ์อันเป็นเหตุทำให้บุคคลหนึ่งพยายามทำดีเพื่ออีกคนหนึ่ง ท่านเปโตรใช้คำว่า “อะกาเป้” สำหรับ “ความรัก” เมื่อท่านเขียน “จงมีใจรักพวกพี่น้องอย่างใจจริง” (1 เปโตร 1:22) ตรงนี้คำว่า “อะกาเป้” ปกติจะหมายถึง “ความรักที่บริสุทธิ์ซึ่งแสวงหาวิธีจะทำดีต่อคนอื่น” ความรักเช่นนี้จะออกมาจากจิตใจที่ผ่านการ “บังเกิดใหม่แล้ว” (1 เปโตร 1:23; อ่าน 1 เปโตร 1:3 ด้วย) หรืออีกนัยหนึ่ง ท่านเปโตรกำลังพูดว่า การเกิดใหม่นี้มาจากการดำเนินชีวิตสอดคล้องกับความจริงของพระคัมภีร์ ความรักประเภทนี้มาจากพระเจ้าเท่านั้น ดวงใจที่เห็นแก่ตัวไม่สามารถแสดงออกถึงความรักประเภทนี้ นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมท่านเปโตรกล่าวเน้นในความสำคัญที่ว่า “การที่จะบริสุทธิ์ คือ “การเชื่อฟังความจริง” (1 เปโตร 1:22) ความจริงที่ว่าจึงไม่ใช่เพียงการบอกว่า “เชื่อ” แต่ต้องมาจากการดำเนินชีวิต

      
เราสามารถเรียนรู้จะเป็นคนที่มีความรักมากขึ้นได้อย่างไร เราจะต้องทำการเลือกอะไรเพื่อจะสามารถ แสดงออกความรักประเภทที่มาจาก “ใจที่บริสุทธิ์” หรือด้วย “น้ำใสใจจริง” ได้

วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 

       อ่าน หนังสือของ เอลเลน จี.ไว้ท์ Perfect Obedience Through Christ, หน้า 373-376, Selected Messages, เล่ม 1 และ Christ the Way of Life, หน้า 365-368

       บทแรกของพระธรรม เปโตรฉบับที่หนึ่ง มีเนื้อหา “รุ่มรวย” (rich) และ “ลึกซึ้ง” (deep) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่มหาศาล อัครทูตเปโตรเริ่มจดหมายฝากของท่านด้วยแนวคิดลุ่มลึกเรื่องพระเจ้าสามพระภาค ซึ่งหมายถึงการพูดเกี่ยวกับ พระบิดาพระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ท่านกล่าวว่าพระบิดาได้ทรงประทานพระผู้ช่วยให้รอด ซึ่งก็คือพระบุตร หรือพระเยซูคริสต์แก่เรา นี่หมายถึงการที่เราถูกเลือกในพระเยซูให้ดำเนินชีวิตบริสุทธิ์ และเชื่อฟัง ดังนั้นเราได้ปักใจรักพระเยซู และในพระองค์เรารู้สึกชื่นชมยินดี ทำไมหรือ การสิ้นพระชนม์ และฟื้นพระชนม์จากความตายสู่ชีวิตเป็นพระสัญญาที่ทรงประทานให้กับเรา ซึ่งไม่มีใครจะทำลายได้ และของประทานนี้ถูกรักษาไว้ให้เราบนสวรรค์ เป็นความจริงในโลกนี้เราอาจพบกับความยากลำบาก แต่เราจะพบความชื่นชมยิ่งใหญ่ในความรอดพระเจ้าทรงประทานให้ในพระคริสต์ และเป็นความจริงที่ว่า “จดหมายฝากของท่านเปโตร ซึ่งบัดนี้คือพระธรรมเปโตร ได้ให้
การหนุนใจ และเสริมพลังให้กับความเชื่อของผู้ที่กำลังประสบกับความทุกข์ยากลำบาก ผู้อ่านจดหมายฝากของท่านเปโตรบางคนต้องผ่านการทดลองนานาประการ พวกเขาตกอยู่ในอันตรายของการสูญเสียความเชื่อในพระเจ้า จดหมายฝากของท่านเปโตรถูกเขียนขึ้นเพื่อช่วยผู้อ่านให้เริ่มทำในสิ่งถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง” เอลเลน จี. ไว้ท์ กิจการฯของอัครทูต, หน้า
517
      
ดังนั้นคริสเตียนควรดำเนินชีวิตที่บริสุทธิ์ หรือกล่าวได้อีกอย่างว่า ชีวิตของพวกเขาทั้งหลายควรแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเชื่อฟังความจริง และคริสตจักรทั้งหลายควรแสดงออกว่าเต็มไปด้ด้วยความรักที่มาจาก “ดวงใจที่บริสุทธิ์”


คำถามเพื่อการอภิปราย:

  1.  ในชั้น ทบทวนคำตอบของคุณสำหรับคำถามข้อสุดท้ายของหัวข้อศึกษาสำหรับวันพุธ: อะไร คือสาเหตุทำให้เราเป็นคริสเตียน คำตอบของทุกคนมีลักษณะเดียวกันอย่างไร และคำตอบเหล่านั้นแตกต่างกันอย่างไร
 
  2.  ในบทแรกของพระธรรมเปโตรฉบับที่หนึ่ง ท่านเปโตรกล่าวถึง “พระเยซูทรงฟื้นพระชนม์จากความตายสู่ชีวิต” สองครั้ง (
1 เปโตร 1:3, 23) มีอะไรเกี่ยวกับการที่พระเยซูทรงฟื้นสู่ชีวิต ถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับความเชื่อของเรา
     
 3.   ท่านเปโตรพูดเกี่ยวกับ “ของประทานที่ไม่มีใครอาจจะทำลายได้” (
1 เปโตร 1:4) (อ่าน ดาเนียล 7:18 ด้วย) นี่หมายความถึงอะไร คิดเกี่ยวกับสรรพสิ่งในโลกนี้ และชีวิตซึ่งจะตายจากไป และสิ่งต่างๆที่อาจพินาศไปในทันที สิ่งต่างๆเหล่านี้ควรบอกอะไรแก่เราเกี่ยวกับของประทานที่ทรงสัญญาไว้ที่มีอยู่จริงของเรา

 4.   ความเชื่อของเราจะเติบโตได้อย่างไรแม้ขณะเมื่อกำลังประสบกับความทุกข์ยาก นั่นคือ มีการเลือกอะไรที่เราต้องทำเพื่อจะช่วยเราให้เรียนรู้จากความทุกข์ยากลำบากของเรา

               ********************

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272