Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > Thai SSL 4Qr2017 Credit > Thai SSL 4Qr2017 Index > คำนำ > บทที่ 1 วันที่ 30 กันยายน - 6 ตุลาคม 2017 > บทที่ 2 วันที่ 7 - 13 ตุลาคม 2017 > บทที่ 3 วันที่ 14 - 20 ตุลาคม 2017 > บทที่ 4 วันที่ 21 > >
.
บทที่ 6 วันที่ 4 - 10 พฤศจิกายน 2017
.
 บทที่ 6         อาดัมและพระเยซู   
                         ADAM AND JESUS

            

 บ่ายวันสะบาโต


อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้:  
โรม บทที่ 5

ข้อควรจำ   “เพราะฉะนั้น เมื่อเราถูกชำระให้ชอบธรรมโดยความเชื่อแล้ว เราจึงอยู่อย่างสงบสุขเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า ทางพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา โดยทางพระองค์เราจึงเข้ามายืนอยู่ในร่มพระคุณนี้ และเราชื่นชมยินดีในความหวังว่าจะได้มีส่วนในพระสิริของพระเจ้า” (โรม 5:1, 2)
 

          ท่านเปาโลได้แสดงให้เห็นแล้วว่า  การทำให้เป็นผู้ชอบธรรมโดยความเชื่อ (justification) หรือการยอมรับโดยพระเจ้านั้นจะเป็น ได้โดยผ่านทางความเชื่อในพระเยซูคริสต์ผู้เดียว เพราะความชอบธรรมของพระเยซูเท่านั้นที่มีค่าพอที่จะทำให้เราเป็นที่ยอมรับโดยพระเจ้า  เราได้เห็นท่านเปาโลแสดงให้เห็นความจริงยิ่งใหญ่นี้อย่างชัดเจน

         ประการแรก  ท่านแสดงให้เห็นว่าการได้รับความรอดเป็นมาโดยความเชื่อไม่ใช่จากการงาน        แม้แต่บุรุษผู้บริสุทธิ์อย่างท่านอับราฮัมที่จะได้เป็นผู้ชอบธรรมยอมรับโดยพระเจ้าก็ยังต้องพึ่งพาความเชื่อ จากนั้นท่านเปาโลถอยออกมาเพื่อจะช่วยเราให้มองเห็นภาพใหญ่ในแผนการของพระเจ้าที่ทรงช่วยเราให้รอด และถามว่า อะไรเป็นสาเหตุทำให้เกิดความบาปอันนำมาซ่ึ่งความทุกข์ยาก ความเจ็บปวด และความตาย  คำตอบนี้เราจะพบได้ในพระคริสต์และสิ่งที่พระองค์ได้ทรงทำเพื่อเรา

         อาดัมล้มลงหลงไปในความบาปและความบาปของชายคนเดียวนี้แหละเป็นเหตุให้ครอบครัวมนุษย์ทั้งมวลต้องได้รับการตัดสินให้ตายและแยกห่างจากพระเจ้า แต่พระเยซูทรงได้ชัยชนะเหนือความบาปและความตายแล้วโดยชายคนเดียวนี้เช่นกัน ที่ชาวโลกทั้งมวลด้รับความรอดโดยความเชื่อในพระเยซูนี่เองที่ประวัติความบาป และโทษที่เราควรได้รับจากการละเมิดธรรมบัญญัติของเราจึงถูกขจัดออกไป  ความบาปของเราทั้งหลายสามารถได้รับการอภัยอย่างหมดสิ้น

         ท่านเปาโลแสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างอาดัมและพระเยซูพระคริสต์สามารถแก้ไขสิ่งที่อาดัมได้ทำผิดไป  พระคริสต์ทรง แสดงให้เห็นว่าโดยความเชื่อในพระองค์ เหล่าผู้ได้รับผลแห่งความเจ็บปวดรวดร้าวจากความบาปของอาดัมสามารถได้รับความรอด ไม้กางเขน และความตายของพระเยซูในฐานะผู้รับโทษแทนเราได้เปิดเส้นทางให้คนทั้งปวงในทั้งโลกได้รับความรอด  ช่างเป็นหัวข้อ ยิ่งใหญ่ที่ท่านเปาโลได้อธิบายเพิ่มเติม! เพราะนั่นเป็นความหวังทั้งหมดของเราผู้เฝ้ารอคอย


วันอาทิตย์      ถูกทำให้ชอบธรรมต่อพระเจ้าโดยความเชื่อ  (โรม 5:1-5)
                           BEING MADE RIGHT WITH GOD BY FAITH  
 
        ข่าวสารของท่านเปาโลในพระธรรม โรม 5:1-5 คืออะไร คุณสามารถเรียนรู้อะไรจากข่าวสารดังกล่าว เพื่อจะทำให้ความเชื่อของคุณเข้มแข็งขึ้น
 
       “การทำให้ชอบธรรมเฉพาะพระพกัตร์พระเจ้า” ได้มีความหมายอย่างเดียวกับ “ได้ถูกทำให้ชอบธรรมต่อพระเจ้าแล้ว” คำกริยาภาษากรีกสำหรับถ้อยคำเหล่านี้ แสดงให้เห็นการกระทำที่ได้ทำไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ความจริงนี้เป็นข่าวดี เพราะแสดงให้เห็นว่าพระเจ้าทรงยอมรับเรา และตรัสว่าเราบริสุทธิ์ พระองค์ทรงทำให้เราชอบธรรมต่อพระองค์ผ่านการที่เรารับเชื่อในพระเยซู  อนึ่ง เราไม่ได้ถูกทำให้ชอบธรรมจากการทำดีใดๆของเรา เพราะที่เราทำการดีก็จากการเชื่อฟังธรรมบัญญัติต่างหาก แทนที่จะเป็นการดีของเรา ความจริงคือพระเจ้าทรงรับเอาบันทึกการเชื่อฟังสมบูรณ์แบบของพระเยซูแทนที่บันทึกแห่งความบาปของเรา

         ในเวลาเดียวกัน ความบาปทั้งหมดเหล่านั้นได้ถูกวางไว้บนพระเยซู พระเจ้าทรงถือว่าพระเยซูได้ทรงทำความบาปเหล่านั้น ไม่ใช่เรา ดังนั้น เราได้รับการช่วยไว้จากการถูกลงโทษ  ซ่ึงเราควรได้รับการลงโทษสำหรับความบาปนั้น  การลงโทษที่ควรตกแก่เรา พระคริสต์ได้ทรงรับไว้เสียเอง พระองค์รับเอาการลงโทษทัณฑ์และความตายซ่ึ่งเป็นของเราไปเสียทั้งหมด นี่เป็นข่าวอัศจรรย์สำหรับคนบาปทั้งปวง

         คำภาษากรีกที่แปลว่า “ชื่นชมยินดี” ในพระธรรมโรม 5:2   ภาษากรีกคำนี้แสดงให้เห็นว่าเหล่าผู้ถูกทำให้ชอบธรรมกับพระเจ้าเต็มไปด้วยชื่นชมยนิดี   เมื่อพวกเขาได้รับความทุกขเ์ดือดร้อน  ความทุกข์ยากลำบากของพวกเขาทำให้พวกเขาเข้มแข็งที่จะดำเนินตามพระเจ้าต่อไป เพราะพวกเขาได้ตั้งความเชื่อและความไว้วางใจในพระเยซูคริสต์ พวกเขาแน่ใจว่าพระเจ้าจะทรงจัดการทุกอย่างเพื่อให้เกิดผลดีในที่สุด พวกเขารู้สึกชื่นชมยินดีเสมอที่มีส่วนในความทุกข์ยากของพระคริสต์ และถือว่าพวกเขาได้รับเกียรติที่ได้มีส่วนในความทุกข์ยากลำบากกับพระองค์” (อ่าน 1 เปโตร 4:13)

         สังเกตในพระธรรมโรม 5:3-5  วิธีแตกต่างที่เราก้าวไปข้างหน้ากับการเติบโตฝ่ายวิญญาณจิต และลำดับของการเติบโตที่ท่านเปาโลให้ไว้ ท่านเปาโลสอนว่าเราต้องเติบโตใน (1) พละกำลัง (2) การเป็นผู้บริสุทธิ์ และ (3) ในความหวังให้เรามองไปยังแต่ละส่วน

         “พละกำลังที่จะก้าวต่อไป” ถ้อยคำนี้มาจากภาษากรีกซึ่งมีความหมายว่า “ที่จะซื่อสัตย์ตราบเท่าวันสุดท้าย” ประเภทของพละกำลังเติบโตขึ้นในเหล่าผู้มีความเชื่ออย่างต่อเนื่อง  เป็นผู้ไม่สูญเสียความหวังในพระคริสต์ พวกเขายืนหยัดอย่างซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าแม้ว่าจะต้องผ่านความยากลำบาก

         “ยืนหยัด (ดำเนินชีวิตผ่าน) การทดสอบ” ถ้อยคำนี้มาจากภาษากรีก คือ “โดคิเม” ซ่ึ่งหมายถึง “การยอมรับความคิดต่างๆ ความรู้สึกนาๆ และการกระทำหลากหลาย” ดังนั้นพวกเขาอดทนที่จะคิด จะรู้สึก และที่จะปฏิบัติตัวในวิถิีที่พระเจ้ายอมรับ

         “ความหวัง” การยืนหยัดจงรักภักดีต่อพระเจ้าเป็นเหตุให้เราต้องคิด รู้สึก และกระทำในวิถิีที่พระเจ้ายอมรับ การดำเนินชีวิตเป็นที่พึงพอพระทัยพระเจ้า พระเจ้าประทานความหวังใหความหวังของเราพบในพระเยซู และพระสัญญาของการได้รับความรอดในพระองค์เราจะต้องยึดมั่นในพระองค์ด้วยความเชื่อ  มีความรู้สึกเสียใจสำหรับความบาปและเชื่อฟังพระองค์แล้วความหวังของเราจะเข้มแข็ง                 
 
วันจันทร์       ขณะที่เราเป็นคนบาป  (โรม 5:6-8)
                         WHILE WE WERE YET SINNERS

        เหตุใดข้อพระคัมภีร์พบในพระธรรม โรม 5:6-8 เต็มไปด้วยความหวังสำหรับเรา  และข้อพระคัมภีร์ดังกล่าวบอกเกี่ยวกับพระ อุปนิสัยของพระเจ้าอะไรบ้าง อุปนิสัยประกอบขึ้นเป็นความคิด ความรู้สึก และการกระทำของบุคคล  ยกตัวอย่าง เช่น  พระเจ้าทรง บริสุทธิ์และทรงเมตตากรุณา พระลักษณะต่างๆ แห่งพระอุปนิสัยของพระเจ้าบอกเราว่าพระองค์เป็นใคร

        อาดัมและเอวาละเมิดธรรมบัญญัติ ไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับสิ่งที่พวกเขาได้ทำไป กระนั้นพระเจ้าทรงนำเส้นทาง เพื่อให้พวกเขากลับมามีสันติสุขกับพระองค์  นับแต่นั้นพระเจ้าได้ทรงนำในการทำสิ่งที่จำเป็นเพื่อช่วยพวกเราให้รอด พระองค์ทรงเชื้อเชิญเราให้รับเอาแผนการแห่งความรอด และแผนการนั้นคือ พระเยซู

         พระธรรม โรม 5:9 กล่าวว่า พระเยซูทรงช่วยเราจากพระพิโรธยิ่งใหญ่ของพระเจ้า พระคัมภีร์ข้อนี้หมายถึงอะไร และพระเยซูทรงทำสิ่งนี้เพื่อเราอย่างไร
 
        เรื่องราวในพระธรรมอพยพ บทที่ 12 เล่าถึงการที่พระเจ้าทรงปลดปล่อยชนอิสราเอลจากการเป็นทาสในประเทศอียิปต์ ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจพระเยซูทรงช่วยเราให้พ้นพระพิโรธยิ่งใหญ่ของพระเจ้าอย่างไร คืนสุดท้ายที่ชนอิสราเอลอยู่ในประเทศอียิปต์ ก่อนหน้านั้นพระเจ้าทรงบอกท่านโมเสสให้สั่งชนอิสราเอลทุกครัวเรือนฆ่าลูกแกะ และรองเอาเลือดไว้ในอ่าง ใช้ต้นหุสบจุ่มในเลือดนั้น แล้วทาที่วงกบประตูด้านบนและด้านข้างทั้งสองข้าง เมื่อพระเจ้าทรงเสด็จมาจะไม่ให้ “ทูตมรณะ” เข้าไปประหารบุตรหัวปีในบ้าน ส่วนบ้านของชนอียิปต์หรือชนต่างชาติที่มีบุตรหัวปีอาศัยอยู่ก็จะถูกประหาร ในทำนองเดียวกัน พระโลหิตของพระคริสต์ปกป้องเรา เป็นพระสัญญาบ่งว่า ผู้ใดที่ถูกทำให้ชอบธรรมต่อพระเจ้า และรักษาความชอบธรรมนั้นไว้จะได้รับการปกป้อง เมื่อพระพิโรธครั้งใหญ่ต่อความบาปของพระเจ้าเกิดขึ้น ในช่วงสุดท้ายของเวลา คนจำนวนไม่น้อยรู้สึกเป็นการยากจะยอมรับแนวคิดที่ว่า พระเจ้าแห่งความรักจะทรงพระพิโรธยิ่งใหญ่ปานนั้น แต่พระคัมภีร์กล่าวถึงพระพิโรธของพระเจ้าตรงๆ โดยไม่มีความหมายแฝง พระเจ้าทรงรักและให้อภัยเสมอสำหรับผู้สำนึกผิดและสารภาพความบาป แต่การที่พระเจ้าทรงต่อต้านความบาปก็เป็นเรื่องจริงเช่นกัน ให้พิจารณาดูว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ความบาปได้สร้างความเสียหายให้สรรพสิ่งที่พระเจ้าสร้างไว้บนโลกอย่างไร แล้วจะไม่ให้พระเจ้าทรงพระพิโรธต่อความชั่วร้ายและ ความเสื่อมทรามอันเนื่องมาจากความบาปได้อย่างไร
 
        อ่าน โรม 5:10, 11  มีเหตุผลอะไรอื่นที่ทรงประทานให้เรา เพื่อเราจะมีความปิติยินดีเต็มเปี่ยม

        ดูเหมือนท่านเปาโลให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริงที่ว่าพระคริสต์ทรงฟื้นพระชนม์จากความตาย และพระองค์ทรงพระชนม์อยู่เป็นนิจ (ฮีบรู 7:25)   แต่จะมีอะไรเกิดขึ้นถ้าพระเยซูยังคงอยู่ในหลุมฝังศพ ความหวังของเราทั้งหลายคงจะตายไปพร้อมกับพระองค์ แต่ความจริงที่ทรงฟื้นพระชนม์และยังทรงพระชนม์อยู่ เราจึงได้รับความรอด นี่เป็นเหตุแห่งความชื่นชมยินดีของเรา


วันอังคาร       ความตายเกดิเพราะบาปน้ัน  (โรม 5:12)
                           DEATH THROUGH SIN   
 
        ความตายเป็นศัตรูตัวหน่ึ่งของมนุษย ์ บางทีมันอาจเป็นศัตรูตัวร้ายกาจที่สุดเท่ามนุษย์เคยพบ ซึ่งจะว่าไปเมื่อพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์คู่แรก พระองค์ไม่ได้ออกแบบให้มนุษย์ต้องตาย อาจมีคนจำนวนไม่มากที่ต้องการตาย และเกือบทุกคนที่ต้องการตายอาจเป็นเพราะโรคร้ายรุมเร้า ต้องการให้พ้นความโศกเศร้าสุดๆ หรือความเจ็บปวดรวดร้าวจากสาเหตุต่างๆ  ความตายจึงต่อต้านความปรารถนาจะมีชีวิตอยู่ของเรา  เริ่มต้นจากขณะหน่ึ่งที่ชีวิตของเราเริ่มต้น เรามุ่งหมายจะมีชีวิตอยู่ตลอดไป เราไม่อยากพบกับความตายเลย

                  อ่านพระธรรมโรม 5:12 ท่านเปาโลพรรณนาอะไรตรงนี้ พระคัมภีร์ข้อนี้อธิบายถึงอะไร  
 
          นักคิดเรื่องพระคัมภีร์ (Bible thinkers) หลายคนโตเ้หตุผลเรื่อง ความหมายของพระคัมภีร์ข้อนี้มากกว่าข้อพระคัมภีร์อื่นๆ บางทีอาจเป็น เพราะเหตุผลว่า พวกเขาพยายามใช้พระคัมภีร์ข้อนี้ในความหมาย ที่ท่านเปาโลไม่ได้หมายความอย่างนั้น

         ยกตัวอย่างเช่น นักคิดพระคัมภีร์เหล่านี้โต้แย้งความหมายเรื่องความบาปของอาดัม ในทางใดบ้างความบาปของอาดัมเปลี่ยนแปลงไปถึงลูกหลานทั้งมวลของเขา ลูกหลานแห่งอนาคตของอาดัมต้องแบ่งปันความผิดบาปของอาดัมด้วยไหม หรือพวกเขามีความผิดบาปของพวกเขาเอง หลายคนพยายามให้คำตอบกับคำถามจากพระธรรมโรม 5:12   ท่านเปาโลไม่พูดเกี่ยวกับคำถามเหล่านั้นในพระคัมภีร์ข้อนี้ หากท่านเปาโลนำความสนใจไปยังสิ่งท่านได้พูดไปแล้ว ในโรม 3:23  ซึ่งกล่าวว่า “เพราะว่าทุกคนทำบาป” เราจำเป็นต้องเข้าใจความต้องการพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ในโรม 5:12  ท่านเปาโลต้องการให้ผู้อ่านยอมรับว่าความบาปช่างเลวร้ายสุดๆ และความบาปถูกนำมาสู่โลกโดยอาดัม  จากนั้นท่านเปาโลแสดงว่าพระเจ้าทรงเสนอพระเยซูผู้เดียวที่ทรงสามารถเยียวยาความบาปได้
         แต่พระธรรม โรม 5:12  บอกเราปัญหาเดียว  คือเรื่องความบาปที่อาดัมนำมาคือ “ความตาย” โดยที่ไม่บอกเราเกี่ยวกับคำตอบแห่งชีวิตในพระคริสต์ในส่วนที่สวยงามที่สุดอย่างหนึ่งของข่าวดี คือการได้รับความรอดโดยความเชื่อ  คือความตายได้ถูกทำลายอย่างไร โดยการที่พระเยซูทรงดำเนินออกจากอุโมงค์เก็บศพ พระองค์ได้หักโซ่ตรวนของความตาย พระองค์ทรงตรัสว่า “เราเป็นผู้ที่ดำรงชีวิตอยู่ เราได้ตายแล้ว แต่นี่แน่ะ เรายังดำรงชีวิตอยู่ตลอดไปเป็นนิตย์ และเราถือลูกกุญแจแห่งความตาย และแห่งแดนคนตาย” (วิวรณ์ 1:18)   พระเยซูทรงมี “ลูกกุญแจ” ที่จะเปิดหลุมฝังศพ  ดังนั้น ศัตรู-ความตายไม่อาจยับยั้งเราให้อยู่ที่นั่นได้

         คุณเคยมีประสบการณ์อันน่าสะพรึงกลัวเกี่ยวกับความตายของบุคคลอันเป็นที่รักอะไรบ้างไหม เหตุใดเราต้องมีความหวังในบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเราเอง หรือสิ่งใดๆ โลกนี้เสนอให้


วันพุธ      ตั้งแต่อาดัมถึงโมเสส  (โรม 5:13, 14)
      
            FROM ADAM TO MOSES
 

          อ่านสิ่งที่ท่านเปาโลเขียนใน  โรม 5:13, 14  ข้อพระคัมภีร์ทั้งสองนี้ สอนเราเกี่ยวกับธรรมบัญญัติอะไรบ้าง  

          ท่านเปาโลพูดเกี่ยวกับอะไรในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้  “ความจริงบาป ได้มีอยู่ในโลกแล้วก่อนมีธรรมบัญญัติ” (ข้อ13)  และข้อ 13 มีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกับความคิดของท่านเปาโลที่คิดถึงถ้อยคำว่า  “ความตายก็ได้ ครอบงำตลอดมาตั้งแต่อาดัมจนถึงโมเสส”  (ข้อ 14)   ท่านเปาโลต้องการสื่อความอะไรในการเชื่อมโยงแนวคิดทั้งสองนี้เข้าด้วยกัน ท่านใช้ “การจัดเรียง” เช่นนี้เพื่อชี้ไปยังจุดเริ่มต้นของกาลเวลาของโลกจนกระทั่งภูเขาซีนาย  ซึ่งบัดนั้นช่วงเวลาดังกล่าวนี้เกิดขึ้นก่อนพระเจ้าได้ทรงแนะนำแผนการของพระองค์แก่ชนอิสราเอล ซึ่งรวมไปถึงธรรมบัญญัติว่าด้วยพิธีถวายบูชา และธรรมบัญญัติสิบประการ

          ดังนั้น ถ้อยคำที่กล่าวว่า “ก่อนทรงประทานธรรมบัญญัติ” หมายถึง ช่วงเวลาก่อนที่พระเจ้าทรงประทานธรรมบัญญัติหมวดต่างๆให้แก่ชนอิสราเอลที่ภูเขาซีนาย   ถ้อยคำนี้แสดงให้เห็นความาบาปเป็นส่วนหนึ่งของโลกก่อนทรงประทานธรรมบัญญัติที่ซีนาย  อันที่จริงเป็นไปได้ไหมที่ก่อนหน้านี้ความบาปทั้งหลายอย่าง  การโกหก การฆ่าคน การละเมิด ทางเพศนอกสมรส และการนมัสการพระเจ้าเทียมเท็จจะไม่เป็นความบาป ซึ่งล้วนมีมาก่อนภูเขาซีนาย
 
          เป็นความจริงที่ว่า ก่อนภูเขาซีนาย มนุษย์อาจมีแนวคิดจำกัดเกี่ยวกับว่า  พระเจ้าเป็นใคร แต่มนุษย์ก็สามารถรับรู้ได้เพียงพอว่า การทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ก่อให้เกิดความรู้สึกผิด พระเจ้าทรงความยุติธรรม พระองค์จะไม่ทรงลงโทษใครโดยไม่มีสาเหตุ มนุษย์ไม่ได้ทำบาปต่อธรรมบัญญัติที่พระเจ้าประกาศให้ทราบชัดเจน แต่อย่างไรก็ตาม รู้ทั้งรู้ พวกเขายังทำบาป  เป็นไปได้อย่างไรทั้งๆที่ “ฤทธานุภาพอันถาวร และ เทวสภาพของพระองค์ก็ได้ปรากฎชัดในสรรพสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้าง   ฉะนั้นพวกเขาจึงไม่มีข้อแก้ตัวเลย” (โรม 1:20)
 
          อ่านธรรมบัญญัติ โรม 5:20, 21  ช่วยให้เราเข้าใจว่าเหตุใดพระเจ้าทำให้พระองค์เองเป็นที่รู้จักมากขึ้นจนเต็มขนาดในธรรมบัญญัติ

          ธรรมบัญญัติและคำสอนต่างๆทรงประทานให้ที่ซีนาย อันรวมถึง “ธรรมบัญญัติสิบประการ”  นี่เป็นครั้งแรกที่ธรรมบัญญัตินี้ถูกเขียนลง (บนแผ่นศิลาสองแผ่น) และประกาศออกไปอย่างกว้างและไกล

          ชนอิสราเอลเริ่มต้นมองเห็นว่าพวกเขาล้มเหลวในการถือรักษาธรรมบัญญัติอย่างครบถ้วนตามที่ธรรมบัญญัติกำหนดให้  ทันใดนั้น พวกเขาเข้าใจว่าพวกเขาช่างเป็นคนบาปที่น่ากลัวเพียงใด เพราะวัตถุประสงค์ของธรรมบัญญัติคือการช่วยให้พวกเขามองเห็นความต้องการพ่ึ่งในพระผู้ช่วยให้รอด นั่นคือจะนำพวกเขาให้รับเอาของประทานแห่งการอภัยบาปจากพระเจ้า
 
         กฎหมายในประเทศของคุณเองแสดงให้คุณทราบว่าอะไร “ถูก” และ อะไร “ผิด” อย่างไร ธรรมบัญญัติของพระเจ้าซึ่งจะคงอยู่ชั่วนิรันดร์ได้แสดงให้เห็นสิ่งที่ดี และสิ่งที่ชั่วร้ายชัดเจนกว่ากฎหมายที่กล่าวถึงอย่างไร
 

วันพฤหัสบดี       พระเยซู อาดัมคนที่สอง  (โรม 5:18, 19)    
                               JESUS, THE SECOND ADAM

        ในพระธรรม โรม 5:18, 19  ท่านเปาโลแสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างสิ่งที่อาดัม และพระคริสต์ให้กับเรา อะไรคือความแตกต่าง และมีความหวังอะไรที่พระคริสต์ทรงเสนอให้เรา  
 
        มนุษย์ไม่ได้รับอะไรจากอาดัมนอกจากความตาย แต่พระคริสต์ทรงก้าวเข้ามา และได้ผ่าน “การทดสอบ” ซ่ึ่งอาดัมได้ล้มลงพ่ายแพ้ พระเยซูทรงได้ชัยชนะเหนือความบาป พระองคได้ทรงทำการในฐานะเป็นตัวแทนของเราพระองค์ทรงจัดเราให้ยืนอย่างชอบธรรมต่อพระพักตร์พระเจ้า และด้วยเหตุผลนี้พระเยซูจึงทรงเป็นอาดัมคนที่สอง

         “อาดัมคนที่สองมีอิสระที่จะเลือกระหว่างสิ่งที่ถูกและสิ่งที่ผิด และพระองค์ทรงรับผิดชอบกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นจากการเลือกของพระองค์  รายรอบพระองค์คือผู้คน และอำนาจที่อาจนำพระองค์ไปในทิศทางผิด และดังนั้น พระองค์ทรงประสบกับเวลาแห่งความยากลำบากมากกว่าการที่อาดัมเลือกจะไม่ทำบาป พระองค์อาจถูกล้อมรอบโดยเหล่าคนบาป แต่พระองค์ปฏิเสธที่จะยอมแพ้ต่อความปรารถนาใดๆที่จะทำบาป ในทำนองนี้พระองค์ยังคงไร้มลทิน และเป็นอิสระจากความรู้สึกผิดบาป” (เอลเลน จี. ไว้ท์, ข้อคิดเห็นใน SDA Bible Commentary, เล่ม 6, หน้า 1074)
 
          อ่านพระธรรม โรม 5:15-19  ตามได้อธิบายในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้   ของประทานแห่งพระคริสต์แสดงให้เห็นในความแตกต่างกับความบาปของอาดัมอย่างไร  
 
        ให้สังเกตการจับคู่ของท่านเปาโลว่ามีแนวคิดแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ยกตัวอย่างเช่น  (1) ความบาปของอาดัมนำมาซึ่งความตาย แต่ของประทานแห่งพระคริสต์ให้ชีวิตแก่เรา  (2) การไม่เชื่อฟังของอาดัมนำความบาปมาสู่โลก แต่การเชื่อฟังของพระคริสต์ช่วยเราให้รอด  (3) การผิดบาปของอาดัมทำให้คนบาปทั้งโลกถูกตัดสินให้พบความตาย แต่ของประทานแห่งพระคริสต์ทำให้เรา “ชอบธรรม” ต่อพระเจ้า  (4) ความบาปของอาดัมได้นำความเสื่อมทรามซึ่งเป็นผลของความบาปมาสู่เราทั้งมวล แต่ของประทานของพระคริสต์นำพระเมตตากรุณาและอำนาจเหนือความบาปมาให้แก่เรา พระเยซูได้ทรงแก้ไขสิ่งทั้งปวงที่อาดัมได้ทำผิดพลาดไป! 

        เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากที่ท่านเปาโลใช้คำว่า “ของประทาน” (gift) รวม 5 ครั้ง  ใน โรม 5:15-17 ตั้ง 5 ครั้ง  นับว่าน่าทึ่งจริง! จุดนี้ชัดเจน: ท่านเปาโลกำลังแสดงให้เห็นว่า การทำให้ชอบธรรมเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า ไม่ใช่บางสิ่งที่จะแลกมาได้ด้วยการประกอบการดีใดๆ และไม่ใช่รางวัลที่เราได้รับจากสิ่งที่เราได้ทำ และเราไม่คู่ควรที่จะได้รับ  อีกครั้งหนึ่งขอย้ำว่าเป็น “ของประทาน” จากพระเจ้า และเพราะว่าเป็นของประทาน เราจะต้องเอื้อมออกไปรับโดยความเชื่อ
 
        ของขวัญที่ดีที่สุดเท่าที่คุณเคยได้รับคืออะไร ความจริงที่ว่าคุณไม่ได้ทำสิ่งดีใดๆ เพื่อได้มันมา ทำให้ของขวัญชิ้นนั้นมีความพิเศษเพียงใด แต่หากจะเปรียบเทียบคุณค่าของของขวัญชิ้นนั้นกับของขวัญที่พระเยซูทรงประทานให้จะมีความเท่าเทียม หรือแตกต่างกันมากเพยีงใด


วันศุกร์     ศึกษาเพิ่มเติม:
 

         “คนจำนวนไม่น้อยถูกหลอกให้เชื่อว่า มีสิ่งที่ดีที่สุดอยู่ในดวงใจแห่งความชั่วร้ายของพวกเขา  พวกเขาไม่เข้าใจถึงแก่นแท้ในธรรมชาติแห่งดวงใจของพวกเขาเอง  พวกเขามองเห็นใจกุศล  อาสาสมัคร  การรักในความดี และการประกอบการดีของพวกเขา เฉกเช่นผู้คนอาบน้ำชำระให้สะอาด และสวมใส่อาภรณ์ราคาแพง และพวกเขามองเห็น และรู้สึกพอใจ ซึ่งก็เหมือนพวกเขามองเห็นแต่ความดีที่พวกเขาได้ทำในสิ่งที่ควรได้ทำอยู่แล้ว”  (เอลเลน ไว้ท์, Selected Messages, เล่ม 1, หน้า 320)

        “มีความต้องการอย่างยิ่งยวดที่จะเทศนาเกี่ยวกับพระคริสต์ว่า พระองค์ทรงเป็นความรอดและความหวังเดียวของเรา เมื่อคำสอนเรื่อง “การเป็นผู้ชอบธรรมโดยความเชื่อ” เสนอ .... จะเป็นดุจน้ำสะอาดไหลมาสู่ผู้คนจำนวนมากดั่งนกเดินทางที่หิวกระหาย

         การที่เราได้ของประทานแห่งความชอบธรรมโดยผ่านพระคริสต์นี้  อย่าให้เราคิดว่าทรงประทานให้เหมือนรางวัลที่เราได้จากการประกอบการดี ชนะการแข่งขัน หรือทำกิจกรรมพิเศษสำเร็จของเรา! เพราะความจริงคือ เป็นของขวัญหรือของประทานจากพระเจ้าโดยไม่คิดค่า นี่เป็นความคิดที่ประเสริฐยิ่งนัก!” (เอลเลน ไว้ท์, Selected Messages, เล่ม 1, หน้า 360)

         “อย่างไรก็ตาม  ความตายก็ได้ครอบงำมนุษย์ตลอดมาตั้งแต่อาดัมจนถึงโมเสส  แม้คนที่ไม่ได้ทำบาปอย่างเดียวกับการละเมิดของอาดัมผู้ซ่ึ่งเป็นแบบของผู้ที่จะเสด็จมาภายหลัง (โรม 5:14)   ดังนั้นจะเห็นว่าอาดัมเป็นต้นแบบของพระเยซูอย่างลงตัวเพียงใด  ทั้งนี้เพราะอาดัมได้รับประทานผลไม้ต้องห้าม  ในการทำเช่นนั้น อาดัมได้เป็นสาเหตุแห่งความตายซึ่งตกทอดสู่ลูกหลานตลอดเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ที่เกิดมาในโลกนี้ และเหมือนกับที่อาดัมได้เป็นสาเหตุนำความตายมาสู่มนุษย์ทั้งมวล  พระเยซูทรงกลายเป็นสาเหตุนำ ชีวิตมาสู่คนทั้งมวลที่เชื่อในพระองค์  บัดนี้ เราไม่ได้ทำสิ่งใดเพื่อจะซื้อหรือแลกกับพระกรุณาคุณของพระคริสต์  แต่พระองค์ทรงเป็นผู้ประทานแห่งความเมตตาคุณให้กับเหล่าคนที่ต้อนรับพระองค์ ฤทธานุภาพของพระองค์ทำให้มนุษย์ทั้งมวลเป็นผู้ชอบธรรมเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าผ่านทางไม้กางเขน  สัญลักษณ์แห่งความบาปของอาดัมอยู่ในตัวเรา และเราจะตายเหมือนกับที่เราได้รับประทานผล ไม้ต้องห้ามด้วยตัวเราเอง  และสัญลักษณ์แห่งชีวิตของพระคริสต์อยู่ในตัวเราเช่นกัน เราจะต้องดำรงชีวิตด้วยการเชื่อฟังเท่าที่ธรรมบัญญัติเรียกเราให้เชื่อฟัง เป็นอย่างเดียวกับที่พระเยซูได้เชื่อฟังพระบิดาจนถึงความมรณา” (มาร์ติน ลูเธอร์, Commentary on Romans, หน้า  96, 97)


คำถามเพื่อการอภิปราย:

 1.  “เราจำเป็นต้องศึกษาพระคัมภีร์ใกล้ชิดยิ่งขึ้นเพราะเป็นพระวจนะของพระเจ้า  พระธรรมดาเนียลและพระธรรมวิวรณ์ควรได้รับความ สนใจอย่างยิ่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในประวัติศาสตร์การทำงานของเรา   เราอาจไม่มีอะไรพูดได้มากเกี่ยวกับอำนาจของคริสตจักรโรมัน แต่เราควรชี้ให้คนอื่นๆ ให้เชื่อในสิ่งที่ผู้เขียนหนังสือพระคัมภีร์คนอื่นๆได้เขียนไว้ เพราะผู้เขียนเหล่านั้นได้รับการดลใจจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้เขียนพระวจนะไว้สำหรับเราทั้งปวง” (เอลเลน จี. ไว้ท์, ประกาศพระกิตติคุณ, หน้า 577)   ข้ออ้างอิงนี้มีความหมายอะไร
     
 2.  เราจะสามารถช่วยคนอื่นๆ ให้เข้าใจสิ่งที่พระคริสต์ทรงเสนอดีขึ้น รวมทั้งสิ่งที่พระองค์ได้ทรงทำเพื่อพวกเขาด้วยอย่างไร  
 


                                                                               **********************

 
________________________
Additional links on this topic:

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272