Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > Thai SSL 4Qr2017 Credit > Thai SSL 4Qr2017 Index > คำนำ > บทที่ 1 วันที่ 30 กันยายน - 6 ตุลาคม 2017 > บทที่ 2 วันที่ 7 - 13 ตุลาคม 2017 > บทที่ 3 วันที่ 14 - 20 ตุลาคม 2017 > บทที่ 4 วันที่ 21 > > > > > > >
.
บทที่ 11 วันที่ 9 - 15 ธันวาคม 2017
.
 บทที่ 11        ผู้ที่ถูกลือกสรรไว้แล้ว                             
                             THE CHOSEN                         
                

 
บ่ายวันสะบาโต 
   
       
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้:   โรม บทที่ 10, 11 

ข้อควรจำ     “ข้าพเจ้าจึงถามว่า “พระเจ้าทรงทอดทิ้งชนชาติของพระองค์แล้วหรือ เปล่าเลย ข้าพเจ้าเองก็เป็นชนชาติอิสราเอล เป็นพงศ์พันธุ์ของอับราฮัม เป็นเผ่าเบนยามิน” (โรม 11:1)
  

         บทเรียนของสัปดาห์นี้  เราจะศึกษาพระธรรมโรม บทที่ 10 และ 11  โดยจะให้ความสนใจเป็นพิเศษกับบทที่ 11  ก่อนอื่นเป็นสิ่งสำคัญที่จะอ่านตลอดทั้งสองบทให้จบก่อน  เพื่อที่จะได้ติดตามและเข้าใจแนวคิดที่ท่านเปาโลได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้

         พระธรรมโรมสองบทนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางของหัวข้อที่นำมาอภิปรายกันมากอย่างต่อเนื่อง แต่แนวคิดหลักประการหนึ่งที่โดดเด่นตลอดเวลาที่เราอภิปรายคือ ความรักของพระเจ้าสำหรับมนุษย์ทั้งปวง และพระประสงค์ยิ่งใหญ่ของพระองค์คือ ที่จะเห็นผู้คนทั้งมวลได้รับความรอด  พระเจ้าไม่ทรงปฏิเสธชนกลุ่มใดหลุ่มหนึ่งเพราะเหตุว่าไม่คู่ควรจะได้รับความรอด ท่านเปาโลทำความจริงนี้ให้ชัดเจนด้วยการ กล่าวว่า  “พวกยิวและพวกกรีกนั้นไม่ต่างกัน เพราะว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียวทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของทุกคน และประทานอย่างบริบูรณ์แก่ทุกคนที่ทูลขอต่อพระองค์” (โรม 10:12)   ที่จริงแล้วทั้งมวลต่างเป็นคนบาป และทั้งมวลต่างต้องการอำนาจการช่วยให้รอดของพระเจ้า ซึ่งประทานให้แก่โลกผ่านความเชื่อในพระคริสต์ ไม่ทรงประทานให้เพราะว่า  ถิ่นเกิดหรืองานที่เราทำ ความจริงข้อนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

         ท่านเปาโลกล่าวเรื่องนี้ต่อเนื่องในพระธรรมโรมบทที่ 11  ย้อนกลับไปยังบทเรียนในอดีตท่านเปาโลหมายความว่าอย่างไร เมื่อท่านพูดว่า ใครได้ถูกเลือกสรรไว้ ท่านไม่ได้พูดเกี่ยวกับว่าใครจะได้รอด และใครจะพินาศ  แต่เป็นว่าพระเจ้าทรงเลือกใครให้ร่วมงานกับพระองค์ อีกครั้งหนึ่งท่านเปาโลกล่าวทวนว่าพระเจ้าไม่ทรงเลือกให้คนใดหรือกลุ่มใดต้องพินาศ  ท่านเปาโลไม่เคยหมายความอะไรในทำนองนี้ ท่านกล่าวเกี่ยวกับว่าพระเจ้าทรงเลือกบางคนให้ทำงานกับพระองค์เพื่อเข้าถึงชาวโลกทั้งใบด้วยข่าวดีแห่งความรอด


วันอาทิตย์        พระคริสต์และธรรมบัญญัติ  (โรม 10:1-4)     
                             CHRIST AND THE LAW   
 
        อะไรคือข่าวสารของพระธรรม โรม 10:1-4   เหตุใดเราจึงตกอยู่ในอันตรายของการพยายามจะเป็นผู้ชอบธรรมเฉพาะพระเจ้าด้วยวิธิีการของเราเองแทนที่จะรับเอาวิธีการของพระเจ้าในการทำให้เราชอบธรรมกับพระองค์ 
 
        ความพยายามจะช่วยตัวคุณเองให้รอดด้วยการปฏิบัติความดีของคุณเอง เป็นที่รู้จักกันในชื่อ  “การปฏิบัติศาสนาเคร่งตามตัวอักษร” (legalism)  การช่วยตัวเองให้รอดด้วยวิธีดังกล่าวอาจต้องทำผ่านการ  (1) ประกอบการดี (2) การรับประทานอาหารสุขภาพ (3) การถือรักษาวันสะบาโตเคร่งครัด (4) การหลีกเลี่ยงสิ่งชั่วร้าย  (5)  และประสบความสำเร็จในงานรับใช้พระเจ้าของเรา ทั้งหมดของสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งดี แต่เหล่าคนที่ทำการเหล่านี้เพื่อช่วยพวกเขาเองให้รอดได้ตกสู่กับดักแห่ง “การปฏิบัติศาสนาเคร่งตามตัวอักษร” ทุกขณะจิตแห่งชีวิตของเรา  เราต้องระลึกว่าพระเจ้าทรงบริสุทธิ์และเราทั้งหลายเต็มไปด้วยความบาป  ความจริงข้อนี้จะช่วยให้เราปกป้องตัวเราเองจากความพยายามจะทำให้ตัวเราชอบธรรมต่อพระเจ้าด้วยการทำดีของเราเอง  เพราะเราไม่มีคุณความดีพอเพียงในตัวเราเอง  ดังนั้น การพยายามจะเป็นผู้ชอบธรรมเฉพาะพระเจ้าด้วยความดีของเราเองนั้น เป็นการทำบาปโดยต่อต้านวิธิีการของพระเจ้า เพราะพระคริสต์ผู้เดียวทรงสามารถทำให้เราชอบธรรมเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าได้ พระองค์ทรงทำการผ่านความเชื่อในพระคริสต์เพียงวิธีเดียวและนั่นคือสิ่งที่พระองค์ได้ทำเพื่อเราและยังกำลังทำอยู่ในปัจจุบัน

         พระธรรม โรม 10:4 เป็นข้อพระคัมภีร์สำคัญเพราะบรรจุข่าวสารทั้งหมดของท่านเปาโลที่เขียนถึงพี่น้องชาวกรุงโรม แต่การที่จะเข้าใจพระธรรมโรม 10:4  ประการแรก เราต้องเข้าใจความหมายของข้อพระคัมภีร์ซึ่งอยู่แวดล้อมข้อนี้ก่อน  ชาวยิวจำนวนไม่น้อย “อุตส่าห์ตั้งความชอบธรรมของตนขึ้น พวกเขาจึงไม่ยอมอยู่ในความชอบธรรมของพระเจ้า” (โรม 10:3)   พวกเขาทำเช่นนั้นโดยพยายามให้เป็น “ผู้ชอบธรรมโดยถือตามธรรมบัญญัติ” (โรม 10:5)   เมื่อถึงกำหนด พระเจ้าทรงส่งพระเยซูมาให้เรา พระองค์ทรงแสดงให้เราเห็นว่า วิธีการเดียวเท่านั้นที่เราจะถูกทำให้ชอบธรรมเฉพาะพระเจ้าได้ซึ่งความชอบธรรมดังกล่าวมาจากความชอบธรรมของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระเจ้าได้ถูกเสนอให้กับคนทั้งปวงผู้วางความเชื่อของพวกเขาในพระคริสต์

         ตอนนี้ให้เราพูดว่า “ธรรมบัญญัติ” ใน โรม 10:5  รวมไปถึง “ พระธรรมบญัญัติสิบประการ”  การพูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าธรรมบัญญัติสิบประการถูกโยนทิ้งไป ธรรมบัญญัติสิบประการเป็นที่รู้จักว่าเป็น “ธรรมบัญญัติว่าด้วยศีลธรรม” และบัญญัติว่าด้วยศีลธรรมนี้ทำหน้าที่ชี้ความบาปของเรา  ธรรมบัญญัติชุดนี้แสดงให้เราเห็นว่าเราต้องการพระผู้ช่วยให้รอด และการอภัยความบาป และความต้องการจะถูกทำให้ชอบธรรมเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า  ทั้งหมดเหล่านี้จะพบได้ในพระเยซูเท่านั้น  ดังนั้น วิธีการนี้ “พระคริสต์ทรงเป็นจุดจบของธรรมบัญญัติ” (โรม 10:4)   เพราะธรรมบัญญัติจึงนำไปสู่พระองค์ และอำนาจของพระองค์ทำให้เราชอบธรรมเฉพาะพระเจ้า คำในภาษากรีกสำหรับ “จุดจบ” คือ “เทโลส” (telos) คำนี้สามารถแปลได้อีกความหมายว่า “เป้าหมาย” ดังนั้นพระคริสต์คือเป้าหมายสุดท้ายของธรรมบัญญัติ นั่นคือธรรมบัญญัตินำเราไปสู่พระคริสต์นั่นเอง 


วันจันทร์        ถูกเลือกโดยความรักและพระกรุณาของพระเจ้า  (โรม  11:1-7)         
                          CHOSEN BY GOD’S LOVING-FAVOR 
 
        อ่านพระธรรม โรม 11:1-7   ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้แสดงคำสอนอะไรแก่เราซึ่งชัดเจนและปราศจากความเคลือบแคลงใดๆ           
     
        ท่านเปาโลถามคำถาม “พระเจ้าทรงทอดทิ้งชนชาติของพระองค์แล้วหรือ” (โรม 11:1)   ในคำตอบ ท่านเปาโลชี้ไปยัง “ส่วนน้อยที่ยังเหลืออยู่” (ramnant)  คุณคงนึกถึงตัวอย่าง  ส่วนที่ยังเหลืออยู่ของผ้าจากม้วนซึ่งแต่เดิมมีอยู่เต็มพับ ส่วนที่เหลืออยู่นี้เป็นสัญลักษณ์ของชาวยิวที่พระเจ้าทรงทำการผ่านส่วนน้อยที่ยังเหลืออยู่ที่ถูกเลือกโดยความรักและพระกรุณาของพระเจ้า เป็นข้อพิสูจน์ว่าพระเจ้าไม่ได้โยนประชากรของพระองค์ทิ้งไป ซึ่งที่จริงแล้วประชากรทั้งปวงมีโอกาสจะได้รับความรอด

         บัดนี้ เราควรจำได้ว่า คริสเตียนกลุ่มแรกทั้งหมดเป็นชาวยิว  ยกตัวอย่าง เมื่อคนกลุ่มใหญ่รับเอาข่าวดีเกี่ยวกับพระเยซูใน “วันเพ็นเทคอสต์” วันเพ็นเทคอสต์เป็นเวลาเมื่อของประทานแห่งพระวิญญาณบริสทธิ์ถูกหลั่งลงมายังเหล่าผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ในช่วงสั้นๆ หลังพระเยซูเสด็จสู่สวรรค์ (อ่าน กิจการฯ 2:1-4)  ผู้คนหลายพันคนได้เปิดใจรับเชื่อในพระเยซูในวันนั้นและวันต่อๆ มา แต่ชาวยิวคริสเตียนกลุ่มแรกได้พบความลำบากใจที่จะเชื่อว่า พระเจ้าทรงหมายพระทัยให้ผู้คนทุกเชื้อชาติได้รับความรอดหรือความเป็นมาคือ พระเจ้าทรงทำให้ท่านเปโตรเกิดความมั่นใจผ่านนิมิต (vision) พิเศษ และผ่านการอัศจรรย์ที่กลุ่มผู้ไม่ใช่ชาวยิวมีสิทธิ์ได้รับความรัก และพระกรุณาคุณของพระเจ้า (กิจการฯ บทที่ 10; อ่าน กิจการฯ 15:7-10 ด้วย)

          อ่านพระธรรม โรม 11:7-10   ท่านเปาโลกล่าวว่า ชาวยิวบางคน “ปฏิเสธที่จะฟังพระเจ้า” (โรม 11:7)   ดังนั้น พระเจ้าทรง “ปิดดวงตาของพวกเขาเพื่อพวกเขาจะมองไม่เห็น” (โรม 11:8)   ท่านเปาโลหมายความว่าพระเจ้าทรง “ทำให้ยาก” สำหรับคนที่ปฏิเสธพระคริสต์ “ที่จะเข้าใจ” (โรม 11:8)   มีข้อผิดพลาดอะไรสำหรับแนวคิดนั้น

         ในพระธรรม โรม 11:8-10   ท่านเปาโลกล่าวทวนข้อพระคัมภีร์หลายข้อจากพระคัมภีร์เดิม  ชาวยิวยอมรับพระคัมภีร์เดิมว่ามีอำนาจบัญชาชีวิตของพวกเขา  ข้อพระคัมภีร์ที่ท่านเปาโลนำมาทบทวน  ท่านเปาโลใช้คำพรรณนาจินตนาการให้เห็นว่า พระเจ้าทรงประทานดวงจิตดวงใจให้ชนอิสราเอล  ทำให้พวกเขามีความเซื่องซึมต้องการนอนหลับ  ดวงตามองไม่เห็น  หูไม่ได้ยินสิ่งที่พระเจ้าตรัส พระเจ้าทรงทำให้จิตใจประชาชน “บอดไป” เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขามองเห็นความจริงซึ่งจะนำพวกเขาให้เลือกรับความรอด ไม่ใช่เช่นนั้น!  ดังนั้น ภาพพจน์ในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้จะต้องเข้าใจในทำนองเดียวกับที่เราเข้าใจพระธรรมโรม บทที่ 9  ท่านเปาโลไม่ได้เอ่ยว่าใครรอดหรือพินาศตรงนี้  แต่ท่านกลับหันไปพูดเกี่ยวกับส่วนที่พระเจ้าเลือกผู้คนที่จะเข้ามาร่วมงานของพระองค์ต่างหาก


วันอังคาร          กิ่งตามธรรมชาติ   (โรม 11:16-24)
                              THE NATURAL  BRANCHES    
 
        อ่านพระธรรม โรม 11:11-15   ความหวังยิ่งใหญ่อะไรที่ท่านเปาโลเสนอให้กับชาวยิวในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้

        ในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้  เราพบข้อความสองชุดเกือบเหมือนกันในลักษณะที่ถูกเขียนขึ้นและในความหมายของทั้งสอง  ชุดแรกคือ “เมื่อชนอิสราเอลทั้งมวลหันมาหาพระเจ้า” (โรม 11:12)   หรือ “การกลับหลังหันมาหาพระเจ้าของพวกเขา” และชุดที่สองคือ “เมื่อชนอิสราเอลรวมตัวกัน” (โรม 11:15)   ท่านเปาโลกำลังพูดเกี่ยวกับอะไรตรงนี้  ถ้อยคำทั้งสองชุดแสดงให้เห็นว่าชนอิสราเอลไม่ได้หลงเจิ่นไปจากพระเจ้าตลอดไป ที่จริงแล้วท่านเปาโลมองเห็นชนอิสราเอลเหินห่างจากพระเจ้าเพียงบางช่วงเวลา และจะตามมาด้วยการหันกลับมาหาพระเจ้าอย่างเต็มตัวและหัวใจ  ตรงนี้เป็นคำตอบที่สองของท่านเปาโลซึ่งตอบคำถามที่ถามในตอนต้นของบทที่ 11  คุณคงจะจำคำถามได้ว่า  “พระเจ้าทรงโยนประชากรของพระองค์ทิ้งไหม”  คำตอบของท่านเปาโลคือ “ไม่” เพราะว่าพระเจ้าจะทรงรวบรวมพวกเขากลับมาในวันหนึ่ง
 
        อ่านพระธรรมโรม 11:16-24  ตรงนี้ท่านเปาโลกำลังพูดอะไรกับเรา
 
        ท่านเปาโลแสดงให้เห็นว่าเหล่าชนอิสราเอลผู้ยังคงจงรักภักดีต่อพระเจ้าเป็นเกือบเหมือนต้นมะกอกเทศที่ยังสมบูรณ์ดี บัดนี้ กิ่งบางกิ่งของต้นมะกอกได้หักออกเป็นสัญลักษณ์ถึงชาวยิวบางคนที่ไม่เชื่อ  ท่านเปาโลใช้ถ้อยคำที่ทำให้มองเห็นภาพเหล่านี้เพื่อพิสูจน์ว่า “พระเจ้าไม่ทรงผลักประชากรของพระองค์ออกไป” (โรม 11:2)   ต้นมะกอกเทศที่ดีอาจเสียบางกิ่งเพราะลมพายุพัดหรือบางสิ่ง แต่รากและลำต้นของมันยังมีชีวิต

         บัดนี้ ผู้เชื่อชาวต่างชาติที่ไม่ใช่ยิวเปรียบเหมือนกิ่งที่นำไปทาบแทนกิ่งเดิมที่หักออกและกิ่งใหม่เหล่านี้ดูดน้ำเลี้ยงแห่งชีวิตจากรากและลำต้นของต้นมะกอก  ส่วนรากและลำต้นเล็งถึงผู้เชื่อชาวอิสราเอล 

           อะไรที่เกิดขึ้นกับอิสราเอลผู้ปฏิเสธพระเยซูอาจเกิดขึ้นกับผู้เชื่อที่ไม่ใช่ชาวยิวได้เช่นกัน  ด้วยว่าไม่มีคำสอนในพระคัมภีร์พูดว่า “เมื่อคนหนึ่งได้รับความรอดแล้วเขาจะรอดตลอดไป” แต่เป็นว่า ของประทานอย่างเดียวกันกับการได้รับความรอดจากการ “รับเอา” สามารถที่จะ “ปฏิเสธ” ได้อย่างอิสระเช่นกัน  ดังนั้น เราต้องระมัดระวังไม่คิดด้วยว่า ทุกครั้งเราทำบาปเราจะไม่รอดอีกต่อไป และเราต้องไม่คิดว่าเราจะสามารถรอดได้ด้วยการทำตัวให้ปราศจากความบาป  อนึ่ง เราต้องหลีกเลี่ยงแนวคิดที่ว่า  เมื่อพระเจ้าทรงทำให้เราชอบธรรมกับพระองค์แล้วจะไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้เราพินาศได ้ สรุปแล้ว มีเพียงผู้ที่ “ดำเนินชีวิตในพระกรุณาคุณอย่างต่อเนื่อง” (โรม 11:22) เท่านั้นจะรอดได้ 


 วันพุธ         ชนอสิราเอลท้งัมวลจะได้รับความรอด  (โรม 11:25-27)
                        ALL ISRAEL WILL BE SAVED  
 
           ตามที่ได้แสดงให้เห็นในพระธรรม โรม 11:25-27  จะมีเหตุการณ์ยิ่งใหญ่อะไรที่ท่านเปาโลกล่าว ว่าจะเกิดขึ้นกับชาวยิวในอนาคต

           คริสเตียนบางกลุ่มได้โต้แย้งในความหมายของพระธรรม โรม 11:25-27 ตลอดมาหลายร้อยปี  ตอนนี้ข้อมูลบางอย่างชัดเจนขึ้น ความหมายพื้นฐานของข้อพระคัมภีร์เหล่านี้คือ พระเจ้าทรงเอื้อมออกไปยังชาวยิว  สิ่งที่ท่านเปาโลกล่าวตรงนี้เป็นคำตอบสำหรับคำถามที่ท่านถามในตอนต้นของบทที่ 11 ซึ่งถามว่า “พระเจ้าทรงทอดทิ้งชนชาติของพระองค์แล้วหรือ” (โรม 11:1)   คำตอบของท่านเปาโลแน่นอนชัดเจนคือ “ไม่”!  ท่านให้เหตุผลสองประการ: (1) ความมืดบอดฝ่ายวิญญาณจิตของชาวยิว (โรม 11:8)  ซึ่งจะเป็นไปในช่วงเวลาสั้นๆ คำกล่าวที่ว่า  “สายตาที่มองไม่เห็น” มาจากภาษากรีกคือ “โพโรซิส” (porosis) หมายถึง “กลายเป็นกระด้าง” และความ “มืดบอด” อาการมองไม่เห็นจะคงอยู่ในช่วงจำกัด (2) อาการจะสิ้นสุดลงเมื่อ “จนถึงพวกต่างชาติได้เข้ามา ครบจำนวน” (โรม 11:25)

           ถ้อยคำนี้หมายความถึงอะไร หลายคนเชื่อว่า ถ้อยคำชี้ไปยังเวลา เมื่อข่าวดีเกี่ยวกับพระเยซูจะถูกเทศนาสั่งสอนไปทั่วทุกหนทุกแห่ง และการเสด็จกลับมาของพระเยซูจะใกล้เข้ามา ตรงจุดนี้ชาวยิวจำนวนมากจะหันกลับมาหาพระเยซู

         ถ้อยคำอีกชุดหนึ่งนับว่ายากที่จะทำความเข้าใจ คำกล่าวคือ “ชนอิสราเอลทั้งมวลจะได้รับความรอด” (โรม 11:26)   ถ้อยคำชุดนี้จะต้องไม่นำไปตีความหมายว่าชาวยิวทุกคนจะได้รับความรอดในตอนสิ้นสุดของเวลาโดยพระบัญชาพิเศษจากพระเจ้า ไม่มีที่ใดในพระคัมภีร์สอนเรื่อง “ยูนิเวอร์แซลนิสซึ่ม” (universalism) “ยูนิเวอร์แซลนิสซึ่ม” เป็น แนวคิดว่า ในที่สุดมนุษยชาติทุกคนจะได้รับความรอด แต่ท่านเปาโลหวังว่า จะมีบางคนเท่านั้นในชนชาติยิวได้รับความรอด (โรม 11:14)

         เอลเลน จี.ไว้ท์ แบ่งปันความคิดของนางในโรม บทที่ 11 นางชี้ไปยัง “ช่วงเวลาปิดฉากการประกาศข่าวดีแก่ชาวโลก” ในช่วงเวลานี้ “จะมีชาวยิวจำนวนมากรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดโดยความเชื่อ” (เอล เลน จี.ไว้ท์, กิจการของอัครทูต, หน้า 381)

         เอลเลน จี.ไว้ท์ กล่าวด้วยว่า “จะมีการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ต่างๆ เกิดขึ้นในโลกของเรา องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงประกาศแล้วว่า ประชาชนที่ไม่ใช่ชาวยิวจะถูกรวบรวมเข้าสู่คริสตจักร และไม่ใช่เฉพาะคนที่ไม่ใช่ชาวต่างชาติ แต่ชาวยิวเองจะถูกเรียกเข้าสู่คริสตจักรเช่นกัน  ท่ามกลางชาวยิวจำนวนมากที่จะถูกทำให้เป็นผู้ชอบธรรมเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าผ่านทางพระเยซู  เราจะได้เห็นความรัก และพระกรุณาคุณของพระเจ้าแพร่ขยายออกไปเพื่อช่วยชาวยิวให้รอด  ข่าวพระกิตติคุณของพระเยซูจะเป็นเหมือนตะเกียงที่ส่องแสงสว่างไสวไปทั่ว   ความจริงสำหรับช่วงเวลานี้จะถูกนำไปถึงชาวยิวที่อาศัยอยู่ทุกแห่งหน ชาวยิวหลายคนได้รับเอาความจริงด้วยพลังอำนาจยิ่งใหญ่   พวกเขาจะป่าวประกาศว่าธรรมบัญญัติของพระเจ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง” (เอล เลน จี. ไว้ท์, ผู้ประกาศพระกิตติคุณ, หน้า 578)

วันพฤหัสบดี         ความรัก และพระกรุณาของพระเจ้าทรงมีต่อ คนบาป (โรม 11:28-36)                                       
                                  GOD’S LOVING - KINDNESS TOWARD SINNERS   
                         
                  ความรักของท่านเปาโลมีต่อชนชาวยิวของท่านแสดงออกชัดเจนใน โรม 11:25-27  นับว่าเป็นการยากสำหรับท่านที่ได้เห็นพี่น้องร่วมเผ่าพันธุ์ต่อสู้ท่านและต่อต้านความจริงเรื่องข่าวดีเกี่ยวกับพระเยซู แต่แม้ท่านเปาโลต้องเผชิญสถานการณ์เช่นนี้ ท่านยังมีความหวังว่า ผู้คนจำนวนมากจากชนชาติของท่านจะรับพระเยซูเป็นพระองค์นั้นที่พระเจ้าองค์พระบิดาเลือกให้มาเป็นพระผู้ช่วยของพวกเขา 
 
       อ่านพระธรรม โรม 11:28-36  ดังได้แสดงให้เห็นในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้  ท่านเปาโลสอนอย่างไรว่าความรักของพระเจ้าไม่ใช่เฉพาะชาวยิวเท่านั้นแต่สำหรับทุกคน เช่นที่ท่านเปาโลพรรณนาในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้เกี่ยวกับการอัศจรรย์และอำนาจประหลาดแห่งพระคุณของพระเจ้า “พระคุณของพระเจ้า” หรือความรักและพระกรุณาของพระเจ้า  การให้อภัยบาป  อำนาจหนือความบาป อำนาจเหล่านี้น่าที่งยิ่งนัก เพราะว่าเป็นความลึกลับที่เราไม่อาจเข้าใจได้ถึงความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้น        
 
        แนวคิดสำคัญอย่างหนึ่งผ่านมาอย่างชัดเจนในพระธรรม โรม 11:28-36   ความรัก และพระเมตตาคุณของพระเจ้าหลั่งบนคนบาปทั้งหลายนับแต่ตอนที่โลกใบนี้ยังไม่ถูกสร้างขึ้น  พระเจ้าได้ทรงวางแผนช่วยมนุษยชาติให้รอดและแผนการนั้นรวมไปถึงพันธกิจของพระองค์ผ่านเผ่าพันธุ์และประชาชาติต่างๆ 
 
        จงอธิษฐานขอความเข้าใจ พระธรรมโรม 11:31 ว่ามีแนวคิดสำคัญ  อะไรเราควรได้รับจากพระคัมภีร์ข้อนี้  ข้อพระคัมภีร์ดังกล่าวบอกเราเกี่ยวกับการเป็นพยานชาวยิวและคนทั้งปวงที่เราพบอย่างไรบ้าง 
      
         ไม่สงสัยเลยว่า สมาชิกโบสถ์ของคริสเตียนทั้งหลายควรได้แสดงความกรุณาต่อชาวยิว เช่นนี้ก็จะมีชาวยิวมากขึ้นหันมารับพระเยซู สิ่งที่น่ากลัวหลายอย่างเกิดขึ้นในสองสามร้อยปีแรกหลังจากพระคริสต์  สิ่งเหล่านี้รวมไปถึง (1) โบสถ์หรือคริสตจักรหลายแห่งได้ถอยออกห่างจากความจริง และ (2) การเปลี่ยนแปลงวันนมัสการดั้งเดิมจากวันที่เจ็ดวันสะบาโตไปสู่การนมัสการในวันที่หนึ่ง-วันอาทิตย์ และสิ่งอื่นๆ อีกหลายประการ จึงไม่เป็นการง่ายเลยสำหรับชาวยิวจะถูกนำมาเป็นผู้ติดตามพระเยซู

          เป็นสิ่งสำคัญเพียงใดที่คริสเตียนทั้งหลายจะเข้าใจว่า พวกเขาต้องแสดงให้คนอื่นมองเห็นความเมตตาของพระเจ้าที่ได้ทรงสำ แดงให้พวกเขาได้ประจักษ์แล้ว  พระเมตตาคุณนี้ได้ทรงประทานให้เราทั้งหลายผ่านทางพระเยซู  เราจะไม่ใช่คริสเตียนหากเราไม่สำแดงความรักความเมตตาอย่างเดียวกันนี้แก่คนอื่นๆ (อ่าน มัทธิว 18:23-35
 
        มีใครสักคนไหมที่คุณจำเป็นต้องแสดงความกรุณาแก่เขา แม้ว่าบุคคลดังกล่าวไม่ได้ทำสิ่งใดคู่ควรที่จะได้รับความกรุณา เหตุใดไม่แสดงความกรุณาต่อเขาหรือหล่อน.. เพราะจะว่าไปแล้วพระเยซูทรงแสดงความกรุณาคุณต่อเรามาก่อนแล้ว 


วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม:

           “ชนอิสราเอลอาจล้มเหลวในการดำเนินงานที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้พวกเขาทำในฐานะเป็นชนชาติหนึ่ง  ดังนั้น ยังมีคนอีกจำนวนมหาศาลท่ามกลางพวกเขาจะได้รับความรอด ในสมัยการเสด็จมาของพระผู้ช่วยให้รอด มีชายและหญิงจำนวนไม่น้อยผู้จงรักภักดีต้อนรับข่าวของท่านยอห์นผู้ให้บัพติศมาด้วยความยินดี  สิ่งที่พวกเขายอมรับนำพวกเขาสู่การศึกษาข่าวสารพิเศษจากพระเจ้าอีกครั้งหนึ่งเกี่ยวกับ “องค์ผู้ถูกเลือกสรรของพระเจ้า” และแล้วพวกเขารับเชื่อในพระเยซูหลังจากช่วงเวลาหนึ่งผ่านไป  คริสตจักรคริสเตียนยุคแรกเริ่มถูกสถาปนาขึ้นซึ่งประกอบขึ้นด้วยชาวยิวผู้จงรักภักดีซึ่งได้ต้อนรับพระเยซูแห่งนาซาเร็ธว่า เป็นพระองค์นั้นที่พวกเขาได้เฝ้ารอคอย” (เอลเลน จี.ไว้ท์, กิจการของ อัครทูต, หน้า 376, 377)
 
       “ท่ามกลางชาวยิว เหล่าผู้มีความรู้ในพระคัมภีร์เป็นอย่างดี  หนึ่งในนั้นคือ “เซาโลแห่งเมืองทาร์ซัส” เป็นหนึ่งในจำนวนดังกล่าว ชาวยิวเหล่านี้เมื่อรับเอาความจริงจะประกาศความจริงด้วยพลังอัศจรรย์ว่า ธรรมบัญญัติของพระเจ้าไม่เคยเปลี่ยนแปลงและจะคงอยู่ตลอดกาล.... ผู้รับใช้ของพระเจ้าจะต้องทำการในความเชื่อสำหรับบุคคลที่ไม่ชอบฟังคำพยานจากคริสเตียนมาเป็นเวลานาน สาเหตุหนึ่งพวกเขาไม่ได้รับการเอาใจใส่ดูแลอย่างเพียงพอ แผนการของพระเจ้าเพื่อช่วยคนบาปให้รอด จะต้องสำแดงออกไปให้เป็นที่ประจักษ์ 

       “พระเจ้าต้องการผู้สื่อข่าวของพระองค์ให้ความเอาใจใส่เป็นพิเศษ ในชาวยิวที่อาศัยอยู่ทุกแห่งหน ความจริงในพระคัมภีร์เดิมจะต้องผสมผสานกับความจริงในพระคัมภีร์ใหม่ เพื่ออธิบายแผนการของพระเจ้า เพื่อช่วยคนบาปให้รอด ในลักษณะนี้ชาวยิวจำนวนไม่น้อยจะเข้าใจวัตถุประสงค์ของพระเจ้าอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความเข้าใจนี้จะให้ชีวิตใหม่แก่ดวงวิญญาณของพวกเขา พวกเขาจะมองเห็นพระเยซูถูกสำแดงให้เห็นในพระคัมภีร์เดิม และพวกเขาจะมองเห็นชัดเจนว่า พระคัมภีร์ใหม่อธิบายพระคัมภีร์เดิมไว้อย่างชัดเจน  เมื่อนั้นดวงจิตที่หลับอยู่ของพวกเขาจะถูกปลุกขึ้นสู่ความจริง พวกเขาจะมองเห็นว่าพระเยซูทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของโลก แล้วชาวยิวจำนวนมากจะรับพระคริสต์โดยความเชื่อว่า เป็นพระองค์ผู้ทรงจ่ายราคาสำหรับความบาปของพวกเขา และปลดปล่อยพวกเขาให้เป็นอิสระจากความตาย” (เอลเลน จี.ไว้ท์, กิจการของอัครทูต, หน้า 381)


คำถามเพื่อการอภิปราย:

1.  พระบัญญัติของพระเจ้ามีความสำคัญต่อชาวยิวจำนวนมากเหมือนที่มีความสำคัญสำหรับชาวแอ๊ดเวนตีส  ขณะที่เราเข้าใกล้ช่วงสิ้นสุดของเวลา  มีส่วนไหนอาจช่วยให้ชาวยิวมองเห็นความสำคัญชัดเจนขื้นในเรื่องของธรรมบัญญัติและวันสะบาโตแก่ชาวโลก 
 
2.  ท่ามกลางคริสตจักรทั้งปวง เหตุใดคริสตจักรแอ๊ดเวนตีสประสบความสำเร็จมากที่สุด ในการเอื้อมถึงชาวยิว  มีสิ่งใดที่คุณหรือโบสถ์ ท้องถิ่นของคุณสามารถทำได้เพื่อการเอื้อมถึงชาวยิว 
 
3.  เราสามารถเรียนรู้อะไรจากความผิดพลาดของชนอิสราเอลในสมัยพระคัมภีร์  เราจะสามารถหลีกเลี่ยงจากความผิดพลาดของพวกเขาได้อย่างไร 
 
 
                                                                       ****************************** 
 
 
________________________
Additional links on this topic:

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272