Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > Index ThSSL 1Q2018 > คำนำ > บทที่ 1 : วันที่ 30 ธันวาคม - 5 มกราคม 2018 > Chapter 2 วันที่ 6- 12 มกราคม 2018 > บทที่ 3 วันที่ 13 - 19 มกราคม 2018 > บทที่4 วันที่ 20 - 26 มกราคม 2018 > บทที่ 5 วันที่ 2 > > >
.
บทที่ 8 วันที่ 17 - 23 กมุภาพันธ์ 2018
.
 บทที่ 8            แรงกระทบของสิบลดหนึ่ง               
                       The Impact of Tithing
                                                       
            
               
 
บ่ายวันสะบาโต     
 

อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้:    มาระโก 16:15; 1 เปโตร 3:8, 9; 1โครินธ์ 9:14; โรม 3:19-24


ข้อควรจำ     “ท่านไม่รู้หรือว่าคนที่ปรนนิบัติในโบสถ์ก็กินอาหารของโบสถ์ และคนปรนนิบัติที่แท่นบูชาก็รับส่วนแบ่งจากเครื่องบูชานั้น ในทำนองเดียวกัน องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงบัญชาไว้ว่า คนที่ประกาศข่าวประเสริฐควรได้รับการเลี้ยงชีพด้วยข่าวประเสริฐนั้น”  (1 โครินธ์ 9:13, 14) 
 


อย่างที่เราได้เห็นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เรื่องสิบลดหน่ึ่งมีความสำคัญเพราะเป็นการแสดงออกซ่ึ่งความเชื่อ นี่เป็นการเผยให้เห็นอย่างหนึ่งหรือเป็นบททดสอบความจริงว่าตนเองถือศาสนา มีคำกล่าวว่า “ตรวจสอบตัวคุณเองว่าคุณอยู่ในความเชื่อหรือไม่ ทดสอบตัวคุณเองว่าคุณรู้จักตัวเองว่าพระคริสต์ทรงอยู่กับคุณไหม...เว้นแต่คุณจะขาดคุณสมบัติ (disqualified) จริงๆ” (2 โครินธิ์ 13:5)

           ข้อพระคัมภีร์ข้อแรกอ้างเรื่องสิบลดหนึ่ง คือเรื่องท่านอับราฮัมถวายสิบลดหนึ่งให้กับท่านมัลคีเซเดค (ปฐมกาล 14:18-20; ฮีบรู 7:4) ชาวเลวีทั้งหลายได้รับสิบสดหนึ่งสำหรับงานการให้บริการ คือเป็นผู้ประประกอบพิธีให้กับประชาชนที่พระนิเวศของพระเจ้า (2 พงศาวดาร 31:4-10)  ปัจจุบันสิบลดหน่ึ่งเป็นเงินสำหรับสนับสนุนการประกาศเผยแพร่พระกิตติคุณ เมื่อมีความเข้าใจถูกต้อง สิบลดหนึ่งจะให้การรับใช้เป็นเครื่องตวงวัดสำหรับความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า

           แรงกระทบสู่ทางการนำไปใช้มีความสำคัญ และวิธีการแบ่งสรรในเรื่องสิบลดหนึ่งถูกออกแบบมาเพื่อการเติบโตฝ่ายวิญญาณจิตของเราในการให้การสนับสนุนงานของพระเจ้า และเป็นพื้นฐานในการจัดหาด้านการเงินสำหรับการประกาศเทศนาพระกิตติคุณ นี่เป็นแผนการของพระเจ้า และผู้เชื่อในพระเจ้าทั้งหลายได้รับการเรียกก้าวแรกให้เป็นเจ้าหน้าที่ฉันทภาระที่สัตย์ซื่อ

         สัปดาห์นี้ เราจะมองไปยังเรื่องสิบลดหนึ่งต่อเนื่อง  การจัดสรรสิบลดหน่ึ่งมีความหมายอะไรสำหรับคนอื่นๆ และมีแรงกระทบอะไรที่เกิดขึ้นกับด้านจิตวิญญาณของค์นอื่นๆ และมีแรงกระทบอะไรที่เกิดขึ้นกับด้านจิตวิญญาณของเรา 


วันอาทิตย์         เราร่วมกันเป็นกองทุนสำหรับพันธกิจ
                         Together We Fund the Mission 

 


         พระเยซูทรงพระบัญชาเราว่า “เจ้าทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก ประกาศข่าวพระกิตติคุณ” (มาระโก 16:15)  “สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้” (มัทธิว 28:19-20) เช่นนี้  พระเจ้าทรงพระประสงค์ให้เรามีส่วนร่วมงานสำคัญที่สุดบนแผ่นดินโลกในการนำผู้คนมาหาพระเยซูและให้การสนับสนุนพันธกิจนี้จากแหล่งเงินทุน พระเจ้าได้ทรงมอบหมายความรับผิดชอบกับเราในฐานะเป็นผู้อารักขาทรัพย์ (เจ้าหน้าที่ฉันทภาระ) ของพระเจ้า  การมีส่วนร่วมนี้จะทำให้งานที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้ส่วนบุคคลมีความลึกซึ้งขึ้น ในการนำเสนอพระคริสต์แก่คนอื่น  สาวก และเจ้าหน้าที่ฉันทภาระ และคนงานทุกคนจะต้องนำสิบลดหน่ึ่งทั้งหมดไปใช้สำหรับงานอันศักดิ์สิทธิ์นี้ เราต้องอธิษฐานสำหรับความเป็นหนึ่ง และจะต้องให้การสนับสนุนพันธกิจอย่างซื่อสัตย์ ทั้งนี้เพื่อทำให้พันธกิจประสบความสำเร็จซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เราเป็นหนึ่งในความเชื่อในเวลาเดียวกัน
 
         อะไรคือข้อรับรองของพระเจ้าในแผนด้านการเงินเพื่อความสำเร็จในพันธกิจนี้  “สิบลดหนึ่งทั้งหมด” (มาลาคี  3:10) หมายถึง วลีหรือส่วนของประโยคอะไรที่กล่าวว่า “เพื่อว่าจะมีอาหารในนิเวศของเรา”  นี่หมายความว่าอะไร 
 
         อย่างที่เราได้เห็นแล้วผู้คนได้ถวายสิบลดหนึ่งเรื่อยมาตั้งแต่สมัยของท่านอับราฮัมและท่านยาโคบ (ปฐมกาล 14:20, 28:22) และอาจเป็นไปได้ก่อนหน้านี้ สิบลดหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองทุนที่ให้การสนับสนุนแก่คริสตจักร เป็นแหล่งทุนใหญ่สุดที่ให้การสนับสนุน และเป็นวิธิีการปฏิบัติเสมอภาคเที่ยงธรรมสำหรับการดำเนินพันธกิจของพระเจ้า

         ในวัฒนธรรมของปัจจุบัน คริสเตียนส่วนใหญ่ถวายทุนสนับสนุนพันธกิจแก่คริสตจักรค่อนข้างน้อย ถ้าคริสเตียนทุกคนคืนสิบลดหนึ่งอย่างสัตย์ซื่อ ผลลัพธ์แทบจะจินตนาการไม่ได้ “นี่ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจมากจนเกือบทำความเข้าใจไม่ได้” Christian Smith and Michael O. Emerson, Passing  the Plate: (Oxford University Press, 2008) หน้า 27

        ในทุกยุคสมัยตลอดมา พระเจ้าทรงมีประชากรของพระองค์ผู้ซึ่งเต็มใจสนับสนุนพันธกิจของพระองค์ เราทุกคนมีความรับผิดชอบที่จะเข้าใจและทำงานร่วมกันที่จะให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่พันธกิจรอบโลก เราไม่สามารถอดทนต่อการไม่จัดระเบียบ ไม่เอาใจใส่หรือปล่อยไปตามอำเภอใจอีกต่อไปเกี่ยวกับเงินทุนสนับสนุนพันธกิจ การท้าทายของเรานั้นยิ่งใหญ่และกว้างไกลกว่าเมื่อประชาชน และพวกเลวีในอดีตพูดกับผู้เผยพระวจนะเนหะมีย์ ว่า “เราจะไม่เพิกเฉยต่อพระนิเวศของพระเจ้าของเรา” (เนหะมีย์ 10:39) และสิ่งที่ “น่าหวาดหวั่นกว่า”  กำลังเผชิญหน้าเหล่าผู้เชื่อในช่วงปี ค.ศ.1800  ปัจจุบันสมาชิกคริสตจักร ศาสนาจารย์ และผู้รับใช้พระเจ้าอื่นๆ ต้องรวมกันเป็นหนึ่งในด้านจิตวิญญาณเพื่อสนองต่อวัตถุประสงค์ และรวมกองทุนเข้าด้วยกัน เพื่อให้การสนับสนุนพันธกิจของพระเจ้าทั่วโลก 
 
       คิดเกี่ยวกับงานของแอ๊ดเวนตีสได้ขยายออกไปกว้างไกลในโลก ( วิวรณ์ 14:6, 7) จะให้เราแต่ละคนเข้าใจความรับผิดชอบของเขาหรือของเธอเกี่ยวเนื่องกับการให้ความช่วยเหลือกองทุนที่ได้กล่าวถึงนี้ได้อย่าง ไร 

 
วันจันทร์            พระพรทั้งหลายของพระเจ้า 
                         The Blessings of God 
           



        ตามที่เราได้เห็นในพระธรรม มาลาคี 3:10  พระเจ้าทรงสัญญาจะประทานพระพรยิ่งใหญ่ให้กับเหล่าผู้เชื่อในการคืนสิบลดหนึ่งอย่างสัตย์ซื่อแด่พระองค์ (คริสตจักร)  กระนั้นพระพรนั้นไม่ได้มีเพียงมิติเดียว หากจะกล่าวเน้นว่าพระพรคือทรัพย์สินเงินทองเท่ากับเป็นการสละพระพรอื่นๆไป (at the expense of)  อย่างนี้ก็จะเป็นการมองพระพรของพระเจ้าในมุมแคบกว่าที่เป็นจริง
 
       พระพรที่พระธรรมมาลาคีกล่าวถึง เป็นพระพรทั้งด้านจิตวิญญาณและสิ่งของชั่วคราว ความหมายแห่งพระพรของพระเจ้าชัดเจนคือ ความรอด ความสุข สันติสุขในจิตใจ และพระเจ้ากำลังทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อเราเช่นกัน เมื่อเราได้รับพระพรจากพระเจ้า เรามีพันธะที่จะแบ่งปันพระพรกับผู้มีอะไรที่ดีๆ (fortunate) น้อยกว่าเรา เท่ากับว่าเราได้รับพระพรเพื่อเราจะได้เป็นพรแก่คนอื่นๆ ที่จริงแล้วผ่านทางเรา พระเจ้าทรงสามารถขยายพระพรของพระองค์ไปทุกหนทุกแห่ง 

       อ่าน 1 เปโตร 3:8, 9  ท่านเปโตรกำลังพูดอะไรกับเราเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการได้รับพระพร และการที่เราเป็นพรแก่คนอื่นๆ  
 
       การคืนสิบลดหนึ่งนำมาซึ่งพระพรเป็นสองเท่า เราได้รับพระพรและเราเป็นพรแก่คนอื่นๆ เราให้ออกไปในสิ่งที่เราได้รับมา พระพรของพระเจ้าที่ให้เราเข้าถึงภายในและเรายื่นออกไปให้คนอื่น “จงให้เขา และท่านจะได้รับด้วย...เพราะว่าท่านจะตวงให้เขาด้วยทะนานอันใด พระเจ้าจะได้ทรงตวงให้ท่านด้วยทะนานอันนั้น” (ลูกา 6:38)  

       อ่านพระธรรม กิจการฯ  20:35  “การให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ” พระคัมภีร์ข้อนี้ประยุกต์ใช้กับ “การถวายสิบลดหนึ่ง” ได้อย่างไร 
 
       พระพรยิ่งใหญ่ที่สุดจากการถวายสิบลดหนึ่งสอนเราให้ไว้วางใจในพระเจ้า (เยเรมีย์ 17:7)  “ระบบพิเศษของสิบลดหน่ึ่งวางบนรากฐานหลักการซ่ึ่งคงทนเหมือนธรรมบัญญัติของพระเจ้า ระบบสิบลดหน่ึ่งเป็นพระพรสำหรับชาวยิว ถ้าพวกเขาไม่ทำตาม พระเจ้าคงไม่ประทานพรให้พวกเขา เช่นเดียวกันสำหรับผู้ดำเนินตามเงื่อนไขแห่งพระสัญญา คือส่งเสริมการประกาศพระกิตติคุณไปจนกว่าจะสิ้นสุดของเวลา พวกเขาก็จะได้รับพระพรเช่นกัน พระเจ้าไม่ได้เริ่มต้นแผนการนี้เพื่อจะทำให้พระองค์มั่งคั่งขึ้น แต่เพื่อเป็นพระพรยิ่งใหญ่แก่มนุษย์ พระเจ้าทรงมองเห็นว่าระบบแห่งการทำความดีด้วยการให้(beneficence)  เป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องการ”  เอลเลน จี. ไว้ท์, คำ พยานสำหรับคริสตจักร, เล่ม 3, หน้า 404, 405  
 
       คิดเกี่ยวกับเวลาที่คุณได้รับพระพรจากองค์พระผู้เป็นเจ้าผ่านพันธกิจการรับใช้ของค์นอื่นที่ให้กับคุณ จากนั้นคุณสามารถออกไป และทำอย่างเดียวกันกับคนอื่นๆ ต่อไปอย่างไร  
 

วันอังคาร          วัตถุประสงค์ของสิบลดหนึ่ง 
                         Purpose of the Tithe 

 

      ท่านเปาโลเขียนถึงทิโมธี:“เพราะพระคัมภีร์กล่าวว่า อย่าเอาตะกร้าครอบปากวัวเมื่อมันกำลังนวดข้าวอย่ ู และคนงานสมควรจะได้รับค่าจ้างของตน” (1 ทิโมธี 5:18)  ท่านเปาโลยกข้อนี้มาจากที่ท่านโมเสสเขียนใน เฉลยธรรมบัญญัติ 25:4  เกี่ยวกับการนำโคขณะทำงานมาประยุกต์ใช้ในคำสุภาษิตซ่ึ่งหมายถึงความยตุิธรรมสำหรับโคที่อาจกินข้าวไปบ้างขณะที่ทำงาน  ในทำนองเดียวกัน สุภาษิตข้อที่สอง หมายถึงการอุทิศตนของค์นทำการประกาศเทศนาพระกิตติคุณ สมควรจะได้รับค่าจ้างเป็นรางวัล
 
       พระเจ้าทรงสร้างและดำเนินการอย่างเป็นระบบ พระองค์ทรงออกแบบระบบสุริยะจักรวาล ระบบนิเวศ ระบบการย่อยอาหาร ระบบประสาท และอื่นๆอีกมากมาย เช่นกันระบบสิบลดหนึ่งถูกนำมาใช้โดยตระกูลเลวี (กันดารวิถี 18 :26)  พวกเลวีบ้างทำหน้าที่ปุโรหิต บ้างก็ทำงานดูแลรับใช้งานต่างๆในอาณาเขตพระวิหารและพื้นที่โดยรอบ ในสมัยใหม่นี้เปรียบได้กับเหล่าผู้รับใช้งานของพระเจ้าซึ่งมีหลากหลายหน้าที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ทำการสอน ทำการประกาศเทศนาพระกิตติคุณ ระบบเงินสิบลดหนึ่งหมายถึง ระบบที่พระเจ้าทรงเลือกไว้สำหรับให้การสนับสนุนพันธกิจการรับใช้ และการประกาศเผยแพร่โดยมีการใช้เงินถวายและเงินสิบลดหน่ึ่งตลอดมาในประวัติศาสตร์แห่งความรอด เพื่อให้การสนับสนุนการงานหรือผู้ทำงานซึ่งถ้าจะว่าไประบบสิบลดหนึ่งเป็นรากฐานและเป็นพื้นฐานสำหรับงานของพระเจ้า 
 
      ท่านเปาโลหมายถึงอะไร และอะไรคือการประยุกต์ใช้วลีที่กล่าวว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงบัญชาไว้ว่า คนที่ประกาศข่าวประเสริฐควรได้รับการเลี้ยงชีพด้วยข่าวประเสริฐนั้น” (1 โครินธ์ 9:14) และ (2 โครินธ์ 11: 7-10)  สอนเกี่ยวกับความต้องการให้การสนับสนุนเหล่าผู้ทำการเผยแพร่พระกิตติคุณอะไรบ้าง 
 
      เมื่อท่านเปาโลกล่าวว่า “ข้าพเจ้าปล้นคริสตจักรอื่น ด้วยการรับเงินบำรุงจากเขาเพื่อจะได้ปรนนิบัติพวกท่าน” (2 โครินธ์ 11:8)  ท่านกล่าวเปรียบเทียบในเชิงน้อยใจ (ironically) จากการที่ท่านได้รับค่าใช้จ่ายจากคริสตจักรมาซิโดเนียที่ยากจน ขณะทำการปรนนิบัติรับใช้ในคริสตจักรร่ำรวยแห่งมืองโครินธ์ จุดประสงค์ของท่านสำหรับผู้เชื่อชาวโครินธ์คือ เหล่าผู้ทำการเทศนาสั่งสอนพระกิตติคุณสมควรได้ร้ับค่าใช้จ่าย

      สิบลดหนึ่งจะต้องถูกใช้สำหรับวัตถุประสงค์เจาะจงและต้องค์งอยู่ในลักษณะนี้ต่อไป “สิบลดหน่ึ่งถูกกำหนดไว้เพื่อใช้ในเป้าหมายพิเศษและต้องไม่ถือว่าเป็นกองทุนสำหรับคนยากจน แต่อุทิศไว้เป็นพิเศษเพื่อสนับสนุนเหล่าผู้นำข่าวประเสริฐของพระเจ้าไปสู่โลก และไม่ควรเบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์นี้” เอลเลน  จี. ไว้ท์, Counsels on Stewardship, หน้า 103 
 
        อ่านพระธรรม เลวีนิติ 27:30  ในทางใดบ้างที่หลักการที่เราเห็นตรงนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้สำหรับเราในปัจจุบัน 


วันพุธ           ท้องพระคลัง  
                     Storehouse 



     
 พระเจ้าทรงมี “พระคลัง” (Storehouse) สำหรับ “ลม” ของพระองค์ (เยเรมีย์ 10:13) ทรงมี “พระคลัง” สำหรับ “น้ำ (เพลงสดุดี 33:7) และทรงมี “พระคลัง” สำหรับหิมะและลูกเห็บของพระองค์ (โยบ 38:22)  ทั้งหมดที่กล่าวมานี้พระเจ้าทรงมีอำนาจควบคุมพวกมันโดยสิ้นเชิง แต่ท้องพระคลังที่ทรงคุณค่าที่สุดคือ ท้องพระคลังที่มี “สิบลดหน่ึ่ง” รวมอยู่ในนั้น พระเจ้าทรงตรัสว่า“เราให้ทศางค์ในอิสราเอลแก่คนเลวีเป็นมรดกเป็นค่าตอบแทนงานที่เขาปฏิบัติ คืองานปฏิบัติที่เต็นท์นัดพบ” (กันดารวิถี 18:21)  พระคัมภีร์ข้อนี้ถูกเอ่ยถึงครั้งแรกตรง “สิบลดหนึ่ง” ถูกเก็บไว้ และเป็นที่รู้จักในปัจจุบันว่า “หลักการท้องพระคลัง”  พระเจ้าทรงสอนชนอิสราเอลต่อไปว่า ให้พวกเขานำสิบลดหนึ่งมายังสถานที่ที่พระองค์ทรงเลือกไว้” (เฉลยธรรมบัญญัติ 12:5, 6)  ในช่วงการครองราชย์ของกษัตริย์ซาโลมอน สิบลดหนึ่งจากทุกเมืองจะถูกส่งไปยังพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม ชนอิสราเอลเข้าใจได้ง่ายว่า “ท้องพระคลัง” ของพระเจ้าตั้งอยู่ที่ไหน เมื่อผู้เผยพระวจนะมาลาคีพูดกับพวกเขาว่า “จงนำทศางค์เต็มขนาดมาไว้ในคลัง” (มาลาคี 3:10)  ท้องพระคลังเป็นตัวแทนของสถานที่สำหรับประกอบศาสนพิธีตั้งอยู่ และเป็นจุดที่ชาวเลวีทำการรับใชและได้การอุปถัมภ์ 
 
       ชื่ออื่นๆ ในพระคัมภีร์ที่ถูกเรียกซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำหรับท้องพระคลังคือ 1 พงศาวดาร 26:202 พงศาวดาร 31:11-13; เนหะมีย์ 10:38 
 
        การนำเอาสิบลดหนึ่งอันศักดิ์สิทธิ์ไปยัง “ท้องพระคลัง” เป็นต้นแบบหน่ึ่งเดียวที่ถูกเสนอในพระคัมภีร์ในการจัดสรรทุกครั้ง พระเจ้าได้ทรงมีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบท้องพระคลังเป็นผู้บริหารจัดการสิบลดหนึ่ง คริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสเป็นคริสตจักรที่มีเครือข่ายทั่วโลกซึ่งเป็นที่ยอมรับและดำเนินการ  สมาชิกได้รับการหนุนใจให้คืนสิบลดหนึ่งของพวกเขาให้กับกลุ่มนมัสการ โบสถ์ท้องถิ่น สำนักงานคริสตจักร (มิชชั่น) (หรือ “คอนเฟอเรนซ์” (conference =มิชชั่นที่เลี้ยงตัวเองได้) จากนั้นจะจ่ายเป็นเงินเดือนหรือค่า สวัสดิการอื่นๆ ให้กับผู้ทำงานด้านพระกิตติคุณต่างๆ เช่น อาสาพันธกิจ ศิษยาภิบาล และศาสนาจารย์
 
       “เมื่องานของพระเจ้าได้ขยายไปมากขึ้น จะมีการเรียกให้ช่วยเหลือดังเข้ามายังส่วนกลางมากกว่าที่เคยและมีความถี่เพิ่มขึ้น การเรียกเหล่านี้จะต้องได้รับคำตอบ คริสเตียนทั้งปวงควรเอาใจใส่พระบัญชาที่ว่า “จงนำทศางค์เต็มขนาดมาไว้ในคลัง เพื่อว่าจะมีอาหารในพระนิเวศของเรา” (มาลาคี 3:10)  ถ้าผู้อ้างตนเป็นคริสเตียนจะคืนสิบลดหนึ่งและถวายเงินถวายอย่างซื่อสัตย์ ท้องพระคลังของพระเจ้าจะเต็ม จะไม่มีโอกาสที่ผู้นำคริสตจักรจะจัดให้มีการระดมทุน เช่น งานออกร้าน ออกลอตเตอรี่ หรือขายบัตรจัดงานปาร์ตี้ เพื่อจะหาเงินทุนเพื่อให้การสนับสนุนการเผยแพร่พระกิตติคุณ”  เอลเลน จี. ไว้ท์, กิจการของอัครทูต, หน้า 338 
 
        ลองตรองดูจะมีอะไรเกิดขึ้น ถ้าผู้เชื่อทุกคนจะส่งเงินสิบลดหนึ่งของพวกเขาไปที่ใดก็ได้ที่พวกเขาต้องการ  ถ้าทุกคนทำเช่นว่า จะมีอะไรเกิดขึ้นกับงานของพระเจ้า ดังนั้นเหตุใดจึงสำคัญที่เราจะส่งหรือคืนเงินสิบลดหนึ่งไปยังสถานที่ที่มันควรจะเป็น 
 


วันพฤหัสบดี         สิบลดหนึ่ง และความรอดโดยความเชื่อ     
                            Tithe and Salvation by Faith 

 

       อ่านพระธรรม โรม 3:19-24   ความจริงสำคัญยิ่ง อะไรเป็นศูนย์กลางแห่งความเชื่อของเราซึ่งถูกสอนตรงนี้ เหตุใดเราต้องรักษาคำสอนพื้นฐานนี้ไว้สำหรับความเชื่อของเรา 
 

      ส่วนสำคัญของข่าวสารพระคัมภีร์ คือเราทั้งมวลต่างไม่คู่ควรกับการไถ่ให้รอด (โรม 3:23)  ถ้าเราคู่ควรจะต้องเป็นไปโดยคุณความดี (merit=บุญกุศล) หรือโดยการประกอบการดี แต่แนวคิดนั้นขัดแย้งกับคำสอนของพระคัมภีร์  
 
        อ่านพระธรรม โรม 4:1-5   ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้สอนเกี่ยวกับ “พระคุณ” ที่คัดค้านกับเรื่องบุญกุศล หรือ คุณความดีอะไรบ้าง 
 
        ฉะนั้น ความรอดเป็นของประทาน (เอเฟซัส 2:8, 9)  พระเจ้าทรงประทานให้แก่เราผู้ไร้คุณค่า ความรอดมีมาเพราะคุณความดีของพระคริสต์ผู้ทรงได้ถวายบูชาพระชนม์ชีพอันสมบูรณ์แบบของพระองค์เพื่อเป็นค่าไถ่บาปมนุษย์ และพระองค์ทรงโอนการไถ่บาปให้กับเราเหมือนโอนเงิน “เครดิต” (credit) ให้เข้าไปในบัญชีบาปของเรา เราจึงกลายเป็นคนชอบธรรมและได้รับพระราชทานความรอดจากพระองค์ด้วย แต่สำหรับการคืนเงินสิบลดหนึ่งให้พระเจ้า เราไม่ได้เครดิตหรือความชอบธรรมจากพระเจ้า เพราะเงินจำนวนนั้นตั้งต้นก็เป็นของของพระเจ้า เมื่อเราคืนเงินสิบลดหนึ่งให้กับพระองค์เท่ากับเราได้แสดงความซื่อสัตย์ต่อพระองค์นั่นเอง

         สิบลดหนึ่งไม่ใช่การกระทำที่จะช่วยเราให้รอดพ้นมากไปกว่าการประกอบการดีที่เราได้ถูกสร้างมาในฐานะเป็นคริสเตียน ซึ่งกล่าวว่า “เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ประกอบการดี ซึ่งพระเจ้าได้ทรงดำริไว้ล่วงหน้าให้เรากระทำ ” (เอเฟซัส 2:10) 

        อย่างไรก็ดี การคืนเงินสิบลดหนึ่งไม่ได้เผยให้เห็นท่าที ไม่ว่าจะเป็นความถ่อมใจ หรือ การยอมจำนน หรือ ความดื้อดึงถือตัวเองเป็นสำคัญที่พระเจ้าทรงขอให้เราทำ ถ้าเรารักพระเจ้าจริง เราจะเชื่อฟังพระองค์ เงินสิบลดหนึ่งเป็นเพียงการแสดงออกซึ่งเปิดเผยให้ทราบว่าเราได้ตระหนักจริงๆ แล้วว่าเราเพียงแต่ทำหน้าที่ฉันทภาระให้กับพระเจ้าเพราะเราเป็นหนี้พระเจ้าในทุกกรณี เช่นเดียวกันกับวันสะบาโตทำหน้าที่เตือนใจประจำสัปดาห์ว่า พระเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้าง และพระผู้ไถ่ของเรา การคืนเงินสิบลดหนึ่งสามารถทำหน้าที่ในลักษณะคล้ายกัน วันสะบาโตเตือนเราว่า เราไม่ใช่เจ้าของชีวิตและความรอด ทั้งสองอย่างเป็นของประทานมาจากพระเจ้า ผลที่เกิดขึ้นคือ เราสามารถตระหนักในความเป็นจริง และชีวิตแห่งความเชื่อ และรับรู้ว่าการคืนสิบลดหนึ่งเป็น “สิ่งที่สัมผัสได้” (tangible) ซึ่งแสดงออกให้เห็นในความเชื่อของเรา 
 
       พระธรรม ลูกา 21:1-4  กล่าวเกี่ยวกับเราว่า “การดำเนินชีวิตโดยความเชื่อ” หมายความว่าอย่างไร        
 ​

วันศุกร์   ข้อคิดเพิ่มเติม : 


 
     เป็นการง่ายที่เราจะลืมว่ากำลังหายใจเข้าออก ลืมจังหวะเต้นของหัวใจ และลืมไม่ว่าทุกขณะจิตที่เรามีชีวิตเป็นอยู่มาจากพระเจ้าเท่านั้น ในพระธรรมกิจการฯ บทที่ 17  ท่านเปาโลพูดกับชาวเอเธนส์เกี่ยวกับพระเจ้าเที่ยงแท ้พระองค์เป็นองค์เดียวที่เป็นพระผู้สร้าง “พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกกับสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในนั้น พระองค์ทรงเป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก มิได้ทรงสถิตในปูชนียสถานซึ่งมือมนุษย์ได้กระทำไว้” (กิจการฯ  17:24)  ชาวเอเธนส์ไม่ทราบเกี่ยวกับพระเจ้าเที่ยงแท้ แต่เราที่เป็นคริสเตียนทราบ และการตระหนักใจนี้ต้องเป็น “ศูนย์กลาง” ว่าเราควรดำรงชีวิตอย่างไร พระเจ้าทรงอ้างสิทธิ์ในตัวเราหลายประการ และผลที่ตามมาคือ เราต้องดำเนินชีวิตสอดคล้องกับข้ออ้างเหล่านั้นของพระองค์
 
     “ดังนั้นขึ้นอยู่กับพระเจ้าผู้ทรงอ้างสิทธิ์ในตัวเรา พระองค์ทรงมอบทรัพย์สมบัติของพระองค์ไว้ในมือมนุษย์ แต่ทรงกำหนดไว้ “หนึ่งในสิบ” จะต้องจัดแยกไว้ต่างหากอย่างสัตย์ซื่อสำหรับพันธกิจของพระองค์ พระเจ้าทรงกำหนดส่วนนี้โดยให้เรานำาไปเก็บไว้ในท้องพระคลังของพระองค์ซึ่งเป็นทรัพย์ศักดิ์สิทธิ์และต้องถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้การสนับสนุนเหล่าผู้นำข่าวสารแห่งความรอดไปเผยแพร่ยังทุกส่วนของแผ่นดินโลก พระเจ้าทรงสงวนส่วนนี้ไว้ซึ่งหมายถึงการให้เก็บไว้ในท้องพระคลังของพระองค์ และสนับสนุนผู้ร่วมงานให้นำแสงสว่างแห่งความจริงออกไปยังพื้นที่ใกล้และแดนไกลด้วยความสัตย์ซื่อและการเชื่อฟังข้อกำหนดนี้ที่พระเจ้าทรงประสงค์ให้เรารับรู้ว่าสรรพสิ่งล้วนเป็นของพระเจ้า” เอลเลน จี. ไว้ท์, คำพยานสำหรับคริสตจักร, เล่ม 6, หน้า 386       
 

คำถามเพื่อการอภิปราย: 


 1.  “เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราเข้าใกล้นิรันดรเข้าไปทุกขณะ อย่าให้เราเก็บส่วนที่เป็นของพระเจ้าไว้เป็นของเราเอง อย่าให้เราปฏิเสธพระองค์ แม้ว่าพระองค์จะไม่ประทาน “คุณความดี”(merit) ให้  การปฏิเสธสิ่งนี้ เราไม่อาจพ้นจากคำแช่งสาป” ให้เราคืนสิบลดหนึ่งแด่พระเจ้าพร้อมกับการอุทิศถวายกายใจของเราแด่พระองค์เพราะมันเป็นของพระองค์ เพราะเราทั้งถูกสร้างและทรงถูกไถ่ไว้” (เอลเลน จี. ไว้ท์, กิจการของอัครทูต, หน้า 566)  เอลเลน จี. ไว้ท์ หมายความถึงอะไรเมื่อพูดว่า “อย่าให้เราเก็บส่วนที่เป็นของพระเจ้าไว้เป็นของเรา อย่าให้เราปฏิเสธพระองค์ แม้ว่าพระองค์จะไม่ประทาน “คุณความดี”(merit)ให้เรา แต่การปฏิเสธสิ่งนี้เราไม่อาจพ้นจากคำแช่งสาป”  เราทำการปล้นตัวเราเองอย่างไรเมื่อเราไม่คืนสิบลดหนึ่งแด่พระเจ้า

2.   ให้เราอภิปรายมากขึ้นในแนวคิดที่ว่า สมาชิกโบสถ์บางคนจัดการกับ “เงินสิบลดหนึ่ง” ตามที่พวกเขาพอใจคือ ส่งไปช่วยงานของพระเจ้าในโครงการใดหรือสถานที่ไหน (แม้ในต่างประเทศ) และใช้จ่ายอื่นๆ ในงานของพระองค์ ฟังดูแล้วประหนึ่งเป็นผู้เชื่อที่มีความสัตย์ซื่อ แต่นั่นเป็นการต่อต้านการส่งสิบลดหนึ่งเข้าไปในท้องพระคลังของพระเจ้า เหตุใดจึงอาจสรุปว่า การทำเช่นนั้นไม่ใช่แนวคิดที่ดี จะมีอะไรเกิดขึ้นกับโบสถ์ (หรือคริสตจักร) ถ้าหลายคนทำเช่นนั้น การทำเช่นนั้นนอาจนำการ “แตกแยกอันน่ากลัว” ให้เกิดขึ้นท่ามกลางพวกเราก็เป็นได้ 
 
 3.   ในพระธรรม ลูกา บทที่ 21:1-4  เรื่องหญิงม่ายนำเงินเหรียญทองแดง 2 อันมาหย่อนลงในตู้เก็บเงินถวาย เธอถวายให้พระวิหารแม้ทราบว่าอาจมีการทุจริตในวิหารก็ตาม สิ่งนี้พูดกับเราบางคนผู้อาจรู้สึกว่า โบสถ์หรือแม้คริสตจักรใช้เงินของพระเจ้าไม่ถูกต้องนัก ดังนั้นพวกเขาจึงเบี่ยงเบนจุดที่เงินสิบลดของพวกเขาจะถูกนำไปใช้ เพราะพวกเขามีคำถามเกี่ยวกับเงินศักดิ์สิทธิ์ถูกนำไปใช้อย่างไร แน่นอน นั่นไม่ถูกวัตถุประสงค์ของพระเจ้า  


                                                                           ************************************** 
 
 
 

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272