Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > Index-Thai SSL 2Q2017 (April-June) จงเลี้ยงลูกแกะของเราเถิด   >
.
Chapter 5: การดำรงชีวิตเพื่อพระเจ้า                  
.
บทที่ 5
                                 การดำรงชีวิตเพื่อพระเจ้า                  
                                      วันที่  22 – 28  เมษายน  2017
บ่ายวันสะบาโต    
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :
1 เปโตร 3:8-12; กาลาเทีย 2:20; 1 เปโตร 4:1, 2; โรม 6:1-11; 1 เปโตร 4:3-11; 2 ซามูเอล 11:4

ข้อควรจำ     “เพราะว่าพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า เฝ้าดูคนชอบธรรม และ
                   พระกรรณของพระองค์ทรงสดับคำอ้อนวอนของเขา แต่พระพักตร์
                   ของพระองค์ไม่เป็นมิตรกับคนทั้งหลายที่ทำความชั่ว" (1 เปโตร 3:12)


ผู้เขียนพระคัมภีร์ทั้งหลายทราบว่า ความบาปมีจริงและน่าสะพรึงกลัว แต่ยังมีคนอีกมากที่ไม่เชื่อในเรื่องนี้ทั้งๆ ที่โลกถูกเหล็กในของความบาปสะกดไว้ ผู้รับรู้ว่ามีความบาป ต่างตระหนักว่าพวกเขาล้วนเป็นคนบาป อัครทูตเปาโลกล่าวถึงตัวท่านเองว่า “และในพวกคนบาปนั้นข้าพเจ้าเป็นตัวเอก” (1 ทิโมธี 1:15) ผู้ติดตามพระคริสต์ต่างทราบว่าความบาปนั้นร้ายแรง และมองไปยังวิธีแก้ปัญหาความบาปของพระเจ้า ซึ่งต้องใช้ไม้กางเขนของพระคริสต์ นั่นบอกให้ทราบว่าความบาปนั้นแสนลึกล้ำ และแพร่ขยายไปทั่วโลก แต่ผู้เขียนพระคัมภีร์ต่างรับรู้ถึงอำนาจของพระคริสต์ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา และสร้างให้เราเป็นคนใหม่ในพระองค์
       สัปดาห์นี้ อัครทูตเปโตรกล่าวต่อเนื่องบนเส้นทางเดิมต่อไป ท่านเขียนเกี่ยวกับชีวิตใหม่ที่คริสเตียนจะได้รับหลังจากพวกเขาถวายตัวแด่พระคริสต์ และรับบัพติศมา การเปลี่ยนแปลงนั้นยิ่งใหญ่แม้คนอื่นก็จะสังเกตเห็นได้ ท่านเปโตรกล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจไม่ง่ายเสมอไป บางครั้งพวกเขาอาจต้องทนทุกข์ทรมานทางกาย (1 เปโตร 4:1) หรือ กล่าวได้อีกอย่างว่า เราต้องทนทุกข์ในเนื้อหนังเพื่อจะมีชัยชนะที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้กับเรา      
       ท่านเปโตรยังกล่าวถึง “หัวข้อหลัก” ซึ่งปรากฏให้เห็นตลอดในพระคัมภีร์ หัวข้อนั้นคือ “ความรักแท้จะอยู่ในชีวิตของผู้เชื่อในพระเยซู ท่านเน้นความรักว่า “ที่สำคัญยิ่งกว่าอะไรหมดก็คือจงรักซึ่งกันและกันให้มาก เพราะว่าความรักลบล้างความผิดมากมายได้” (1 เปโตร 4:8) ทั้งนี้เพราะเมื่อเรารัก และให้อภัย เราแสดงให้เห็นในสิ่งที่พระเยซูทรงได้ทำ และยังคงทำเพื่อเรา
 
วันอาทิตย์   จงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน  (1 เปโตร 3:8-12)
                        
AGREEING WITH ONE ANOTHER

       อ่ านพระธรรม 1 เปโตร 3:8-12 ท่านเปโตรเน้นจุดไหนในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้เกี่ยวกับว่า คริสเตียนควรดำรงชีวิตอย่างไร เรื่องไหนที่ท่านกล่าวซ้ำ ทั้งที่ได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วใน 1 เปโตร 2:20, 21

       ท่านเปโตรเริ่มด้วย 1 เปโตร 3:8 ด้วยการบอกคริสเตียนว่า “ในที่สุดนี่ ท่านทั้งหลายจงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เห็นอกเห็นใจกัน รักกันฉันพี่น้อง มีจิตใจอ่อนโยน และอ่อนน้อม” อีกวิธีหนึ่งของการพูดคือ “จงเห็นพร้องต่อกันและกัน” นั่นหมายถึงการมีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” หรือ “ที่จะมีดวงจิตเดียวกัน” ภาษากรีกสำหรับ “ดวงจิตเดียวกัน” คือ “โฮโมโฟรนส์” (homophones) ท่านเปโตรกำลังพูดว่าทุกคนจะต้องคิด ทำ และเชื่ออย่างเดียวกัน ตัวอย่างดีที่สุดของแนวคิดนี้พบได้ใน 1 โครินธ์ 12:1-26 ในข้อพระคัมภีร์ชุดนี้ ท่านเปาโลชี้ให้เห็นร่างกายประกอบด้วยอวัยวะต่างๆ ในทำนองเดียวกัน คริสตจักรประกอบด้วยเหล่าผู้เชื่อของปัจเจกชน และหลายคน ซึ่งมีของประทานแห่งพระวิญญาณต่างกัน แต่พวกเขาทำงานร่วมกันเพื่อเสริมสร้างความเป็นหนึ่งในคริสตจักร      
       แน่นอน ความเป็นหนึ่งเช่นนั้นบ่อยครั้งใช่จะบรรลุผลได้ง่าย ดังนั้นท่านเปโตรเตือนผู้เชื่อทั้งหลายอย่าได้ขัดแย้ง หรือต่อต้านกัน จากนั้นท่านบอกผู้อ่านของท่าน ว่าคริสเตียนสามารถแสดงออกซึ่ง “อุดมคติของคริสเตียน” ด้วยการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้อย่างไร 
       ยกตัวอย่างเช่นคริสเตียนควรมีความ “เห็นอกเห็นใจกัน” (sympathy) (1 เปโตร 3:8) ความเห็นอกเห็นใจคือความรู้สึกที่คุณ “ให้ความใส่ใจ” และ “เสียใจ” เกี่ยวกับความทุกข์ยาก ความเศร้าโศก หรือ ความเจ็บปวดของคนอื่น คุณแสดงความเห็นอกเห็นใจแก่ใครบางคนผู้ประสบความทุกข์ยาก ด้วยการแสดงความเสียใจต่อความเจ็บปวดของเขา หรือเธอ ความเห็นอกเห็นใจเป็นก้าวย่างสำคัญขณะเดินไปบนเส้นทาง ท่านเปโตรกล่าวว่า “จงรักกันฉันพี่น้อง” (1 เปโตร 3:8) และท่านกล่าวด้วยว่าคริสเตียนควรมี “จิตใจอ่อนโยน และอ่อนน้อม” (1 เปโตร 3:8) พวกเขาต้องมีความเมตตา และสงสารต่อกันและกัน เมื่อคนหนึ่งประสบกับความทุกข์ยาก และล้มลง
       “จงตรึงตัวตนของคุณบนไม้กางเขน จงคิดว่าคนอื่นดีกว่าตัวคุณเอง ในการทำเช่นนั้น คุณจะถูกนำสู่ “ความเป็นหนึ่งกับพระคริสต์” ต่อหน้าสวรรค์และจักรวาล และต่อหน้าคริสตจักร และโลก คุณจะต้องพิสูจน์ว่าคุณเป็นบุตรชายหรือ บุตรหญิงของพระเจ้า พระเจ้าจะทรงได้รับเกียรติจากตัวอย่างของคุณ” เอลเลน จี. ไว้ท์  คำพยานสำหรับคริสตจักร, เล่ม 9, หน้า 188

       ท่านเปโตรกล่าวว่า “อย่าทำการร้ายตอบแทนการร้าย อย่าด่าตอบการด่า แต่ตรงกันข้ามจงอวยพรแก่เขา ด้วยว่าพระองค์ได้ทรงเรียกให้ท่านกระทำเช่นนั้น เพื่อท่านจะได้รับพระพร” (1 เปโตร 3:8, 9) เหตุใดเราต้องตายต่อตัวเองเพื่อที่จะติดตามถ้อยคำเหล่านี้ เราสามารถมี “ความตาย” ประเภทนี้ได้อย่างไร (อ่าน กาลาเทีย 2:20)

วันจันทร์   ที่จะทุกข์ทรมานในเนื้อหนัง  (1 เปโตร 3:18, 21)
                          TO SUFFER IN THE FLESH

       พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพื่อความบาปของเรา และความหวังแห่งความรอดของเราถูกพบในพระองค์เท่านั้น คือพบในชีวิตบริสุทธิ์ของพระองค์ ชีวิตบริสุทธิ์ของพระองค์ปกปิดเราไว้ ซึ่งเป็นเหตุทำให้เราถูกสร้างให้บริสุทธิ์ในสายพระเนตรของพระเจ้า เพราะพระเยซู คุณเป็น “ที่ยอมรับต่อพระพักตร์ของพระเจ้าเสมือนหนึ่งคุณไม่เคยทำบาปมาก่อน”   เอลเลน จี. ไว้ท์  สันติวิถี, หน้า 62
       แต่ “พระคุณของพระเจ้า” ไม่ได้สิ้นลงกับคำประกาศของพระเจ้าที่ว่า ความบาปของเราทั้งหลายได้รับการอภัยแล้ว พระเจ้าทรงประทานกำลังให้เรามีชัยชนะเหนือความบาปของเราเช่นกัน

       อ่าน พระธรรม 1 เปโตร 3:18, 21; 1 เปโตร 4:1, 2; และ โรม 6:1-11 มีอะไร “เชื่อมโยง” ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้เข้าด้วยกันระหว่างความทุกข์ยาก และชัยชนะเหนือความบาป

       ในภาษากรีก คำเล็กๆที่ถูกใช้ใน 1 เปโตร 3:18 แต่แสดงให้เห็น “ความยิ่งใหญ่ และแสนห่างไกลจะเข้าถึง “การถวายบูชาไถ่บาป” ของพระเยซูสำหรับเรา คำภาษากรีกที่ว่าคือ “ฮาแพ็คซ์” (hapax) คำนี้หมายถึง “ครั้งเดียวเพื่อบาปทั้งหมด” ท่านเปโตรใช้คำกรีกดังกล่าวเพื่อประกาศถึงฤทธิอำนาจยิ่งใหญ่แห่งการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเพื่อเรา
       คำว่า “ฉะนั้น” ที่ปรากฏใน 1 เปโตร 4:1 คำนี้ “เชื่อมโยง” 1 เปโตร 4:1, 2 กับสิ่งที่ได้กล่าวไปแล้วก่อนหน้าใน 1 เปโตร 3:18-22 ท่านเปโตรชี้ให้เห็นว่าพระคริสต์ทรงทนทุกข์ทรมานเพื่อความบาปของเรา พระองค์ทรงเจ็บปวดรวดร้าวเพื่อพระองค์จะสามารถนำเราทั้งหลายกลับไปสู่พระเจ้า (1 เปโตร 3:18) ผลลัพธ์ที่ได้คือเราสามารถเข้าส่วนใน “บัพติศมาซึ่งช่วยเราทั้งหลายให้รอด” (1 เปโตร 3:21)
       ดังนั้น “บัพติศมา” บางทีอาจเป็นเส้นทางดีที่สุดเพื่อช่วยเราให้เข้าใจถ้อยคำของท่านเปโตรที่ว่า “ฉะนั้นโดยเหตุที่.....เพราะว่าผู้ที่ได้ทนทุกข์ทรมานทางกายเช่นนี้ก็ไม่สัมพันธ์กับบาปแล้ว” (1 เปโตร 4:1) โดยการรับบัพติศมาคริสเตียน  เข้าส่วนในความทุกข์ทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการฟื้นพระชนม์สู่ชีวิตของพระเยซู และคริสเตียนได้ทำการเลือกที่จะไม่ “ดำเนินชีวิตที่ยังเหลืออยู่ในโลกตามใจปรารถนาของมนุษย์ แต่ตามพระประสงค์ของพระเจ้า” (1 เปโตร 4:2) การเลือกนี้สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อคนหนึ่งมอบอุทิศถวายตัวเองแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าทุกวัน และทุกวันที่ว่าหมายถึงการที่คริสเตียน “ตอกตะปูตรึงความปรารถนาที่เป็นบาปของเขา หรือเธอที่ไม้กางเขน” (กาลาเทีย 5:24)

       เมื่อไรเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณพบตัวคุณเอง “ทนทุกข์ทรมาน....ในร่างกาย” เพื่อที่จะต่อต้านความบาป คำตอบของคุณจะบอกอะไรเกี่ยวกับชีวิตคริสเตียนของคุณ

วันอังคาร   บังเกิดใหม่อีกครั้ง  (1 เปโตร 4:3-6) 
                   BORN AGAIN

       ในพระเยซูคริสต์เรามีชีวิตใหม่ พระองค์ทรงประทานการเริ่มต้นใหม่ให้เรา เราบังเกิดใหม่อีกครั้ง ชีวิตใหม่ในพระคริสต์หมายความว่า เราดำเนินชีวิตแตกต่างจากสิ่งที่เราได้เคยทำมาก่อน ผู้ยังไม่ได้ยินเรื่องอันน่าทึ่งของเหล่าคนนั้นที่ครั้งหนึ่งไม่ใช่ผู้เชื่อ แต่จากนั้นพวกเขามีประสบการณ์อันทรงพลัง และเกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่โดยสิ้นเชิงในชีวิตของพวกเขา เพราะเหตุใดหรือ พระเยซู และพระคุณแห่งความรอดได้เปลี่ยนแปลงพวกเขา
       เหตุฉะนี้ ท่านเปโตรพูดเกี่ยวกับการตายต่อ “ตัวเอง” และชีวิตใหม่ที่เรามีในพระเยซู ท่านพูดเกี่ยวกับการรับบัพติศมาเข้าสู่การสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์ และการฟื้นพระชนม์สู่ชีวิตของพระองค์ จากนั้นท่านเปโตรพูดเกี่ยวกับชนิดของการเปลี่ยนแปลงที่ผู้เชื่อใหม่จะได้รับประสบการณ์

       อ่าน พระธรรม 1 เปโตร 4:3-6  มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นในชีวิตของผู้เชื่อใหม่ และคนอื่นๆ มีปฏิกิริยาอะไรเมื่อพวกเขาเห็นการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น

      ท่านเปโตรใช้หลาย “สำนวน” เกี่ยวกับการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างผิดๆ ท่านกล่าวว่า “คุณเมาเมื่อคุณไปในงานเลี้ยงแบบปล่อยตัวเต็มที่” หากจะกล่าวนิยามด้วยคำทันสมัย “เมื่อหลายวันแห่งการเลี้ยงฉลองผ่านไป” สอดคลองกับท่านเปโตร การเปลี่ยนแปลงคริสเตียนคนหนึ่งมีประสบการณ์ควรจะยิ่งใหญ่ ที่จริงเหล่าผู้ที่รู้จักคริสเตียนในอดีตจะรู้สึก “ประหลาดใจที่บัดนี้ ท่านทั้งหลายไม่ได้ประพฤติชั่วเหมือนอย่างเขา และเขาก็กล่าวร้าย” (1 เปโตร 4:4) ดังนั้น เราสามารถมองเห็นตรงนี้เป็นโอกาสที่จะเป็นพยานให้แก่คนอื่นโดยไม่ต้องเทศนาสั่งสอน ชีวิตคริสเตียนที่ประพฤติดีทำให้บังเกิดผลมากกว่าการเทศนาเรื่องเทศน์ทั้งปวงในโลก

       ท่านเปโตรกล่าวอะไรใน 1 เปโตร 4:3-6 เกี่ยวกับการพิพากษา

       ตรงนี้ก็เช่นที่อื่นๆ ในพระคัมภีร์ (ยอห์น 5:29; 2 โครินธ์ 5:10; ฮีบรู 9:27) ท่านเปโตรกล่าวชัดเจนว่า วันหนึ่งจะมีการพิพากษาสำหรับสิ่งที่เราได้ทำ “ในฝ่ายเนื้อหนัง” (1 เปโตร 4:2)  ท่านเปโตรพูดเกี่ยวกับพระกิตติคุณ “ด้วยเหตุนี้เอง ข่าวประเสริฐจึงได้ประกาศแม้แก่คนที่ตายไปแล้ว” (1 เปโตร 4:6) นี่หมายความว่า แม้คนตายมีโอการับรู้ถึงพระคุณแห่งความรอดของพระเจ้าเมื่อตอนที่ครั้งหนึ่งเขายังมีชีวิต ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าพระเจ้าทรงความยุติธรรม และไม่ลำเอียงเมื่อพระองค์จะทรงพิพากษาพวกเขาเช่นกัน

       ตอนนี้คุณเป็นผู้เชื่อในพระเยซู ปัจจุบันคุณดำเนินชีวิตแตกต่างจากตอนที่คุณยังไม่เชื่อในพระองค์ใช่ไหม พระเยซูทรงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตของคุณ

วันพุธ     ความบาปของเนื้อหนัง  (1 เปโตร 4:3) 
              SINS OF THE FLESH


       ท่านเปโตรเขียนรายการความบาปที่ผู้อ่านของท่านได้ทำในอดีต แต่พวกเขาได้หยุดทำในสิ่งเหล่านั้นภายหลังที่พวกเขากลายเป็นผู้เชื่อในพระเยซู จากนั้นท่านเปโตรได้เขียนสิ่งที่อาจเรียกได้ว่า “ความบาปในการล่วงประเวณี” หรือความบาปอันเนื่องมาจากการละเมิดทางเพศ

       อ่าน พระธรรม 1 เปโตร 4:3 อีกครั้งหนึ่ง ท่านเปโตรเขียนรายการอะไรอื่นตรงนี้

       มีกลุ่มถ้อยคำอยู่สองกลุ่มในพระคัมภีร์ข้อนี้ให้ความหมายว่า “การประพฤติตัวด้วยราคะตัณหา ตามใจปรารถนาอันชั่ว” คำว่า “ตามใจปรารถนา” มาจากภาษากรีกคือ “อะเซลเกีย” (aselgia) ซึ่งหมายถึง “สิ่งชั่วร้ายทั้งหลาย” ซึ่งมาจากคำภาษากรีกว่า “อีพิธูเมีย” (epithumia) ซึ่งหมายถึง “ความเพลิดเพลินทางเพศ” ซึ่งเป็นสิ่งชั่วร้าย และมักจะมาพร้อมกับ “ความปรารถนารุนแรง”
       แต่เป็นการง่ายเพียงใดสำหรับคริสเตียนจะมีแนวคิดผิดในความปรารถนาทางเพศ พระคัมภีร์ไม่ต่อต้านเรื่องต้องการความสัมพันธ์ทางเพศที่ถูกต้อง เพราะว่าพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้มีสัญชาตญานทางเพศ และความปรารถนาทางเพศเป็นพระพรยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงประทานให้อย่างหนึ่ง ความต้องการทางเพศมีมาแต่ครั้งเริ่มต้นสวนเอเดน (ปฐมกาล 2:24, 25) ความรู้สึกทางเพศเป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่ผูกพันชีวิตสมรสของสามี ภรรยาให้อยู่เคียงคู่กันชั่วชีวิตพิธีมงคลสมรสจึงเป็นการจัดการดีที่สุดในการสร้างครอบครัว และมีบุตร ความใกล้ชิดผูกพันระว่างสามีภรรยาหมายถึงการแสดงออกในการเป็นหุ้นส่วนชีวิตของทั้งสอง ที่พระเจ้าทรงประสงค์ให้ประชากรของพระองค์เป็นเช่นนั้น ดังเราจะพบตัวอย่างได้ใน พระธรรมเยเรมีย์ บทที่ 3; เอเสเคียล บทที่ 16; และ โฮเชยา บทที่ 1-3)
       ความปรารถนาทางเพศเป็นพระพรลึกล้ำ เมื่อใช้สร้างความชื่นชมให้กับชีวิตคู่สอดคล้องกับแผนการแต่งงานของพระเจ้า แต่การใช้ความต้องการทางเพศนอกชีวิตสมรส จะกลายเป็นพลังแห่งความพินาศในโลกอย่างหนึ่ง ผลลัพธ์อันน่าสะพรึงกลัวของการผิดประเวณี กลายเป็นความบาปไกลเกินที่เราจะจินตนาการได้ ท่ามกลางพวกเรามีใครไม่เคยรับรู้ หรือได้ยินมาก่อนเกี่ยวกับชีวิตคู่ที่พังพินาศ จากการนำเอาของประทานอัศจรรย์ไปใช้อย่างผิดๆ  

      ข้อพระคัมภีร์ทั้งหมดต่อไปนี้สอนสิ่งเดียวกันอะไรแก่เรา อ่านพระธรรม 2 ซามูเอล 11:4; 1 โครินธ์ 5:1; ปฐมกาล 19:5; 1 โครินธ์ 10:8 

       
แน่นอน คนหนึ่งไม่จำเป็นต้องอ่านพระคัมภีร์ก็จะรับรู้ได้ถึง “ความเจ็บปวด” และ “ความทุกข์เดือดร้อน” ที่ความบาปเป็นต้นเหตุนำมาให้
       แต่เราต้องระมัดระวังเช่นกัน เป็นความจริง การล่วงประเวณีทางเพศเป็นความบาปที่มีอิทธิพลด้านลบต่อผู้คน ใน ปัจจุบันดูเหมือนมีแนวโน้มว่าสังคมจะทำเป็นเฉยต่อ “ความบาป” และผู้มีส่วนร่วมทำความผิดดังกล่าว แต่ความบาปคือความบาป และ การสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์ปกปิดความบาปทางเพศ เหมือนกับความบาปอื่นๆ ในฐานะคริสเตียน เราควรระมัดระวังที่จะไม่พิพากษาคนอื่น ผู้ได้ล้มลงในความบาปทางเพศ (อ่าน ลูกา 6:42)     

วันพฤหัสบดี   ความรักปกปิดทั้งหมด (1 เปโตร 4:7-11)
                             
LOVE COVERS ALL
 

       แม้ในสมัยของอัครทูตเปโตร คริสเตียนทั้งหลายเชื่อว่าพระเยซูจะทรงเสด็จกลับมาในไม่ช้า และจากนั้นโลกจะสิ้นสุดลง 1 เปโตร 4:7 การประกาศความเชื่อนี้ ท่านเปโตรเขียนว่า “อวสานของสิ่งทั้งปวงก็ใกล้จะมาถึงแล้ว เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงมีสติสัมปชัญญะ และรู้จักสงบใจเพื่อให้แก่การอธิษฐาน” หรือกล่าวอีกได้อย่างหนึ่ง จงเตรียมพร้อมสำหรับวาระสุดท้าย ในอีกนัยหนึ่งถ้อยคำนี้เป็นความจริงเช่นกัน “วาระสิ้นสุด” ก็ใกล้เข้ามาอีกครู่หนึ่งหลังจากเราตาย เราปิดตาทั้งสองของเราในความตาย จากนั้นหนึ่งพันปีอาจผ่านไป หรือเพียงไม่กี่วัน แต่สิ่งต่อไปที่เราจะรับรู้คือการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู และวาระสุดท้ายของโลกนี้

       สอดคล้องกับท่านเปโตร “วาระสุดท้ายของสรรพสิ่ง” อยู่ใกล้ ดังนั้นคริสเตียนควรดำรงชีวิตอย่างไร อ่านพระธรรม 1 เปโตร 4:7-11      

       คริสเตียนทั้งปวงจำเป็นต้อง เอาจริงเอาจัง และ เฝ้าระมัดระวังในการอธิษฐาน และพวกเขาต้อง “รักซึ่งกันและกันให้มาก เพราะความรักลบล้างความผิดมากมายได้” (1 เปโตร 4:8)
       พระคัมภีร์ข้อนี้หมายถึงอะไร ความรักจะลบล้างความบาปได้อย่างไร เราจะพบเบาะแสได้ใน สุภาษิต 10:12 ซึ่งท่านเปโตรยกมาอ้าง อ่านว่า “ความเกลียดชังเร้าให้เกิดความวิวาท แต่ความรักครอบงำบรรดาการทรยศเสีย” (1 เปโตร 4:8) กล่าวได้อีกอย่างว่า “ความรักทำให้ง่ายกว่าที่จะให้อภัยผู้ที่ทำผิดต่อเรา เหตุฉะนั้น “ความรักของพระคริสต์นำพระองค์ทรงยกโทษให้อภัยแก่เรา และความรักของเราควรนำเราให้อภัยแก่คนอื่นๆ ยิ่งกว่านั้น สมมติความรักปกครองดวงใจ แม้เราจะถูกดูหมิ่นเล็กๆ หรือ ถูกดูแคลนยิ่งใหญ่ ก็เป็นการง่ายกว่าที่จะมองข้าม หรือ ลืมมันไปเสีย
       อัครทูตเปโตรกล่าวเน้นในความคิดอย่างเดียวกับพระเยซู และอัครทูตเปาโล ทั้งพระเยซู และท่านเปาโลกล่าวว่า พระบัญญัติทั้งหมดสรุปรวมในภาระหน้าที่ของเรา พระเยซูทรงตอบพวกเขาที่ถามพระองค์ว่าพระบัญญัติข้อไหนใหญ่ที่สุด ทรงตรัสว่า “จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้า ด้วยสุดใจสุดจิตของเจ้า และด้วยสิ้นสุดความคิดของเจ้า” และจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักคนเอง” (มัทธิว 22:34-39; โรม 13:8-10)
       ท่านเปโตรเร้าใจคริสเตียนให้มีน้ำใจต้อนรับแขก การเสด็จกลับมาครั้งที่สองอาจอยู่ใกล้ แต่คริสเตียนทั้งปวง “ไม่ควรถอนตัวจากการมีความสัมพันธ์ด้านสังคมเพราะเรื่องนี้ ในที่สุดคริสเตียนทั้งมวลควรกล่าวถ้อยคำของพระเจ้า หรือกล่าวได้อีกอย่างว่า เพราะความเข้มข้นของเวลา ควรเรียกให้เราทำการสื่อสารอย่างเอาจริงเอาจังเกี่ยวกับความจริงฝ่ายจิตวิญญาณ        

       “เพราะว่าความรักลบล้างความผิดมากมายได้  และทำให้เราลืมความผิดนั้นเสีย” (
1 เปโตร 4:8) มีใครที่ทำผิด ทำบาปต่อคุณ และคุณจะสามารถสำแดงความรักที่ต้องการ เพื่อที่จะ “ลบล้าง” ความบาปนั้นเสีย เหตุใดความรักจึงช่วยคุณให้ทำเช่นนั้น

วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 
       “ความรักคือความอดทน และความกรุณา มันจะไม่ทำให้ความผิดพลาดเล็กน้อยมองดูใหญ่กว่าที่เป็นจริง หรือลุ่มลึกเกินกว่าที่จะอภัยให้ ความรักจะไม่ทำให้เกิดการนินทา เกี่ยวกับความผิดพลาดของคนอื่น พระคัมภีร์สอนชัดเจนว่า เราจะต้องปฏิบัติต่อคนผิดบาปด้วยความอดกลั้นอดทน ขณะเดียวกันแสดงความกรุณา และมีความคิดสุขุมรอบคอบ แนะนำทางถูกต้องให้หลังจากที่เขา หรือเธอสำนึกผิด เราจะต้องให้กำลังใจ หนุนใจอยู่ใกล้ชิดเหล่าผู้ที่ล้มลงในความบาป อย่างนี้ดวงใจที่ครั้งก่อนที่ปรากฏให้เห็นความดื้อดึงอาจเอาชนะนำมาหาพระคริสต์ได้ ความรักของพระคริสต์ลบล้างความบาปได้ไม่จำกัด พระเมตตา กรุณา การให้อภัยของพระเจ้า จะไม่นำไปสู่การเปิดเผยความผิดบาปของเขา หรือเธอเว้นแต่มีความจำเป็นจริงๆ” (เอลเลน จี. ไว้ท์ ใน “Counsels to Parents, Teachers, and Students, หน้า 267
       พระเยซูทรงปฏิบัติต่อคนบาปอย่างไร ให้คิดถึงพระเยซู และเรื่องของผู้หญิงที่ทำความผิดทางเพศ เธอถูกจับได้ และเธอถูกนำตัวมาหาพระเยซู ซึ่งจะพบได้ในยอห์น 8:1-11 เธอถูกจับได้ขณะทำการล่วงประเวณีการล่วงประเวณีเป็นความบาปร้ายแรง เพราะเป็นการมีเพศสัมพันธ์นอกเหนือคู่สมรส เหล่าผู้นำทางศาสนานำผู้หญิงคนนี้มาหาพระเยซู เพื่อขอให้พระองค์ตัดสินลงโทษ พระเยซูทรงเขียนชื่อผู้จะลงโทษ ด้วยการเอาหินขว้างผู้หญิงคนนี้ให้ตายเป็นคนแรกบนพื้นดิน  “ซึ่งที่พระองค์ทรงเขียนนั้นเป็นการเปิดเผยให้เห็นความบาปในที่ลี้ลับของเหล่าผู้นำ” (เอลเลน จี. ไว้ท์ ผู้พึงปรารถนาแห่งปวงชน, หน้า 461) เหตุใดพระคริสต์ทรงเขียนชื่อของพวกเขาบนพื้นดิน เพราะว่าชื่อที่พระเยซูทรงเขียนบนพื้นดินสามารถกวาดลบได้ในครั้งเดียว พระเยซูทรงแสดงให้ผู้นำทางศาสนาเห็นว่า พระองค์มองเห็นการเป็นคนสองหน้า ทั้งด้านดี และด้านร้ายของพวกเขา แม้กระนั้นพระองค์ไม่ประสงค์จะเปิดเผยความบาปที่ปกปิดไว้ของพวกเขา อาจเป็นว่า นี่เป็นเพราะพระองค์มีความกรุณา ซึ่งเป็นวิธีการของพระองค์เองในการเข้าถึงผู้คนเหล่านั้น นับว่าเป็นบทเรียนที่ทรงพลังยิ่งเมื่อเราต้องเผชิญหน้าอย่างกล้าหาญกับเหล่าผู้ได้ทำความบาป

คำถามเพื่อการอภิปราย:
  1.  มีสิ่งใดบ้างไหม ที่ผู้เชื่อทั้งปวงจำเป็นต้องมีแนวคิดในทางเดียวกัน เพื่อจะสามารถทำงานร่วมกันในฐานะเป็นโบสถ์เดียวกันได้ ถ้าอย่างนั้นอะไรคือประเด็นปัญหาที่ว่า และเราสามารถเข้ามารวมกันเป็นหนึ่ง ในความคิดเห็นของเราได้อย่างไรในประเด็นเหล่านี้
 
  2.  อะไรเคยเป็นประสบการณ์ของตัวคุณเองกับแนวคิดในความจำเป็นต้องรับ “ความทุกข์ทรมานในเนื้อหนัง” เพื่อที่จะหยุดการทำบาปได้ อะไรคือความหมายของแนวคิดนี้    

  3.  มองไปรอบๆ ในผลลัพธ์อันน่ากลัวซึ่งเกิดขึ้นจากการดื่มสุราจัดของผู้คนหลากหลายที่คุณรู้จัก หรือได้อ่านเกี่ยวกับพวกเขา เราจะสามารถทำอะไรได้ในฐานะเป็นโบสถ์เพื่อช่วยคนอื่นๆให้มองเห็นอันตรายของการดื่มสุรา และการใช้สารเสพติดอื่นๆ เราสามารถทำอะไรได้บ้างที่จะรักษาเด็กๆ และเยาวชนของเราให้ตื่นตัวรับรู้ว่าอะไรคือความผิดพลาด แม้แต่จะไปลองดูเอง หรือถูกท้าทายให้ทดลองบางสิ่งที่สามารถเป็นอันตรายอย่างน่ากลัวสำหรับเขา หรือพวกเขา
      
             ********************

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272