Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > Thai SSL 4Qr2017 Credit > Thai SSL 4Qr2017 Index >
.
คำนำ
.
คำนำ

มาร์ติน ลูเธอร์ และ พระธรรมโรม
                                               
         เดือนตุลาคมเมื่อห้าร้อยปีก่อน ท่านมาร์ติน ลูเธอร์ได้ติดประกาศ “ถ้อยแถลงแห่งความเชื่อ 95 ข้อ" ที่ประตูโบสถ์วิทเทนเบิร์กในประเทศเยอรมัน ในเวลานั้นท่านลูเธอร์มีอายุ 33 ปี เป็นบาทหลวงผู้ดแลโบสถ์ และศาสตราจารย์สอนวิชาศาสนศาสตร์   ในตอนแรกท่านลูเธอร์ต้องการสื่อให ้“ถ้อยแถลงแห่งความเชื่อ 95 ข้อ” ของท่านถูกใช้เพียงเพื่อพิสูจน์ว่าคริสตจักรคาธอลิกได้สอนหลักข้อเชื่อบางข้อผิดพลาดไปเท่านั้น โดยเฉพาะทางคริสตจักรได้รณรงค์หาเงินเพื่อสร้างพระวิหารด้วยการขาย “ใบล้างบาป” โดยประกาศว่าคนที่ได้ทำบาป เมื่อซื้อใบล้างบาปแล้วไม่ต้องถูกลงโทษ ผู้เชื่อในโบสถ์ซึ่งท่านลูเธอร์ดูแลอยู่ได้ถูกหลอกให้ซื้อใบล้างบาปดังกล่าวจากตัวแทนของคริสตจักร  ท่านลูเธอร์ต้องการให้มีการหยุดขายใบล้างบาปดังกล่าว ท่านจึงออกถ้อยแถลง 95 ข้อแห่งความเชื่อเพื่อให้เป็นที่ทราบโดยทั่วกัน  ท่านปฏิเสธสิ่งที่คริสตจักรได้กระทำแม้ท่านจะเป็นบาทหลวงของคริสตจักรและเป็นศาตราจารย์สอนในมหาวิทยาลัยวิทเทนเบิร์กแห่งคริสตจักรโรมันคาธอลิก  การปฏิเสธของท่านลูเธอร์ได้ “จุดประกาย” การปฏิรูปของโปรเตสแตนต์ให้เริ่มต้นขึ้น ซึ่งนับเป็นการปลุกให้ตื่นด้านศาสนาครั้งยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์ในต้นศตวรรษที่ 16  แม้เป้าหมายหลักของท่านมาร์ติน ลูเธอร์คือ การเปลี่ยนแปลงคริสตจักรคาธอลิกให้ดีขึ้นเท่านั้น แต่การปฏิรูปดังกล่าวได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คือเหล่าผู้เชื่อในหลักข้อเชื่อจากการปฏิรูปของท่านมาร์ตินได้แยกตัวเองออกจากคริสตจักรคาธอลิก และถูกเรียกชื่อว่า “คริสตจักรโปรเตสแตนต์” ซึ่งมีความหมายว่าคริสตจักรที่ต่อต้านคริสตจักรคาธอลิก  อย่างไรก็ดี จนเวลานี้มีคริสตจักรต่างๆ เกิดขึ้นหลายร้อยคริสตจักร (นิกาย) ซึ่งอยู่ภายใต้ร่มคันมหึมาของ “คริสตจักรโปรเตสแตนต์”  คริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสเอง ก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงนำท่านลูเธอร์ให้ดำเนินงานที่ยิ่งใหญ่นี้  และท่านลูเธอร์ได้นำผู้เชื่อหลายล้านคนให้ยึดเอาความจริงของพระคัมภีร์ที่ถูกปิดบังซ่อนเร้นไว้เป็นเวลานาน ใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต และตั้งแต่นั้นมาโลกของเราก็ไม่เป็นเหมือนเดิมอีก แน่นอน การเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1517 เมื่อท่านลูเธอร์ตอกตะปู “ถ้อยแถลงแห่งความเชื่อ 95 ข้อ” ที่ประตูโบสถ์  แต่พระคัมภีร์และความจริงของพระคัมภีร์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ความจริงในพระคัมภีร์เป็นหัวใจแห่งหลักคำสอนของท่านลูเธอร์  ความจริงของพระเจ้าให้อำนาจแก่ท่านลู เธอร์ในการเปลี่ยนแปลงโรม และความจริงได้ช่วยท่านลูเธอร์ให้เทศนาสั่งสอนข่าวสารที่ยิ่งใหญ่ว่าคนทั้งปวงได้รับความรอดโดยความ เชื่อเพียงประการเดียวเท่านั้น

        ใจกลางข่าวสารของท่านเปาโลคือพระธรรมโรม หนังสือหรือจดหมายฝากโรม เป็นหนังสือเล่มหนึ่งของพระคัมภีร์ใหม่ จะใช้เป็น หัวข้อศึกษาสำหรับสัปดาห์นี้  ตรงนี้คือสิ่งที่ท่านลูเธอร์ต้องการพูดเกี่ยวกับพระธรรมโรม “พระธรรมเล่มนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนที่สุดของข่าวดีที่คนทั้งหลายจะไดร้ับความรอดโดยความเชื่อในพระคริสต์พียงประการเดียว” คริสเตียนทุกคนควรรู้จักคำกล่าวนี้แต่ละคำและท่องไว้อย่างขึ้นใจ และคริสเตียนทุกคนควรให้ข่าวสารจากถ้อยคำนี้ดำรงอยู่ในใจของเขา หรือหล่อนทุกวัน เพราะนี้เป็น “อาหารประจำวัน” สำหรับดวงวิญญาณ” (มาร์ติน ลูเธอร์, คำอธิบายหนังสือโรม” โดย เจ. ธีโอดอร์ มุลเล่อร์, ผู้แปล, หน้า8)

        ในพระธรรมโรม  ท่านลูเธอร์ได้ค้นพบความจริงยิ่งใหญ่เรื่อง “ความชอบธรรมโดยความเชื่อ” ความชอบธรรมโดยความเชื่อสอนว่า เราได้ถกทำใหเ้ป็นคนชอบธรรมโดยความเชื่อในพระเยซูแต่เพียงองค์เดียว  คำสอนนี้ไม่เพียงเป็น “ความจริงยิ่งใหญ่” แห่งพระคัมภีร์ใหม่  แต่เป็นความจริงมหัศจรรย์ของพระคัมภีร์ทั้งเล่ม  คำสอนนี้เผยให้เห็นแผน การช่วยคนบาปให้รอดของพระเจ้า อัครทูตเปาโลบอกว่า “แต่ตามพระประสงค์และพระคุณของพระองค์เอง คือพระคุณที่ประทานแก่เราในพระเยซูคริสต์ก่อนเริ่มต้นของกาลเวลา” (2 ทิโมธี 1:9) ตรงนี้ท่านเปาโล สอนว่าเราทั้งหลายรอดได้โดยความชอบธรรมของพระคริสต์  ความชอบธรรมของพระคริสต์ คือฤทธิ์อำนาจของพระองค์ที่ทำให้เราบริสุทธิ์ พระเยซูทรงให้รามีชัยเหนือความบาป และทรงประทานอำนาจนี้ให้เรา เนื่องจากเรามีความเชื่อในพระองค์ ไม่ใช่จากการเชื่อฟังพระบัญญัติ ท่านเปาโลทำความจริงข้อนี้ให้กระจ่างในพระธรรมโรมซึ่งกล่าวว่า “เพราะเราเห็นว่า คนหนึ่งคนใดจะถูกชำระให้ชอบธรรมได้ก็โดยอาศัยความเชื่อนอกเหนือการประพฤติตามธรรมบญัญัติ” (โรม 3:28)

         ในปี ค.ศ. 1521 ท่านลูเธอร์ถูกเรียกให้ไปยังเมืองเวิร์ม (Worms) ประเทศเยอรมัน เพื่อปกป้องความจริงข้อนี้ ท่านยืนขึ้น แล้วกล่าวว่า “ข้าพเจ้าไม่ไม่สามารถละทิ้งสิ่งที่ข้าพเจ้าเชื่อ เพราะเป็นการไม่ปลอดภัยสำหรับคริสเตียนจะต่อต้านสิ่งที่เขาเชื่อว่าเป็นความจริง.... นี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้ายืนหยัด ข้าพเจ้าจะดำเนินต่อไปในสิ่งที่ข้าพเจ้าได้พูดแล้วว่า ข้าพเจ้าเชื่อ และข้าพเจ้าไม่สามารถทำสิ่งอื่นนอกเหนือจากนี้”  (จาก หนังสือ ของ เจ.เอช. เมอเร ดี ออบิกเน ดี. ดี. ประวัติศาสตร์การปฏิรูปศาสนาแห่งศตวรรษที่สิบหก แปลโดย เอช. ไวท์ เล่มสอง หน้า 249) ปัจจุบันโปรเตสแตนต์ที่ซื่อสัตย์จะต้องไม่มอบตัวเองให้กับคำสอนอื่นใดนอกเหนือจากความจริงในพระคัมภีร์และ พวกเขาจะต้องปฏิเสธคำสอนเทียมเท็จทั้งหมด

        เป็นความจริงที่ว่าคริสตศาสนิกชนได้เคลื่อนไหวไปหลายทางนับตั้งแต่สมัยของท่านลูเธอร์ ยกตัวอย่าง เช่น เหล่าคริสตชนรู้สึกเป็นอิสระจากความกลัวที่คริสตชนรุ่นหลายร้อยปีที่ผ่านมารู้สึกหวาดหวั่นต่อคำสอนเทียมเท็จทั้งหลาย ทั้งนี้เพราะคำสอนเทียมเท็จเหล่านี้พยายามเปลี่ยนความหมายของความจริง หรือแม้แต่พยายามให้เหล่าคริสตชนรับเอาคำสอนเทียมเท็จแทนที่ความจริง   แต่ในช่วงเวลานานปี การปฏิรูปได้หยุดเคลื่อนไหวไปข้างหน้า   ในสถานที่บางแห่งศาสนาที่ไร้แก่นสารได้เข้ามาแทนความจริง ในที่อื่นๆ บางกลุ่มก็หันกลับไปหา “คริสตจักรโรมันคาธอลิก” เหมือนเดิม  และ บัดนี้เรามีชีวิตอยู่ในยุคของ “ความเชื่อและการปฏิบัติเพื่อส่งเสริมความสามัคคีของคริสเตียนทั่วโลก” (ecumenism) ซึ่งเชื่อว่าทุกคริสตจักร (ภายใต้ร่มของโปรเตสแตนต์) และคาทอลิกทั่วโลกควรประสานกันเป็นมหาคริสตจักรหนึ่งเดียว   อนึ่งเรากำลังมีชีวิตอยู่ใน “ยคุทฤษฎีพหุนิยม” (pluralism) ซึ่งสอนว่าความจริงไม่มีเพียงประเภทเดียว  แต่ความจริงมีหลากหลาย และบ่อยครั้งความจริงตามแนวคิดนี้ขัดแย้งกัน ดังนั้นจึงทำให้ความจริงที่เคยดำรงอยู่ตรงนี้ได้เลือนลางจางหายไป และส่วนใหญ่ของคำสอนที่ชัดเจนได้ถูกครอบคลุมด้วยถ้อยคำ  หรือคำสอนที่มี “นัย” (sly) คำนี้ได้ “ซ่อน” ความแตกต่างระหว่าง “โปรเตสแตนต์” และ “คาธอลิก” ไว้ ซึ่งความแตกต่างเหล่านี้ปรากฏชัดในช่วงที่ท่านลูเธอร์ทำการปฏิรูป และเป็นสิ่งที่จริงในสมัยของเราเช่นกัน เราสามารถอ่านสิ่งทั้งปวงนี้ได้ในพระธรรมดาเนียล (7:23-25); ดาเนียล (8:9-12); และวิวรณ์ (13 และ 14) และในพระธรรมโรมด้วย  ข่าวสารพิเศษจากพระเจ้าเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่า เหตุใดเหล่าผู้จงรักภักดีต่อพระคัมภีร์จะต้องยืนหยัดมั่นคงในความจริงที่ท่านลูเธอร์ และนักปฏิรูปท่านอื่นๆได้ทำการต่อต้านถึงขั้นยอมสละชีวิตของพวกเขาได้เพื่อจะรักษาความเชื่อไว้  

        เราทั้งหลายผู้เป็นเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส เราจะต้องเอาความเชื่อของเราเป็นตัวตั้ง โดยให้ความจริงในพระคัมภีร์เป็นกฏสำคัญเพียงหน่ึ่งเดียว (sola scriptura) กฏนี้หมายความว่า “พระคัมภีร์เท่านั้นเป็นหลักการสุดท้ายที่จะบอกว่าอะไรคือความจริง” โดยแท้จริงพระคัมภีร์ชี้นำเราให้ออกห่างจากคำสอนทั้งหลายของโรมันคาธอลิก (วิวรณ์ 18:4) และให้มุ่งอยู่กับพระมหาบัญชาให้ประกาศ “ข่าวประเสริฐนิรันดร์” (วิวรณ์ 14:6) ความจริงเดียวกันนี้นำทางและให้ความหวังอันแท้จริงแก่ท่านลูเธอร์ อย่างเปี่ยมล้นเมื่อ 500 ที่แล้ว                                                                                        
  *********************** 

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272