Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > Thai SSL 3Q2017 > Credit > Introduction to Galatians >
.
บทที่ 1: วันที่ 24 - 30 มิถุนายน 2017
.
บทที่  1        อัครทูตเปาโล: นักเทศน์สำหรับคนต่างชาติ             
                    Paul: Preacher to the Non-Jewish Nation                          
                         


 บ่ายวันสะบาโต     


อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้:  กิจการฯ 6:9-15; กิจการฯ 9:1-9; 1 ซามูเอล 16:7; มัทธิว 7:1; กิจการฯ 11:19-21; กิจการฯ 15:1-5  

ข้อควรจำ
                  “ครั้นคนทั้งหลาย (เหล่าผู้เชื่อในกรุงเยรูซาเล็ม) ได้ยินคำเหล่านั้นก็นิ่งอยู่ แล้วได้สรรเสริญพระเจ้าว่า “พระเจ้าได้ทรงโปรด แก่คนต่างชาติให้กลับใจให้ม่จนได้ชีวิตรอดด้วย” (กิจการฯ  11:18


       ไม่เป็นการยากที่จะเข้าใจบุรุษคนหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “เซาโล” แห่งเมืองทาร์ซัส และไม่เป็นการยากที่จะเข้าใจว่า เหตุใดเขาได้ทำในสิ่งที่เขาได้ทำไป (เซาโล แห่งเมืองทาร์ซัส ได้กลายเป็นรู้จักในชื่อ “เปาโล” หลังจากที่เขาไดก้ลายเป็นคริสเตียน) เซาโลเป็นชาวยิวคนหนึ่งที่ถือเคร่งมาก ตลอดชีวิตของเขาเขาถูกสอนว่าพระบัญญัติมีความสำคัญยิ่ง และเขาได้รับการสอนด้วยว่า พระเมสสิยาห์จะมาปลดปล่อยชนอิสราเอลสู่อิสรภาพในด้านการเมืองจากชาติศัตรู พระเมสสิยาห์คือบุคคลผู้นั้นที่พระเจ้าจะทรงส่งมาช่วยชนอิสราเอลจากความบาป ชาวยิวเฝ้ารอการมาของพระเมสสิยาห์มาเป็นเวลานาน แต่เมื่อพระองค์์ได้เสด็จมาจริง พระองค์์กลับถูกจับ และถูกนำไปตรึงที่ไม้กางเขนเหมือนกับอาชญากรที่ทำผิดร้ายแรง ถ้าชีวิตของพระเมสสิยาห์จะลงเอยด้วยความตายเช่นนี้ เป็นสิ่งยากเกินกว่าที่ชายชื่อเซาโลจะรับไหว    เซาโลเชื่อว่าคำสอนเรื่องการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู และ การฟื้นพระชนม์จากความตายของพระองค์์เป็นคำโกหกที่น่ากลัว ใครที่เชื่อในการหลอกหวงนี้จะต้องถูกลงโทษ ดังนั้นเซาโลได้ตัดสินใจที่จะขจัดคำโกหกที่เหลวไหลนี้ให้หมดไปจากความเชื่อของชนอิสราเอล ที่จริงแล้ว เมื่อเราได้อ่านเกี่ยวกับเซาโลครั้งแรกในพระคัมภีร์ เซาโลได้ทำการข่มเหงชาวยิวที่เชื่อในพระเยซู  แต่พระเจ้าทรงวางแผนการให้เซาโลทำในสิ่งแตกต่างจากแผนที่  เซาโลมีไว้สำหรับเขาเอง  ซึ่งเซาโลไม่เคยจินตนาการว่า ชีวิตของเขาจะเปลี่ยนแปลงไปในทางตรงกันข้ามเช่นนี้ว่าวันหนึ่งเขาจะกลายเป็นผู้เทศนาสั่งสอนว่า พระเยซูนี่แหละคือพระเมสสิยาห์ และ เซาโลก็จะเทศนาความจริงในเรื่องนี้ท่ามกลางชนต่างชาติที่ไม่ใช่ชาวยิวด้วย        

วันอาทิตย์       เซาโลแห่งทาร์ซัสข่มเหงคริสเตียน  (กิจการฯ 6:9-15)                       
                       SAUL OF TARSUS PERSECUTES CHRISTIANS

        เราพบเซาโลแห่งทาร์ซัสครั้งแรกในพระธรรมกิจการฯ เซาโลมี ส่วนในการตายสเทเฟน (กิจการฯ 7:58) ครั้งนั้นสเทเฟนถูกฝูงชนเอาก้อนหินขว้าง การขว้างก้อนหินในลักษณะนั้นหมายถึงการฆ่าบุคคลหนึ่งให้เขาหรือเธอตาย โอกาสต่อมาที่เราพบเซาโลคือพระธรรม กิจการฯ 8:1-5   ตรงนี้เซาโลมีส่วนในการทำให้คริสเตียนในกรุงเยรูซาเล็มตาย
  
       การเทศนา และการตายของสเทเฟนเพื่อพระนามของพระคริสต์มีผลกระทบต่อจิตใจของเซาโลอย่างลึกซึ้ง สเทเฟนเป็นชาวยิวที่พูดภาษากรีกได ้เขาเป็นหนึ่งในเจ็ดของมัคนายกซึ่งถูกเลือกเข้ามารับใช้คริสตจักรที่ได้ตั้งขึ้นใหม่เป็นครั้งแรก (กิจการฯ 6:3-6) พระธรรมกิจการฯ ตอนนี้เล่าถึงเรื่องของสเทเฟน และกลุ่มของชาวยิวที่เข้ามาอาศัยอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม พวกเขาโต้เถียงกับสเทเฟนเรื่องการเทศนา สั่งสอนของพระเยซู  เป็นไปได้ว่าเซาโลเป็นคนหนึ่งที่ร่วมในการโต้แย้งในครั้งนี้

        อ่านพระธรรม กจิการฯ 6:9-15  สเทเฟนถูกกล่าวหาในเรื่องอะไร ถ้อยคำใส่ร้ายของพยานเท็จเตือนให้คุณนึกถึงอะไร (อ่าน มัทธิว 26:59-61 สำหรับคำตอบ)
        ชาวยิวรู้สึกเกลียดชังสเทเฟน ความโกรธแค้นเกิดขึ้นจากถ้อยคำที่สเทเฟนเทศนาสั่งสอน ซึ่งเป็นผลลัพธ์มาจากพื้นฐานสองประการ ประการแรก ชาวยิวรู้สึกว่าสเทเฟนมองไม่เห็นความสำคัญของบัญญัติ และพระวิหารของชาวยิว ทั้งสองสิ่งนี้เป็น “หัวใจ” ในการนมัสการของชาวยิว ทั้งสองเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกในความเป็นคนยิว ประการที่สอง สิ่งที่สเทเฟนได้ทำ คือสเทเฟนสอนว่าพระเยซูทรงเป็นพระเมสสิยาห์ แม้พระเยซูจะทรงถูกลงโทษถึงตาย แต่สเทเฟน บอกว่า บัดนี้พระเยซูได้ทรงฟื้นขึ้นสู่ชีวิตอีกครั้งแล้ว สเทเฟนไม่สอนเรื่องพระบัญญัติ และพระวิหารซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งความจริงในความเชื่อของชาวยิว

        จึงไม่สงสัยเลยว่า เหตุใดสเทเฟนทำให้เซาโลคนฟาริสี (ฟิลิปี 3:3-6) ผู้นี้โกรธนักหนา  พวกฟาริสีเป็นกลุ่มที่ถือศาสนายิวเป็นชีวิตจิตใจ พวกเขาปฏิบัติตามบัญญัติของชาวยิวอย่างเคร่งครัดมาก ดังนั้น เซาโลจึงกระตือรือร้นที่จะลงโทษพวกคริสเตียน  พระสัญญาที่ว่า อาณาจักรของพระเจ้าจะมาตั้งอยู่ยังไม่เกิดขึ้น ดังนั้นอาจเป็นไปได้ที่ เซาโลจะคิดไปว่า นี่เป็นงานของเขาที่ต้องทำให้เกิดขึ้น เขาอาจได้เชื่อว่า สิ่งที่ได้กล่าวสัญญาไว้จะเกิดขึ้นได้ถ้าศาสนาของชนชาติอิสราเอลได้รบการชำระให้สะอาดจากความเชื่อผิด สำหรับเซาโล สิ่งผิดบาปที่ว่านี้รวมไปถึงที่คริสเตียนเชื่อว่าพระเยซูเป็นพระเมสสิยาห์ด้วย   เช่นเดียวกับเซาโล เราจะต้องปฏิบัติตามสิ่งที่เราเชื่อ แต่เรื่องนี้แสดงให้เราเห็นว่า เราจำเป็นต้องระมัดระวังเพียงใดเกี่ยวกับสิ่งทเี่ราเชื่อ  ยิ่งกว่านั้น เราก็เช่นกันอาจเป็นฝ่ายผิดในบางคร้ัง ดังน้ัน เราจะทราบอย่างถ่องแท้ในสิ่งเราเชื่อได้อย่างไร  

วันจันทร์         เซาโล กลายเป็นคริสเตียน  (กิจการฯ  9:5
                      SAUL BECOME A CHRISTIAN

        การข่มเหงครั้งแรกของเซาโลที่ทำต่อคริสตจักรแทบจะไม่มีใครสังเกตเห็น (โดยเฝ้าเสื้อชั้นนอกของเหล่าชายฉกรรจ์ผู้เอาหินขว้างสเทเฟนจนตาย) ในเวลาไม่นานหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว งานการข่มเหงคริสเตียนของเซาโลเพิ่มระดับขึ้น (อ่าน กิจการฯ 8:1-3; กิจการฯ 9:1, 2 , 13, 14, 21; กิจการฯ 22:3-5)    ท่านลูกาผู้เขียนพระธรรมกิจการฯ ท่านใช้หลายคำพรรณนาถึงเซาโล  ถ้อยคำเหล่านี้วาดให้เห็นภาพชัดเจนถึงความดุร้ายของสัตว์  อีกทั้งพรรณนาเซาโลว่าเป็นเหมือนทหารที่มุ่งบดขยี้ศัตรูให้สิ้นซาก ถ้อยคำที่ใช้คือ “การทำลายล้าง” (destroy)  ในกิจการฯ 8:3  คำเดียวกันนี้ถูกใช้ในพระคัมภีร์ฉบับภาษากรีกที่แปลจากพระคัมภีร์เดิม ใน เพลงสดุดี 80:13 ซึ่งการใช้ตรงนั้นก็เพื่อพรรณนาถึง “ความโหดร้าย” ซึ่งเป็นพฤติกรรมของ “หมูป่า” ทั่วไปหรือ “หมูป่าตัวผู้” ถ้อยคำเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการจู่โจมของเซาโล  ที่ทำต่อคริสเตียนเป็นการวางแผนไว้ก่อน เพื่อที่จะกวาดล้างความเชื่อของค์ริสเตียนให้หมดไปจากแผ่นดินโลก

        อ่าน พระธรรม กิจการฯ 9:1-18; กิจการฯ 22:6-21; กิจการฯ 26:12-19  ส่วนไหนของพระเมตตา และการให้อภัยพระเจ้าทรงประ ทานให้เห็นซึ่งทำให้เซาโลเปลี่ยนแปลง คุณค่าส่วนไหนของเซาโลที่ทำให้พระเจ้าทรงสำแดงคุณความดีต่อเขา

        เซาโลได้เปลี่ยนจากผู้ทำลายความเชื่อของคริสเตียนมาเป็นผู้เชื่อและกลายเป็นคริสเตียนเสียเอง การเปลี่ยนแปลงนี้ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้สำหรับทุกคน ดังนั้น จึงมีคนมากมายเกิดความยุ่งยากใจที่จะเชื่อในการเปลี่ยนแปลงจิตใจของเซาโลว่า นี่เป็นสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วจริง   สิ่งเดียวที่เซาโลคู่ควรกับการได้รับ คือ “การถูกลงโทษ” แต่แทนที่พระเจ้าจะทรงลงโทษ พระองค์กลับให้“การอภัยบาป” แทน แต่สิ่งสำคัญตรงนี้ที่ควรตระหนักคือ การเปลี่ยนแปลงของเซาโลไม่ได้เกิดขึ้นโดยปราศจากสาเหตุ และเซาโลไม่ได้ถูกบังคับให้เป็นคริสเตียนด้วย   เซาโลไม่ใช่คนที่เชื่อว่าไม่มีพระเจ้า (atheist)  คนที่เชื่อไม่มีพระเจ้า ไม่ว่าพระเจ้าองค์์ใดก็แล้วแต่ไม่มีอยู่จริง แต่กลับเป็นว่า เซาโลเป็นคนเคร่งศาสนา แต่เขาก็เข้าใจผิดถนัดในความเชื่อว่า “โลกและจักรวาลมีพระเจ้า” คือเซาโลเข้าใจพระเจ้าผิดไปในส่วนของพระเยซู ถ้อยคำของพระเยซูใน กิจการฯ 26:14  แสดงให้เห็นว่า พระวิญญาณของพระองค์์ทำงานในจิตใจของเซาโล พระเยซูทรงตรัสกับเซาโลว่า “เซาโล เซาโลเอ๋ย เจ้าข่มเหงเราทำไม ซึ่งเจ้าจะถีบประตักก็เจ็บตัวเจ้าเอง” (กิจการฯ 26:14) ในสมัยพระคัมภีร์ “ประตัก” (ปฏัก) คือไม้ยาวที่มีปลายแหลม เพื่อใช้กระทุ้งวัวที่ไม่ยอมเดินลากคันไถหรือเกวียนสำหรับเซาโลได้ปฏิเสธพระเจ้ามานานที่จะทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า แต่เมื่อเซาโลมีประสบการณ์ได้พบกับพระเยซูผู้ฟื้นพระชนม์ในลักษณะมหศัจรรย์ เซาโลได้หยุดต่อสู้กับพระเจ้าในทันที        

       คิดถึงประสบการณ์ของคุณเองตอนกลับใจเป็นคริสเตียนว่าเป็นอย่างไร  เหมือนเซาโลไหม และคุณได้รับพระเมตตาจากพระเจ้าไหม เหตุใดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะไม่ลืมสิ่งที่พระคริสต์ทรงประทานให้เรา 
   
วันอังคาร          เซาโลในเมืองดามัสกัส   (กิจการฯ 9:10- 19)
  
                       SAUL IN DAMASCUS

       เซาโลสูญเสียการมองเห็นอันเนื่องมาจากได้พบกับพระเยซู พระเยซูทรงสั่งให้เซาโลเข้าไปพบยูดาสในเมืองดามัสกัส และให้พำนักอยู่ในตึกหลังนั้นรอพบชายอีกคนชื่อว่า “อานาเนีย” ไม่สงสัยเลยว่า การที่ตาบอดเป็นเครื่องเตือนใจเซาโลอย่างทรงพลังว่า เขาเองเป็นคนตาบอดฝ่ายจิตวิญญาณ ซึ่งอาการตาบอดดังกล่าวนำเขาให้ทำร้ายคริสเตียน
 
        การได้พบพระเยซูบนเส้นทางไปเมืองดามัสกัส ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตเซาโลอย่างสิ้นเชิง ครั้งหนึ่งเซาโลคิดว่าเขาทำสิ่งที่ถูกต้อง แต่เป็นการคิดผิด และได้ทำผิดอย่างมหันต์ ครั้งก่อนเซาโลคิดว่าเขาทำการนี้เพื่อพระเจ้า แต่กลับเป็นการทำงานต่อต้านพระองค์์ ดังนั้นเซาโลเข้าไปในเมืองดามัสกัสและได้กลายเป็นคนใหม่ เขาไม่เป็นชาวฟาริสีที่หยิ่ง เดินทางจากกรุงเยรูซาเล็มด้วยความต้องการจะกวาดล้าง ความเชื่อของคริสเตียนให้หมดไปจากเมืองดามัสกัส เซาโลไม่ดื่ม และไม่รับประทานสิ่งใดเป็นเวลาสามวัน เขาใช้เวลานั้นอดอาหาร และอธิษฐาน และครุ่นคิดถึงสิ่งทั้งปวงที่ได้บังเกิดขึ้น

        อ่านพระธรรม กิจการฯ 9:10-14 จินตนาการว่าอานาเนียจะรู้สึกอย่างไรเมื่อเขาได้ยินข่าวเกี่ยวกับเซาโลบุคคลที่ครั้งก่อนเป็นตัวตั้งตัวตีในการข่มเหงเหล่าผู้เชื่อในพระเยซู แต่บัดนี้กลายเป็นผู้เชื่อในพระเยซูแล้ว  ตอนนี้เขาไม่ได้ถูกเรียกว่า “เซาโล” แต่ถูกเรียกว่า “เปาโล” พระเจ้าได้ทรงเลือกเขาให้นำพระกิตติคุณเกี่ยวกับพระเยซูไปประกาศกับคนต่างชาติ ชาวยิวจะเรียกคนทุกชาติที่ไม่ใช่คนยิวว่า ชาวต่างชาติ (Gentiles)  อ่าน กิจการฯ 26:16-18  เพื่อรับทราบมากขึ้นเกี่ยวกับงานของอัครทูตเปาโลท่ามกลางโลกของคนชาวต่างชาติ

        ไม่สงสัยเลยตอนแรกอานาเนียรู้สึกระแวง แม้แต่คริสตจักรในเยรูซาเล็มเองยังใช้เวลาพอสมควรกว่าจะยอมรับท่านเปาโล กล่าวคือ เวลาผ่านไปสามปีหลังจากท่านเปาโลเป็นคริสเตียน (กิจการฯ 9:26-30)  ลองจินตนาการดู เป็นการยากเพียงใดที่ชาวคริสเตียนในเมืองดามัสกัสจะต้อนรับท่านเปาโลเพราะเป็นเพียงไม่กี่วันที่ท่านเปาโลได้รับการเปลี่ยนแปลง พระเจ้าทรงประทานนิมิตให้อานาเนียได้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของเซาโล    ถ้าเป็นสิ่งอื่นที่ชัดเจนน้อยกว่านี้ “นิมิต” คงไม่มีพลังพอที่จะทำให้อานาเนียเกิดความมั่นใจได้ว่าสิ่งที่ท่านได้ยินมาเป็นความจริง     ผู้เคยเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของคริสเตียนท่ามกลางชาวยิว ตอนนี้เป็นผู้เชื่อคนหนึ่งกำลังอยู่ท่ามกลางพวกเขา!    เซาโลเดินทางออกจากเยรูซาเล็มพร้อมกับอำนาจจากมหาปุโรหิตให้ทำลายความเชื่อของคริสเตียนแต่พระเจ้าทรงมีงานที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงให้เซาโลทำ   นั่นคือให้นำพระกิตติคุณไปยังชาวต่างชาติ   แนวคิดนี้ดูเหมือนจะทำให้อานาเนีย และเหล่าคริสเตียนชาวยิวทั้งมวลรู้สึกสะดุ้งตกใจ  แต่ไม่นานต่อมากลับได้ยินว่าเซาโลได้กลายเป็นคริสเตียนคนหนึ่ง ซึ่งจะว่าไป เซาโลครั้งหนึ่งพยายามหยุดไม่ให้ใครเผยแผ่ความเชื่อของคริสเตียนแต่บัดนี้พระเจ้าจะทรงใช้เซาโลให้ประกาศเผยแผ่ข่าวสารนั้นให้แพร่ไปแสนไกลเกินกว่าผู้เชื่อชาวยิวคนใดคิดฝันว่าจะเป็นไปได้

        อ่าน พระธรรม 1 ซามูเอล 16:7; มัทธิว 7:1; และ 1 โครินธ์ 4:5  ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้สอนอะไรเราเกี่ยวกับ เหตุใดเราต้องรอบคอบที่จะตัดสินประสบการณ์ด้านจิตวิญญาณของค์นอื่น คุณได้ทำสิ่งผิดพลาดอะไรในการตัดสินคนอื่นๆ และคุณได้เรียนรู้อะไรจากความ ผิดพลาดน้ัน
 

 วันพุธ        พระกิตติคุณแพร่ไปสู่คนต่างชาติ  (กิจการฯ  11:19, 21, 26)   
                  THE GOSPEL GOES TO THE GENTILES

        อ่านพระธรรม กิจการฯ  11:19, 21, 26 คริสตจักรของชาวต่างชาติตั้งขึ้นที่ไหนเป็นแห่งแรก มีสาเหตุอะไรทำให้ผู้เชื่อหลายคน เดินทางไปที่นั่น

        การข่มเหงคริสเตียนเกิดขึ้นหลังจากความตายของสเทเฟน ชาวยิวจำนวนมากได้หลบหนีภัยไปยังเมืองอันทิโอก ซึ่งอยู่ห่างจาก เยรูซาเล็มไปทางเหนือประมาณ 480 กิโลเมตร เมืองอันทิโอกเป็นเมืองหลวงของแคว้นซีเรีย อันทิโอกเป็นเมืองสำคัญอันดับสามในอาณาจักรโรมัน เริ่มจากกรุงโรม รองลงมาเป็นอะเล็กซานเดรีย แล้วก็ อันทิโอก อันทิโอกมีประชากรจากทั่วโลกอาศัยอยู่ประมาณ 500,000 คน ดังนั้นอันทิโอกจึงเป็นจุดสมบูรณ์ที่จะมีคริสตจักรที่มีสมาชิกทั้งชาวยิวและชาวต่างชาติ การมีสมาชิกคละกันทั้งชาวยิว และชาวต่างชาติ จะเป็นสถานที่เหมาะสมที่สุด ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของพันธกิจของค์ริสตจักรในการประกาศไปทั่วโลกกว้างในช่วงยุคแรกเริ่มของคริสตจักร

        มีอะไรเกิดขึ้นในเมืองอันทิโอก ที่เป็นเหตุทำให้ท่านบารนาบัสเดินทางไปเยี่ยมเมืองนี้และได้เชิญท่านเปาโลให้ร่วมทีมงานกับท่านที่นั่น ภาพของคริสตจักรในเวลานั้นเป็นอย่างไร ตามที่พระธรรม กิจการฯ 11:20-26 ได้วาดภาพไว้ให้เราเห็น

        เป็นการยากที่จะประมวลรายการกิจกรรมเรียงตามเวลาสำหรับชีวิตของท่านเปาโล เพราะบันทึกจะเขียนไว้เฉพาะเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น แต่ดูเหมือนว่าช่วงเวลาห้าปีได้ผ่านไประหว่างที่ท่านเปาโลเดินทางไปเยี่ยมกรุงเยรูซาเล็มในกิจการฯ 9:26-30 และคำเชิญของท่านบารนาบัสให้ท่านเปาโลมาร่วมกันเป็นทีมงานในเมืองอันทิโอก ส่วนท่านเปาโลทำอะไรบ้างในช่วงห้าปีแรกหลังการกลับใจเป็นสิ่งยากที่จะชี้ชัดลงไป แต่พระธรรม กาลาเทีย 1:21 บอกเบาะแสให้เ้ราทราบบ้าง ท่านเปาโลอาจได้เดินทางไปประกาศพระกิตติคุณในซีเรีย และซีลีเซีย บางคนเชื่อว่าในช่วงเวลาดังกล่าว ครอบครัวของท่านเปาโลได้ตัดสิทธิ์ทางกฏหมาย ไม่ให้ท่านเปาโลได้รับมรดกเป็นเงินหรือที่ดินซึ่งเป็นสิทธิตามกฎหมายเมื่อพวกเขาเสียชีวิตลง (ฟีลิปปี 3:8) ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ ท่านเปาโลต้องเผชิญความยากลำบากนานัปการ (2 โครินธ์  11:23-28)

       คริสตจักรที่อันทิโอกเติบโตขึ้นภายใต้การทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ กิจการฯ 13:1 แสดงให้เห็นว่าสมาชิกโบสถ์ประกอบด้วยคนหลายเชื้อชาติจากทั่วโลก: ท่านบารนาบัสมาจากไซปรัส ลูสิอัส มาจากไซรีน และท่านเปาโลมาจากซีลีเซีย สิเมโอน เป็นไปได้ อาจมาจากแอฟริกา และมีผู้เชื่อชาวต่างชาติมาจากทั่วโลก ตอนนี้พระวิญญาณทรงประสงค์จะนำพระกิตติคุณไปยังชาวต่างชาติไกลออกไปกว่าซีเรีย และยูเดีย และอันทิโอกจะกลายเป็นศูนย์กลางในซีเรียที่งานแห่งพระกิตติคุณเผยแผ่ออกไป   

       อ่านพระธรรม กิจการฯ 11:19-26 ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้แสดง ให้เห็นว่าสมาชิกคริสตจักรที่อันทิโอกประกอบด้วยผู้เชื่อมาจากชาว ต่างชาติที่มีวิถีชีวิต และพื้นฐานหลากหลาย ต่างธรรมเนียมประเพณีศิลปะ และรายละเอียดอื่นๆ เราสามารถเรียนรู้อะไรจากข้อมูลเหล่านี้ซึ่งอาจช่วยเราให้ดำเนินงานคริสตจักรได้ดีเหมือนที่อันทิโอก
 

วันพฤหัสบดี         การโต้แย้งภายในคริสตจักร  (กิจการฯ  15:1-5)
                             DISAGREEMENT WITHIN THE CHURCH
                                         
         ไม่นานหลังจากคริสตจักรอันทิโอกได้รับการสถาปนาขึ้นสำหรับเหล่าผู้เชื่อกลุ่มแรก จากจุดเริ่มต้นที่เหล่าผู้เชื่อชาวยิวไม่ค่อยยินดีจะต้อนรับชาวต่างชาติ ที่รับเชื่อเข้าสู่คริสตจักร ตอนแรกเหล่าคริสเตียนเห็นด้วย ที่พวกเขาจำเป็นต้องเข้าถึงชาวต่างชาติ แต่พวกเขาไม่เห็นด้วยในส่วนที่ชาวต่างชาติจะเข้าร่วมการนมัสการในคริสตจักร บางคนรู้สึกว่า “การเชื่อในพระเยซูเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะเป็นคริสเตียน” พวกเขายืนยันว่าคริสเตียนชาวต่างชาติจำเป็นต้องทำสองประการก่อนที่จะได้รับการยอมรับ ประการแรก ชาวต่างชาติที่ เป็นเพศชาย เด็กชาย หรือผู้ให้ญ่ต้องรับพิธีสุหนัต การจะรับสุหนัต คือจะต้องตัดหนังหุ้มปลายองคชาตออกไป ประการที่สอง เหล่าผู้เชื่อในพระเยซูจำเป็นต้องเชื่อฟังบัญญัติของท่านโมเสสด้วย

         พระธรรม กิจการฯ 10:1-11:18 เล่าถึงประสบการณ์ของอัครทูตเปโตรกับนายร้อยทหารโครเนลิอัสซึ่งเป็นชาวโรมัน และเป็นคน ต่างชาติผู้ได้รับบัพติศมาจากท่านเปโตร โดยไม่ต้องรับสุหนัต ผู้เชื้อชาติชาวยิวทั้งหลายในคริสตจักรรู้สึกว้าวุ่นใจในเรื่องนี้ ความรู้สึกนี้เป็นตัวอย่างเห็นได้ชัดเจนในความขัดแย้งกันในเรื่องชาวต่างชาติ การรับชาวต่างชาติหนึ่งหรือสองคนเข้าสู่คริสตจักรอาจ ทำให้สมาชิกชาวยิวบางคนรู้สึกไม่สบายใจ แต่อัครทูตเปาโลต้องการเปิดประตูคริสตจักรออกกว้างเพื่อให้ชาวต่างชาติทั้งปวงเข้ามาร่วม โดยการเชื่อในพระเยซูคริสต์เท่านั้น ดังนั้นจึงมีผู้เชื่อบางคนพยายามที่จะหยุดงานของท่านเปาโลที่ดำเนินไปท่ามกลางชาวต่างชาติ

         อ่าน พระธรรม กิจการฯ 15:1-5  ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้บอกว่า เหล่าผู้เชื่อชาวยิวจากแคว้นยูเดียพยายามจะล้มงานของท่านเปาโล ท่ามกลางชาวต่างชาติทเี่ป็นคริสเตียนในอันทิโอกอย่างไร
 
        ในที่สุด สภาแห่งกรุงเยรูซาเล็มลงมติยอมรับข้อเสนอของท่านเปาโลในเรื่องการโต้แย้งว่า ผู้เชื่อชาวต่างชาติไม่ต้องรับสุหนัต เมื่อมาเป็นคริสเตียนก็ได้ปิดฉากลง กระนั้นยังมีผู้เชื่อชาวยิวหลายคนยังพยายามจะหยุดท่านเปาโลจากการนำพระกิตติคุณไปประกาศกับคนต่างชาติ เจ็ดปีผ่านไปหลังจากการประชุมสภาแห่งกรุงเยรูซาเล็ม  วันหนึ่งท่านเปาโลเดินทางไปเยี่ยมกรุงเยรูซาเล็มเป็นครั้งสุดท้าย ชาวยิวหลายคนในกรุงเยรูซาเล็มซึ่งยังแคลงใจเกี่ยวกับพระกิตติคุณซึ่งท่านเปาโลประกาศ และเพราะเรื่องนี้เองเกือบทำให้ท่านเปาโลเกือบเอาชีวิตไม่รอดเมื่อท่านไปเยี่ยมพระวิหารชาวยิวจากเอเซียได้ยุยงประชาชน แล้วจับท่านเปาโลร้องว่า “ชนชาติอิสราเอลเอ๋ย จงช่วยกันเถิด คนนี้เป็นผู้ที่ได้เสี้ยมสอนคนทั้งปวงทุกตำบลให้เป็นศัตรูต่อชนชาติของเราต่อธรรมบัญญัติ และต่อสถานที่นี้ และยิ่งกว่านั้นอีกเขาได้พาคนชาวกรีกเข้ามาในวิหารด้วย จึงทำให้ที่บริสุทธิ์นี้เป็นมลทิน” (กิจการฯ 21:28)

        จินตนาการให้คุณเองเป็นหนึ่งในกลุ่มชาวยิวผู้เชื่อในพระเจ้าที่ยังรู้สึกขัดเคืองกับคำสอนของท่านเปาโล เรื่องนี้สามารถสอนเราเกี่ยวกับแนวคิดของเรา หรือของกลุ่มที่อาจนำไปในทิศทางผิดได้อย่างไร เราสามารถจะรักษาตัวเองให้พ้นจากการกระทำหรือเชื่อในสิ่งที่ผิดพลาดเหมือนพวกยิวกลุ่มนี้ได้อย่างไร
 

วันศุกร์       ศึกษาเพิ่มเติม:  

        อ่านหนังสือของ เอลเลน จี.ไว้ท์ ใน “Individual Independence”  หน้า 430-434, “คำพยานสำหรับคริสตจักร, เล่ม 3  บทเหล่านี้พูดถึง ความหมายของการเป็นคริสเตียนแท้ในคริสตจักร และให้อ่านใน The SDA Bible Commentary, เล่ม 6, หน้า 225-234  ด้วย หน้าหนังสือเหล่านี้เป็นเหมือนแผนที่ช่วงต้นชีวิตของเซาโล ซึ่งต่อมา “เซาโล”ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “เปาโล” เมื่อท่านได้กลายมาเป็นคริสเตียน   “ครั้งหนึ่งท่านเปาโล (ในชื่อเซาโล) เป็นผู้ปกป้องที่เข้มแข็งของ ศาสนายิว และเป็นหัวหน้ากลุ่มผู้ทำการข่มเหงผู้ติดตามของพระเยซู ท่านเปาโลเป็นคนกล้าหาญ ท่านไม่เคยเลิกล้มความตั้งใจ ท่านมีพลังในการโต้เหตุผล ท่านสามารถทำให้บางคนมองดูเหมือนเป็นคนโง่เขลาจากอำนาจแห่งของประทานในการใช้ถ้อยคำของท่าน และบัดนี้ชาวยิวทั้งหลายได้มองเห็นชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยของประทานคนนี้ได้เข้าร่วมกับกลุ่มที่ครั้งหนึ่งท่านได้ทำการต่อต้านอย่างแข็งขัน ณ ตอนนี้ท่านเปาโลทำการเทศนาสั่งสอนออกนามพระเยซูอย่างไม่มี ความเกรงกลัวใดๆ   “นายพลผู้บัญชาการกองทัพเสียชีวิตในการสู้รบนับเป็นการสูญเสียยิ่งใหญ่สำหรับกองทัพของเขา แต่การสูญเสียชีวิตของเขาไม่ได้ทำให้กองทหารของศัตรูเข้มแข็งขึ้น แต่สมมติชายผู้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีเข้าร่วมกับกองทัพกองทัพของศัตรู ทำให้เหล่าคนที่เขาเข้าร่วมได้รับประโยชน์  เซาโลแห่งทาร์ซัสได้ล้มลงและตายโดยแสงรัศมีขององค์พระผู้เป็นเจ้าบนเส้นทางไปเมืองดามัสกัส  สมมติเขาถูกฆ่าตาย  ชาวยิวทั้งหลายก็จะสูญเสียพลังในการข่มเหงคริสเตียน แต่พระเจ้าทรงแสนดีทรงไว้ชีวิตท่านเปาโล และทรงเปลี่ยนแปลงจิตใจของเขา และเช่นนั้น ผลของการเปลี่ยนแปลง แชมเปี้ยนของกองกำลังศัตรูได้เข้าร่วมกับกองกำลังของพระคริสต์ซึ่งลงตัวพอดี พระเจ้าทรงต้องการชายฉกรรจ์ที่มุ่งมั่นในวัตถุประสงค์ มีความกล้าหาญปราศจากความเกรงกลัวซึ่งเป็นที่ต้องการมากในช่วงเริ่มต้นของ คริสตจักร” (เอลเลน จี.ไว้ท์, กิจการของอัครทูต, หน้า 124)

คำถามเพื่อการอภิปราย:  

 1.   ศัตรูตัวฉกาจที่สุดของท่านเปาโลคือชาวยิว ผู้ซึ่งไม่เชื่อในพระเยซู เราสามารถเรียนรู้อะไรจากข้อมูลนี้

 2.   เป็นสิ่งสำคัญที่จะยืนหยัดในสิ่งที่เราเชื่อ ในเวลาเดียวกัน เราสามารถจะแน่ใจได้อย่างไรว่า เราจะไม่กำลังต่อต้านพระเจ้า เมื่อเรา ยืนหยัดในการต่อต้านของเรา
 

ใจความสรุป    

          
เซาโลพบพระเยซูผู้ทรงฟื้นพระชนม์บนถนนไปเมืองดามัสกัสเป็นช่วงขณะการเปลี่ยนแปลงสำหรับท่าน และสำหรับประวัติศาสตร์ของคริสตจักร พระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงชายผู้ข่มเหงคริสตจักร และพระเจ้าทรงเลือกท่านให้นำพระกิตติคุณไปประกาศกับโลกของชาวต่างชาติ ท่านสอนชาวต่างชาติว่าพวกเขาควรเข้าร่วมกับคริสตจักรโดยความเชื่อเท่าน้ัน คำสอนนี้ยากสำหรับชาวยิวบางคนในคริสตจักรที่จะรับไหว พวกเขาร่วมกันต่อต้านท่านเปาโล และพวกเขาได้รับการเตือนในการต่อต้านของพวกเขา เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า  แนวคิดที่ผิดและความรู้สึกไม่ชอบคนอื่นๆ สามารถเข้ามาในงานของเราที่ทำเพื่อพระเจ้าได้อย่างไร
                       *********************************

(อ่าน กิจการฯ 8:1-3; กิจการฯ 9:1, 2 , 13, 14, 21; กิจการฯ 22:3-5)         ท่านลูกาผู้เขียนพระธรรมกิจการฯ ท่านใช้หลายคำพรรณนาถึง เซาโล
 
________________________
Additional links on this topic:

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272