Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > Index-Thai SSL 2Q2017 (April-June) จงเลี้ยงลูกแกะของเราเถิด   > Chapter 3: อาณาจักรของปุโรหิต > Chapter4:ความสัมพันธ์ของเรากับคนอื่น                   > Chapter 8: พระเยซูในงานเขียนของอัครทูตเปโตร   >
.
Chapter9: เป็นตัวของคุณเอง
.
                                   บทที่  9  
                           เป็นตัวของคุณเอง
                       วันที่  20 – 26  พฤษภาคม  2017 


บ่ายวันสะบาโต
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้:
2 เปโตร 1:1-15; เอเฟซัส 2:8; โรม 5:3-5; ฮีบรู 10:38; โรม 6:11; 1 โครินธ์ 15:12-57

ข้อควรจำ     “เพราะเหตุนี้เอง ท่านจงอุตส่าห์จนสุดกำลังที่จะเอาคุณธรรมเพิ่มความเชื่อ
                   เอาความรู้เพิ่มคุณธรรม เอาความเหนี่ยวรั้งตนเพิ่มความรู้ เอาขันตีเพิ่มความ
                   เหนี่ยวรั้งตน และเอาธรรมเพิ่มขันตี เอาความรักฉันพี่น้องเพิ่มธรรม และเอา
                   ความรักคนทั่วไปเพิ่มความรักฉันพี่น้อง” (2 เปโตร 1:5-7)    


บทเรียนสัปดาห์นี้ครอบคลุม 2 เปโตร 1:1-14 ในข้อพระคัมภีร์ทั้ง 14 ข้อนี้ ท่านเปโตรสอนเราเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตใบริสุทธิ์โดยความเชื่อ จากนั้นท่านอภิปรายว่าฤทธานุภาพสามารถทำอะไรในชีวิตของเหล่าผู้ถวายชีวิตแด่พระเยซูได้บ้าง ท่านพูดเกี่ยวกับความจริงอันน่าทึ่งที่เราสามารถ “จะรับส่วนในสภาพของพระองค์” (2 เปโตร 1:4) และท่านกล่าวด้วยว่า เราสามารถเป็นอิสระจากความชั่วร้าย และตัณหาของโลก
       ในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ ท่านเปโตรให้รายการของสิ่งดี ที่คริสเตียนควรเป็น และทำ สิ่งดีเหล่านี้เรียกอีกอย่างว่า“คุณธรรม” (virtues) ท่านเปโตรเขียนรายการคุณธรรมเหล่านี้ในลำดับพิเศษ คุณธรรมอย่างหนึ่ง หรือความดี ตามมาด้วยคุณธรรม หรือ ความดีอีกอย่าง และตามด้วยคุณธรรม หรือความดีอื่นๆ ตามลำดับไป จนกระทั่งขึ้นสู่ระดับสูงซึ่งถือว่าเป็นคุณธรรม หรือความดีที่สำคัญที่สุด คือ “ความรัก”
       ท่านเปโตรเขียนถึงเหล่าผู้เชื่อว่าอะไรคือความหมายของ “การอยู่ในพระคริสต์” และที่จะให้ความบาปในอดีตได้รับการชำระ โดยท่านเขียนว่า “เพราะว่าผู้ใดที่ขาดธรรมเหล่านี้ ก็เป็นคนตาบอดตาสั้น และลืมไปว่าได้รับการชำระให้พ้นความผิดบาปแล้ว” (2 เปโตร 1:9) จากนั้นท่านเปโตรนำแนวคิดเพื่อเสริมความมั่นใจในความรอด และพระสัญญาแห่งชีวิตชั่วนิรันดร์ ท่านกล่าวว่า “ดังนั้นท่านทั้งหลายจะมีสิทธิ์สมบูรณ์ ที่จะเข้าในอาณาจักรนิรันดร์ของพระเยซูเจ้า พระผู้ช่วยให้รอดของเรา” (2 เปโตร 1:11)      
       และในที่สุด ท่านเปโตรกล่าวสั้นๆ ในหัวข้อสำคัญเรื่อง “สภาวะของคนตาย” ทั้งหมดที่ท่านเปโตรได้อภิปรายมาตั้งแต่ ข้อ 1 -14 นับว่าเป็นความจริงที่รุ่มรวย และลึกซึ้งในข้อพระคัมภีร์เพียง 14 ข้อ !

วันอาทิตย์   ความเชื่อที่ล้ำค่า  (2 เปโตร 1:1-4)
                  A PRECIOUS FAITH    

       อ่าน พระธรรม 2 เปโตร 1:1-4  ท่านเปโตรกล่าวว่าเราได้รับพระราชทานอะไรในพระเยซูคริสต์ นั่นคือ เราสามารถมองเห็นความจริงแห่งพระเมตตาคุณ และการให้อภัยบาปตรงนี้อย่างไร


       ท่านเปโตรเริ่มต้นจดหมายฝากฉบับที่สองของท่านโดยการพูดว่า “ท่านทั้งหลายที่ได้รับความเชื่อเท่าเทียมกับเรา ด้วยความชอบธรรมแห่งพระเจ้าของเราทั้งหลาย” (2 เปโตร 1:1 ) คำที่แปลว่า “คุณค่า” (valuable) ในฉบับภาษาอังกฤษบางครั้งแปลว่า “ล้ำค่า” (precious) ซึ่งหมายถึง “มีคุณค่าเท่าเทียมกัน” (of equal value) มีความหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง ท่านเปโตรกล่าวว่า เหล่าผู้เชื่อได้รับความเชื่ออันล้ำค่านี้ ท่านไม่ได้พูดว่าพวกเขา “หามาได้” หรือ “ได้รับมา” (earned) จากการจ่ายตามราคา หรือกระทำสิ่งดีแลกเปลี่ยนมา เหมือนที่ท่านเปาโลเขียนว่า “ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ และมิใช่โดยตัวท่านทั้งหลายกระทำเอง แต่พระเจ้าทรงประทานให้” (เอเฟซัส 2:8) นั่นคือที่
จะกล่าวว่าความเชื่อเป็นสิ่งล้ำค่าเพราะว่า “แต่ถ้าไม่มีความเชื่อแล้ว จะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าก็ไม่ได้เลย” (ฮีบรู 11:6) และโดยความเชื่อเราได้วางใจในพระสัญญาอันอัศจรรย์นั้น
       ท่านเปโตรชี้ให้เราเห็นด้วยว่าโดย “ฤทธิ์เดชของพระองค์ได้ให้สิ่งสารพัดแก่เรา” และผ่านฤทธิอำนาจของพระเจ้าเท่านั้นที่เรามีชีวิตอยู่ และโดยฤทธิอำนาจดังกล่าวเราสามารถเป็นคนบริสุทธิ์ได้ และฤทธานุภาพนี้ทรงประทานให้แก่เรา เพราะพระองค์ “ได้ทรงเรียกเราด้วยพระสิริ และความล้ำเลิศของพระองค์” (2 เปโตร 1:3; อ่าน ยอห์น 17:3 ด้วย) 
       เราถูกเรียกให้รักพระเจ้า แต่เราจะรักพระเจ้าผู้ที่เราไม่รู้จักได้อย่างไร เราได้รู้จักพระเจ้าผ่านทางพระเยซู พระคัมภีร์ และโลกที่พระองค์ได้ทรงสร้างไว้  และเราได้มารู้จักพระเจ้าผ่านประสบการณ์ในการดำเนินชีวิตแห่งความเชื่อ และการเชื่อฟัง เราได้มารู้จักพระเจ้า และได้สัมผัสว่าพระเจ้ามีจริงจากประสบการณ์ที่ทรงทำกับชีวิตของเรา การรับรู้นี้จะเปลี่ยนแปลงเรา และได้มารู้จักพระเจ้าผ่านทางพระคุณที่ทรงประทานให้เรา
      ประการต่อมา ท่านเปโตรกล่าวด้วยว่า “พระองค์จึงได้ทรงประทานพระสัญญาอันประเสริฐและใหญ่ยิ่งแก่เรา” (2 เปโตร 1:4) พระสัญญาเหล่านี้รวมไปถึงการแบ่งปันใน “ธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของพระเจ้า” (2 เปโตร 1:4) มนุษย์ถูกสร้างขึ้นในพระฉายาของพระเจ้า และพระฉายานี้ได้เสื่อมทรามลงเป็นอันมาก ดังนั้นเราต้องบังเกิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง แล้วเราจะมีชีวิตใหม่ในพระเยซู พระเยซูจะทำการเสริมสร้าง (renew) พระฉายาของพระองค์ขึ้นใหม่ในเรา แต่เราต้องหลีกหนีจากการปฏิบัติที่ชั่วร้ายต่างๆ หากเราต้องการ ให้การเปลี่ยนแปลงนี้บังเกิดขึ้น

       ชีวิตของคุณจะเป็นฉันใด ถ้าคุณไม่มีความเชื่อ คำตอบที่คุณให้จะช่วยคุณให้เข้าใจว่าเหตุใดของประทานแห่งความเชื่อจึงมีความล้ำค่ามาก

วันจันทร์   ความรักเป็นเป้าหมายแห่งชีวิตของคริสเตียน
(2 เปโตร 1:5-7)
                    LOVE IS THE GOAL OF A CHRISTIAN LIFE

       อ่าน พระธรรม 2 เปโตร 1:5-7; โรม 5:3-5; ยากอบ 1:3, 4; และ กาลาเทีย 5:22, 23 มีหัวข้อ “เดียวกัน” อะไรที่ปรากฏอยู่ในแต่ละข้อ

       นักคิดนักปรัชญาสมัยโบราณของโลกบ่อยครั้งเขียนรายชื่อนามธรรมของคำว่า “คุณธรรม, คุณความดี, ศีลธรรม”(virtues) ออกมา “คุณธรรม” เป็นสิ่งดีหลายสิ่งที่บุคคลคนหนึ่งมี และปฏิบัติ มีตัวอย่างรายชื่อคุณธรรมดังกล่าวสองสามแห่งในพระคัมภีร์ใหม่ อย่างเช่นที่พบใน โรม 5:3-5; ยากอบ 1:3, 4; กาลาเทีย 5:22, 23 ผู้อ่านของท่านเปโตรไม่สงสัยต่างทราบรายชื่อคุณเหล่านี้ ดั้งนั้นท่านเปโตรได้เรียงลำดับรายชื่อแห่งคุณธรรมของท่านในลำดับพิเศษ คุณธรรม หรือความดีแต่ละอย่างเพิ่มให้กับคุณธรรม หรือความดีอันดับต่อๆ ไป และในรายชื่อสุดท้ายของรายชื่อ คุณธรรมได้มาถึงจุดสูงสุดนั่นคือ “ความรัก”

       แต่ละรายชื่อ “คุณธรรม” ที่ท่านเปโตรเขียนออกมาใน (2 เปโตร 5:5-7) มีความหมายสำคัญ:
      ความเชื่อ: (Faith) ตรงนี้ความเชื่อไม่มีอะไรยิ่งใหญ่กว่า ความเชื่อในการช่วยให้รอดของพระเยซู (อ่าน กาลาเทีย 3:1; ฮีบรู 10:38)
       ความดี: (Goodness) ความดีมาจากภาษากรีกว่า “อะเรเต” (arête) คำนี้หมายถึง “ความดีประเภทใดก็ได้” เป็นสิ่งที่มีคุณค่าในแนวคิดของผู้คนในสมัยโบราณ ถูกแล้วความเชื่อเป็นสิ่งสำคัญ แต่ความเชื่อนั้นจะต้องนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิต บุคคลเช่นนั้นจะได้รับการเติมเต็มด้วยความดี หรือทำในสิ่งที่ถูกต้อง
       ความรู้: (Knowledge) ตรงนี้ท่านเปโตรพูดเกี่ยวกับความรู้ที่มาจากความสัมพันธ์แห่งการช่วยให้รอดกับเยซูคริสต์
       ความสามารถในการควบคุมตัวเอง: (The ability to control oneself) คริสเตียนที่มีประสบการณ์สามารถจะควบคุมความคิด และความปรารถนาของพวกเขา ความคิด และความปรารถนาบางอย่างสามารถนำไปสู่การกระทำ หรือปฏิบัติบางสิ่งมากเกินไป
       พละกำลังที่จะรักษาย่างก้าวเดินต่อไป: (The strength to keep going)  พละกำลังดังกล่าวนี้รวมไปถึงการยืนหยัดอยู่กับสิ่งที่ถูก แม้ว่าจะต้องเผชิญกับช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก หรือการข่มเหง
       การดำเนินตามพระทัยของพระเจ้า (Godliness) คำนี้แปลจากภาษาเดิมว่า “ความดี” หมายถึงการทำในสิ่งที่ถูก การดำเนินตามพระทัยพระเจ้าเป็นผลลัพธ์มาจากการมีความเชื่อในพระเจ้า ในพระคัมภีร์ใหม่คำนี้อาจหมายถึง “การมีความประพฤติดี ซึ่งเป็นผลมาจากการเชื่อในพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว (1 ทิโมธี 2:2)
       ความเมตตา กรุณา (Kindness) คริสเตียนเป็นครอบครัวหนึ่ง การดำเนินชีวิตตามพระทัยพระเจ้าจะนำไปสู่การมีใจเมตตา กรุณาระหว่างพี่น้องสมาชิกซึ่งอยู่ในครอบครัวของพระเจ้า และยังจะนำสู่การเป็นคนมีใจดี หวังดีต่อคนอื่นๆที่อยู่นอกครอบครัวฝ่ายจิตวิญญาณด้วย
       ความรัก: (Love) ท่านเปโตรนำรายชื่อแห่ง “คุณธรรม” สู่จุดสูงสุด ตรงนี้ ฟังแล้วเป็นสิ่งเหมือนกับข้อเขียนของท่านเปาโลใน พระธรรม 1 โครินธ์ 1:13

       ก่อนท่านเปโตรจะเริ่มรายชื่อหมวด “คุณธรรม” (virtues) ท่านกล่าวว่า เราควรจะอุตส่ห์อย่างยิ่ง” (2 เปโตร 1:5) ที่จะได้มาซึ่ง “คุณธรรม” ท่านหมายความอย่างไรที่กล่าวเช่นนั้น อะไรคือส่วนของมนุษย์ในการดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัย (godly living) และใช้ชีวิตอย่างสัตย์ซื่อ

วันอังคาร   เป็นอย่างที่คุณเป็น  (2 เปโตร 1:8-11)     
                                 BE WHO YOU ARE

      
พระธรรม เปโตรฉบับต้นให้รายการของ “คุณธรรม” (virtues) แก่เรา ที่เราควรพยายามให้ได้มาในฐานะเป็นคริสเตียน จากนั้นท่านเปโตรบอกเราถึงผลลัพธ์จะเกิดขึ้นเมื่อเราได้รับ “คุณธรรม” ดังกล่าว

       อ่าน พระธรรม 2 เปโตร 1:8-11 ตรงนี้ท่านเปโตรพูดเกี่ยวกับสองสิ่ง: (1) มีอะไรที่ได้ทำไว้สำหรับคริสเตียนแต่ละคน และ (2)  คริสเตียนควรดำเนินชีวิตอย่างไร มีอะไรเป็นสิ่งเชื่อมโยงระหว่างสองสิ่งนี้
 
       ท่านเปโตรเร้าใจผู้อ่านของท่านให้ดำรงชีวิตสอดคล้องกับสิ่งที่เป็นความจริงในพระเยซู นั่นคือ คุณธรรมแห่งความเชื่อ ความดี ความรู้ ความสามารถในการควบคุมตนเอง พละกำลังที่จะช่วยให้ดำเนินต่อไป ด้วยการใช้ชีวิตอย่างบริสุทธิ์ มีความเมตตากรุณา และความรัก ท่านเปโตรกล่าวว่า “ถ้าท่านทั้งหลายเพียบพร้อมด้วยของประทานเหล่านี้แล้ว ก็จะกระทำให้ท่านเกิดประโยชน์ และเกิดผลที่ได้ซาบซึ้งในพระเยซูคริสตเจ้าของเรา” (2 เปโตร 1:8)
       ปัญหาคือไม่ใช่คริสเตียนทั้งหลายดำเนินชีวิตสอดคล้องกับความจริงใหม่ในพระเยซู (2 เปโตร 1:8) คนเช่นนั้นลืมไปว่าพวกเขาได้ถูกชำระให้สะอาดจากความบาปในอดีตแล้ว  (2 เปโตร 1:9) แต่ในพระคริสต์ พวกเขาได้รับการอภัยบาป ท่านเปโตรแบ่งปันธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของพระเจ้ากับพวกเขา ผลที่ได้คือพวกเขาจะต้อง “ยิ่งอุตส่าห์กระทำตนให้เป็นไปตามที่พระเจ้าทรงเรียก และทรงเลือกท่านไว้แล้วนั้น เพราะว่าถ้าท่านประพฤติเช่นนั้นท่านจะไม่พลาดจากทางที่จะนำไปสู่ความรอด” (2 เปโตร 1:10) พวกเขาไม่มีข้อแก้ตัวที่จะดำเนินชีวิตอย่างเมื่อก่อน คือไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับคริสเตียนผู้ไม่เกิดประโยชน์ ทั้งไม่ข้อแก้ตัวใดๆสำหรับคริสเตียนผู้ไม่บังเกิดผลแห่ง “คุณธรรม” ในชีวิตของพวกเขา
       เราได้ยินมามากจริงๆเกี่ยวกับ “ความเชื่อ” แต่เราจำเป็นต้องได้ยินเกี่ยวกับ “การงาน” ไม่น้อยกว่าเช่นกัน คนจำนวนไม่น้อยวางใจในชีวิตของพวกเขาเอง ทำไมหรือ พวกเขาดำเนินชีวิตแบบง่ายๆ สบายๆ พวกเขาปฏิบัติศาสนาที่ไม่มีไม้กางเขนรวมอยู่ด้วย” (เอลเลน จี. ไว้ท์  Faith and Works, หน้า 50)

       อ่าน พระธรรม โรม 6:11 ท่านเปาโลพูดอะไรตรงนี้ ที่ท่านเปโตรพูดใน (2 เปโตร 1:8-11)

       ในอีกแง่หนึ่ง คนทั้งสองพวกพูดว่า “จงเป็นตัวของคุณเอง” และนั่นคือตัวเรา และเราเป็นใคร เราเป็นผู้ถูกสร้างใหม่ในพระคริสต์ พระองค์ได้ทรงชำระเราให้สะอาดจากความบาป พระองค์แบ่งปันชีวิตของพระองค์กับเรา นั่นคือเหตุผลว่าเราสามารถเป็น “เหมือนพระคริสต์” การเป็นเหมือนพระคริสต์คือความหมายของคำว่า “คริสเตียน”

       คุณเป็น “เหมือนพระคริสต์” มากเพียงใด คุณจะเป็นเหมือนพระองค์มากขึ้นได้อย่างไร

วันพุธ     การย้ายออกจาก (เต็นท์
)ร่างกาย  (2 เปโตร 1:13, 14)          
                REMOVEING THE “TENT”         


       ในปี ค.ศ.1956 อ๊อสก้า คัลล์แมนน์ เขียนรายงานสั้นๆ จากการศึกษาว่า “ชีวิตไม่รู้ตายของดวงวิญญาณ หรือ การฟื้นคืนชีพจากความตาย เป็นพยานหลักฐานของพระคัมภีร์ใหม่” จากงานศึกษาชิ้นนี้ เขายืนยันว่า “ดวงวิญญาณไม่ตาย” เป็นความเชื่อที่ผิด เพราะขัดแย้งกับแนวคิดที่ว่า “การฟื้นคืนชีพ” คัลล์แมนน์กล่าวด้วยว่า พระคัมภีร์ใหม่สนับสนุนความเชื่อเรื่อง “การฟื้นคืนชีพจากความตาย”
       คัลล์แมนน์เขียนในภายหลังว่า “ไม่มีใครนำเอางานศึกษาของข้าพเจ้าไปพิมพ์เผยแพร่” แต่รายงานจากการศึกษาของข้าพเจ้าได้ “สร้างให้เกิดความตื่นเต้นในระดับหนึ่ง หรือไม่ก็สร้างความรู้สึกเกลียดชัง หรืออย่างน้อยไม่ชอบรายงานจากการศึกษาของข้าพเจ้า”

       อ่าน พระธรรม 1 โครินธ์ 15:12-57  ท่านเปาโลให้คำแนะนำว่ามีอะไรเกิดขึ้นในความตาย
 
       จากการศึกษาสิ่งที่พระคัมภีร์ใหม่กล่าวเกี่ยวกับความตาย และการฟื้นคืนชีพของนักคิดนักศึกษาพระคัมภีร์ใหม่พวกเขาตระหนักว่า คัลล์แมนน์กล่าวถูกต้อง เพราะพระคัมภีร์ใหม่กล่าวเช่นนั้น ซึ่งที่จริง พระคัมภีร์สอนแนวคิดเรื่องการฟื้นคืนชีวิตจากความตาย แต่ไม่ได้สอนว่าดวงวิญญาณของมนุษย์จะไม่ตายขณะที่ร่างกายได้ตายไปแล้ว ยกตัวอย่างเช่นใน พระธรรม 1 เธสะโลนิกา 4:16-18  ท่านเปาโลกล่าวหนุนใจเหล่าคน ซึ่งบุคคลอันเป็นที่รักได้จากตายไป ท่านเตือนพวกเขาว่าเมื่อพระเยซูทรงเสด็จกลับมาครั้งที่สอง พระองค์จะทรงปลุกคนที่ตายไปแล้วให้ฟื้นสู่ชีวิต พระธรรม 1 โครินธ์ 15:12-57 ท่านเปาโลกล่าวพรรณนาไว้ยาวในเรื่องการฟื้นคืนสู่ชีวิตใหม่ ท่านเริ่มต้นด้วยการชี้ไปยังความเชื่อของคริสเตียนที่พบในการฟื้นพระชนม์ของพระเยซู ถ้าพระเยซูไม่ทรงฟื้นพระชนม์ อย่างนี้ความเชื่อใดๆ ที่มีในพระองค์
ก็จะสูญเปล่า แต่ท่านเปาโลกล่าวว่าพระคริสต์ได้ฟื้นพระชนม์จากความตายแล้วจริงๆ และการฟื้นพระชนม์ของพระคริสต์จากความตายทำให้มีความเป็นไปได้สำหรับผู้คนทั้งปวงที่อยู่ในพระองค์ จะฟื้นจากความตายเช่นกัน
       ในพระธรรม 1โครินธ์ 15:35-57 ท่านเปาโลพูดเกี่ยวกับร่างกายใหม่ของผู้เชื่อ ซึ่งพวกเขาจะได้รับเมื่อพวกเขาฟื้นขึ้นจากความตาย ท่านเปาโลแสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างร่างกายใหม่ ที่เราจะได้รับ และร่างกายเรามีอยู่ในเวลานี้ สิ่งที่เราทราบในขณะนี้คือ สักวันหนึ่งเราจะตาย แต่ชีวิตใหม่ซึ่งเราจะได้รับในวันฟื้นคืนชีพจะเป็นชีวิตที่ไม่มีวันตาย
       ดังนั้นจะเห็นได้ชัดเจนในสิ่งที่พระคัมภีร์ใหม่สอนว่า ความตายเชื่อมโยงกับการฟื้นคืนชีพ แต่พระคัมภีร์ใหม่ไม่ได้สอนแนวคิดเรื่องวิญญาณจะคงอยู่ตลอดไป การเข้าใจความจริงเรื่องการฟื้นคืนชีพมีความสำคัญ เมื่อได้อ่านพระธรรม 2 เปโตร 1:12-14

วันพฤหัสบดี    ความเชื่อเมื่อเผชิญกับความตาย   (2 เปโตร 1:12-15)
                            FAITH IN FACE OF DEATH

       อ่าน พระธรรม 2 เปโตร 1:12-15 ท่านเปโตรหมายความว่าอะไร เมื่อท่านแนะนำว่า “อีกไม่ช้าข้าพเจ้าจะต้องสละทิ้ง “เต้นท์” หรือร่างกายของข้าพเจ้าไป”

      พระธรรม 2 เปโตร 1:12-14 ให้เหตุผลแก่เราว่า เหตุใดท่านเปโตรจึงเขียนจดหมายฝากฉบับที่สอง และจดหมายฉบับนี้ของท่านเป็นข่าวสารสุดท้ายสำหรับคริสตจักร เหตุผลจะพบได้ในถ้อยคำของ 2 เปโตร 1:13, 14 ซึ่งบอกให้ทราบว่า ท่านเปโตรคาดว่าท่านจะตายในอีกไม่นาน ยกตัวอย่างท่านเปโตรใช้คำว่า “เต็นท์” (กระโจมผ้าใบ) แทนความหมายว่า “ร่างกาย” ของท่าน ในไม่ช้าจะถูกรื้อลงโดยความตาย เป็นที่ชัดเจนว่าท่านเปโตรหมายถึงร่างกายของท่านเมื่อท่านพูดว่า “อีกไม่ช้าข้าพเจ้าก็จะต้องสละทิ้งร่างกายของข้าพเจ้าไป” ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ผู้แปลพระคัมภีร์สมัยใหม่บ่อยครั้งใช้คำว่า “ร่างกาย” แทนคำว่า “เต้นท์” (กระโจมผ้าใบ) ยกตัวอย่างพระคัมภีร์ “ฉบับมาตรฐานแก้ไขใหม่” (Revised Standard Bible) แปล 2 เปโตร 1:13-14 ว่า “ตราบใดที่ข้าพเจ้าอยู่ในร่างกายนี้.........ในเมื่อข้าพเจ้าทราบว่าความตายของข้าพเจ้าจะมาถึงในไม่ช้า” ไม่มีถ้อยคำไหนของท่านเปโตรที่แนะนำว่า ดวงวิญญาณจะดำรงอยู่ตลอดไปหลังจากความตาย “เต็นท์” ของท่านเปโตร หรือร่างกายของท่าน จะถูกสละทิ้งไปโดยความตาย ดวงวิญญาณของท่านจะแยกออกจากสิ่งที่มีชีวิต

       อ่าน พระธรรม 2 เปโตร 1:12-15 อีกครั้ง ท่านเปโตรพูดเกี่ยวกับการตายของท่านที่จะมาถึงอย่างไร และความคิด และความรู้สึกของท่านเปโตรสอนเราเกี่ยวกับความเชื่ออย่างไร
 

       ท่านเปโตรเขียน พระธรรม 2 เปโตร 1:12-15 เมื่อท่านทราบว่าอีกไม่นานชีวิตของท่านจะถึงที่สิ้นสุด แต่ดูเหมือนท่านจะไม่กลัวต่อความชั่วร้ายเมื่อความตายของท่านมาถึง แทนที่จะกลัวท่านเปโตรคิดเกี่ยวกับ “การอยู่ดีมีสุข” (well-being) ของเหล่าผู้ที่ท่านจะทิ้งไว้เบื้องหลัง ท่านต้องการให้พวกเขายืนหยัดเข้มแข็งใน “ความจริงปัจจุบัน” (presenttruth) ทั้งนี้เพราะความจริงปัจจุบัน คือความจริงที่จำเป็นสำหรับช่วงเวลาที่ผู้คนดำรงชีวิตอยู่ หรือกล่าวอีกอย่างว่า “ตราบใดที่เขามีชีวิตอยู่” ท่านเปโตรจะเตือนเหล่าผู้เชื่อให้มีความสัตย์ซื่อ
       เราสามารถมองเห็น “การเอาจริงเอาจัง” และ “ประสบการณ์ลึกซึ้งท่านเปโตรมีกับองค์พระผู้เป็นเจ้า” ถูกแล้ว ท่านจะตายในอีกไม่นาน และไม่ใช่การตายที่น่าสบายใจแต่อย่างใด ( ยอห์น 21:18 เอลเลน จี. ไว้ท์ The Acts of the Apostles, หน้า 537, 538) แต่ความห่วงใยของท่านเปโตรมีสำหรับคนอื่นๆ ไม่ใช่ตัวท่านเอง เป็นความจริง ท่านเปโตรเป็นบุคคลที่ไม่เห็นแก่ตัว เป็นผู้สำแดงชีวิตในความเชื่อตามที่ท่านสอน


       ความเชื่อของเราช่วยเราให้ “จัดการ” กับความจริงอันน่ากลัวแห่งความตายอย่างไร สิ่งที่พระเยซูทรงได้ทำเพื่อเราสามารถทำให้เราเกิดความหวังอะไร เราสามารถจะยึดติดกับความหวังอันอัศจรรย์นี้อย่างไร แม้ว่าเราจะเผชิญกับความตายก็ตาม
 
วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม
       อย่างที่เราได้เห็น ท่านเปโตรทราบว่าท่านจะตายในไม่ช้า และท่านทราบว่าท่านจะตายลักษณะไหน ทั้งนี้เพราะพระเยซูเองได้ทรงบอกท่านเปโตรใน ยอห์น 21:18
       คุณทราบไหมท่านเปโตรประสบกับความตายแบบไหนแน่
       “ท่านเปโตรเป็นชาวยิว และเป็นคนต่างชาติ (เมื่อท่านอยู่นอกอิสราเอล) ท่านถูกตัดสินให้ถูกเฆี่ยน และหลังจากนั้นถูกนำไปตรึงที่ไม้กางเขน ท่านเปโตรได้เตรียมใจสำหรับการตายอันแสนทรมานนี้ ท่านจำความบาปยิ่งใหญ่ของท่านได้ที่ท่านได้เอาใจออกห่างพระเยซูขณะพระองค์ถูกไต่สวน ครั้งนั้นท่านเปโตรไม่พร้อมที่จะรับเอาไม้กางเขน แต่บัดนี้ท่านคิดถึงความชื่นชมที่จะได้สละชีวิตของท่านเพื่อพระกิตติคุณ ในเวลาเดียวกัน ท่านไม่อาจลืมที่ท่านได้ปฏิเสธ หรือได้หันหลังให้กับองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่าน ดังนั้นท่านรู้สึกว่าสมควรแล้วที่ท่านจะได้ตายแบบเดียวกับพระอาจารย์ ซึ่งตอนนี้ท่านถือว่าเป็นเกียรติที่ได้ตายแบบเดียวกับเยซู ท่านเปโตรรู้สึกเสียใจในความบาปที่ได้ปฏิเสธพระเยซู พระคริสต์แสดงการให้อภัยให้ ด้วยการขอให้ท่านเปโตรเลี้ยง “แกะ” และ “ลูกแกะ” ในฝูงแกะของพระเจ้า แต่ท่านเปโตรไม่อาจให้อภัยตัวเองแม้ในความคิดถึงการที่จะได้รับความทรมานเจ็บปวดรวดร้าวบนกางเขนก็ยังน้อยกว่า ความเสียใจขมขื่นในความบาปของท่าน ดังนั้นท่านเปโตรได้ขอร้องครั้งสุดท้ายก่อนที่ท่านจะตาย โดยการขอร้องเหล่าชายฉกรรจ์ให้ตรึงท่านแบบเอาขาทั้งสองยกขึ้น และให้ศีรษะห้อยลง คำขอร้องของท่านเปโตรได้รับการอนุญาต ดังนั้นท่านเปโตรถูกตรึงกางเขนโดยเอาศีรษะห้อยลงยังพื้น และในลักษณะนี้ ท่านเปโตรได้ตาย” (เอลเลน จี. ไว้ท์”  “The Acts of the Apostles, หน้า 537, 538) ดังนั้น แม้ท่าน เปโตรจะคิดถึงความตายที่เข้ามาอยู่ต่อหน้าท่าน ความห่วงใยสุดท้ายของท่านเปโตรคือ การอยู่ดีมีสุขด้านจิตวิญญาณของฝูงแกะของท่าน

คำถามเพื่อการอภิปราย:
  1.  คิดถึงข้อเขียนทั้งหมดของท่านเปโตรเกี่ยวกับความจำเป็นสำหรับคริสเตียนที่จะดำเนินชีวิตบริสุทธิ์ ดังนั้น เหตุใดหลายคนในพวกเรายังคงล้มเหลวที่จะเป็นในสิ่งที่เราควรเป็นในพระเยซู

  2.  ในชั้น อ่านทวนรายการที่ให้ไว้ใน 2 เปโตร 1:5-7 เราสามารถจะแสดง “คุณธรรม” เหล่านี้ได้ดีขึ้นด้วยตัวของเราเองอย่างไร เราสามารถจะช่วยคนอื่นให้ทำอย่างเดียวกันได้อย่างไร

 3.  ท่านเปโตรทำให้พระเยซูผิดหวังในอดีต แต่ข้อเขียนของท่านเปโตรแสดงถึงวิธีการทรงพลังของงานใหญ่ ที่พระคริสต์ทรงทำผ่านท่านเปโตรในภายหลัง มีความหวังและการหนุนใจอะไรที่เราสามารถได้จากตัวอย่างของท่านเปโตร     

  4.  ในพระธรรม 2 เปโตร 1:12 ท่านเปโตรเขียนเกี่ยวกับ “ความจริงปัจจุบัน” หรือ “หยั่งรากลึกในความจริง” อะไรคือ “ความจริงปัจจุบัน” ในสมัยของท่านเปโตร และในสมัยของเรา

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272