Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > Thai SSL 3Q2017 > Credit > Introduction to Galatians > บทที่ 1: วันที่ 24 - 30 มิถุนายน 2017 > บทที่ 2 วันที่ 1 - 7 กรกฎาคม 2017 > บทที่ 3 วันที่ 8 - 14 กรกฎาคม 2017 > บทที่ 4 ว > > > > >
.
บทที่ 9 ดวงใจของท่านเปาโล
.


บทที่  9        ดวงใจของท่านเปาโล                         
                        THE HEART OF PAUL                      
                        วันที่  19 - 25 สิงหาคม 2017  


 บ่ายวันสะบาโต


 อ่านข้อพระคัมภีร์สeหรับบทเรียนสัปดาห์นี้:   กาลาเทีย 4:12-20; 1โครินธ์ 11:1; ฟีลิปปี 3:17; 1 โครินธ์ 9:19-23;
                                                                        2 โครินธ์ 4:7-12


 ข้อควรจำ     “ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าวิงวอนให้ท่านเป็นเหมือนข้าพเจ้า  เพราะว่าข้าพเจ้าก็ได้กลายเป็นอย่างท่านแล้ว เหมือนกัน ท่านไม่ได้ทำผิดต่อข้าพเจ้าเลย” (กาลาเทีย 4:12)


        มาถึงตอนนี้เราได้เห็นอัครทูตเปาโลใช้ถ้อยคำแรงมาก (strong words)  ในการติดต่อกับชาวกาลาเทีย ถ้อยคำแรงนั้นชี้ให้เห็นความรู้สึกส่วนลึกสะท้อนความห่วงใยเกี่ยวกับความอยู่ดีมีสุข (well-being) ฝ่ายจิตวิญญาณคริสตจักรที่ท่านสถาปนาขึ้นอย่างไร จดหมายฝากของท่านเปาโลที่เขียนถึงชาวกาลาเทียแสดงให้เห็นความสำคัญของคำสอนที่ถูกต้อง   สมมติสักหน่อยว่าความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง การกระทำผิดต่างๆ ไม่สำคัญ  แต่เหตุใดท่านเปาโลเป็นห่วงเป็นใยเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้เหลือเกินในจดหมายฝากของท่าน ความจริงนั้นคือ สิ่งที่เราเชื่อและสิ่งที่เราปฏิบัติตามเป็นเรื่องสำคัญยิ่งใหญ่มากเพราะนั่นเป็นความจริงพิเศษแห่งพระกิตติคุณ        

        ใน กาลาเทีย 4:12-20 ท่านเปาโลกล่าวอภิปรายของท่านต่อแต่ตอนนี้ท่านเปลี่ยนวิธีการเข้าหาหัวข้อของท่าน ก่อนหน้านี้ท่านเปาโลได้กล่าวโต้แย้งหลายครั้งเพื่อเอาชนะและนำชาวกาลาเทียกลับมารับแนวคิดของท่าน แต่ตอนนี้ท่านกล่าวเชิญชวนเป็นการส่วนตัวหรือแม้แต่กล่าวขอร้อง ท่านเปาโลไม่เหมือนครูสอนเทียมเท็จซึ่งไม่มีความจริงใจกับชาวกาลาเทีย แต่สำหรับท่านเปาโล ท่านแสดงออกถึงความห่วงใจ ความเสียใจ ความหวัง และความรักสำหรับพวกเขา เหมือนอย่างผู้เลี้ยงแกะที่ดีทำเพื่อฝูงแกะของพวกเขา ท่านเปาโลไม่เพียงแต่ช่วยแก้ไขสิ่งผิดในความเชื่อของพวกเขา แต่ท่านรับใช้พวกเขาด้วยความรัก
 

วันอาทิตย์       ดวงใจของท่านเปาโล  (กาลาเทีย 4:12-20)                       
                       THE HEART OF PAUL

         อ่าน พระธรรม กาลาเทีย 4:12-20  อะไรคือหัวข้อหลักในข่าวสารของท่านเปาโลในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้        

        ท่านเปาโล “ขอ” ชาวกาลาเทียให้ “เป็นเหมือนข้าพเจ้า” การเชิญชวนนี้แสดงให้เห็นความห่วงใยของท่านเปาโลที่มีต่อชาวกา ลาเทีย ความห่วงใยของท่านเปาโลมีน้ำหนักมากบนดวงใจของท่าน พระคัมภีร์ที่แปลออกมาหลายฉบับใช้ถ้อยคำนี้ในภาษาอังกฤษ ไม่ค่อยตรงกับความหมายสำคัญ หรือมีความหมายเต็มของคำว่า “ขอร้อง” (ask) ซึ่งนั่นก็น่าเสียดาย เพราะว่าคำนี้ในภาษากรีกคือ “เดโอไม” (deomai) สามารถแปลว่า “การขอร้อง” แต่ต้นฉบับในภาษากรีก มีความหมายเข้มข้นกว่านั้น ซึ่งสามารถแสดงความรู้สึกความคับข้องหมองใจ หรือความสิ้นหวัง (อ่าน  2โครินธ์ 5:20;  2 โครินธ์ 8:4;  2 โครินธ์ 10:2)   ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า   สิ่งท่านเปาโลกำลังพูดจริงๆคือ “ข้าพเจ้ากำลังวิงวอนหรืออ้อนวอนพวกท่านหลาย”         
         
        สิ่งที่ท่านเปาโลรู้สึกห่วงใยนั้นมีมากกว่า “การสอนด้วยคำสอนถูกต้อง” ใจของท่านเชื่อมโยงผูกพันอย่างลึกซึ้งกับชาวกาลาเทีย ทั้งนี้ เพราะท่านเองนำพวกเขามาหาพระคริสต์ ท่านเป็นเหมือนบิดาฝ่ายจิตวิญญาณของพวกเขา ท่านเปาโลรู้สึกว่าความห่วงใยของท่านที่มีต่อชาวกาลาเทียเป็นอย่างเดียวกับความวิตกกังวลและความเจ็บปวดของมารดาเมื่อเธอกำลังจะคลอดบุตร (กาลาเทีย 4:19) ท่านเปาโลคิดว่าสิ่งที่ท่านได้ทำไปแล้วคือ  “ให้กำเนิด”  ฝ่ายจิตวิญญาณแก่ชาวกาลาเทียซึ่งน่าจะพอเพียง แต่ตอนนี้พวกเขาได้พากันตีห่างจากความจริง ท่านเปาโลจึงพยายามทำงานเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าพวกเขาได้ “กำเนิด” อีกครั้งหนึ่งอย่างปลอดภัยในพระคริสต์  ซึ่งตอนนี้ท่านกำลังได้รับประสบการณ์ของความเจ็บปวดจาก  “การให้กำเนิด”  พวกเขาทั้งหลายอีกครั้งหนึ่ง

         อ่าน พระธรรม กาลาเทีย 4:19   ท่านเปาโลต้องการเห็นผลลัพธ์จากความเจ็บปวดทั้งหมดของการให้ “กำเนิด” แทนพวกเขาตอนนี้

           ประการแรก ท่านเปาโลพรรณนาว่าชาวกาลาเทียเป็นเหมือนทารกในครรภ์ของมารดา จากนั้นท่านพูดถึงพวกเขาว่าเป็นเหมือน
มารดากำลังจะคลอดบุตร คำว่า “ก่อร่างขึ้น” (ในกาลาเทีย 4:19) ซึ่งพูดถึงการค่อยๆ เจริญเติบโตขึ้นของทารกในครรภ์มารดา ท่านเปาโลเปรียบเทียบเพื่อแสดงให้เห็นว่า “การเป็นคริสเตียน” หมายถึงอะไร คือมันมีความหมายมากกว่าการมีความเชื่อ มันรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง ท่านเปาโลไม่คาดหวังว่าจะมองเห็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในคริสตจักรกาลาเทีย  ท่านต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อชาวกาลาเทียจะมองเห็นพระคริสต์”  (ลีออนโมริส, กาลาเทีย, หน้า 142)

          ในทางไหนบ้าง ที่คุณเห็นพระคริสต์ส่องแสงผ่านชีวิตของคุณ?  ในส่วนไหนบ้างในชีวิตของคุณที่ยังมีช่องให้เจริญงอกงามขึ้นในสิ่งที่คุณทำ?
 

 วันจันทร์           ตัวอย่างของท่านเปาโล   (1 โครินธ์ 11:1)                      
                          PAUL ‘S EXAMPLE                   

           อ่าน พระธรรม  1 โครินธ์ 11:1; ฟีลปิปี 3:17;  2 เธสะโลนิกา 3:7-9 และ กิจการฯ 26:28, 29 ท่านเปาโลพูดอะไรในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ ซึ่งแสดงให้เห็นใน กาลาเทีย 4:12   เราจะเข้าใจจุดหมายของท่านเปาโลได้อย่างไร?
    
         ท่านเปาโลกล่าวหนุนใจคริสเตียนหลายครั้งในจดหมายฝากให้ติดตามตัวอย่างของท่านแต่ละครั้ง ท่านเสนอตัวท่านเองเป็นตัวอย่างว่าจะดำเนินชีวิตคริสเตียนอย่างไร ท่านมีสิทธิ์จะชี้ชีวิตของท่านเองเป็นตัวอย่างใน  2 เธสะโลนิกา 3:7-9  ท่านบอกเหล่าผู้เชื่อในเมืองเธสะโลนิกาว่า  พวกเขาควรทำงานอย่างไร  พวกเขาควรทำงานหาเลี้ยงชีพพวกเขาเอง เพื่อพวกเขาไม่ต้องเป็นภาระหนักแก่คนอื่น ใน 1โค รินธ์ 11:1  ท่านเปาโลขอชาวเธสะโลนิกา ทำตามแบบอย่างของท่าน ซึ่งถวายแด่น้ำพระทัยของพระเจ้ามาเป็นสิ่งแรก   แต่ดูเหมือนท่าน เปาโลมีความห่วงใยแตกต่างไปเล็กน้อยในจดหมายฝากของท่านถึงชาวกาลาเทีย

         ใน พระธรรม กาลาเทีย 4:12 ท่านเปาโลไม่ได้ขอให้ชาวกาลาเทียทำในสิ่งที่ท่านทำ   แต่ท่านเปาโลขอให้พวกเขา  “เป็นเหมือน ข้าพเจ้า” กล่าวคือท่านเปาโลพูดว่า  ขอให้เป็นอย่างท่าน ไม่ใช่ให้ทำในสิ่งท่านทำเพราะเหตุใด  ความยุ่งยากในกาลาเทียไม่เกี่ยวกับการทำผิดศีลธรรม  (ซึ่งเป็นปัญหาในคริสตจักรเมืองโครินธ์)   แต่คริสเตียนในกาลาเทียมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเป็นมากกว่าการทำ  ท่านเปาโลไม่ได้กล่าวว่า “ทำเหมือนที่ข้าพเจ้าทำ ” แต่ท่านพูดว่า “จงเป็นเหมือนข้าพเจ้า” คำจำเพาะที่ท่านเปาโลใช้ใน กาลาเทีย 4:12  จะพบได้ตรงคำขอร้องท่านเปาโลกล่าวกับ “เฮโรดอากริปปา” ใน กิจการฯ 26:29 ซึ่งท่านเปาโลเขียนว่า “จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า ข้าพระบาทมีความปรารถนายิ่งนัก ไม่ว่าด้วยคำชวนน้อยหรือมาก  ที่จะให้เ้ป็น เหมือนอย่างข้าพระบาท  มิใช่ฝ่าพระบาทองค์เดียว  แต่คนทั้งปวงที่ ฟังข้าพระบาทวันนี้ด้วย  เว้นแต่เครื่องจองจำนี้”    ความเชื่อและประสบการณ์ของท่านเปาโลพิงอยู่กับสิ่งที่พระคริสต์ได้ทรงท าเพื่อท่านไม่ใช่ผลงานของท่านเอง   ขณะที่ชาวกาลาเทียหวังพึ่งในคุณค่าของงานมากกว่าพ่ึงในพระคริสต์

          ท่านเปาโลไม่ได้พูดตรงๆ ว่าท่านต้องการให้ชาวกาลาเทียเลียนแบบ (copy) รูปแบบชีวิตของท่าน แต่สถานการณ์ในจดหมาย ฝากแสดงให้เราเห็นว่าท่านเปาโลไม่มุ่งหมายให้ชาวกาลาเทียต้องท า ตามแบบอย่างทุกส่วนในชีวิตของท่าน สิ่งที่ท่านเปาโลหมายถึงคือ ให้ชาวกาลาเทียทำตามต้นแบบของท่านในด้าน ความรักความชื่นชม ยินดี เสรีภาพ และพึ่งวางใจความรอดในพระเยซูที่จะรู้จักพระเยซูว่า มีความสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใด (ฟีลิปปี 3:5-9)

         มีใครบ้างที่คุณรู้จัก (นอกเหนือจากพระเยซู) ผู้เป็นตัวอย่างที่ดีของคุณ?  อะไรทำให้บุคคลนั้นเป็นตัวอย่างที่ดี?  ความเมตตากรุณา หรือความชื่นชมยินดี หรือการเป็นคนที่พร้อมจะช่วยคนอื่นๆ?  คุณ สามารถจะแสดงคุณสมบัติเหล่านี้ในชีวิตของคุณได้อย่างไร?


 วันอังคาร    “ข้าพเจ้าได้กลายเป็นอย่างท่าน” (กาลาเทีย 4:12)
                      “I BECAME LIKE YOU’

         อ่าน  1 โครินธ์ 9:19-23; ท่านเปาโลพูดอะไรในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ซึ่งช่วยเราให้เข้าใจสิ่งที่ท่านสื่อความหมายใน กาลาเทีย 4:12? (อ่าน กิจการฯ 17:16-34;  1 โครินธ์ 8:8-13  และ กาลาเทีย 2:11-14 ด้วย)
 
       กาลาเทีย 4:12  ดูเหมือนมีความสับสนเล็กน้อย ยกตัวอย่างเช่น ท่านเปาโลบอกให้ชาวกาลาเทียเป็นเหมือนท่าน แต่เหตุใดจะให้ชาวกาลาเทียเป็นเหมือนท่านเมื่อท่านเปาโลเป็นเหมือนพวกเขาอยู่แล้ว

        เมื่อวานนี้ เราได้เรียนรู้ว่าท่านเปาโลต้องการให้ชาวกาลาเทีย เป็นเหมือนท่านในด้านความเชื่อ และการพึ่งวางใจในพระเยซูเพื่อ ความรอด  ท่านเปาโลบอกชาวกาลาเทียว่า ท่านเป็นเหมือนพวกเขา การที่ท่านเหมือนพวกเขา หมายความถึงท่านต้องการเตือนพวกเขาว่า ท่านกลายเป็นคนต่างชาติอย่างไร ชาวต่างชาติคือผู้คนที่ไม่ใช่ชาวยิว และท่านเปาโลทำตัวเหมือนเป็นคนต่างชาติ   แม้ท่านเป็นชาวยิวคน หนึ่ง แต่ท่าน “กลายเป็น”  ชาวต่างชาติคนหนึ่ง เพื่อจะเข้าถึงชาวต่าง ชาติด้วยพระกิตติคุณ ท่านเป็นมิชชันนารียิ่งใหญ่สำหรับชาวต่างชาติ  ท่านเรียนรู้ที่จะเทศนาสั่งสอนให้กับทั้งชาวยิว และคนต่างชาติ  ที่จริง ใน  1 โครินธ์ 9:19-23   บอกเราว่าพระกิตติคุณที่ท่านเปาโลประกาศเทศนามีเนื้อหาสาระอย่างเดียวกัน ท่านเปาโลเพียงใช้วิธีการที่จะเข้าถึงคนกลุ่มหนึ่งต่างวิธีจากเข้าถึงคนอีกกลุ่มหนึ่งเท่านั้นเอง

        “ท่านเปาโลเป็นผู้บุกเบิก  ท่านรู้สึกในความต้องการที่จะสื่อสารพระกิตติคุณกับคนอื่นๆ  เพื่อจะเติมเต็มทุกส่วนในชีวิตของพวกเขา” -Adapted, Timothy George, The New Americzn Commentary: Galatians, (Nashville, Tenn.: Broadman & Holman Publishers, 1994), หน้า 321             

          ถ้อยคำของท่านเปาโลเองใน 1 โครินธ์ 9:21 แสดงให้เห็นว่าท่าน เชื่อว่ามีข้อจำกัดที่คนหนี่งจะไปได้ไกลแค่ไหน ในการทำให้พระกิตติคุณ เหมาะสมกับทุกส่วนในชีวิตของเขา  ยกตัวอย่างเช่น   คนหนึ่งอาจมีอิสระในการเอื้อมออกไปในหลายวิธีเพื่อให้ถึงชาวยิว หรือชาวต่างชาติ แต่เสรีภาพนี้ไม่ได้รวมไปถึงสิทธิ์ที่จะละเมิดพระบัญญัติ ของพระเจ้า เพราะเหตุใด  เพราะว่าคริสเตียนเป็นผู้อยู่ภายใต้พระ “บัญญัติของพระคริสต์”        

          การแสดงให้เห็นความสำคัญว่าพระกิตติคุณมีไว้สำหรับทุกส่วนของชีวิตไม่เป็นเรื่องง่ายเสมอไป  แต่เราควรทำในสิ่งที่ท่านเปาโลได้ แสดงให้คนอื่นๆเห็นแล้วว่า   พระกิตติคุณเหมาะสมกับทุกส่วนใน ชีวิตของเขาทั้งหลายอย่างไร”   (ทิโมธี จอร์จ, กาลาเทีย, หน้า 321, 322)
 
         เป็นเรื่องง่ายเสมอที่จะประนีประนอม การประนีประนอมหมายถึงการยอมให้ส่วนที่ผิดเข้ามาแทรก ทั้งๆ ที่ขัดต่อหลักการความถูกต้อง คุณเคยประนีประนอมในชีวิตของคุณอย่างไร คุณมีข้อแก้ตัวอะไรในการกระทำเช่นนั้น คุณสามารถทำอะไรได้เพื่อการเปลี่ยนแปลง?


 วันพุธ         ตอนน้ันและเดี๋ยวนี้  (กาลาเทีย 4:13)
                   THEN AND NOW
 
         ความสัมพันธ์ระหว่างท่านเปาโลและชาวกาลาเทียไม่ใช่เรื่องหนักใจและเย็นชาเสมอไป ท่านเปาโลย้อนคิดถึงครั้งแรกเมื่อท่าน เทศนาสั่งสอนในเมืองกาลาเทีย และท่านกล่าวชมเชยชาวกาลาเทียที่ พวกเขาให้การต้อนและปรนนิบัติท่านเป็นอย่างดี แต่มีอะไรเกิดขึ้น ทา ให้ค้วามสัมพนัธ์เปลี่ยนไป

         อ่าน พระธรรมกาลาเทีย 4:13   ดูเหมือนมีอะไรนำท่านเปาโลให้เทศนาสั่งสอนพระกิตติคุณในเมืองกาลาเทีย
 
         ในตอนแรก ท่านเปาโลไม่มีแผนจะเทศนาพระกิตติคุณในเมืองกาลาเทีย แต่เมื่อท่านเกิดป่วย ท่านบังคับตัวเองให้ค้างอยู่ในเมืองกา ลาเทียนานขึ้น หรืออาจเป็นว่าท่านเดินทางมาที่กาลาเทียเพื่อฟักฟื้น ให้แข็งแรงขึ้น เราไม่ค่อยแน่ใจท่านเปาโลเจ็บป่วยประเภทใด บาง คนคิดว่าท่านเป็นไข้มาลาเรีย มาลาเรียเป็นโรคร้ายแรงทำให้เป็นไข้สูง และหนาวสั่น โรคนี้อาจติดต่อไปยังคนอื่นๆ หากมียุงก้นป่องมา กัดคนป่วยโรคนี้ และยุงตัวนั้นไปกัดคนอื่นต่อ... แต่มีบางคนเชื่อว่า ท่านเปาโลเป็นโรคเกี่ยวกับตา (พวกนี้ไดแ้นวคิดจากการที่ชาวก ลาเทียได้เสนอที่จะควักดวงตาของพวกเขาแล้วมอบให้ท่านเปาโล) ยังมีคนอื่นๆ อีกที่สงสัยว่าการเจ็บป่วยของท่านเปาโลอาจเนื่องมาจาก ปัญหาที่เป็น “สาเหตุ” ทำให้ท่านเจ็บปวดในร่างกายของท่าน (2 โครินธ์ 12:7)

          การเจ็บป่วยของท่านเปาโลสร้างความยุ่งยากให้กับชาวกาลาเทีย ท่านเปาโลอาศัยอยู่ในโลกที่บ่อยครั้งผู้คนคิดว่า  การเจ็บป่วยเป็น เครื่องแสดงว่าพระเจ้าทรงพระพิโรธ (ยอห์น 9:1, 2; ลูกา 13:1-4)  การเจ็บป่วยของท่านเปาโลอาจท าให้ชาวกาลาเทียมีข้อแก้ตัวจะหันเห ออกจากท่านเปาโล และข่าวสารของท่าน แทนที่จะเป็นเช่นนั้น พวก เขากลับต้อนรับท่านเปาโล เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น เพราะดวงใจของพวกเขาได้รับความอบอุ่นจากคำเทศนา  เรื่องไม้กางเขน (กาลาเทีย 3:1)  ดังนั้น มีเหตุผลอะไรที่พวกเขาอาจยกมาอ้างเดี๋ยวนี้สำหรับการเปลี่ยนใจของพวกเขา

         อ่าน พระธรรม โรม 8:28; 2 โครินธ์ 4:7-12; 2 โครินธ์ 12:7-10 อะไรอาจเป็นเหตุผลของพระเจ้าสำหรับการอนุญาตให้ท่านเปาโลต้องทนกับความยากลำบากแล้วท่านเปาโลจะสามารถช่วยคนอื่นๆได้อย่างไร เมื่อท่านต้องต่อสู้ดิ้นรนกับปัญหาของท่านเอง?
 
        การเจ็บป่วยของท่านเปาโลนั้นอาการหนัก ท่านอาจใช้เป็นข้อกล่าวหาพระเจ้า หรือไม่ท่านอาจเลิกล้มการประกาศเทศนา แต่ท่าน เปาโลกลับไม่ท้อใจ ไม่ยอมแพ้ ท่านไว้วางใจในพระเมตตาของพระเจ้า  “ครั้งแล้วครั้งเล่า พระเจ้าทรงใช้ความทุกข์ยากในชีวิตเพื่อแสดงพระเมตตาของพระองค์  พระองค์ทรงแสดงให้เราเห็นเพื่อช่วยเราไม่ให้ท้อถอยในการประกาศเผยแผ่พระกิตติคุณออกไป” (ทิโมธี จอร์จ, กาลาเทีย, หน้า 323, 324)

         คุณสามารถเรียนรู้ที่จะให้ความยุ่งยากในชีวิต และความเจ็บปวดทำให้คุณไว้วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้ามากยิ่งขึ้นได้อย่างไร?


 วันพฤหัสบดี    การพูดความจริง  (กาลาเทีย 4:16)
                         SPEAKING THE TRUTH

         อ่าน พระธรรม  กาลาเทีย 4:16   ว่าท่านเปาโลได้สร้างจุดอันทรงพลังอะไรในข้อพระคัมภีร์ข้อนี้ คุณอาจจะมีประสบการณ์อย่าง เดียวกับที่ท่านเปาโลได้อย่างไร? (อ่าน ยอห์น 3:19; มัทธิว 26:64, 65 และเยเรมีย์ 36:17-23 ด้วย)  ……………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………..
         คำกล่าวที่ว่า “การพูดความจริง” บ่อยครั้งมีความหมายในเชิงลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยของเรา ซึ่งอาจพรรณนาถึงใครผู้พูดความจริง   แม้ความจริงจะเป็นสิ่งยากที่ผู้คนจะรับฟัง    คนหนึ่งอาจทำข้อผิดพลาดในการคิดว่าท่านเปาโลสนใจในความจริงแห่งพระกิตติคุณเฉพาะในส่วนที่ท่านห่วงใยเท่านั้น บางคนอาจเชื่อว่าท่านเปาโลไม่รู้สึกท่านว่าจะต้องพูดออกไปด้วยความรัก แต่สิ่งที่ท่านเปาโลกล่าว ใน กาลาเทีย 4:12-20 และ กาลาเทีย 6:9, 10  แสดงให้เห็นว่าการคิดเช่นนั้นผิดอย่างไร  ก็จริงท่านเปาโลต้องการให้ชาวกาลาเทียรู้จักพระกิตติคุณ และที่ท่านต้องการให้พวกเขาเรียนรู้เรื่องพระกิตติคุณเพราะท่านรักพวกเขา คุณเคยรู้สึกเจ็บปวดเพราะว่าคุณต้องลงโทษใครบางคน หรือบอกใครบางคนในสิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการฟังบ้างไหม แต่อย่างไรก็ดีเราต้องบอก หรือลงโทษเขาหรือเธออยู่ดีเพราะว่าเรารักบุคคลนั้น ไม่ใช่เพราะเราต้องการทำร้ายเขา หรือพวกเขามักอาจดู เหมือนว่าถ้อยคำของเราทำให้บุคคลที่เรารักเจ็บปวด เขาหรือเธออาจโกรธเรา แต่เราก็ต้องบอกความจริงแก่เขาหรือเธออยู่ดี เราทำเช่นนั้นเพราะเขาหรือเธอจำเป็นต้องได้ฟังความจริงแม้ว่าเขาหรือเธอจะไม่ต้องการรับฟังก็ตามที

           อ่าน พระธรรม กาลาเทีย 4:17-20 ท่านเปาโลพูดอะไรในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้เกี่ยวกับบุคคลที่ท่านยืนหยัดต่อต้านและท่านเปาโลต่อต้านคำสอนเทียมเท็จของพวกเขามีอะไรอื่นอีกที่ท่านเปาโลต่อต้าน

        เหล่าผู้โจมท่านเปาโลพยายามชวนชาวกาลาเทียทั้งหลายให้หันมาต่อต้านท่านเปาโล เหล่าครูสอนเทียมเท็จแสร้งทำตัวเป็นเพื่อนกับชาวกาลาเทีย แต่พวกเขาไม่ได้รักชาวกาลาเทียอย่างจริงใจ เป็นสิ่งไม่ค่อยชัดเจนว่า ท่านเปาโลหมายความอย่างไร เมื่อท่านกล่าวถึงเหล่าผู้โจมตีท่านว่า  “คนเหล่านั้นเอาอกเอาใจท่าน แต่ไม่ใช่ด้วยความหวังดีเลย” (กาลาเทีย 4:17)  บางทีท่านเปาโลอาจหมายความว่าเหล่าผู้โจมตีต้องการนำพระพรจากความจริงแห่งพระกิตติคุณไปจากผู้เชื่อชาวกาลาเทียทั้งหลาย

        คิดถึงเวลาเมื่อคุณพูดความจริงและถ้อยคำของคุณเป็นเหตุให้ใครคนหนึ่งโกรธคุณ คุณได้เรียนรู้อะไรจากประสบการณ์นั้น ซึ่งอาจช่วยคุณในคราวต่อไปว่าคุณจำเป็นต้องพูดความจริงกับใครสักคนด้วยความรัก


 วันศุกร์       ศึกษาเพิ่มเติม

         “ในคริสตจักรกาลาเทีย คำสอนเทียมเท็จแทรกเข้ามาในพระกิตติคุณ พระคริสต์เป็นรากฐานแท้จริงแห่งความเชื่อ แต่ชาวกาลาเทียทอดทิ้งพระองค์  หันไปดำเนินตามธรรมเนียมประเพณีเก่าแก่ของชาวยิว  ท่านเปาโลเห็นว่าวิธีเดียวที่จะช่วยให้ชาวกาลาเทียให้ปลอดภัยคือที่จะเตือนพวกเขาด้วยถ้อยคำอันเฉียบคม

         “ผู้ร่วมงานทุกคนจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าจะพบกับผู้คน ณ จุดที่เขา อยู่อย่างไร ท่านเปาโลใช้วิธีนี้ คนงานแต่ละคนจำเป็นต้องมีความนิ่มนวล   อดทน   และมั่นคง   แต่เขาหรือเธอต้องทำการอย่างระมัดระวัง และจะต้องใช้สติปัญญายิ่งใหญ่ว่าจะจัดการกับบุคคลที่มีความ แตกต่างกันด้วยความฉลาดอย่างไร...
 
         “ท่านเปาโลขอร้องชาวกาลาเทีย  ให้หันกลับมาสู่พระกิตติคุณแห่งความจริงซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็น “รักแรก” ของพวกเขา ซึ่งพวกเขาได้รู้จักอำนาจของพระเจ้าในชีวิตของพวกเขาทั้งหลาย ท่านเปาโลได้ตั้งพระพรต่อหน้าพวกเขา เมื่อพวกเขาไดก้ลายเป็นชาย และหญิงที่มี ความเป็นอิสระในพระคริสต์  ผ่านพระเมตตาของพระองค์   ท่านเปาโลเชื่อว่า  ทุกคนที่ได้รับความรอด จะต้องยึดมั่นในความจริง และมี ประสบการณ์เป็นการส่วนตัวกับพระเจ้า

          “ถ้อยคำจากความรู้สึกของท่านเปาโลทำให้หลายคนที่หลงเจิ่น ไปจากพระเจ้าหันกลับมาหาพระองค์ พระวิญญาณบริสุทธิ์ทำงานด้วยอำนาจยิ่งใหญ่ในชีวิตของพวกเขา พวกเขาที่เคยหันเหออกจากพระคริสต์   เมื่อพวกเขากลับมาหาพระองค์อีกครั้งหนึ่ง   พวกเขา จงรักภักดีต่อพระคริสต์ผู้ทรงปลดปล่อยพวกเขาให้เป็นอิสระ” (เอลเลน จี.ไว้ท์, กิจการของอคัรทูต, หนา้ 385, 386, 388)

 
 คำถามเพื่อการอภิปราย:

 1.   ครุ่นคิดมากขึ้นเกี่ยวกับความทุกข์ยากลำบาก เราจะมีปฏิริยากับสถานการณ์ซึ่งดูเหมือนไม่มีสิ่งดีอันใดมาจากความทุกข์ยากลำบาก เหล่านี้เลยอย่างไร?
 2.  คำว่าพระคริสต์ทรง “ก่อรูป” หรือ ทรง “สถิตอยู่ในเรา” หมายความว่าอย่างไร  เราจะทราบได้อย่างไรว่าสิ่งดังกล่าว กำลังเกิดขึ้นกับเรา  เราจะรักษาความรู้สึกมีความหวังเสมอ ไม่ปล่อยให้รู้สึกหมดหวังเกิดขึ้นได้อย่างไร เมื่อเราไม่ได้รับคำตอบจากการอธิษฐานฉับไวเหมือนที่เราต้องการ  

 
ใจความสรุป:

         ท่านเปาโลได้กล่าวโต้แย้งเหตุผลอย่างทรงพลังหลายครั้งเพื่อความจริง แต่ตอนนี้ท่านเปาโลกล่าวขอร้องเป็นการส่วนตัวจาก ดวงใจ ท่านขอร้องชาวกาลาเทียให้รับฟังถ้อยคำแห่งสติปัญญาของท่าน  ท่านเตือนพวกเขาถึงความสัมพันธ์ในด้านบวกที่ครั้งหนึ่งพวกเขามีกับท่าน และท่านเปาโลเตือนพวกเขาถึงความรักอันลึกซึ้ง และความห่วงใยที่ท่านมีต่อพวกเขาในฐานะท่านเป็นบิดาฝ่ายจิตวิญญาณของพวกเขา

                                                                           
                             ***********************  
Chapter 10

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272