Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > Index-Thai SSL 2Q2017 (April-June) จงเลี้ยงลูกแกะของเราเถิด   > Chapter 5: การดำรงชีวิตเพื่อพระเจ้า                   >
.
Chapter 6: ความทุกข์ทรมานเพื่อพระคริสต์
.

                                                              บทที่  6

                                     ความทุกข์ทรมานเพื่อพระคริสต์                   

                                       วันที่  29  เมษายน – 5  พฤษภาคม  2017

บ่ายวันสะบาโต    

อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :

1 เปโตร 1:6; 1 เปโตร 3:13-22; 2 ทิโมธี 3:12; 1 เปโตร 4:12-14; วิวรณ์ 12:17; 1 เปโตร 4:17-19

ข้อควรจำ      เพราะพระเจ้าทรงใช้ท่านสำหรับเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะว่าพระคริสต์ก็ได้
                       ทนทุกข์ทรมานเพื่อท่านทั้งหลาย ให้เป็นแบบอย่างแก่ท่าน เพื่อท่านจะได้
                       ดำเนินตามรอยพระบาทของพระองค์” (
1 เปโตร 2:21 )    

ประวัติศาสตร์ของการข่มเหงทางศาสนา ในช่วงสองสามร้อยปีแรกของคริสตจักรคริสเตียนเป็นเรื่องที่ทราบกันดี พระคัมภีร์แสดงให้เห็นประเภทของการข่มเหงที่คริสตจักรจะต้องก้าวผ่าน เราสามารถมองเห็นการข่มเหงดังกล่าวชัดเจนในพระธรรมกิจการของอัครทูต การข่มเหงนำความเจ็บปวด และความทุกข์ทรมานมาให้ การข่มเหงครั้งนั้นเป็นเรื่องจริงที่เจ็บปวดในชีวิตของคริสเตียน ทำให้ท่านเปโตรรู้สึกห่วงใยจึงเขียนจดหมายฝากส่งไปหนุนใจ
       บทแรกในจดหมายฝากของท่านเปโตร ท่านเปโตรพูดเกี่ยวกับความทุกข์ทรมานที่เหล่าผู้เชื่อได้รับจากประสบการณ์อันเนื่องมาจากการถูกข่มเหง “ในความรอดนั้น ท่านทั้งหลายชื่นชมยินดี ถึงแม้ว่าเดี๋ยวนี้ จำเป็นที่ท่านจะต้องทนทุกข์ทรมานชั่วขณะหนึ่งในการถูกทดลองต่างๆ เพื่อการลองดูความเชื่อของท่าน อันประเสริฐยิ่งกว่าทองคำ ซึ่งแม้เสียไปได้ก็ยังถูกลองด้วยไฟจะได้เป็นเหตุให้เกิดความสรรเสริญ เกิดศักดิ์ศรีและเกียรติ ในเวลาที่พระคริสต์จะเสด็จมาปรากฏ”
(1 เปโตร 1:6, 7) หนึ่งในข้อคิดเห็นสุดท้าย ท่านเปโตรกล่าวในจดหมายฝากพูดเกี่ยวกับ “การทนทุกข์อยู่ชั่วขณะหนึ่งแล้ว พระเจ้าผู้ทรงพระคุณล้ำเลิศ ผู้ได้ทรงเรียกท่านทั้งหลายเข้าในศักดิ์ศรีนิรันดร์ในพระคริสต์”  (1 เปโตร 5:10)
       ในจดหมายสั้นของท่านเปโตร ข้อพระคัมภีร์ที่กล่าวถึงความทุกข์ยากเพื่อพระคริสต์ของผู้อ่านของท่านเปโตรแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกันคือ (1) 1 เปโตร 2:18-25; (2) 1 เปโตร 3:13-21; (3) และ 1 เปโตร 4:12-19 ดังนั้นเราสามารถมองเห็นความทุกข์เดือดร้อนที่เป็นมาจากการข่มเหง ซึ่งถือว่าเป็นหัวข้อใหญ่ของพระธรรมเปโตรฉบับต้น และในหัวข้อดังกล่าวให้เราหันมาศึกษาบทเรียนของเรา

วันอาทิตย์   การข่มเหงของคริสเตียนยุคแรกเริ่ม (1 เปโตร 1:6)
                        PERSECUTION OF THE FIRST CHRISTIANS
 
       อ่าน พระธรรม 1 เปโตร 1:6  และ 1 เปโตร 5:10 ท่านเปโตรพูดเกี่ยวกับอะไรในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ และท่านบอกผู้อ่านของท่าน ให้ตอบสนองต่อสิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญอย่างไร
 
       สำหรับช่วงสองสามร้อยปีแรกของคริสตจักรในประวัติศาสตร์ ช่วงนั้นการเป็นเพียงคริสเตียนอาจมีผลลัพธ์ถึงขั้นถูกข่มเหง และถูกฆ่าให้ตายอย่างน่ากลัว จดหมายที่ส่งถึงจักรพรรดิโรมัน “ทราจัน” แสดงให้เห็นความไม่ปลอดภัยที่จะรับเชื่อเป็นคริสเตียนในช่วงเวลานั้น จดหมายดังกล่าวส่งไปจาก “ปลินนี”
(Pliny) ปลินนีเขียนจดหมายเมื่อเขาอยู่ในตำแหน่งข้าหลวงของแคว้น “ปอนทัส และแคว้น บิทีเนีย” (Pontus and Bithynia) (ค.ศ. 111-143) นี่เป็นสองพื้นที่ ที่กล่าวถึงใน 1 เปโตร 1:1     
       ข้าหลวงปลินนีเขียนถามจักรพรรดิ์ทราจันว่าเขาควรปฏิบัติอย่างไรกับพวกคริสเตียนที่กำลังถูกกล่าวหา ปลินนี่อธิบายว่าเขาได้ประหารหลายคนที่อ้างว่าพวกเขาเป็นคริสเตียน ส่วนคนอื่นๆที่สารภาพว่าพวกเขาเคยเป็นคริสเตียนแต่บัดนี้ไม่ได้เป็นแล้ว ปลินนี่บอกให้พวกเขาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ คือให้พวกเขาจุดธูปก้มกราบรูปหล่อของจักรพรรดิทราจัน และเทพเจ้าองค์อื่นๆ และแช่งด่าพระเยซู เมื่อพวกเขาทำตามจะถูกปล่อยให้เป็นอิสระ แต่ถ้าหากมีคนใดปฏิเสธจะทำการทดสอบ ปลินนี่จะสั่งประหารพวกเขา
       ในช่วงศตวรรษแรกคริสเตียนต่างเผชิญกับอันตรายร้ายแรง เพียงเพราะพวกเขาเป็นคริสเตียน พวกเขาตกอยู่กับการเสี่ยงชีวิตรุนแรงที่สุดอยู่ในช่วง
14 ปีที่เนโรเป็นจักรพรรดิของอาณาจักรโรม  “เนโร” (ค.ศ. 54-68) และจักรพรรดิ “โดมิเตียน” (Domitian) ขึ้นนั่งบัลลังก์อีก 15 ปี  (ค.ศ. 81-96)
       แต่การถูกข่มเหงที่กล่าวถึงในพระธรรมเปโตรฉบับต้น มีลักษณะแตกต่างออกไป มีตัวอย่างจริงสองสามตัวอย่างในจดหมายฝากที่ท่านเปโตรกล่าวถึง “การข่มเหง” แต่บางทีตัวอย่างเหล่านี้อาจรวมไปถึงการถูกกล่าวหา หรือการถูกใส่ร้ายว่าประพฤติชั่วทั้งที่ไม่เป็นความจริง (
1 เปโตร 2:12) และพวกคริสเตียนอาจถูกข่มเหงจากเหล่าผู้ไม่เชื่อ ด้วยการกล่าวต่อต้านคริสเตียนในด้านลบ และดูหมิ่นวิถีชีวิตของพวกเขา หรือกลุ่มผู้เชื่อต้องเผชิญการเยาะเย้ย ถูกดูหมิ่นในที่สาธารณะสำหรับความเชื่อของพวกเขา (1 เปโตร 3:9; 1 เปโตร 4:14)
       คริสเตียนจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญการทดสอบอย่างรุนแรง และพบกับความยากลำบาก  แต่ดูเหมือนพวกเขาไม่พบการถูกจับตัวไปขังคุกในวงกว้าง หรือถูกฆ่า อย่างน้อยก็ในช่วงเวลาหนึ่ง กระนั้นก็ตามการดำเนินชีวิตคริสเตียนยังทำให้ผู้เชื่อเป็นกลุ่มคนที่แปลกสำหรับกฏหมายสำคัญ และแนวปฏิบัติโดยทั่วไปของสังคมในศตวรรษที่หนึ่ง ผลที่ตามมาคริสเตียนอาจได้รับความเดือดร้อนเพราะความเชื่อของพวกเขา ดังนั้นท่านเปโตรกล่าวอย่างจริงจัง และห่วงใยอย่างยิ่งเมื่อท่านเขียนจดหมายฝากฉบับที่หนึ่งส่งไปหนุนใจพวกเขา


วันจันทร์   ความทุกข์ทรมาน และตัวอย่างของพระคริสต์ (1 เปโตร 3:13-22)
                        SUFFERING AND THE EXAMPLE OF CHRIST

       อ่าน พระธรรม 1 เปโตร 3:13-22 คริสเตียนควรตอบสนองต่อเหล่าผู้ข่มเหงพวกเขาสำหรับความเชื่ออย่างไร มีอะไรที่เหมือนกันเกี่ยวกับความยากลำบากของพระเยซู และประสบการณ์ดวามทุกข์ยากของเหล่าผู้เชื่อทั้งหลายในเปโตรฉบับที่หนึ่ง สำหรับความเชื่อของพวกเขา

       ท่านเปโตรกล่าวว่า “แต่ถึงแม้ท่านทั้งหลายต้องทนทุกข์ เพราะเหตุประพฤติการชอบธรรม ท่านก็เป็นสุข อย่ากลัวเขา และอย่าคิดวิตก” (1 เปโตร 3:14) ด้วยการทำสิ่งนี้ ท่านสะท้อนถ้อยคำของพระเยซูซึ่งตรัสว่า “บุคคลผู้ใดต้องถูกข่มเหงเพราะเหตุความชอบธรรม ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าแผ่นดินสวรรค์เป็นของเขา” (มัทธิว 5:10) จากนั้นท่านเปโตรกล่าวว่าคริสเตียนไม่ควรกลัวผู้โจมตีพวกเขา แทนที่จะกลัวพวกเขาควร “ถวายความนับถือพระคริสต์ว่าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า”นเจ้า็น็ (1 เปโตร 3:15) ทั้งนี้เพราะการถวายพระเกียรติแด่พระคริสต์ในดวงใจของพวกเขา จะช่วยพวกเขาให้หยุดความรู้สึกกลัวเมื่อถูกโจมตี
       ท่านเปโตรแนะนำว่าคริสเตียนทั้งหลายควรสามารถอธิบายถึงความหวังที่พวกเขามีเสมอ แต่พวกเขาควรทำเช่นนั้นในลักษณะการเชิญชวน และควรทำด้วยดวงใจที่ถ่อมลง และมีใจยำเกรงพระเจ้า คำว่า “กลัว”
(fear) บางครั้งในด้านจิตวิญญาณ “ความกลัว” จะแปลว่า “ความยำเกรง” สำหรับความรู้สึกของที่มีต่อพระเจ้า (อ่าน 1 เปโตร 3:15,16)
       ท่านเปโตรเตือนคริสเตียนเช่นกัน พวกเขาควรมั่นใจว่าจะไม่ทำตัวให้คนอื่นมีเหตุที่จะตำหนิพวกเขาได้ อันเนื่องมาจากการประพฤติตัวผิด พวกเขาต้องรักษาดวงจิต ดวงใจของพวกเขาให้ใสกระจ่างปราศจากมลทิน (1 เปโตร 3:16) ด้วยการเน้นในความบริสุทธิ์ และเป็นความเป็นอิสระจากความรู้สึกผิดเป็นสำคัญ ชีวิตที่บริสุทธิ์สัตย์ซื่อจะทำให้ผู้ปรักปรำคริสเตียนด้วยข้อกล่าวหาผิดๆ เกิดความละอาย
      เป็นที่ชัดเจนว่า จะไม่มีคำยกย่อง หรือการให้เกียรติในความทุกข์เดือดร้อนของผู้ทำผิด (
1 เปโตร 3:17) ส่วนผู้ได้รับความทุกข์ลำบากจากการดี และทำในสิ่งที่ถูกต้อง จะแตกต่างอย่างชัดเจนจากผู้ทำผิดที่เดือดร้อน และผู้ที่ทำสิ่งถูกต้องแต่ได้รับความเดือดเนื้อร้อนใจ
      ท่านเปโตรได้ใช้ตัวอย่างของพระเยซู พระคริสต์เองได้รับความทุกข์ยากสำหรับชีวิตที่บริสุทธิ์ และสัตย์ซื่อ ชีวิตที่บริสุทธิ์ของพระองค์ทำให้เหล่าผู้เกลียดชังพระองค์รู้สึกว่าพวกเขาถูกแช่งด่า ไม่ใครได้รับความทุกข์เดือดร้อนจากการทำสิ่งที่ถูก และไม่ได้ทำสิ่งผิดมากเหมือนกับพระเยซู
       แต่การที่พระเยซูต้องทนทุกข์ทรมาน เป็นหนทางเดียวที่เราจะได้รับความรอด พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์แทนที่คนบาป “ด้วยว่าพระคริสต์ก็ได้สิ้นพระชนม์ครั้งเดียวเท่านั้นเพราะความผิดบาป คือพระองค์ผู้ชอบธรรมเพื่อผู้ไม่ชอบธรรม” (
1 เปโตร 3:18) พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพื่อให้ผู้เชื่อในพระองค์จะได้รับพระสัญญาแห่งชีวิตนิรันดร์

       คุณเคยประสบความทุกข์เดือดร้อนไหม ไม่ใช่เพราะคุณได้ทำผิด แต่เพราะได้ทำสิ่งที่ถูก มีอะไรเกิดขึ้นคุณได้เรียนรู้อะไรจากการเป็นคริสเตียน และหมายความถึงอะไร ที่จะแสดงชีวิตที่ใสสะอาด บริสุทธิ์ของพระคริสต์


วันอังคาร   การทดสอบด้วยไฟ  (1 เปโตร 4:12-14)      
                  
THE TRIAL BY FIRE

       อ่าน พระธรรม 1 เปโตร 4:12-14  เหตุใดท่านเปโตรกล่าวในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ว่า คริสเตียนไม่ควรรู้สึกประหลาดใจ เมื่อพวกเขาได้รับความทุกข์เจ็บปวด อ่าน พระธรรม 2 ทิโมธี 3:12 และ ยอห์น 15:18

       ท่านเปโตรกล่าวชัดเจนว่า คริสเตียนจะได้ความทุกข์เดือดร้อนจากการถูกข่มเหงสำหรับความเชื่อของพวกเขา เราจะต้องไม่รู้สึกประหลาดใจเมื่อการข่มเหงเช่นนั้นเข้ามาหา ดังที่อัครทูตเปาโลบอกเราว่า “แท้จริงบรรดาคนที่ปรารถนาจะดำเนินชีวิตตามทางของพระเจ้า ในพระเยซูคริสต์จะถูกกดขี่ข่มเหง” (2 ทิโมธี 3:12) พระเยซูเองทรงเตือนเหล่าผู้ติดตามพระองค์ว่าพวกเขาจะเผชิญอะไร “ในเวลานั้นเขาจะอายัดท่านทั้งหลายไว้ให้ทนทุกข์ลำบากและฆ่าท่านเสีย และประชาชาติต่างๆ จะเกลียดชังพวกท่าน เพราะความจงรักภักดีของท่านที่มีต่อเรา คราวนั้นคนเป็นอันมากจะถดถอยไป และอายัดกันและกัน ทั้งจะเกลียดชังซึ่งกันและกันด้วย” (มัทธิว 24:9, 10)
       สอดคล้องกับ เอลเลน จี. ไว้ท์ “ดังนั้นสิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับคนทั้งปวงผู้ดำเนินชีวิตตามอย่างพระเยซูคริสต์ การกดขี่ข่มเหง และการปรักปรำรอคนทั้งปวงผู้ซึ่งเต็มไปด้วยวิญญาณของพระคริสต์ ประเภทของการข่มเหงอาจเปลี่ยนไปตามเวลา แต่วิญญาณที่อยู่เบื้องหลังที่หนุนคาอินให้ฆ่าอาแบล เป็นวิญญาณเดียวกันที่อยู่เบื้องหลังของผู้ทำการข่มเหง และฆ่าผู้ถูกเลือกสรรไว้ขององค์พระผู้เป็นเจ้าตั้งแต่สมัยของเอเดน (เอลเลน จี.ไว้ท์ กิจการของอัครทูต, หน้า 576)

       อ่าน พระธรรม วิวรณ์ 12:17 พระคัมภีร์ข้อนี้กล่าวเกี่ยวกับประสบการณ์จริง ซึ่งจะเกิดกับคริสเตียนในช่วงวันสุดท้าย

       ไม่มีคำถามเรื่อง “การถูกข่มเหง” สำหรับคริสเตียนที่ซื่อสัตย์ เพราะการข่มเหงอาจเกิดขึ้นได้เสมอทุกเวลา นี่คือเหตุผลที่ท่านเปโตรจึงกล่าวเตือนผู้อ่านของท่านเกี่ยวกับ สิ่งที่น่าหวาดหวั่น ท่านกล่าวว่า “ดูก่อนท่านที่รัก อย่าประหลาดใจ ที่ท่านต้องได้รับความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส เป็นการลองใจ” (1 เปโตร 4:12) หรือ “เป็นการทดสอบด้วยไฟ” ซึ่งพวกเขาต้องเผชิญ
       ไฟเป็นสัญลักษณ์ที่ดี หรือเป็น “ถ้อยคำที่แสดงให้เห็นภาพ” ไฟอาจสร้างความหายนะให้ แต่ไฟสามารถชำระสิ่งไม่บริสุทธิ์ให้หลุดออกไป แล้วแต่ไฟจะไหมสิ่งใด ยกตัวอย่าง บ้านอาจถูกทำลายด้วยการถูกไฟไหม แต่ธาตุเงินแท้ และทองคำถูกชำระให้บริสุทธิ์ได้ด้วยไฟ หรือกล่าวได้ว่า คริสเตียนไม่ควรพยายามทำตัวให้เป็นต้นเหตุ ทำให้เขาหรือเธอเองต้องถูกข่มเหง แต่เมื่อพวกเขาถูกข่มเหงพระเจ้าสามารถนำสิ่งดีออกมาจากการข่มเหงนั้นได้ ดังนั้นท่านเปโตรได้บอกผู้อ่านของท่านว่า
: ถูกแล้ว “การข่มเหงเป็นสิ่งเลว แต่อย่ารู้สึกท้อถอย การข่มเหงเป็นสิ่งที่คาดหมายได้ ดังนั้นคริสเตียนทั้งหลายต้องเคลื่อนที่ไปข้างหน้าในความเชื่อ”
 

       เราสามารถทำอะไรเพื่อยกระดับ ให้การหนุนใจ และช่วยผู้กำลังได้รับความทุกข์เดือดร้อนเพราะความเชื่อของพวกเขา

วันพุธ     การพิพากษา และประชากรของพระเจ้า  (1  มัทธิว 4:17-19)
                 
JUDGMENT AND THE PEOPLE OF GOD       


       อ่าน พระธรรม 1 เปโตร 4:17-19 แล้วอ่าน อิสยาห์ 10:11, 12 และ มาลาคี 3:1-6 ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้กล่าวเกี่ยวกับการพิพากษา มีคำสอนอะไรเกี่ยวกับการพิพากษาที่สามารถพบได้ในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ทั้งหมด

       ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า การพิพากษาเริ่มต้นด้วยประชากรของพระเจ้า และท่านเปโตรแม้แต่เชื่อมโยงความทุกข์ทรมานของผู้อ่านของท่านเข้ากับการพิพากษาของพระเจ้า สำหรับท่านเปโตรความทุกข์เดือดร้อนที่คริสเตียนผู้อ่านของท่านกำลังประสบอยู่อาจเป็นการพิพากษาของพระเจ้า การพิพากษานี้เริ่มต้นกับเผู้เชื่อทั้งหลาย “เหตุฉะนั้น ขอให้คนทั้งหลายที่ทนทุกข์ทรมานตามพระประสงค์ของพระเจ้า จงประพฤติชอบ และฝากวิญญาณจิตของตนไว้กับองค์พระผู้สร้าง ผู้เที่ยงธรรมนั้นเถิด” (1 เปโตร 4:19)

 

       อ่าน พระธรรม ลูกา 18:1-8 เรื่องนี้ช่วยเราให้เข้าใจการพิพากษาของพระเจ้าอย่างไร

       ในสมัยพระคัมภีร์ การพิพากษาเป็นบางสิ่งที่ประชาชนต้องการ ให้เรามองดูภาพหญิงม่ายที่ยากคนหนึ่งบันทึกใน ลูกา 18:1-8.ที่แสดงให้เห็นท่าทีของนางที่มีต่อการพิพากษา หญิงม่ายแน่ใจว่าคดีของเธอๆจะเป็นฝ่ายชนะ เธอไม่มีเงินเพียงพอ ไม่มีตำแหน่งสำคัญในสังคมที่จะทำให้คดีของเธอได้รับความสนใจ แต่ในที่สุดหลังจากหญิงม่ายยาก
จนเฝ้าอ้อนวอนขอความเป็นธรรม ผู้พิพากยอมทำตามที่นางเรียกร้อง พระเยซูทรงตรัสว่า “พระเจ้าจะไม่ทรงประทานความยุติธรรมแก่คนที่พระองค์ได้เลือกไว้ ผู้ร้องถึงพระองค์ทั้งกลางวันกลางคืนหรือ พระองค์จะอดพระทัยไว้ช้านานหรือ” (ลูกา
18:7)
       ความบาปได้นำความชั่วร้ายเข้าสู่โลก และจากเริ่มแรกของประวัติศาสตร์มนุษย์ ประชากรของพระเจ้าได้รอคอยมาเป็นเวลานาน เพื่อพระเจ้าจะทรงสร้างสรรพสิ่งให้ถูกต้องอีกครั้ง “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้ามีผู้ใดบ้างจะไม่ยำเกรงพระองค์ และไม่ถวายพระเกียรติแด่พระนามของพระองค์ เพราะว่าพระองค์ผู้เดียวทรงเป็นผู้บริสุทธิ์ ประชาขาติทั้งปวงจะมานมัสการพระองค์ เพราะว่าการพิพากษาของพระองค์เริ่มขึ้นแล้ว” (วิวรณ์ 15:4)

       คิดถึงความชั่วร้ายทั้งปวงในโลก ที่ผ่านไปโดยไม่ได้รับการลงโทษ และความชั่วร้ายทั้งหลายในปัจจุบันที่ยังไม่ได้รับการลงโทษเช่นกัน ดังนั้นเหตุใดแนวคิดเรื่องความยุติธรรม และการพิพากษาอันเที่ยงธรรมของพระเจ้าจึงสำคัญสำหรับเราในฐานะคริสเตียน มีความหวังอะไรที่คุณจะได้รับจากพระสัญญาแห่งความเที่ยงธรรมซึ่งจะถูกกระทำให้แล้วเสร็จ


วันพฤหัสบดี   การมีความเชื่อในช่วงเวลายากลำบาก  (1 เปโตร 5:8)
                             
HAVING FAITH DURING HARD TIMES

       อย่างที่เราได้อ่านมา ท่านเปโตรเขียนถึงผู้เชื่อทั้งหลายซึ่งกำลังได้รับความทุกข์ทรมานสำหรับความเชื่อของพวกเขา และคริสเตียนแสดงให้เห็นว่าการข่มเหงตกหนักอยู่เฉพาะคริสเตียน อย่างน้อยก็ช่วงเวลาหนึ่ง แน่นอนคริสเตียนจำนวนมากในช่วงนั้น และอีกหลายปีต่อมาได้พบกับการปลอบประโลมจากสิ่งที่ท่านเปโตรเขียน ไม่สงสัยเลยมีผู้เชื่ออีกไม่น้อยแม้ในปัจจุบันที่ได้รับความหนุนใจเช่นกัน
      แต่ถ้าจะถามว่าเหตุใดคริสเตียนจึงต้องได้รับความทุกข์เดือดร้อน นั่นเป็นคำถามที่เก่ามากๆ พระธรรมโยบเป็นหนึ่งของหนังสือเล่มแรกๆของพระคัมภีร์ที่ถูกเขียนขึ้น และความทุกข์ยากลำบากเป็น “หัวข้อหลัก” ของพระธรรมโยบ ที่จริงหากจะมีใครสักคน (นอกเหนือจากพระเยซู) ผู้ได้รับความทุกข์เดือดร้อนเพื่อการดี นั่นคือท่านโยบ ยิ่งกว่านั้นแม้แต่พระเจ้าทรงตรัสเกี่ยวกับท่านโยบ “และพระเจ้าตรัสกับซาตานว่า เจ้าได้ไตร่ตรองดูโยบผู้รับใช้ของเราหรือไม่ ว่าในแผ่นดินโลกไม่มีใครเหมือนเขา เป็นคนดีรอบคอบและเที่ยงธรรมเกรงกลัวพระเจ้า และหันเสียจากความชั่วร้าย” (โยบ
1:8) อ่านดูว่า ท่านโยบได้รับความทุกข์เดือดร้อน และเจ็บปวดทรมานมากเพียงใด! ท่านได้รับความทุกข์เดือดร้อนไม่ใช่เพราะความชั่วของท่าน แต่เพราะท่านจงรักภักดีต่อพระเจ้า และประกอบแต่การดี
     
       อ่าน พระธรรม
1 เปโตร 5:8; วิวรณ์ 12:9; และวิวรณ์  2:10 ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ช่วยตอบคำถามว่าเพราะเหตุใดเราจึงต้องทนทุกข์เดือดร้อน
   
       คำตอบสั้นๆ คือ เราต้องได้รับความทุกข์เดือดร้อนก็เพราะว่า เรากำลังอยู่ตรงกลางของ “สงครามใหญ่ระหว่างพระคริสต์ และซาตาน” สงครามนี้ไม่ใช่เป็นการวาดภาพให้เห็นจริง แต่เป็นสงครามจริงที่กำลังต่อสู้ระหว่างความดี และ ความชั่วในดวงใจของเรา ในโลกและจักรวาลนี้ซาตานมีตัวตนจริง เหมือนพระเยซูมีตัวตนจริง ซึ่งกำลังต่อสู้เพื่อมวลมนุษย์


       อ่าน พระธรรม 1 เปโตร 4:19 พระคัมภีร์ข้อนี้สามารถช่วยเราได้ในไม่ว่าสิ่งใดๆ ที่เรากำลังดิ้นรนต่อสู้ในเวลานี้อย่างไร

       บางครั้งความทุกข์เดือดร้อนของเราไม่ได้มาจากผลลัพธ์แห่งความบาปของเรา ดังนั้นเป็นธรรมชาติที่เราจะถามคำถามเหมือนที่ท่านโยบถาม ว่าเป็นเพราะอะไร และเรามักจะไม่ได้รับคำตอบ เหมือนท่านเปโตรได้กล่าวไว้ว่า ทั้งหมดที่เราสามารถทำได้ แม้ขณะกำลังอยู่ในความทุกข์เดือดร้อนของเรา ให้เรามอบดวงวิญญาณของเราแด่พระเจ้า และไว้วางใจในพระองค์

 
       เหตุใดการได้รู้จักความดี และความรักของพระเจ้าเป็นการส่วนตัว เป็นส่วนสำคัญของการเป็นคริสเตียน เหตุใดการรู้จักพระเจ้าในทำนองนี้จึงคนช่วยบุคคลที่กำลังประสบความทุกข์ทรมานได้มาก เราทั้งปวงสามารถเข้ามาเพื่อรู้จักกับพระเจ้าดีขึ้น และที่จะรู้จักความรักของพระองค์อย่างจริงๆ ได้อย่างไร


วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 

       หัวข้อศึกษาสำหรับวันอาทิตย์พูดเกี่ยวกับ การกดขี่ข่มเหงที่พวกคริสเตียนต้องประสบ ตรงนี้มีรายละเอียดจากผู้มีอำนาจในท้องถิ่น ที่เขียนรายงานเกี่ยวกับความทุกข์เดือดร้อนของคริสเตียนส่งไปให้จักรพรรดิโรมันรับทราบเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงสองสามร้อยปีของคริตจักรเริ่มแรก ผู้เขียนรายงานว่า “นี่คือวิธีที่ข้าพเจ้าใช้เพื่อจัดการกับเหล่าผู้ที่ข้าพเจ้าได้รับรายงานว่าเป็นคริสเตียน เมื่อนำพวกเขามาอยู่ต่อหน้า ข้าพเจ้าประกาศกับพวกเขาว่า ถ้าเขาคนใดยังยืนหยัดที่จะเป็นคริสเตียนเขาจะถูกลงโทษถึงตาย จากนั้นข้าพเจ้าถามพวกเขาทีละคนว่า เขาจะยังยืนยันที่จะเป็นคริสเตียนอยู่ไหม ผลปรากฏออกมาว่า ส่วนมากยังยืนหยัดในความเชื่อ เช่นนั้นข้าพเจ้าสั่งให้ทหารนำเขาไปประหารชีวิต
       “แต่มีพวกเขาบางคนบอกว่าเมื่อก่อนพวกเขาเป็นคริสเตียน แต่บัดนี้พวกเขาขอปฏิเสธความเชื่อ เพื่อพิสูจน์ข้าพเจ้าให้พวกเขากราบนมัสการรูปเคารพของเทพเจ้าต่างๆ ตามตัวอย่างของข้าพเจ้า พวกเขาทำตาม ทั้งจุดธูปบูชารูปเหมือนของท่านซึ่งเป็นจักรพรรดิด้วย...และในที่สุดข้าพเจ้าสั่งให้พวกเขาแช่งด่าพระคริสต์ พวกเขาทำตามคำสั่ง ข้าพเจ้าจึงสั่งปล่อยพวกเขาให้เป็นอิสระ เพราะเขา หรือพวกเขาผ่านการพิสูจน์แล้วว่า พวกเขาไม่ใช่คริสเตียนอีกต่อไป” (จากจดหมายของ ปลินนี่ บันทึกในหนังสือของ วิลเลี่ยม ไฮเนแมน เล่มที่
2 หน้า 401-403)

คำถามเพื่อการอภิปราย:

1.   สอดคล้องกับจดหมายของเจ้าเมืองปลินนี่ เขียนถึงจักรพรรดิโรมันที่เราได้ศึกษามา เหล่า คริสเตียนต้องประสบกับปัญหาต่างๆ มีอะไรเกิดขึ้นในจดหมายฉบับนี้ ซึ่งจะเกิดขึ้นอีกครั้งกับคริสเตียนในยุคสุดท้าย สอดคล้องกับ “ข่าวของทูตสวรรค์สามองค์” ที่บันทึกในพระธรรมวิวรณ์ 14:9-12 สิ่งเหล่านี้บอกเราเกี่ยวกับหัวข้อที่ลึกล้ำกว่า ที่จะเข้ามีส่วนในสงครามระหว่างพระคริสต์ และซาตานอะไรบ้าง    

2.  “เหล่าผู้ถวายเกียรติให้พระบัญญัติของพระเจ้าได้รับการปรักปรำว่าเป็นผู้นำการพิพากษามาให้กับโลกพวกเขาถูกมองว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดเหตุการณ์ร้ายต่างๆในธรรมชาติ พวกเขาถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุทำให้เกิดสงคราม และการหลั่งโลหิตท่ามกลางผู้คน สงครามเหล่านี้นำความวุ่นวายสับสนมาให้ อำนาจที่มาพร้อมกับการเตือนครั้งสุดท้าย ทำให้เหล่าคนชั่วร้ายรู้สึกโกรธยิ่งขึ้น ความโกรธของพวกเขาระเบิดใส่ผู้ได้รับข่าวสารจากพระเจ้า ซาตานจะเป็นผู้ปั่นหัวผู้ติดตามให้มี “วิญญาณแห่งความเกลียดชังหนักหน่วงขึ้น” พวกเขาเริ่มทำการกดขี่ข่มเหงผู้เชื่อในพระเจ้าอย่างรุนแรง” (เอลเลน จี.ไว้ท์ สงครามแห่งประวัติศาสตร์, หน้า
614, 615 เราไม่ทราบแน่นอนว่า การข่มเหงรุนแรงนี้จะเกิดขึ้นอีกเมื่อไร และเราไม่ทราบว่าเป็นการข่มเหงประเภทใดที่เราต้องเผชิญ แต่เมื่อเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านั้นอุบัติขึ้น เราสามารถจะเตรียมความพร้อม เพื่อที่จะเผชิญเหล่าผู้ต่อต้านความเชื่อของเราอย่างไร  และอะไรคือเคล็ดลับของการเตรียมความพร้อม      

Chapter 7

 

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272