Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > Thai SSL 4Qr2017 Credit > Thai SSL 4Qr2017 Index > คำนำ > บทที่ 1 วันที่ 30 กันยายน - 6 ตุลาคม 2017 > บทที่ 2 วันที่ 7 - 13 ตุลาคม 2017 > บทที่ 3 วันที่ 14 - 20 ตุลาคม 2017 >
.
บทที่ 4 วันที่ 21 - 27 ตุลาคม 2017
.
 
       
บทที่ 4         การทำให้ชอบธรรมต่อพระเจ้าโดยความเชื่อ
                            BEING MADE RIGHT WITH GOD BY FAITH                               


 บ่ายวันสะบาโต


 อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้้:    โรม 3:19-28

 ข้อควรจำ      “เพราะเราเห็นว่า คนหนึ่งคนใดจะถูกชำระให้ชอบธรรมได้ก็โดยอาศัยความเชื่อนอกเหนือการประพฤติตามธรรมบัญญัติ” (โรม 3:28)  


         ตอนนี้เรามายังหัวข้อพื้นฐานของพระธรรมโรม: คือ “ความชอบธรรมโดยความเชื่อ” ความชอบธรรมโดยความเชื่อหมาย ถึง “การทำให้ถูกต้องเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า” ผ่านทางความเชื่อ   เป็นคำสอนยิ่งใหญ่ของท่านมาร์ติน ลูเธอร์   ข้อนี้้นำไปสู่การเริ่มต้น    คริสตจักรโปรเตสแตนต์  คริสตจักรคาธอลิก ซึ่งเป็นคริสตจักรดั้งเดิมเพียงหนึ่งเดียว พยายามหยุดท่านลูเธอร์ ในปี ค.ศ. 1520 องค์สันตะปาปาลีโอ (Pope Leo) ได้ส่งสารถึงลูเธอร์แสดงความไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมและคำสอนของลูเธอร์  ท่านลูเธอร์เผาสารฉบับนั้น เพราะท่านไม่อาจเลิกล้มความเชื่อเรื่อง “ความชอบธรรมโดยความเชื่อ” ของท่านได้

         “ความชอบธรรมโดยความเชื่อ”  ทำงานอย่างไร  ลองจินตนาการดูว่า  ผู้ละเมิดกฎหมายมายืนต่อหน้าผู้พิพากษาแล้ว และผู้พิพากษาได้ตัดสินให้เขารับโทษประหารชีวิต แต่ผู้รับโทษแทนปรากฏตัวขึ้นและขอรับเอาการลงโทษในที่ของเขา  ตอนนี้้อาชญากรเป็นอิสระจากความผิดของเขาเพราะเขารับเอาข้อเสนอของผู้รับโทษแทน   ผู้พิพากษาถือว่าอาชญากรมีสภาพเหมือนไม่เคยละเมิดกฏหมายเลยเพราะ “การรับโทษทัณฑ์แทน” ซ่ึ่งได้ถูกับนทึกลงไปในหลักฐานการพิพากษาคดีว่าเชื่อฟังกฎหมาย และสิ่งที่ชายผู้เสนอตัวเป็นผู้รับโทษแทน ทำให้ผู้ละเมิดกฎหมายนั้นเป็นอิสระจากอาชญากรรมที่เขาได้ทำไป

          ในแผนการช่วยเราให้รอดของพระเจ้าที่เราแต่ละคนเป็นอาชญากร พระเยซูทรงเป็น “ผู้รับโทษทัณฑ์แทนเรา” พระองค์มีประวัติสมบูรณ์ พระองค์ทรงยืนแทนที่เราบนศาลแห่งสวรรค์   ชีวิตที่สมบูรณ์แบบของพระองค์ได้รับการยอมรับแทนที่เรา และดังนั้นเราถูกรับให้เป็นผู้ชอบธรรมต่อพระพักตร์ของพระเจ้า ไม่ใช่จากการกระทำของเราเอง แต่เพราะชีวิตบริสุทธิ์ของพระองค์ได้กลายเป็นของเรา เมื่อเรายอมรับเอาความบริสุทธิ์ชอบธรรมของพระองค์โดยความเชื่อ
 

วันอาทิตย์     งานของธรรมบัญญัติ  (โรม 3:19-20)
                         THE WORKS OF THE LAW  
 
        อ่าน  พระธรรม โรม 3:19-20    ท่านเปาโลพูดอะไรตรงนี้เกี่ยวกับธรรมบัญญัติ   ธรรมบัญญัติทำหน้าที่อะไร และอะไรที่ธรรมบัญญัติทำไม่ได้  เหตุใดความจริงเกี่ยวธรรมบัญญัติจึงสำคัญมากสำหรับคริสเตียนทั้งมวลจะต้องเข้าใจ 
 
        ท่านเปาโลใช้คำว่า “ธรรมบัญญัติ” (law) เมื่อหมายถึงพระบัญญัติว่าด้วยศีลธรรม  ธรรมบัญญัติที่ว่าคือ “พระบัญญัติสิบประการของพระเจ้า” ธรรมบัญญัติว่าด้วยศีลธรรมอธิบายเรื่องการพิพากษา และกฎหมาย (statutes)  คำว่า “กฎหมาย” หรือ “บทบัญญัติ” เป็นกฏเกณฑ์  และธรรมบัญญัติที่ถูกเขียนไว้สำหรับการพิพากษา และบทบัญญัติบรรจุตัวอย่าง แสดงให้เห็นว่า พระบัญญัติว่าด้วยศีลธรรมสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร  อีกส่วนหนึ่งของธรรมบัญญัติในพระคัมภีร์เดิม เป็นบัญญัติว่าด้วยพิธีถวายบูชา   อธิบายถึงการใชส้ัตว์ประเภทต่างๆ เพื่อวัตถุประสงค์ด้านศาสนาในแผนการนมัสการของชาวยิว  ดังนั้น สำหรับชาวยิวความแตกต่างทั้งหมดของธรรมบัญญัติเหล่านี้้ประมวลกันเป็น “โทราห์” (Torah)  โทราห์หมายถึงหนังสือห้าเล่มแรกของพระคัมภีร์เดิม ซ่ึ่งพระเจ้าทรงดลใจให้ท่านโมเสสเขียนขึ้น   ด้วยเหตุผลนี้้เราอาจคิดว่า บัญญัติทั้งหมดเหล่านี้้ประดุจเป็นแผนการของศาสนายิว (Jewish religion)

         ตอนนี้้คำว่า “อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ” (โรม 3:19) หมายถึง การอยู่ภายใต้การควบคุมโดยชอบด้วยอำนาจของธรรมบัญญัติ ธรรมบัญญัติแสดงให้บุคคลนั้นเห็นข้อบกพร่องและสำนึกผิดต่อพระพักตร์พระเจ้า แต่ธรรมบัญญัติไม่อาจชำระความรู้สึกผิดนั้นได้ สิ่งที่ธรรมบัญญัติสามารถทำได้คือนำคนบาปให้ไปค้นหาการเยียวยาสำหรับความผิดนั้น  

        ปัจจุบันนี้้  ขณะที่เราจะเอาแนวคิดจากพระธรรมโรมมาใช้ในชีวิตของเรา  เราไม่ได้อยู่ภายใต้ธรรมบัญญัติทั้งหมดที่ว่าด้วยกฏเกณฑ์ของพิธีถวายบูชา ดังนั้น สำหรับเรา ธรรมบัญญัติหมายถึง “พระบัญญัติแห่งศีลธรรม” พระบัญญัตินี้้ก็เช่นกัน ไม่สามารถช่วยเรามากกว่าแผนการใดๆ ของศาสนายิว ซ่ึงไม่สามารถช่วยชาวยิวได้ แต่การช่วยคนบาปให้รอดไม่ใช่จุดมุ่งหมายของธรรมบัญญัติแห่งศีลธรรม แต่ธรรมบัญญัติแห่งศีลธรรมนี้้มีจุดมุ่งหมายให้คนบาปมองเห็นความสมบูรณ์ ความบริสุทธิ์ และคุณความดีของพระเจ้า และธรรมพระบัญญัติแห่งศีลธรรม มีจุดหมายที่จะแสดงใหผู้้คนมองเห็นจุดที่พวกเขาล้มลง เมื่อเทียบกับพระอุปนิสัยอันสมบูรณ์แบบของพระเจ้ากับชีวิตของพวกเขาเอง

        ไม่มีธรรมบัญญัติหมวดไหนจะทำให้บุคคลเป็นผู้ชอบธรรมเฉพาะพระเจ้า เพราะที่จริงธรรมบัญญัติไม่เคยมีเป้าหมายจะทำเช่นนั้น ธรรมบัญญัติต่างๆ ถูกตราขึ้นเพื่อทำหน้าที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง นั่นคือธรรมบัญญัติมีจุดประสงค์จะชี้ให้เรามองเห็นข้อผิดพลาด และนำเราไปหาพระคริสต์
 
        ธรรมบัญญัติไม่สามารถช่วยเราให้พ้นจากการเจ็บป่วยแห่งความบาป แต่ธรรมบัญญัติมีเป้าประสงค์ให้เราทั้งหลายมองเห็นการรักษาที่ได้ผล และผู้ที่จะให้การรักษาคือพระเยซู  
 
        คุณมีประวัติบันทึกอย่างสมบูรณ์แบบไหม ในการเชื่อฟังธรรมบัญญัติ  คำตอบที่คุณให้ จะบอกคุณให้ทราบว่าช่างเป็นการไร้ประโยชน์เพียงไรที่คุณพยายามจะช่วยตนเองให้รอดด้วยการเชื่อฟังธรรมบัญญัติ  
 

วันจันทร์      อำนาจการช่วยให้รอดของพระเจ้า  (โรม 3:21)
                       THE SAVING POWER OF GOD 
 
        “แต่เดี๋ยวนี้ความชอบธรรมของพระเจ้าน้ั้นปรากฏนอกเหนือธรรมบัญญัติ  ความชอบธรรมดังกล่าวก็ได้รับการยืนยันจากหมวดธรรม บัญญัติ และพวกผู้เผยพระวจนะ” (โรม 3:21) พระคัมภีร์ข้อนี้หมายถึงอะไร

         ท่านเปาโลกำลังพูดเกี่ยวกับ “อำนาจการช่วยให้รอดของพระเจ้า” หรือ ความชอบธรรมคือ อำนาจของพระเจ้าเพื่อทำให้เราเชื่อฟังธรรมบัญญัติของพระองค์ ท่านเปาโลกล่าวว่า ความชอบธรรมนี้้แตกต่างจากอำนาจของธรรมบัญญัติ  จากนั้นท่านบอกเรามากขึ้นเกี่ยวกับอำนาจแห่งการช่วยให้รอดใหม่นี้้  ประการแรก อำนาจนี้้ถูกเรียกว่า “ความชอบธรรมของพระเจ้า”  ซึ่งชื่อบ่งบอกว่าความชอบธรรมนี้้มาจากพระเจ้าเท่านั้น  ประการที่สอง เป็นความชอบธรรมที่พระเจ้าทรงจัดให ้และประการที่สาม เป็นความชอบธรรมเดียวเท่านั้นที่พระเจ้าทรงยอมรับว่าเป็นอำนาจแท้แห่งการช่วยให้รอด

          ความชอบธรรมนี้้ คืออำนาจแห่งการช่วยให้รอดของพระเยซู ซึ่งทรงแสดงให้เห็นขณะพระองค์ดำเนินพันธกิจบนโลก พระเยซูทรงเสนออำนาจแห่งการช่วยให้รอดเดียวกันนี้้ให้กับคนทั้งปวงผู้รับเอาโดยความเชื่อ  ทั้งนี้้ไม่ใช่เพราะว่าเราคู่ควรจะได้รับ  เปล่าเลย เราได้รับอำนาจแห่งการช่วยใหร้อดนี้้ เพราะว่าไม่มีทางอื่นอีกเลยที่เราจะรอดได้  พระเจ้าทรงใช้อำนาจแห่งการช่วยให้รอดเพื่อทำให้เราเป็นคนชอบธรรมเฉพาะพระองค์ 
 
        “ความชอบธรรมหมายถึงการเชื่อฟังธรรมบัญญัติ  ธรรมบัญญัติเรียกให้ทุกคนเชื่อฟัง และคนบาปเป็นหนี้้การเชื่อฟังต่อธรรมบัญญัติ แต่เขาไม่อาจเชื่อฟังธรรมบัญญัติด้วยตัวเอง วิธิีเดียวที่สามารถทำได้ตามที่ธรรมบัญญัติกำหนดคือผ่านความเชื่อ โดยความเชื่อเขาสามารถนำความดีของพระคริสต์ไปแสดงต่อพระบิดาเจ้า และพระเจ้าทรงรับชีวิตอันสมบูรณ์ของพระคริสต์แทนที่ชีวิตของคนบาป  ผลลัพธ์คือ บัดนี้พระเจ้าสามารถรับดวงวิญญาณนั้นๆ ประดุจบุตรของพระองค์ พระเจ้าสามารถให้อภัย และสร้างให้เขาชอบธรรมเฉพาะพระองค์   พระเจ้าทรงปฏิบัติต่อคนบาปอย่างกับว่าเขาชอบธรรม และพระเจ้าทรงรักเขาเสมือนทรงรับพระบุตรของพระองค์” (เอลเลน จี. ไว้ท์. Selected Messages, เล่ม 1, หน้า 367) คุณสามารถเรียนรู้ที่จะรับเอาความจริงอันอัศจรรย์นี้สำหรับตัวคุณเองอย่างไร  (อ่าน พระธรรม โรม 3:22 ด้วย)
  
         ความเชื่อในพระเยซูคริสต์มีความหมายลึกซึ้งมากกว่าความเห็นด้วยกับหลักคำสอนในชีวิตคริสเตียน และมากกว่าการรับเอาข้อเท็จจริงในชีวิตของพระเยซู  การสิ้นพระชนม์ การฟื้นพระชนม์ว่าเป็นความจริง ความเชื่อแท้ในพระเยซูคริสต์หมายถึง การรับพระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด เป็นผู้รับโทษทัณฑ์แทน เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และนั่นหมายถึง การไว้วางใจในวิถิีชีวิตของพระองค์และถือรักษาพระบัญญัติสิบประการของพระองค์ นั่นเอง 

 
 วันอังคาร       การยอมรับโดยพระเจ้า  (โรม 3:24)
                            ACCEPTED BY GOD

           ท่านเปาโลกล่าวถึงอะไรใน โรม 3:24 คำกล่าวที่ว่า “พระเยซูคริสต์ทรงจ่ายค่าไถ่เพื่อปลดปล่อยเราเป็นอิสระ” หมายความถึงอะไร

           ข้อพระคัมภีร์ที่ว่าเราถูกทำให้ชอบธรรมกับพระเจ้าผ่านพระคุณของพระองค์  พระคุณคือของประทานแห่งพระเมตากรุณาของพระเจ้า ซึ่งนำไปสู่การให้อภัยบาป และอำนาจเหนือความบาป ดังนั้นแนวคิดที่ว่า “พระคุณของพระเจ้าทำให้เราชอบธรรมกับพระองค์” หมายถึงอะไร  อนึ่ง คำว่า “ทำให้เราชอบธรรม” ใน โรม 3:23-24 มาจากภาษากรีก คือ “Dikaioo” คำว่า “ไดไคโอ” หมายถึง “ทำให้คนหน่ึ่งถูกต้อง” กับ พระเจ้าใน ภาษากรีกคำว่า  “ไดไคโอ” นี้้ยังหมายถึง “ทำให้บริสุทธิ์” หรือ “ทำบุคคลหนึ่งให้บริสุทธิ์เป็นที่รู้จัก” หรือ “ที่จะคิดว่าคนหนึ่งบริสุทธิ์” คำว่า “ไดไคโอ” มาจากรากศัพท์ภาษากรีกสองคำ คือ: (1) “ไดไคโอซุเน” ซ่ึ่งหมายถึง “การทำให้บริสุทธิ์” และ (2) “ไดไคโอมา” หมายถึง “สิ่งบริสุทธิ์ที่ต้องการ” ดังนั้นคำเหล่านี้้แสดงให้เราเห็นความเชื่อมโยงใกล้ชิดระหว่าง “การทำให้ชอบธรรมกับพระเจ้า” และ “การทำให้บริสุทธิ์” หรือจะกล่าวอีกอย่างได้ว่า “การทำให้ถูกต้องกับพระเจ้า” คือ “การทำให้เป็นผู้ชอบธรรม” (Justification) และ อีกวิธีหนึ่งอาจกล่าวได้ ว่า “การถูกทำให้บริสุทธิ์” พระคัมภีร์ฉบับแปลบางฉบับไม่แสดงให้เห็นความเชื่อมโยงชัดเจนระหว่างการทำให้ถูกต้องกับพระเจ้า และการทำให้บริสุทธิ์  แต่ท่านเปาโลต้องการให้เราเข้าใจว่า “เราได้รับการทำให้ ชอบธรรมกับพระเจ้าเมื่อพระเจ้าทรงตรัสว่าเราบริสุทธิ์”

           ก่อนจะได้รับการทำให้ถูกต้องกับพระเจ้า เราเต็มไปด้วยความบาป ผลลัพธ์คือ เราไม่เป็นที่ยอมรับของพระเจ้า แต่ภายหลังที่เราถูกทำให้ถูกต้องแล้ว พระเจ้าทรงถือว่าเราบริสุทธิ์ และพระองค์ทรงรับเรา

           การได้รับการทำให้ถูกต้องกับพระเจ้าและกลายเป็นผู้บริสุทธิ์เกิดขึ้นผ่านพระคุณเท่านั้น พระคุณหมายถึงของประทาน นั่นคือของประทานแห่งพระเมตตากรุณาของพระเจ้า ซึ่งมาพร้อมกับการให้อภัยและอำนาจเหนือความบาป   บัดนี้้ลองจินตนาการถึงคนบาปคนหนึ่งรับเอาของประทานจากพระเจ้า และกลายเป็นผู้ได้รับการช่วยให้รอด และพระคุณอนุญาตบุคคลนั้นให้คิดว่าตนบริสุทธิ์   แต่เราไม่สามารถทำอะไรเพื่อช่วยเราเองให้ถูกต้องกับพระเจ้าได ้ เรารับเอาพระคุณเพราะความต้องการที่ยิ่งใหญ่ของเรา เราสิ้นหวังที่จะช่วยตัวเราให้รอดได้  ดังนั้นเราถูกสร้างให้ถูกต้องกับพระเจ้าผ่านพระเยซู เพราะพระองค์ได้ทรงจ่ายค่าไถ่ของเรา และปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระ 

          การถูกทำให้ถูกต้องกับพระเจ้าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ดังนั้น ในขณะเดียวกันก่อนหน้านี้้ คนบาปไม่ได้เป็นผู้บริสุทธิ์ หรือได้รับการต้อนรับไว้โดยพระเจ้า แต่ในชั่วขณะต่อมา เขาหรือหล่อนถูกทำให้ถูกต้องและบริสุทธิ์สำหรับพระเจ้า

        ตอนนี้้ลองจินตนาการดูอึดใจหนึ่ง  เมื่อใครคนหนึ่งล้มลง และไถลห่างพระเจ้าไป แต่ไม่นานต่อมาเขาหันกลับมาหาพระองค์ เมื่อนั้นขั้นตอนการทำให้ถูกต้องกับพระเจ้าเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งหนึ่ง  อนึ่ง การทำให้ถูกต้องเป็นบางสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวันในชีวิตของคริสเตียน  มันเป็นประสบการณ์ที่ทวนซ้ำในตัวเอง 


 วันพุธ      ชีวิตบริสุทธิ์ของพระคริสต์  (โรม 3:26, 27) 
                    THE HOLY LIFE OF CHRIST 

         ในพระธรรม โรม 3:25   ท่านเปาโลอธิบายเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับ “ข่าวดี” ที่พระเยซูทรงช่วยให้รอด ท่านกล่าวว่า “พระเจ้าได้ทรงตั้งพระเยซูไว้ให้เป็นเครื่องบูชาไถ่บาปโดยพระโลหิตของพระองค์” คำว่า “ถวายบูชา” (Sacrifice) มาจากพระภาษากรีกคือ “ฮิลาสเตอเรียน” คำที่ว่านี้้หาพบได้ในพระธรรม โรม 3:25 และ ฮีบรู 9:5 สองแห่งเท่านั้น

         ในพระธรรม โรม 3:25   คำนี้้ในภาษากรีกถูกใช้ในความหมายว่า “พระเจ้าทรงเสนอจะทรงทำให้เราชอบธรรมกับพระองค์ และที่จะช่วยเราให้รอดผ่านทางพระคริสต์”  แต่ในพระธรรม ฮีบรู 9:5   คำภาษากรีก “ฮิลาสเตอเรียน” คำเดียวกันนี้้ถูกแปลว่าเป็นดุจ “พระที่นั่งแห่งพระกรุณา” หรือ “เหนือสถานที่ที่ความบาปถูกจ่ายค่าไถ่” พระที่นั่งแห่งพระกรุณาถูกพบในพลับพลาของพระคัมภีร์เดิม พลับพลาเป็นสถานที่ที่ชนอิสราเอลประกอบพิธีเผาสัตว์ถวายบูชา และเป็นที่นมัสการพระเจ้า และพระที่นั่งแห่งพระกรุณาเป็นสัญลักษณ์ที่ชี้ไปยังการสิ้นพระชนม์ของพระคริสต ์และพระสัญญาของพระเจ้าที่จะช่วยเรา  ดังนั้นคำว่า “ฮิลาสเตอเรียน” หรือ “การถวายบูชา” ใน โรม 3:25  ดูเหมือนจะกล่าวว่า “พระสัญญาทั้งหมดโดยพระที่นั่งแห่งพระกรุณาได้กลายเป็นจริงในการสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์เพื่อเราบนไม้กางเขน เพราะจากการสิ้นพระชนมข์องพระองค์ พระเยซูทรงกลายเป็น “วิถิีของการช่วยเราให้รอด” ดังนั้นพระคัมภีร์ข้อนี้้หมายถึงว่า พระเจ้าทรงได้ทำสิ่งทั้งปวงที่จำเป็นเพื่อช่วยเราให้รอด

         พระธรรม โรม 3:15 ให้ความหมายเช่นกันว่า “พระเจ้าไม่ทรงลงโทษประชาชนซึ่งมีชีวิตอยู่ก่อนสมัยพระเยซูทรงมาเกิดบนโลก สำหรับความบาปของพวกเขา” ความบาปของเราเป็นสิ่งป้องกันเราไว้จากการยอมรับของพระเจ้า  เราไม่สามารถทำอะไรได้เพื่อขจัดความบาปของเราออกไป  แต่พระเจ้าทรงเตรียมหนทางที่จะนำความบาปของเราออกไป  เส้นทางนั้นคือความเชื่อในพระโลหิตอันประเสริฐของพระเยซู

         พระคัมภีร์บางฉบับแปลคำว่า “ไม่ทรงลงโทษ” ว่า “ทรงให้อภัยโทษ” การแปลของคำทั้งสองมาจากคำภาษากรีกคำเดียวกันคือ “พาเรซีส” (paresis)    คำนี้้ในภาษากรีกหมายถึง “การข้ามไป” หรือ “การผ่าน ไป” ตรงนี้้คำว่า “การข้ามไป” ไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าไม่ทรงสนพระทัยต่อความบาปของเรา แต่เป็นว่าพระเจ้าสามารถข้ามความบาปในอดีต   ด้วยเหตุใดหรือ เพราะว่าการสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์ได้จ่ายหนี้้บาปให้คนทั้งมวลแล้ว   ดังนั้นเหล่าผู้มีความเชื่อในอำนาจแห่งพระโลหิตของพระเยซู พระเยซูจะทรงขจัดความบาปของพวกเขาออกไปหมดแล้ว  
 
        มีความจริงสำคัญอะไรที่ท่านเปาโลแสดงให้เห็นในพระธรรม โรม 3:26, 27 
 
        เพราะไม้กางเขน  พระเจ้าจึงทรงสามารถเรียกคนบาปว่า “บริสุทธิ์” และให้พระเจ้าปรากฏอย่างชอบธรรมและยตุิธรรมต่อหน้าเหล่าคนที่ไม่เคยทำบาปที่พระองค์ได้ทรงสร้างไว้ในโลกอื่นๆ   ดังนั้นซาตานไม่อาจกล่าวหาพระเจ้าได้อีกว่าไม่ยุติธรรม และไม้กางเขนเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างชัดเจนว่าข้อกล่าวหาของซาตานต่อพระเจ้านั้นผิดอย่างเต็มประตู 
 
        ไม่สงสัยเลย  ซาตานเคยคิดว่าพระเจ้าจะทรงทำลายโลกหลังจากมนุษย์ได้ทำบาป   แต่แทนที่จะทำเช่นนั้นพระเจ้าทรงส่งพระบุตรคือพระเยซูมาบังเกิดและสิ้นพระชนม์เพื่อช่วยมนุษย์ให้รอด   สิ่งนี้้ได้บอกอะไรแก่เราเกี่ยวกับพระเจ้าว่า  พระองค์ทรงมีพระลักษณะเช่นไร 


 วันพฤหัสบดี       ไม่ได้รอดโดยการเชื่อฟังธรรมบัญญัติ (โรม 3:28)
                                  NOT SAVED BY OBEYING THE LAW                                        
 
        อ่านพระธรรม โรม 3:28 กล่าวชัดเจนว่า “เพราะเราเห็นว่า คนหนึ่งคนใดจะถูกชำระให้ชอบธรรมได้ก็โดยอาศัยความเชื่อ” และเราไม่ได้ “รับความรอดโดยการเชื่อฟังธรรมบัญญัติ” แต่พระคัมภีร์ข้อนี้ยังหมายความว่าเราไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังธรรมบัญญัติใช่ไหม ให้เหตุผลสำหรับคำตอบของคณ         
 
        เพียงให้เข้าใจกระจ่าง คำว่า “ธรรมบัญญัติ” ท่านเปาโลได้พูดถึงในพระธรรม โรม 3:28 หมายถึงธรรมบัญญัติทุกหมวดในพระคัมภีร์เดิม  ตอนนี้้จินตนาการของชาวยิวพยายามอย่างหนักที่จะเชื่อฟังธรรมบัญญัติเหล่านั้น  ในตอนสุดท้าย การเชื่อฟังของเขาหรือหล่อนไม่ทำให้เกิดความแตกต่าง  เพราะเหตุใด เพราะว่าเขาหรือหล่อนไม่อาจทำตนให้ “ชอบธรรม” ต่อพระพักตร์ของพระเจ้าได้ หากปราศจากพระเยซูผู้ทรงเป็นพระเมสสิยาห์  พระเมสสิยาห์คือ “พระองค์นั้นที่พระเจ้าทรงเลือกสรร” พระเจ้าทรงเลือกพระองค์เป็นผู้ขขจัดความบาปของเราออกไป
 
        โรม 3:28   ท่านเปาโลสรุปที่ท่านได้อ้างว่า เพราะกฎแห่งความเชื่อในพระเมสสิยาห์  เราจึงไม่มีอะไรที่จะคุยอวดได้  เพราะถ้าเราทั้งหลายทำสิ่งที่ถูกต้องต่อพระเจ้าได้ผ่านการกระทำดีของเรา  ดังนั้นเราก็สามารถอวดอ้างได้  แต่เราทั้งหลายถูกทำให้ชอบธรรมได้โดยผ่านความเชื่อในพระเยซูเท่านั้น  ด้วยเหตุนี้้การสรรเสริญทั้งมวลเป็นของพระเจ้า เพราะพระเจ้าพระองค์เดียวเท่านั้นที่ทำให้คนบาปทั้งปวงชอบธรรมต่อพระพักตร์ของพระองค์เองได้

         เอลเลน จี. ไว้ท์ ให้คำตอบที่น่าสนใจต่อคำถามนี้้   “การถูกทำให้ชอบธรรมต่อพระเจ้าโดยความเชื่อหมายความว่าอะไร”   นางเขียนว่า “เป็นงานของพระเจ้าผู้ทรงสร้างสง่าราศีของมนุษย์จากผงคลีดิน” พระองค์ทำสิ่งนี้้แทนมนุษย์ผู้ไม่มีอำนาจทำสิ่งนี้้ได้ด้วยตัวเขาเอง” (เอลเลน จี.ไว้ท์, Testimonies to Ministers and Gospel, หน้า 456)

         การเชื่อฟังธรรมบัญญัติไม่สามารถขจัดความบาปทั้งปวงในอดีตได ้การถูกทำให้ชอบธรรมเฉพาะพระเจ้าไม่ใช่สิ่งใดๆ ที่เราทำควรค่าแก่การได้มา เราได้รับมาโดยความเชื่อในการสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์บนไม้กางเขนเท่านั้น เราสามารถพูดได้ว่าการเชื่อฟังธรรมบัญญัติไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการถูกทำให้ชอบธรรมต่อพระพักตร์พระเจ้า การถูกทำให้ชอบธรรมเฉพาะพระเจ้าโดยความเชื่อหมายความว่า เราถูกทำให้บริสุทธิ์ หรือถูกทำให้ชอบธรรมโดยปราศจากการกระทำใดๆ เพื่อจะได้มา เพราะนั่นเป็นของประทาน และไม่มีอะไรในตัวเราที่คู่ควรแก่การได้มา เช่นกัน

         แต่มีคริสเตียนจำนวนไม่น้อยเข้าใจถ้อยคำของท่านเปาโลที่กล่าวในพระธรรม โรม 3:28 ผิดไป  พวกเขายังให้ความสำคัญบางประการ เรื่องการเชื่อฟัง “ธรรมบัญญัติสิบประการ” แม้พวกเขาจะกล่าวว่า สิ่งทั้งหมดที่คนหน่ึ่งต้องทำคือ ความเชื่อ โดยการทำเช่นนั้นพวกเขาอ่านข้อเขียนของท่านเปาโลผิดไปอย่างสิ้นเชิง ในพระธรรมโรม และที่อื่นๆ ในพระคัมภีร์  ท่านเปาโลให้ความสำคัญอย่างยิ่งใหญ่ในเรื่องการเชื่อฟังธรรมบัญญัติสิบประการ พระเยซูทรงทำด้วย และท่านยากอบก็เช่นกัน (มัทธิว 19:17; โรม 2:13; ยากอบ 2:10, 11; วิวรณ์ 14:12)   เป็นความจริง การเชื่อฟังธรรมบัญญัติไม่ได้ทำให้เรา “ชอบธรรม” กับพระเจ้า แต่จุดที่ท่านเปาโลเน้นตรงนี้้คือบุคคลผู้ถูกทำให้ชอบธรรมกับพระเจ้าแล้วย่อมเชื่อฟังธรรมบัญญัติของพระเจ้า  ข้อเท็จจริงคือ บุคคลเช่นนี้้เท่านั้นที่เป็นผู้สามารถเชื่อฟังธรรมบัญญัติของพระเจ้าได้  


 ศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม:
 
          “ธรรมบัญญัติไม่สามารถขจัดการลงโทษที่เกิดจากผลลัพธ์จากความบาปได้  กระนั้นธรรมบัญญัติชี้ไปยังความผิดของคนบาป แต่พระคริสต์ทรงสัญญาที่จะอภัยบาปทั้งหมดของผู้ที่หันหลังให้ความบาป   พวกเขาจะต้องรับพระกรุณาคุณของพระองค์   ความรักของพระเจ้าเสนอการอภัยบาปให้ดวงวิญญาณที่เชื่อที่รู้สึกเศร้าเสียใจกับความบาปของเขาหรือหล่อน  ตราบาปที่เกิดกับดวงวิญญาณสามารถถูกล้างออกไปด้วยพระโลหิตที่หลั่งออกบนไม้กางเขน  พระเยซูเท่าเทียมพระเจ้าองค์พระบิดา แต่พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเราโดยไม่ลังเลใดๆ   พันธกิจของพระคริสต์ รวมทั้งพระชนม์ชีพของพระองค์  ความเจ็บปวดรวดร้าวของพระองค์   การสิ้นพระชนม์ของพระองค์  การเป็นคนกลางระหว่างเราและพระบิดา  พันธกิจทั้งหมดนี้้นำการสรรเสริญและเกียรติยศมาให้แก่ธรรมบัญญัติ” (เอลเลน จี.ไว้ท์, Selected Messages, เล่ม 1, หน้า 371)

          “ชีวติที่บริสุทธิ์ของพระคริสต์ตั้งโดดเด่นแทนที่ความบาปในอดีต ของท่าน และท่านเป็นที่ยอมรับต่อพระพักตร์ของพระเจ้าเสมือนท่านไม่เคย ทำบาปมาก่อน” (เอลเลน จี.ไว้ท์, สันติวิถิี, หน้า 62)

          “ท่านเปาโลกล่าวว่า “เราไม่ได้รับความรอดโดยการเชื่อฟังธรรมบัญญัติ” (โรม 3:18)  และในข้อพระคัมภีร์เดียวกัน  ท่านเปาโลกล่าวว่า เหล่าผู้เชื่อถูก “ทำให้ชอบธรรมกับพระเจ้าเพราะความเชื่อของพวกเขา” สังเกตุ  ท่านเปาโลไม่ได้พูดว่า “ผลงานแห่งความเชื่อของพวกเขา หรือ พระคุณ” เพราะสำหรับผู้ที่ประกอบการดี  ไม่เชื่อว่าการทำดีของพวกเขา ทำให้เขาชอบธรรมกับพระเจ้า แต่ขณะที่พวกเขาประกอบการดี  พวกเขาต้องการทำให้ชอบธรรมกับพระเจ้าโดยความเชื่อ  ตอนนี้้สิ่งที่เปาโล หมายถึงคือ “โดยการเชื่อฟังธรรมบัญญัติ” คือสิ่งเหล่านั้นที่เฉพาะบางคนกระทำไปเพื่อทำให้พวกเขาชอบธรรมกับพระเจ้า  คนเหล่านี้้รู้สึกพวกเขาบริสุทธิ์จากสิ่งที่พวกเขาทำ  พวกเขาไม่ต้องการทำให้ชอบธรรมกับพระเจ้า แต่พวกเขาต้องการอวดว่า พวกเขาถูกทำให้บริสุทธิ์ผ่านการกระทำของพวกเขาเอง”  (มาร์ติน ลูเธอร์, Commentary on Romans, หน้า 80) 
 

 คำถามเพื่อการอภิปราย:

  1.  อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับสัปดาห์นี้้อีกครั้งหนึ่ง ใช้ถ้อยคำของคุณเองเขียนหนึ่งย่อหน้า  อธิบายว่าข้อพระคัมภีร์เหล่านี้้มีความหมายต่อคุณอย่างไร และแบ่งปันสิ่งที่คุณเขียนกับชั้นเรียนวันสะบาโต

  2.  อ่านข้ออ้างอิงของท่านมาร์ติน ลูเธอร์ อีกครั้งหนึ่ง เหตุใดความจริงเกี่ยวกับ “การทำให้ชอบธรรมต่อพระเจ้า” นำท่านให้ทำในสิ่งที่ท่านได้ทำ   เหตุใดสิ่งที่ท่านพูดสำคัญมากสำหรับเราที่จะเข้าใจในปัจจุบัน
 
  3.  วันนี้ ในทางใดบ้างเรา “เป็นเจ้าของ” ความจริงยิ่งใหญ่สอนโดยท่านเปาโล และท่านมาร์ติน ลูเธอร์ ความจริงเหล่านี้้รวมไปถึงความเชื่อที่เราถูกทำให้ชอบธรรมเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า และได้รับความรอดโดยความรัก และพระคุณของพระเจ้าผ่านทางความเชื่อเท่านั้น 
                              **********************  
 

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272