Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > Thai SSL 4Qr2017 Credit > Thai SSL 4Qr2017 Index > คำนำ > บทที่ 1 วันที่ 30 กันยายน - 6 ตุลาคม 2017 > บทที่ 2 วันที่ 7 - 13 ตุลาคม 2017 > บทที่ 3 วันที่ 14 - 20 ตุลาคม 2017 > บทที่ 4 วันที่ 21 > > >
.
บทที่ 7 วันที่ 11 - 17 พฤศจิกายน 2017
.
บทที่  7      ชัยชนะเหนือความบาป 
                        VICTORY OVER SIN
                     

บ่ายวันสะบาโต


อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้:  โรม บทที่ 6;  1 ยอห์น 1:8 - 2:1

ข้อควรจำ   “บาปจะไม่ครอบงำพวกท่านต่อไป เพราะว่าท่านไม่อยู่ใต้ธรรมบัญญัติแต่อยู่ใต้พระคุณ”  (โรม 6:14)  
       

         การประกอบการดีไม่สามารถช่วยเราให้รอดได้  ดังนั้นเหตุใดเราต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับการทำดี  ทำไมเราไม่ทำบาปต่อไปเรื่อยๆ เล่า

         ในพระธรรม โรมบทที่ 6   ท่านเปาโลกำลังตอบคำถามที่สำคัญเหล่านี้   และตรงนี้ท่านเปาโลกำลังเน้นในหัวข้อ “การชำระให้ บริสุทธิ์อย่างต่อเนื่อง” (sanctification)

        “การชำระใหบ้ริสุทธิ์ต่อเนื่อง” เป็นการกระทำที่รุดหน้าไปสู่ชัยชนะเหนือความบาป หัวข้อนี้รวมไปถึงการแสดงออกซ่ึ่งความรัก และคุณความดีของพระคริสต์ในชีวิตของเรามากขึ้นและมากขึ้น   คำว่า “การชำระให้บริสุทธิ์ต่อเนื่อง” แปลมาจากคำในภาษากรีกคือ “ฮาเกียสโมส” (hagiasmos)  คำนี้ปรากฎเพียงสองแห่งในพระธรรมโรม  ในพระคัมภีร์ฉบับภาษาอังกฤษ คำเดียวกันนี้อาจแปลได้ว่า “กลายเป็นผู้บริสุทธิ์” (โรม 6:19)  และ“การดำเนินชีวิตที่บริสุทธิ์” (ข้อ 22)

         บ่อยครั้งพระคัมภีร์ใช้คำเดียวกันนี้ในรูปของคำกริยาคือ “ทำให้บริสุทธิ์, ทำให้พ้นบาป” (to sanctify) ซ่ึ่งความหมายคือ “ซ่ึ่งจะแยกไว้เพื่อวัตถุประสงค์พิเศษ” ซึ่งเกือบทั้งหมดได้ทำการแยกไว้ซึ่งเกือบทุกครั้งเพื่อพระเจ้าเสมอ และที่ “ถูกทำให้บริสุทธิ์” บ่อยครั้งแสดงให้เห็นสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วในอดีต (กิจการฯ 20:32)   ตอนนี้หมายถึง “ที่จะแยกไว้ต่างหาก”  ไม่ได้หมายความว่า การชำระให้บริสุทธิ์ต่อเนื่องไม่ใช่งานที่ทำตลอดชีวิต หรือพระคัมภีร์กล่าวว่าไม่ใช่เรื่องที่สำคัญ  ที่จริงพระคัมภีร์สอนไว้ทั้งสองเรื่อง เพียงแต่ว่า พระคัมภีร์ใช้คำอื่นเมื่อพรรณนาถึง “การชำระให้บริสุทธิ์อย่างต่อเนื่อง” เท่านั้นเอง

         สัปดาห์นี้ เราจะมองไปอีกดา้นหน่ึงของการถูกทา ใหร้อดโดย ความเชื่อ นั่นคือที่พระเจ้าทรงสัญญาว่าผู้ที่ได้รับการช่วยให้รอดโดย ความเชื่อในพระเยซู จะมีชยัชนะเหนือความบาปในชีวิตของพวกเขา         


วันอาทิตย์     “ไม่ว่าที่ไหนที่ความบาปแพร่ไป”  (โรม 5:20)  
                             WHERE SIN SPREAD   
 
         ในพระธรรม โรม 5:20   ท่านเปาโลกล่าวถ้อยแถลงทรงพลังว่า: “เมื่อมีธรรมบัญญัติก็ทำให้มีการละเมิดธรรมบัญญัติปรากฏมากขึ้น แต่ที่ไหนมีบาปปรากฎมากขึ้น ที่นั้นพระคุณก็จะไพบูลย์ยิ่งขึ้น”(โรม 5:20)   ความบาปมีอยู่ทุกแห่งหน และสิ่งที่ได้เกิดขึ้นคือมีความน่ากลัวอย่างยิ่ง เราอาจรู้สึกว่าความบาปของเรายิ่งใหญ่เกินไปที่จะได้รับการอภัย  แต่ท่านเปาโลกล่าวว่า อำนาจการช่วยให้รอดของพระเจ้ามีพอเพียงที่จะจัดการกับความบาป  นี่เป็นความหวังอันเหลือเชื่อที่ทรงประทานให้กับเราแต่ละคน!   ต่อมาในพระธรรม โรม 5:21   ท่านเปาโลแสดงให้เห็นว่า ความบาปนำไปสู่ความตาย แต่อำนาจการช่วยให้รอดของพระเจ้าผ่านพระเยซูได้เอาชัยชนะเหนือความตาย  พระเจ้าสามารถประทานชีวิตชั่วนิรันดร์แก่เรา
 
        ใน พระธรรม โรม 6:1  ท่านเปาโลให้เหตุผลพิเศษในการสร้างคำถามเพื่อพิสูจน์แนวคิดของท่าน ท่านเปาโลตอบคำถามนี้อย่างไร และเหตุใดท่านจึงถามเช่นนี้ในตอนแรก  มีความคิดผิดประเภทใดที่ท่านพยายามแก้ไขให้ถูกต้อง

        ในพระธรรมโรมบทที่ 6 ท่านเปาโลโต้เหตุผลว่า เหล่าผู้ถูกทำให้ชอบธรรมต่อพระพักตร์ของพระเจ้าไม่ควรทำบาป เพราะเหตุใด เพราะพวกเขาได้ตายในความบาปแล้ว จากนั้นท่านเปาโลใช้ถ้อยคำแสดงให้เห็นภาพจากเรื่องการรับบัพตีสมา พร้อมทั้งอธิบายความหมายด้วย

         การที่ผู้รับบัพตีสมาจุ่มตัวลงในน้ำจนมิด เป็นสัญลักษณ์ของการฝัง อะไรถูกฝังเมื่อเรารับบพัตีสมา คำตอบคือ “คนเก่าของเรานั้นถูกตรึงไว้กับพระองค์แล้ว เพื่อตัวที่บาปนั้นจะถูกทำลายให้สิ้นไป และเราจะไม่เป็นทาสของบาปอีกต่อไป” (โรม 6:6) นั่นคือ ร่างกายที่ถูกครอบงำโดยความบาป   ผลลัพธ์คือ “อำนาจของความบาป (ข้อ 6) ถูกทำลายไป” และเราไม่ต้องรับใช้ความบาปอีกต่อไป  ในโรมบทที่ 6 ท่านเปาโลจินตนาการว่าความบาปเป็นเหมือนบุคคลหน่ึ่งปกครองเหนือผู้รับใช้ของเขา แต่เมื่อ “อำนาจของความบาปถูกทำ ลาย” จากนั้นความบาปที่ยึดร่างกายไว้เหนียวแน่นจะถูกทำให้แตกหักออก  เหล่าผู้ฟื้น “จากหลุมศพแห่งน้ำ” ไม่ต้องรับใช้ความบาปอีกต่อไป  พวกเขาดำเนินชีวิตใหม่

         พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์แล้วครั้งหนึ่ง เป็นการสิ้นพระชนม์เพื่อคนทั้งมวล แต่บัดนี้พระองค์ทรงพระชนม์นิรันดร์  ในทำนองเดียวกันบัพตีสมาที่คริสเตียนได้ตายแก่ความบาปแล้วครั้งหนึ่งและเพื่อที่จะมีชีวิตตลอดไป  อย่าให้พวกเขาตกสู่การควบคุมของความบาปอีก

         แน่นอน คริสเตียนต่างทราบว่าความบาปไม่ได้หายสาบสูญไปจากชีวิตของเราทันทีเมื่อเราโผล่ขึ้นจากน้ำ ซึ่งจะว่าไปเราไม่อยู่ภายใต้การปกครองของความบาป แต่ไม่ใช่หมายความว่าเราไม่จำเป็นต้องต่อสู้กับความบาปอีกต่อไป

         “จากพระธรรมโรมบทที่ 6 เราเข้าใจกระจ่างที่ท่านเปาโลกล่าวหมายถึงอะไร คำกล่าวมีลำดับอย่างนี้  (1) “เราได้ตายแล้วกับพระคริสต์”  และ (2)“และเราจะมีชีวิตอยู่ในพระองค์” (โรม 6:8)   แสดงให้เราเห็นว่า เราไม่จำเป็นต้องยอมแพ้แก่ความบาป แต่ความบาป และความต้องการที่เป็นบาปยังคงอยู่ในตัวเรา (กาลาเทีย 5:17) จนกระทั่งร่างกายได้กลับสู่ดิน และร่างกายใหม่(ที่บริสุทธิ์)จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเป็นอิสระจากความเสื่อมทรามของความบาป” (มาร์ติน ลูเธอร์, หนังสืออธิบายพระธรรมโรม, หน้า 100)


วันจันทร์      เมื่อความบาปครอบงำ  (โรม 6:12)
                        WHEN SIN RULES
 
         การเตือนอะไรที่ท่านเปาโลให้กับเราใน โรม 6:12  

         ท่านเปาโลเตือนเราว่า อย่าปล่อยให้ความบาป “มีอำนาจครอบงำ ” ร่างกายเรา หรือ “ปกครอง” เรา  ถ้อยคำนี้แสดงให้เห็นว่า “ความบาป” เป็นเหมือนกษัตริย์  คำภาษากรีกแปลว่า “มีอำนาจครอบงำ ” และ “ปกครอง” หมายถึง “การจะเป็นกษัตริย์” หรือ “ทำ ตัวเหมือนกษัตริย์”  ท่านเปาโลกล่าวว่า ความบาปเต็มใจอย่างยิ่งที่จะทำตัวเหมือนกษัตริย์เพื่อครอบงำร่างกายของเรา และควบคุมในสิ่งที่เราทำ

        ดังนั้นสิ่งที่ท่านเปาโลบอกเราด้วยการกล่าวว่า “อย่าปล่อยให้ความบาปมีอำนาจ” ท่านหมายความถึงเหล่าผู้ถูกทำให้ชอบธรรมโดยพระเจ้าสามารถเลือกที่จะไม่ปล่อยให้ความบาปมาตั้งตัวเองเป็นกษัตริย์เหนือชีวิตของพวกเรา อำนาจนี้จะเลือกสิ่งที่เราต้องการ  เรารู้จักกันว่าเป็น “ความตั้งใจ” (will) ของเรานั่นเอง

        “คุณจำเป็นต้องเข้าใจอำนาจของ “ความตั้งใจ” ความตั้งใจเป็นอำนาจในการเลือกของมนุษยท์ุกคน ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับ “ความตั้งใจ” อันถูกต้อง   พระเจ้าทรงประทานให้มนุษย์มีอำนาจในการเลือกเพื่อให้มนุษย์นำไปใช้  คุณไม่อาจเปลี่ยนแปลงดวงใจของคุณ คุณไม่อาจใช้อำนาจที่คุณมีอยู่ถวายความรักแด่พระเจ้า แต่คุณสามารถเลือกจะรับใช้พระองค์  คุณสามารถมอบ “ความตั้งใจ” ของคุณให้กับพระองค์ จากนั้นพระองค์จะทำการในตัวคุณ เพื่อจะเลือกทำสิ่งที่ดีต่างๆ  ในทำนองนี้ชีวิตทั้งหมดจะถูกนำมาอยู่ภายใต้การควบคุณแห่งพระวิญญาณของพระคริสต์  พระองค์จะเป็นศูนย์กลางในความรู้สึกและความรักของคุณ และความคิดจะถูกนำมาสู่ความสอดคล้องสมบูรณ์แบบกับพระองค์” (เอล เลน จี. ไว้ท์, สันติวถิี, หน้า 47)

        ภาษากรีกใน โรม 6:12 ที่แปลว่า “ร่างกาย” หรือ “ความปรารถนา” ความปรารถนาเหล่านี้อาจมีสำหรับสิ่งดีทั้งหลาย หรือสิ่งที่เลว ความปรารถนาในสิ่งเลวอาจเข้มข้น  เราอาจไม่สามารถหันหนีหรือต่อสู้กับ พวกมันได้ความบาปอาจเป็นกษตัริย์ที่โหดร้าย เป็นผู้ปกครองผู้ไม่เคยพึงพอในอะไร  มันจะย้อนกลับมาเพื่อจะได้มากขึ้น  ความเชื่อในพระสัญญาของพระคริสต์เท่านั้นจะช่วยเราเอาชนะเจ้านายใจที่แข็งกระด้างซ่ึ่งไม่เคยแสดงความกรุณาต่อเรา

        คำว่า “ดังนั้น” ในตอนต้นของพระธรรมโรม 6:12   มีความสำคัญเพราะชี้กลับไปยังสิ่งที่ได้พูดไปแล้ว ตรงนี้มันชี้กลับไปยัง โรม 6:10, 11   และสำหรับผู้ได้ร้ับบัพติศมาแล้ว  บัดนี้พวกเขามีชีวิตใหม่เพราะพระเยซู  พวกเขาจึงดำเนินชีวิตเพื่อพระเจ้า “ดังนั้น” พวกเขาไม่อาจรับใช้ความบาปอีกต่อไป
 
        “ความตั้งใจอย่างเสรี” เป็นอำนาจในการเลือกสิ่งที่ถูกหรือผิด ดีหรือเลว พระคริสต์หรือโลก  คุณกำลังใช้ของประทานนี้อย่างไร
 
 
วันอังคาร      ดำรงชีวิตโดยความรักและพระกรุณาของพระเจ้า  (โรม 6:14)
                         LIVING BY GOD’S LOVING-FAVOR   
 
        พระธรรม โรม 6:14  กล่าวถึงอะไร ข้อพระคัมภีร์นี้กล่าวว่าธรรมบัญญัติสิบประการไม่มีอำนาจเหนือชีวิตของเราท้ั้งหลายต่อไป  ถ้าไม่  เหตุใดจึงไม่ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
        พระธรรม โรม 6:14 เป็นความจริงข้อหน่ึ่ง ซ่ึ่งมีความสำคัญมากที่สุดในพระธรรมโรม พระคัมภีร์ข้อนี้ถูกนำไปใช้โดยคนอื่นๆ เพื่อบอกเราว่า เราไม่จำเป็นต้องถือรักษาวันสะบาโตเป็นวันบริสุทธิ์อีกต่อไป

         แต่คำว่า “ท่านไม่อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ” ไม่ได้หมายความว่า ธรรมบัญญัติถูกเลิกล้างไปแล้ว เพราะการลบล้างหรือการทำลายธรรมบัญญัติสิบประการ ไม่ได้หมายความถึง การทำลายล้างความบาปให้หมดไป  อย่างที่เราได้กล่าวมาแล้วธรรมบัญญัติสิบประการแสดงให้เห็นว่าความบาปคืออะไร!  ทุกสิ่งในพระธรรมโรมได้สรุปว่า “ความบาปเป็นสิ่งมีจริง” ดังนั้นเหตุใดในตอนนี้ท่านเปาโลจึงจะกล่าวว่า ธรรมบัญญัติสิบประการได้ถูกโยนทิ้งไปแล้วเล่า

         ท่านเปาโลไม่ได้บอกว่า ธรรมบัญญัติถูกลบออกไปแล้ว แต่ท่านเปาโลกำลังกล่าวว่าบุคคล “ผู้ดำเนินชีวิตโดยธรรมบัญญัติ” (โรม 6:14) จะถูกครอบงำโดยความบาป  ท่านเปาโลใช้ถ้อยคำนี้เพื่อสื่อให้ทราบว่า บุคคลผู้ดำเนินชีวิตภายใต้แผนการนมัสการของชาวยิว ที่ทำการถวายสัตวบูชาแด่พระเจ้า เป็นสัญลักษณ์ว่าสัตวบูชาได้ตายแทนพวกเขาซ่ึ่งเป็นคนบาป  แผนการการนมัสการนี้รวมถึง “บัญญัติที่มนุษย์เขียนขึ้นมาเองหลายข้อ” แต่บุคคลดำรงชีวิตในความรักและพระกรุณาของพระเจ้าจะมีชัยชนะเหนือความบาป  ธรรมบัญญัติของพระเจ้าจะถูกเขียนในดวงใจของเขาหรือหล่อน และพระวิญญาณของพระเจ้าจะนำบุคคลนั้นให้ก้าวเดินในชีวิตต่อไป

         ความบาปพ่ายแพ้ต่อเหล่าผู้ดำเนินชีวิตใต้พระคุณอย่างไร พระคุณเป็นของประทานแห่งพระเมตตาของพระเจ้า อันนำมาซึ่งการอภัยบาปและอำนาจเหนือความบาป และคริสเตียนทั้งมวลดำรงชีวิตโดยอำนาจของพระคุณซึ่งมีอำนาจเหนือความบาปเพราะว่าพวกเขา (1) ได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด ซึ่งพระเจ้าได้ทรงเลือกให้นำความบาปของพวกเขาออกไป (2) พวกเขาได้ถูกทำให้เป็นผู้ชอบธรรมเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า  (3) พวกเขาได้รับบัพติศมาเข้าสู่ความตายของพระเยซู ชีวิตเก่าของพวกเขาถูกทำลายไป เมื่อพวกเขาโผล่พ้นน้ำขึ้นมาเพื่อดำเนินชีวิตใหม่  การกระทำสามสิ่งเหล่านี้เท่ากับได้ “น็อค” ความบาปออกจาก “บัลลังก์” แห่งชีวิตของเรา
 
        ตอนนี้มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคนหนึ่งดำรงชีวิตโดย “ความรักและพระกรุณาของพระเจ้า” (โรม 6:14)  แต่ไม่เชื่อธรรมบัญญัติของพระองค์  พวกเขาจะตกอยู่ภายใต้การตัดสินว่ามีความผิดและถูกลงโทษคือความตายจนกว่าเขาหรือหล่อนจะถูกทำให้เกิดความชอบธรรมกับพระเจ้าอีกครั้งหนึ่งผ่านทางความรัก และพระกรุณาของพระองค์การดำเนินชีวิตโดย “ความรักและพระกรุณาของพระเจ้า” หมายความว่า ความรู้สึกผิดและการลงโทษที่เราจะได้รับถูกขจัดออกไป และดังนั้น บัดนี้เรามีอิสระจะดำรง “ชีวิตใหม่” (โรม 6:5) ชีวิตนี้แสดงให้เห็นว่า “เราได้ตายในความบาปแล้ว” (โรม 6:2)  และเพราะว่าเราได้ตายแล้ว เราไม่ได้เป็นทาสของความบาปอีกต่อไป
 
        คุณเคยมีประสบการณ์ชีวิตใหม่ในพระคริสต์อย่างไร


วันพุธ      ความบาป หรือ การเชื่อฟัง  (โรม 6:16, 17) 
                   SIN OR OBEDIENCE
 
        ในพระธรรมโรม 6:16 ท่านเปาโลแสดงให้เราเห็นว่า เรามีสิทธ์ิเลือกว่าเราจะรับใช้เจ้านายคนไหน แต่ท่านกล่าวไว้ชัดเจนว่า เรามีสองทางเท่าน้ั้นที่จะเลือก  คุณสามารถเชื่อฟังพระเจ้า หรือคุณสามารถเป็นทาสของความบาป มีบทเรียนอะไรสอนเราชัดเจนมากในความแตกต่างระหว่างอำนาจสองขั้วนี้
 
         อีกครั้งหนึ่ง ท่านเปาโลย้อนกลับไปยังหัวข้อที่ท่านได้พูดไว้ก่อนหน้านี้ของท่านเกี่ยวกับชีวิตใหม่แห่งความเชื่อ ท่านได้เตือนเราว่า ความเชื่อไม่ได้หมายถึงการให้เรามีเสรีภาพที่จะทำบาป  ชีวิตแห่งความเชื่อทำให้เป็นไปได้ที่จะมีอำนาจเหนือความบาป   ที่จริง โดยผ่านทางความเชื่อเท่านั้น  เราสามารถจะมีชัยชนะตามที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้กับเรา

        ท่านเปาโลกลับไปยังถ้อยคำที่ทำให้มองเห็นภาพว่า ความบาปเปรียบเหมือนเจ้านายที่โหดร้าย เป็นเจ้านายที่ทุกคนต้องเชื่อฟัง อย่างเราได้เรียนรู้  บุคคลหนี่งมีทางเลือกระหว่างเจ้านายสองคน ยกตัวอย่างเช่น เขาหรือหล่อนสามารถรับใช้ความบาป แต่การรับใช้ความบาปนำไปสู่ความตาย หรือคนหน่ึ่งอาจเลือกจะรับใช้พระเจ้า การรับใช้พระเจ้านำไปสู่การถูกทำให้ชอบธรรมต่อพระเจ้า และเข้าสู่ชีวิตชั่วนิรันดร์ ท่านเปาโลกล่าวชัดเจนไม่มีด้านอื่นให้เลือก เราต้องเลือกระหว่างความบาปหรือพระเจ้า เพราะในตอนจบถ้าเราไม่พบชีวิตนิรันดร์ เราก็จะพบความตายนิรันดร์
 
        อ่านพระธรรม โรม 6:17 พระคัมภีร์ข้อนีอ้ธิบายได้อย่างเต็ม ความหมาย ในสิ่งทที่่านเปาโลกล่าวใน โรม 6:16 อย่างไร
 
        น่าสนใจเพียงใดจะสังเกตว่า ข้อ 17 เชื่อมโยงกับแนวคิดของการเชื่อฟังเพื่อแก้ไข “คำสอน” ให้ถูกต้อง  คริสเตียนชาวโรมได้รับการสอนถึงกฎเกณฑ์สำคัญแห่งความเชื่อของคริสเตียน และตอนนี้พวกเขาเชื่อฟังกฎเกณฑ์เหล่านั้น ดังนั้น สำหรับท่านเปาโล “คำ สอนที่ถูกต้องช่วยชาวโรมให้กลายเป็น “ผู้ชอบธรรมกับพระเจ้า” (ข้อ 18) แต่คำสอนที่ถูกต้องสามารถช่วยเราได้เมื่อเรา “เชื่อฟังสุดหัวใจของเรา” (ข้อ 17) เท่านั้น แต่บางคนอาจกล่าวว่าคำสอนถูกต้องไม่สำคัญตราบใดเราแสดงออกซึ่งความรัก แต่สิ่งต่างๆไม่ลงตัวง่ายๆ อย่างนั้น ในบทเรียนก่อนหน้านี้ เราได้เรียนรู้ว่าเปาโลเป็นกังวลเกี่ยวกับคำสอนเทียมเท็จในโบสถ์กาลาเทีย ซึ่งได้นำผู้เชื่อเหินห่างไปจากพระเจ้า ดังนั้น เราจำเป็นต้องระมัดระวังให้มากเกี่ยวกับการคิดว่าสิ่งที่เราเชื่อไม่สำคัญ
 
         ลองจินตนาการว่า เราทำความบาปหลังจากเราได้รับบัพติศมาแล้ว การที่เราตกลงในความบาปหลังการรับบัพติศมา  หมายความว่าเราไม่ได้รับความรอดจริงๆ ใช่ไหม พระธรรม 1 ยอห์น 1:8-2:1 ช่วยเราให้เข้าใจว่า การติดตามพระคริสต์หมายถึงอะไร แม้ว่าในความเป็นจริงเราอาจล้มลงเป็นครั้งคราว


วันพฤหัสบดี      เป็นอิสระจากความบาป  (โรม 6:19-23)
                               FREE FROM SIN     
                                          
         ใน พระธรรม โรม 6:19-23 อะไรคือแนวคิดหลักของข้อพระคัมภีร์เหล่านี้  คุณสามารถจะทำให้ความจริงสำคัญเหล่านี้เป็นความจริงในชีวิตของคุณได้อย่างไร  ท่านเปาโลกล่าวว่าเราเสี่ยงต่อการสูญเสียอะไรเพราะการเลือกของเรา
 
         ถ้อยคำของท่านเปาโลใน โรม 6:19-23  แสดงให้เห็นว่า ท่านเปาโลเข้าใจอย่างเต็มความหมายว่า เราถูกทำลายลงโดยความบาป  ท่านเปาโลเอ่ยว่า “ความคิดของมนุษย์อ่อนแออย่างไร” (ข้อ 19) เพราะความบาป  ท่านเปาโลทราบว่ามนุษย์สามารถทำความชั่วร้ายยิ่งใหญ่เมื่อปล่อยตามอำเภอใจของพวกเขา  อีกครั้งท่านเตือนเราถึงอำนาจของการเลือก เรามี อำนาจในการเลือกเจ้านายใหม่ เจ้านายใหม่คือพระเยซู พระองค์จะทรงประทานอำนาจให้เราดำเนินชีวิตที่บริสุทธิ์ 

        ตอนนี้ให้เรากระโดดล่วงหน้าไปยัง โรม 6:23  บ่อยครั้งพระคัมภีร์ ข้อนี้แสดงให้เห็น “ค่าจ้างของความบาปคือความตาย” พระคัมภีร์สอนว่า ความบาปคือการทำสิ่งใดที่ละเมิดธรรมบัญญัติของพระเจ้า แต่ความบาปเป็นบางสิ่งมากกว่า “การถูกลงโทษโดยความตาย” เราควรมองเห็นความบาปดังที่ท่านเปาโลพรรณนาให้เข้าใจก่อนหน้านี้ในโรม บทที่ 6  คุณคงจำได้ท่านเปาโลกล่าวว่า ความบาปคือเจ้านายที่กำลังควบคุมผู้รับใช้ของเขา มีอะไรมากกว่านั้น ความบาปหลอกลวงผู้รับใช้ของเขาด้วยการจ่าย “เช็คค่าจ้างอันน่าสะพรึงกลัว” สำหรับงานที่ได้ทำในการรับใช้เจ้านาย และคุณได้รับค่าจ้างอะไรเมื่อคุณทำบาป  ท่านเปาโลบอกเรา “ค่าจ้างที่คุณได้รับคือความตาย” (โรม 6:23) 

        สังเกตด้วยว่า ท่านเปาโลทำอะไรอีกขณะที่ท่าน “วาดภาพ” ด้วยถ้อยคำของท่านให้เห็นเจ้านายสองคน  ท่านชี้ให้เห็นความจริงว่า การรับใช้เจ้านายคนหน่ึ่งหมายถึงการไม่ว่างจะรับใช้เจ้านายอีกคนได้ อีกครั้งหน่ึ่งเรามองเห็นทางเลือกชัดเจนจะต้องทำ : เราจะต้องรับใช้คนใดคนหนึ่ง เราไม่สามารถรับใช้ทั้งสองได้ แต่การเป็นอิสระจากความบาป ไม่ได้หมายความว่า เราจะเป็นอิสระจากความบาปตลอดไป และไม่ได้หมายความว่า เราไม่ต้องดิ้นรนต่อสู้กับการสงครามที่ยาวนานและหนักหน่วงหรือแม้บางครั้งอาจพ่ายแพ้ และไม่ได้หมายถึงว่า เราไม่ต้องวางใจในพระสัญญาของพระเจ้าเพื่อจะช่วยให้เราชนะ อนึ่ง การเป็นอิสระจากความบาปหมายความว่า เราไม่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของความบาปอีกต่อไป

          พระธรรมโรม บทที่ 6 เป็นคำสั่งทรงพลังให้เราหยุดรับใช้ความบาป  ความบาปเป็นดุจกษัตริย์ที่โหดร้ายซึ่งไม่เสนอให้อะไรแก่เรานอกจากความตายเป็นค่าจ้างสำหรับสิ่งชั่วร้ายทั้งปวงที่เราทำ  ดังนั้น เหล่าคนฉลาดย่อมประสงค์จะได้รับการปลดปล่อยจากผู้ปกครองโหดร้าย  พวกเขาจะเลือกรับใช้พระเจ้า เหล่าผู้รับใช้พระเจ้าจะทำในสิ่งที่ถูกต้องและมีคุณค่าแก่การสรรเสริญ  พวกเขาไม่ทำสิ่งดีทั้งหลายเพื่อจะรับเอาความรอด  ไม่เลย พวกเขาทำสิ่งที่ถูกต้อง เพราะพวกเขาได้รับความรอดแล้ว การพยายามช่วยตัวเราเองให้รอดผ่านการทำความดีจะพลาดจากจุดประสงค์แห่งข่าวดีไป นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องการพระเยซู
 

วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม:

        “พระเยซูไม่ทรงยอมแพ้แก่ความบาป แม้ในความรู้สึกนึกคิดเราอาจมีชัยชนะอย่างเดียวกันโดยการเข้าร่วมกับพระเจ้าด้วยวิธีที่พระคริสต์บุตรมนุษย์ได้ทำ  พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตอยู่ภายในพระองค์และเตรียมความพร้อมให้พระองค์สำหรับทำสงครามกับความบาป ในทำนองเดียวกัน เราต้องยืนหยัดกับพระเยซูโดยความเชื่อ แล้วเราจะถูกทำให้ชอบธรรมเฉพาะพระเจ้า และความบาปจะไม่มีอำนาจเหนือเราอีกต่อไป ด้วยวัตถุประสงค์นี้ พระเยซูทรงเสด็จมาสร้างเส้นทางให้เราเพื่อเราจะถูกทำให้ชอบธรรมเฉพาะพระเจ้า และกลายเป็นคนบริสุทธิ์ และบัดนี้พระเจ้าทรงเอื้อมพระหัตถ์มาสัมผัสมือแห่งความเชื่อในตัวเรา  พระองค์ทรงนำเราให้ดำเนินชีวิตสะท้อนชีวิตของพระคริสต์ออกมาในลักษณะนี้  เราอาจดำรงชีวิตบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ตามรูปแบบของพระคริสต์” (เอ ลเลน จี. ไว้ท์, ผู้พึงปรารถนาแห่งปวงชน, หน้า 123)
 
        “การบอกว่าคุณเป็นคริสเตียนยังไม่เพียงพอ ชีวิตของคุณต้องสำแดงความเชื่อและประกอบการดีออกมาให้เห็น ไม่มีใครรับใช้เจ้านายสองคนได ้ผู้ติดตามซาตานย่อมรับใช้งานของซาตานเจ้านายของพวกเขา ผู้คนประเภทนั้นไม่อาจเป็นผู้รับใช้พระเจ้าได้จนกว่าพวกเขาจะปฏิเสธพญามารและกิจการทั้งสิ้นของมัน  เป็นการไม่ปลอดภัยสำหรับผู้รูับใช้พระบิดาเจ้า กษัตริย์แห่งสวรรค์ ที่จะเข้าไปมีหุ้นส่วนในความรื่นเริงและความสนุกสนานที่ผู้รับใช้ซาตานเพลิดเพลิน มีการพูดกันบ่อยว่า ความเพลิดเพลินเช่นนั้นปราศจากอันตราย  แต่พระเจ้าผู้ทรงประทานความบริสุทธิ์และความจริงศักดิ์สิทธิ์แก่ประชากรของพระองค์ ความจริงเหล่านี้จะแยกประชากรของพระองค์จากเหล่าผู้ไม่มีใจรักหรือรับใช้พระเจ้า  ความจริงเดียวกันเหล่านี้ทำให้ประชากรของพระองค์บริสุทธิ์  ชาวเซเซ่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสควรนำเอาความจริงแห่งความเชื่อเหล่านี้มาเป็นหลักในการดำเนินชีวิตให้เป็นที่ประจกัษ์” (เอลเลน จี. ไว้ท์, คำพยานสำหรับคริสตจักร, เล่ม 1, หน้า 404)


คำถามเพื่อการอภิปราย:

 1.  เรามีพระสัญญาอัศจรรย์หลายข้อที่ทรงสัญญาว่าจะได้ชัยชนะเหนือความบาป แต่ความจริงที่เรารับรู้ว่าเราเป็นคนบาปชั่วร้ายเพียงใด และดวงใจของเราชั่วร้ายกาจนัก ดวงใจชั่วร้ายของเราทำให้พระสัญญาของพระเจ้าเปล่าประโยชน์หรือไม่..อธิบาย

 2.  ในชั้นเรียนแบ่งปันสิ่งที่พระคริสต์ได้ทรงทำในตัวคุณ คุณเคยมีประสบการณ์เปลี่ยนแปลงอะไรที่เดี๋ยวนี้คุณมีชีวิตใหม่ในพระองค์  
 
3.  เราต้องจดจำไว้เสมอว่า

(1)  เราได้รับความรอดเพราะสิ่งที่พระคริสต์ได้ทรงทำเพื่อเรา แต่เราอาจตกอยู่ในอันตรายอะไรถ้าเราลืมไปว่า

(2) ที่พระเยซูทรงเปลี่ยนแปลงเราให้กลายเป็นคนบริสุทธิ์เหมือนที่พระองค์ทรงบริสุทธิ์ เหตุใดเราต้องเข้าใจ และให้ความสนใจเท่าเทียมกันทั้งสองส่วนของการถูกทำให้ชอบธรรมเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า


                                                                                   *********************     
________________________
Additional links on this topic:

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272