Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > Thai SSL 3Q2017 > Credit > Introduction to Galatians > บทที่ 1: วันที่ 24 - 30 มิถุนายน 2017 > บทที่ 2 วันที่ 1 - 7 กรกฎาคม 2017 > บทที่ 3 วันที่ 8 - 14 กรกฎาคม 2017 > บทที่ 4 ว > > > > > > > >
.
บทที่ 12 วันที่ 9 - 15 กันยายน 2017
.

 บทที่ 12         ดำเนินชีวิตโดยพระวิญญาณ

                            LIVING BY THE SPIRIT                      
 

 บ่ายวันสะบาโต      

อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้:   กาลาเทีย 5:16-25; เฉลยธรรมบัญญัติ 13:4; โรม 7:14-24; เยเรมีย์ 7:9;
                                                              โฮเชยา 4:2; มัทธิว 22:35-40

 

 ข้อควรจำ       “แต่ข้าพเจ้าขอบอกว่า จงดำเนินตามพระวิญญาณ อย่าสนองความต้องการของเนื้อหนัง” (กาลาเทีย 5:16)
 

          โรเบิร์ท์ โรบินสัน ประพันธ์เพลงบทหนึ่งซึ่งใช้ร้องกันในโบสถ์ของคริสเตียนทั่วไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 1825  ชื่อภาษาอังกฤษคือ “Come, Thou Fount of Every Blessing” ภาษาไทย “มีพระพรอันมากมาย” เลขที่ 246 เพลงสรรเสริญ ถือว่าเป็นเพลงสำหรับการนมัสการที่ร้องมาตลอดสองร้อยกว่าปีจนถึงปัจจุบัน คุณพ่อของโรเบิร์ท โรบินสัน เสียชีวิตขณะที่โรบินสันยังอยู่ในวัยรุ่น โรบินสันรู้สึกเสียใจมาก เขาเริ่มดื่มเหล้าและใช้ชีวิตเสเพล อยู่มาวันหนึ่งโรบินสันถูกเพื่อนชวนไปฟังศาสนาจารย์จอร์จ ไวท์ฟิลด์ นักเทศน์นามกระเดื่องเทศนา และโรบินสันถวายชีวิตของเขาให้องค์พระผู้เป็นเจ้า เขาถูกส่งเข้าเรียนโรงเรียนศาสนศาตร์ เมื่อสำเร็จหลักสูตรออกมา เขาได้รับให้เป็นศิษยาภิบาลของคริสตจักรเมธอดิสท์ และในช่วงหลายปีที่เขาทำงานรับใช้พระเจ้า เขาได้เขียนบทเพลงสำหรับใช้นมัสการบทนี้ดังที่ได้เกริ่นให้ทราบ เมื่อเดิมเนื้อหาสองบรรทัดมีว่า “ข้าฯ มีแนวโน้มจะท่องเที่ยวไป องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าฯรู้สึกว่า ข้าฯมีแนวโน้มไปจากองค์พระผู้เป็นเจ้าที่ข้าฯรัก”  ภายหลังมีใครคนหนึ่งเปลี่ยนเนื้อเพลงของโรบินสันไป กล่าวคือบุคคลผู้นั้นรู้สึกไม่สบายใจกับส่วนของเนื้อที่ว่า “มีแนวโนม้จะท่องเที่ยวไป องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าฯรู้สึกว่า ข้าฯ มีแนวโน้มไปจากองค์พระผู้เป็นเจ้าที่ข้าฯรัก โดยเปลี่ยนเนื้อของสองประโยคนี้ว่า “เมื่อ ข้าฯ เป็นเช่นคนที่แปลกหน้า และหลงทางท่องเที่ยวไปมา...ครั้น บัดนี้ข้าฯได้มีชีวิตโดยโลหิตพระผู้ทรงฤทธิ์” ....  
 
        แต่เนื้อหาของเพลงที่โรบินสันเขียนแสดงให้เห็นความจริง เกี่ยวกับ “การต่อสู้ดิ้นรนของคริสเตียน” ในฐานะเป็นผู้เชื่อ เราเป็นเหมือนเหรียญที่มีสองด้าน: คือด้านเนื้อหนัง และด้านวิญญาณ ทั้งสองด้านนี้ทำสงครามต่อกันและกัน ด้านเนื้อหนัง หรือด้านความบาปของเรามักจะ “มีความโน้มเอียง” (prone) จะหลงออกห่างไปจากพระเจ้า แต่เราต้องเต็มใจที่จะมอบถวายตัวเราแด่พระวิญญาณของพระองค์ ทำได้เช่นนี้เราไม่ต้องเป็นทาสของความปรารถนาแห่งเนื้อหนังของเรา ข่าวสารนี้เป็น “หัวใจ” ของข้อพระคัมภีร์สำหรับสัปดาห์นี้ 



 วันอาทิตย์      ดำเนินในพระวิญญาณ  (กาลาเทีย 5:16)                        
                     WALKING IN THE SPIRIT
 
                 อ่าน พระธรรม กาลาเทีย 5:16 ตรงนี้ท่านเปาโลใช้ถ้อยคำที่ทำให้มองเห็นภาพของ “การเดิน” อะไรคือความสัมพันธ์ระหว่าง “การเดิน” และ ชีวิตแห่งความเชื่อ (อ่าน เฉลยธรรมบัญญัติ 13:4, 5; โรม 13:13; เอเฟซัส 4:1, 17; โคโลสี 1:10)
 
         “ดำเนินตาม” เป็นถ้อยคำบรรยายให้เห็นภาพคำนี้ยกมาจากพระคัมภีร์เดิม เป็นการอธิบายเส้นทางที่บุคคลหนึ่งควรประพฤติ บ่อยครั้งท่านเปาโลใช้ถ้อยคำซึ่งทำให้มองเห็นภาพในจดหมายฝากของท่าน  เพื่ออธิบายิวถีชีวิตที่คริสเตียนควรดำเนินถ้อยคำที่ทำให้มอง เห็นภาพแน่นอน ชี้ไปยังชื่อแรกซึ่งคริสเตียนเป็นที่รู้จักผู้ติดตาม กลุ่มแรกของพระเยซูถูกเรียกว่าผู้ติดตาม “ทางนั้น” เท่านั้น  (ยอห์น 14:6; กิจการฯ 22:4; กิจการฯ 24:14) ชื่อนี้แสดงว่าเหล่าคริสเตียนไม่เพียงผู้ปฏิบัติตามคำสอนเกี่ยวกับพระเยซูเท่านั้น แต่เป็น “เส้นทาง” แห่งชีวิต ที่จะ “ดำเนินตาม” หรือติดตาม
 
         อ่าน พระธรรม อพยพ 16:4; เลวีนิติ 18:4 และ เยเรมีย์ 44:23 กล่าวเกี่ยวกับถ้อยคำที่ทำให้มองเห็นภาพของ “การเดิน” หรือ “ติดตาม” ตอนนี้อ่านสิ่งที่เปาโลพูดเกี่ยวกับ “การเดิน” หรือ “การดำเนินชีวิต” ในกาลาเทีย 5:16, 25 และ โรม 8:4 ในทางใด ถ้อยคำทำให้มองเห็นภาพของท่านเปาโลเกี่ยวกับการเดินทางแตกต่างจาก “การดำเนิน” ของพระคัมภีร์เดิม 

         การดำเนินชีวิตตามวิถีของพระเจ้าในพระคัมภีร์เดิม   ไม่ได้รับการพรรณนาเพียงการใช้คำว่า “การเดิน” แต่ถูกพรรณนาด้วยการใช้ถ้อยคำว่า “การดำเนินตามพระบัญญัติ” คำว่า “ฮาลัคฮาห์”(Halakhah) เป็นภาษากฎหมายที่ชาวยิวใช้  หมายถึงกฎเกณฑ์ซึ่งพบได้ใน “ธรรมบัญญัติ” และ “ธรรมเนียม, ประเพณี” ของเหล่ารับบี (อาจารย์ ) ที่ ถ่ายทอดกันต่อๆมาช้านาน     คำว่า   “ฮาลัคฮาห์”   ปกติจะแปลว่า “กฎหมายของชาวยิว” แต่ที่จริงแล้วคำนี้มาจากคำในภาษาฮีบรูว่า “ที่จะเดิน” ซึ่งหมายความว่า “วิถีของการเดินไป”         ถ้อยคำของท่านเปาโลเกี่ยวกับ “การดำเนินในพระวิญญาณ” จึงไม่ต่อต้านพระบัญญัติหรือต่อต้านการเชื่อฟังพระบัญญัติ   สิ่งที่ท่าน เปาโลต่อต้านคือการนำพระบัญญัติไปใช้ในทางที่ผิด การเชื่อฟังแท้ที่พระเจ้าทรงประสงค์จากเรา  ไม่อาจได้มาด้วยเชื่อฟังพระบัญญัติ  แต่เราสามารถได้รับมาโดยการเปลี่ยนแปลงภายในดวงใจของเรา  ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้เกิดขึ้นโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์เท่านั้น (กาลาเทีย 5:18)
 
         ในทางใดบ้างที่คุณ  “ดำเนินในพระวิญญาณ”  การดำเนินทำได้อย่างไร คุณทำสิ่งใดในชีวิตของคุณบ้าง  ที่ทำให้การดำเนินหรือการเดินยากขึ้น?        


วันจันทร์      สงครามของคริสเตียน  (กาลาเทีย 5:17)                      
                  THE CHRISTIAN’S WAR
 
         “ความปรารถนาที่ควบคุมโดยความบาปจะไม่ต้องการความยินดีฝ่ายวิญญาณเข้ามา  และเช่นเดียวกันสิ่งที่อยู่ฝ่ายวิญญาณไม่ ต้องการให้ความบาปเข้ามาควบคุมความยินดี ทั้งสองฝ่ายทำสงครามต่อกันและกัน  (นั่นคือเหตุผลว่า  คุณต้องไม่ทำในสิ่งใดๆ ที่คุณต้องการ)   (กาลาเทีย 5:7 อ่าน โรม 7:14-24 ด้วย)  คุณในฐานะเป็นผู้เชื่อ คุณเคยได้รับประสบการณ์รุนแรง และความจริงที่เจ็บปวดจากถ้อยคำเหล่านี้ในชีวิตของคุณเองบ้างไหม

          การต่อสู้ดิ้นรนที่ท่านเปาโลพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ใน กาลาเทีย 5:17  นับว่าเป็นการ  “ชักเย่อภายใน”   ที่มีอยู่ภายในคริสเตียนแต่ละคน มนุษย์เกิดมาในเผ่าพันธุ์ที่ได้ล้มลงในความบาป ดังนั้นโดยธรรมชาติความต้องการของมนุษย์ มันอยู่ฝ่ายแพ้ต่อความปรารถนาของเนื้อหนังอยู่แล้ว  (โรม 8:7)

          แต่เมื่อพวกเขาเกิดใหม่โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ การสงครามฝ่ายวิญญาณก็จะเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง  คำสอนนี้ไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่ไม่เป็นคริสเตียนไม่ต้องต่อสู้ดิ้นรนระหว่างสิ่งที่ถูกและสิ่งที่ผิด พวกเขาต้องต่อสู้เช่นกัน แต่คริสเตียนมีศึกสองหน้า คือภายในจิตใจของเขาหรือหล่อน: คือเนื้อหนัง และวิญญาณจิต ทั้งสองฝ่ายนี้ทำสงครามกัน

       ตลอดประวัติศาสตร์ คริสเตียนมีความปรารถนาจะได้รับการช่วยให้เป็นไทจากการต่อสู้ดิ้นรนนี้ บางคนได้พยายามจะสิ้นสุด สงครามด้วยการแยกตัวจากสังคม คนอื่นๆได้อ้างว่าสภาพของพวกเขาในฐานะเป็นมนุษย์ผู้ล้มลง และสถานะแห่งความบาปของพวกเขาสามารถขจัดออกไปได้อย่างสิ้นเชิงโดยการอัศจรรย์ของพระเจ้า ทั้งสองกลุ่มมีแนวคิดที่ผิด โดยอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราสามารถเอาชนะเหนือความปรารถนาแห่งเนื้อหนังได้แน่นอน แต่การหลีกลี้จากสังคมไม่ได้ช่วยอะไร เพราะเหตุใด เพราะเราจะนำเอาการต่อสู้ดิ้นรนติดตัวไปไม่ว่าเราจะไปไหน และเราจะต้องทำการต่อสู้ต่อเนื่องไปจนกว่าวันเราจะตาย หรือวันพระเยซูจะทรงเสด็จ กลับมาครั้งที่สอง

        เราเหมือนมีเหรียญสองด้านอยู่ในตัวเรา เราเกิดมาในเนื้อหนังของมนุษย์ และเราเกิดอีกครั้งหนึ่งโดยพระวิญญาณ ดังนั้นเรามีสอง ฝ่ายซึ่งทำสงครามพร้อมกัน ด้านจิตวิญญาณที่อยู่ในตัวเราต้องการสิ่งที่อยู่ฝ่ายวิญญาณ และฝ่ายวิญญาณเกลียดชังฝ่ายเนื้อหนัง   และฝ่ายเนื้อหนังของเราต้องการในสิ่งที่เป็นความบาป ซึ่งแน่นอนต่อต้านสิ่งที่อยู่ฝ่ายวิญญาณ   จิตใจที่ถูกสร้างใหม่ยังอ่อนแอเกินไปที่จะลุกขึ้นมาต่อต้านเนื้อหนังด้วยตัวมันเอง ดังนั้น หนทางเดียวเราสามารถเอาชนะเนื้อหนังได้ คือการเลือกแต่ละวันที่จะอยู่ฝ่ายพระวิญญาณเพื่อต่อต้านความบาปของเราเอง นั่นคือที่ท่านเปาโลมีความกระตือรือร้น เพื่อให้เราเลือกเดินตามพระวิญญาณบริสุทธิ์ 

          คิดถึงการสงครามระหว่างสองฝ่ายในตัวคุณ คุณจะพูดอะไร กับคริสเตียนผู้กำลังดิ้นรนต่อสู้ให้ยอมรับในแนวคิดนี้ คือสงคราม การสู้รบในตัวตนของเราซึ่งเป็นสงครามที่ไม่รู้จบ

 
 วันอังคาร       การงานของเนื้อหนัง  (กาลาเทีย 5:19:24)  
                     THE WORKS OF THE FLESH
 
         ท่านเปาโลแนะนำแนวคิดเรื่องการสงครามระหว่างเนื้อหนังและวิญญาณที่ดำเนินไปในคริสเตียนแต่ละคน ตอนนี้ใน กาลาเทีย 5:18-26  ท่านเปาโลบอกเรามากขึ้นเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างสองฝ่ายภายในตัวเรา ท่านเอ่ยชื่อถึงนิสัยไม่ดี และนิสัยดีทั้งปวง นิ สัยดีทั้งหลายเราทำรู้จักกันชื่อ “คุณความดี” (virtues) ส่วนนิสัยเสียถูกเรียกว่า “ความเลว” (vices)
               
         อ่านเกี่ยวกับนิสัยเสียและนิสัยดีในข้อพระคัมภีร์ต่อไปนี้: เยเรมีย์ 7:9; โฮเชยา 4:2;  มาระโก 7:21; 1 ทิโมธี 3:2, 3; 1 เปโตร 4:3; วิวรณ์ 21:8  ในทางใดบ้างรายชื่อเหล่านี้คล้ายกับรายชื่อท่านเปาโลเขียนไว้ใน กาลาเทีย 5:19-24  รายชื่อของทั้งสองมีอะไรที่แตกต่างกัน
 
         ท่านเปาโลรู้จักดีมากเกี่ยวกับรายชื่อของสิ่งชั่วร้ายและคุณความดี พบได้ในรายชื่อสองชุดในพระธรรมกาลาเทีย ชุดแรก ท่านเปาโลเขียนรายชื่อสิ่งเลวร้ายใน “การงานของเนื้อหนัง” และชุดที่สอง ท่าน เรียกการงานแห่งคุณความดีว่า “การงานของพระวิญญาณ”  ชื่อที่ถูกเรียกแตกต่างกันนี้สำคัญ เจมส์ ดี. จี. ดันน์ อธิบายว่า “เนื้อหนังต้องการเส้นทางของตัวมันเอง” แต่ “พระวิญญาณทำให้เราห่วงใยสำหรับคนอื่นๆ” รายชื่อของสิ่งเลวแสดงให้เห็นสิ่งไม่ดีต่างๆ ผู้คนทำกันเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งพวกเขาต้องการ ขณะที่รายชื่อของคุณความดีแสดงให้เห็นว่าพระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงเรา รายชื่อดังกล่าวแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงแท้ด้านวิญญาณซึ่งดวงใจจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง” (เจมส์ ดี. จี. ดันน์, The Epistle to the กาลาเทีย, หน้า 308)  ชีวิตที่ดำเนินในเนื้อหนังนำมาซึ่งการแบ่งแยก และการสร้างปัญหา แต่ชีวิตที่ดำเนินในพระวิญญาณบังเกิดผลของพระวิญญาณ ผลของพระวิญญาณทั้งเก้าอย่างเรียกว่า “คุณความดี” และคุณความดี ทั้งเก้าอย่างนี้จะประสานกันทำให้คริสเตียนร่วมใจกันเป็นหนึ่งในความเชื่อ   บางคนอ้างว่าสิ่งที่คริสเตียนเชื่อเกี่ยวกับพระเจ้าไม่ใช่สิ่งที่สำคัญนัก ตราบใดที่เขาหรือหล่อนเป็นคนดี  แต่ไม่มีสิ่งใดจะห่างไกลไปจากความจริง รายชื่อของสิ่ง “เลวร้าย” ของท่านเปาโลแสดงให้เห็นความคิดเห็นที่ผิดเกี่ยวกับพระเจ้า ซึ่งจะนำไปสู่การบิดเบือนด้านความสัมพันธ์ ด้านศาสนา และการที่เราควรจะประพฤติตนอย่างไรในสังคม แนวคิดผิดเช่นนั้นจะนำไปสู่การแตกหักในความสัมพันธ์ของมนุษย์ และมันสามารถนำไปสู่การสูญเสียชีวิตนิรันดร์ได้เช่นกัน (กาลาเทีย 5:21)
 
         มองอีกคร้ังในรายชื่อ “งานของเนื้อหนัง” ในทางใดบ้างที่สิ่ง “ชั่วร้าย” จากรายชื่อดังกล่าว อาจละเมิดข้อหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่ง ข้อของพระบัญญัติสิบประการ 


 วันพุธ         ผลของพระวิญญาณ  (กาลาเทีย 5:22-24)                  
                  THE FRUIT OF THE  SPIRIT

        “ฝ่ายผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้น คือ ความรัก ความปลาบ ปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปราณี  ความดี ความสัตย์ซื่อ ความสุภาพอ่อนน้อม การรู้จักบังคับตน เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย” (กาลาเทีย 5:22, 23) ในทางใดบ้างการเชื่อฟังพระบัญญัติสิบประการแสดงให้เห็นผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ดังที่พรรณนาให้เห็นในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้(อ่าน มัทธิว 5:21, 2227, 28;   มัทธิว 22:35-40)   พระบัญญัติสิบประการไม่เคยหมายความว่าจะเข้ามาแทนที่ความรัก แต่ช่วยนำเราว่า เราต้องแสดงความรักต่อพระเจ้า และต่อคนอื่นอย่างไร ความรักไม่เคยทำสงครามกับพระบัญญัติ ความรักสำหรับพระเจ้าและความรักสำหรับเพื่อนบ้านของเรา ไม่เคยทำให้พระบัญญัติสิบประการล้มเลิกไป  ถ้าคิดเช่นนั้นก็เป็นการโง่เขลา เท่ากับความคิดที่ว่า ความรักธรรมชาติทำลายกฎแห่งแรงดึงดูดของโลกนั่นเอง   ท่านเปาโลพรรณนาผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในรายชื่อ “คุณความดีอันงดงามเก้าประการ” นักศึกษาพระคัมภีร์คิดว่าคุณความดีเก้าประการนี้ หากนำมาแยกประเภทและผูกรวมกันจะได้สามกลุ่ม บางคนคิดว่าตัวเลข “สาม” ชี้ไปยังพระเจ้าสามพระภาค คือพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์  คนอื่นๆคิดว่าเลข “สาม” ชี้ไปยังวิธีที่เราควรนมัสการพระเจ้า การปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์ และดูแลตัวเราเอง คนอื่นมองดูรายชื่อดังกล่าว และสรุปว่า “เป็นการพรรณนาถึงพระลักษณะอุปนิสัยของพระเยซู” แนวคิดแต่ละอย่างเหล่านี้เป็นสิ่งดี ทั้งนี้ท่านเปาโลชี้ให้เห็นว่า “ความรักเป็นคุณสมบัติยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของคริสเตียน”

        ข้อเท็จจริงที่ว่าท่านเปาโลเขียน “ความรัก” เป็นอันดับแรกของ “คุณความดี” เก้าประการไม่ใช่เป็นสิ่งบังเอิญ      ในกาลาเทีย 5:6, 13 ท่านเปาโลแสดงความสำคัญแห่งความรักในชีวิตของคริสเตียน และท่านรวมความรักเข้าในรายชื่อคุณความดีในพื้นที่อื่นด้วย (2 โครินธ์ 6:6; 1 ทิโมธี 4:12; 1 ทิโมธี 6:11; 2 ทิโมธี 2:22)   “คุณความดี”   ทั้งหมดท่านเปาโลรวมเข้าไว้ในรายชื่อของท่าน ซึ่งปรากฎให้เห็นในรายชื่อของผู้ไม่ใช่คริสเตียนด้วย ยกเว้นข้อเดียวและนั่นคือคุณความดีแห่งความรัก ซึ่งจะพบได้ในรายชื่อสำหรับคริสเตียนเท่านั้น ดังนั้น เราสามารถมองเห็นได้ว่า ความรักมีความพิเศษมากเพียงใด ไม่ใช่ เป็นแค่ “คุณความดีอีกอย่างหนึ่งเท่านั้น” แต่เป็นคุณความดียิ่งใหญ่ที่สุดของทั้งมวล และเป็น “กุญแจ” ไขไปสู่คุณความดีอื่นๆทั้งหมด ความรักเป็นผลแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่สำคัญที่สุด (1 โครินธ์ 13:13; โรม 5:5) บางครั้งเป็นสิ่งยากที่จะแสดงความรัก แต่ความรักควรหล่อหลอมชีวิต และความคิด และความรู้สึกของคริสเตียนทุกคน (ยอห์น 13:34, 35) ตลอดเวลาและทุกหนทุกแห่ง
 
        การตายต่อตนเองถูกรวมเข้าไว้ในความรักต่อคนอื่น และรักพระเจ้าอย่างไร คุณสามารถจะรักได้โดยปราศจากการตายต่อตนเองได้ไหม พระเยซูทรงสอนเกี่ยวกับความรัก และพูดว่า “ไม่” กับตัวเอง อะไร  


วันพฤหัสบดี       เส้นทางสู่ชัยชนะ (กาลาเทีย 5:16-26)                              
                        THE WAY TO VICTORY
                                      
         การสงครามระหว่างเนื้อหนัง และวิญญาณเร่าร้อนอยู่ในดวงใจของผู้เชื่อทุกดวง แต่ชีวิตของคริสเตียนไม่จำเป็นต้องถูกควบคุมโดยความพ่ายแพ้ การล้มเหลว และความบาป                  

         อ่าน พระธรรม กาลาเทีย 5:16-26 ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้กล่าวว่า จะช่วยเราดำเนินชีวิตแห่งชัยชนะเหนือเนื้อหนังอะไรบ้าง  
 
       กาลาเทีย 5:16-26  บรรจุ “คำกริยา” สำคัญ 5 ตัว คำกริยาเหล่านี้ แสดงให้เห็นรูปแบบชีวิตที่พระวิญญาณเข้าควบคุมคำกริยาแรกคือ “เดิน” (ข้อ 16) ผู้เชื่อจำเป็นต้อง “เดิน” หรือดำเนินในพระวิญญาณ คำว่า “เดิน” มาจากคำภาษากรีกว่า “เพริพาทีโอ” ซึ่งหมายถึง “ที่จะเดินรอบๆ หรือ ที่จะติดตาม” รูปแบบของคำกริยา “ที่จะเดิน” ที่ท่าน เปาโลใช้เป็น “ปัจจุบันกาล” นี่แสดงว่าท่านเปาโลไม่ได้หมายถึงการ เดิน “เป็นครั้งเป็นคราว” หากท่านเปาโลหมายถึงการเดิน ที่เป็นประ สบการณ์ประจ าวัน และท่านเปาโลบัญชาเรา “ให้เดิน” ในพระวิญญาณ การเดินในพระวิญญาณเป็นสิ่งเราต้องตัดสินใจเลือกทุกวัน คำกริยาสำคัญตัวที่สองคือ “ที่จะนำ ” (ข้อ 18) คำกริยาตัวนี้แสดงว่า เราจำเป็นต้องอนุญาตให้พระวิญญาณทรงนำเราไปยังที่เราควรไป (อ่านโรม 8:14;  1โครินธ์ 2:2 ด้วย) ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะนำทาง แต่เป็นหน้าที่ของเราที่จะติดตาม   คำกริยาสำคัญสองตัวต่อมาซึ่งปรากฎใน กาลาเทีย 5:25  คำแรก คือ “จะมีชีวิต” โดย “การมีชีวิต” ท่านเปาโลชี้ไปยังการเกิดใหม่ในพระคริสต์ ประสบการณ์การบังเกิดใหม่จะต้องเกิดขึ้นทุกวัน เราดำรงอยู่โดยพระวิญญาณ ดังนั้นต้องการ “ที่จะเดิน” โดยพระวิญญาณ คำต้นฉบับที่แปลว่า “เดิน” แตกต่างกับข้อ 16 ตรงนี้ในภาษากรีกใช้ คำว่า “สตอยเชโอ” (stoicheo) เป็นคำใช้ในเรื่องของทหารซึ่งหมายถึง “ที่จะจัดแถวเป็นเส้นตรง” หรือ “ที่จะอยู่ในขณะพักแถว”  หรือ “ที่จะเชื่อฟังหรือเห็นพร้องกับบางสิ่ง” แนวคิดที่เปาโลพยายามจะ สื่อคือ พระวิญญาณควรจะนำทางชีวิตของเราทุกวัน    คำกริยาท่านเปาโลใช้ในข้อ 24 คือ “ที่จะตอกตะปู” ลงที่ไม้กางเขน แนวคิดนี้ทำให้ “ช็อก” เล็กน้อย แต่เราต้องเลือกจะทำให้ความปรารถนาของเนื้อหนังตายลง จากนั้นจึงสามารถจะติดตามพระวิญญาณ  แน่นอน แนวคิดนี้เป็นคำกล่าวทำให้มองเห็นภาพเท่านั้น มันหมายถึงการที่เราตอกตะปูเนื้อหนังที่ไม้กางเขน โดยการเลี้ยงดูชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ และทำให้ความปรารถนาฝ่ายเนื้อหนังอดอาหาร
 
         ชัยชนะอะไร คุณได้รับจากพระสัญญาในพระคริสต์ การเปลี่ยนแปลง และการเลือกอะไร คุณต้องตัดสินใจทำเพื่อจะได้รับพระสัญญาน้ัน

 
 วันศุกร์       ศึกษาเพิ่มเติม:   

        “การโจมตีของซาตานจะเพิ่มความรุนแรงขึ้น ขณะเราเข้าใกล้ฉากสุดท้ายของประวัติศาสตร์ ซาตานจะทำให้คริสเตียนทั้งปวงเชื่อ ในสิ่งต่างๆที่ไม่เป็นความจริง ซาตานพยายามวางกับดักพวกเขาให้ทำความบาป มันจะเข้าโจมตีถี่ขึ้น เหล่าคนหันเหจากแสงสว่าง และ ความจริงจะกลายเป็นคนใจแข็งกระด้าง และปิดประตูใจให้กับการ ทรงนำของพระวิญญาณ พวกเขาจะทำการต่อต้านเหล่าผู้รักพระเจ้า และเชื่อฟังพระบัญญัติของพระเจ้าอย่างรุนแรง” (เอลเลน จี.ไว้ท์ม, The SDA Bible Commentary, เล่ม 6, หน้า 1111)    “พระวิญญาณบริสุทธิ์จะอัญเชิญพระคริสต์เข้ามาสถิตในดวงวิญญาณ เดี๋ยวนี้เรามองไม่เห็นพระคริสต์ หรือสนทนากับพระองค์ ซึ่งๆ หน้า แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ใกล้เราในสถานที่หนึ่ง และเช่นกันในที่อื่นๆพระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงทำการภายในตัวเรา และผ่านทุกคนผู้ต้อนรับพระคริสต์ เหล่าผู้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ และพระวิญญาณจะสถิตอยู่กับพวกเขา จะสำแดงให้เห็นผลของพระวิญญาณ ผลของพระวิญญาณรวมไปถึงความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปราณี ความดี ความสัตย์ซื่อ ความอ่อนสุภาพ และการรู้จักบังคับตนเอง” (เอลเลน จี.ไวท้,์ The SDA Bible Commentary, เล่ม 6, หนา้ 1112)


คำถามเพื่อการอภปิราย:
 
 1.  ประโยคที่ว่า “ตอกตะปูตรึงความปรารถนาของเนื้อหนังที่ไม้กางเขน” หมายถึงอะไร เราจะทำได้อย่างไร  เหตุใดท่านเปาโลใช้ ถ้อยคำทำให้มองเห็นภาพที่รุนแรงเช่นนั้น การตอกตะปูตรึงความปรารถนาฝ่ายเนื้อหนังที่ไม้กางเขน บอกให้ทราบว่าการทำสงคราม ต่อต้านตนเองยากยิ่งเพียงใด
 
2.  ท่านเปาโลกล่าวว่าเราได้รับความรอดโดยความเชื่อ ไม่ใช่จากการงาน และท่านพูดด้วยว่า เหล่าผู้ทำการของเนื้อหนังจะไม่ได้อยู่ในอาณาจักรของพระเจ้า ก่อนอื่นถ้อยแถลงทั้งสองอาจดูเหมือนไม่เห็น พร้องกัน แต่เหตุใด เมื่อพิจารณาดีๆ ทั้งสองสนับสนุนซึ่งกันและกัน
 
 3.  ปัญหาใหญ่สุดที่คุณกำลังเผชิญอยู่ในการดำเนินชีวิตคริสเตียนคืออะไร เหตุใดเราต้องจำไว้เสมอว่าความรอดของเราพึ่งพิงอยู่กับสิ่งทั้งปวงที่พระเยซูได้ทรงทำเพื่อเรา  


ใจความสรุป
 
         มีการสงครามกำลังดำเนินไประหว่างความปรารถนาของเนื้อหนัง และความปรารถนาแห่งพระวิญญาณ สงครามนี้กำลังต่อสู้กันในชีวิตของผู้เชื่อในพระคริสต์ทุกคน แต่ชีวิตของคริสเตียนไม่ต้องเป็นชีวิตแห่งความพ่ายแพ้ พระคริสต์ทรงได้รับชัยชนะเหนือความบาป และความตาย ดังนั้น ชีวิตของคริสเตียนสามารถเป็นชีวิตที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ปกครองอยู่ และพระวิญญาณสามารถนำเราไปสู่ชีวิตคริสเตียนที่ได้รับของประทานแห่งพระคุณจากพระเจ้าทุกวัน ของประทานนี้จะช่วยเราให้ประสพชัยชนะเหนือความปรารถนาแห่งเนื้อหนังได้  
                          ********************** 
________________________
Additional links on this topic:

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272