Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Ministries > Thai Sabbath School Lesson 4th Quarter 2014 Index >
.
Chapter2 TSSL 4Q2014
.
บทที่  2
                                การทำให้ความเชื่อของเราสมบูรณ์                   
                                           
4 - 10  ตุลาคม 2014

บ่ายวันสะบาโต    

อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ ยากอบ 1:2, 3; 1 เปโตร 1: 6-7;
ฟีลิปปี  3:12-15; ยากอบ 1:19-21; ลูกา 17: 5, 6; ลูกา 12 :16-21.

ข้อควรจำ “หมายเอาพระเยซูเป็นผู้บุกเบิกความเชื่อ และผู้ทรงทำให้ความเชื่อของเราสมบูรณ์ พระองค์ได้ทรงอดทนต่อกางเขน เพื่อความรื่นเริงยินดีที่ได้เตรียมไว้สำ หรับพระองค์ ทรงถือว่าความละอายนั้นไม่เป็นสิ่งสำคัญและพระองค์ได้ประทับ ณ เบื้องขวาพระที่นั่งของพระเจ้า” ฮีบรู 12: 2     

          ทันตแพทย์คนหนึ่งอธิบายเหตุใดครอบฟันโลหะ (crowns) ของผมไม่เคยผิดพลาดเลย เขากล่าวเสริมว่า ถ้าผมส่งงานสมบูรณ์ไปให้แล็บทำครอบฟัน (crowns) เมื่อทางแล็บส่ง “ครอบฟัน” กลับมาก็จะไม่มีปัญหาเช่นกัน ทันตแพทย์คนนี้ไม่ต้องกังวลในผลงานจะออกมา ในเมื่อเขามุ่งมั่นทำงานอย่างดีที่สุด ที่เขาจะทำได้  
       ในทำนองเดียวกันกับคริสเตียน เราไม่ต้องเป็นกังวลว่าอุปนิสัยของเราจะดีเพียง พอในวันสุดท้าย นั่นเป็นงานของพระเจ้า ส่วนของเราคือ “จงต่อสู้อย่างเต็มกำลัง  ความเชื่อ” (1 ทิโมธี 6:12) “หมายเอาพระเยซูเป็นผู้บุกเบิกความเชื่อ และผู้ทรงทำให้ความเชื่อของเราสมบูรณ์” (ฮีบรู 12:2) ความเชื่อเช่นนั้น “จะทำให้ท่านมีใจปรารถนา ทั้งให้ประพฤติตามชอบพระทัยของพระองค์” (ฟีลิปปี 2:13) และ “ข้าพเจ้าแน่ใจว่าพระองค์ผู้ทรงตั้งต้นการดีไว้ในพวกท่านแล้ว จะทรงกระให้สำเร็จจนถึงวันแห่งพระเยซูคริสต์” (ฟีลิปปี 1:6) ถ้าปราศจากความเชื่อ เป็นไปได้ จะรู้สึกพ่ายแพ้ แม้ก่อนเราจะเริ่มต้น ทั้งนี้เพราะเรามุ่งมั่นแต่ตัวเอง แทนที่จะมุ่มมองไปยังพระเยซู
       ดังพระเยซูทรงกล่าวว่า "งานของพระเจ้านั้น คือการที่ท่านวางใจในท่านที่พระ องค์ทรงใช้มา" (ยอห์น 6:29) ท่านยากอบช่วยเราให้เข้าใจความจริงสำคัญฝ่ายจิตวิญญาณข้อนี้

วันอาทิตย์      ความเชื่อทำให้เกิดความหนักแน่นมั่นคง  (ยากอบ  1: 2, 3)      
      อ่าน พระธรรม ยากอบ 1:2, 3 ; 1 เปโตร  1 : 6 , 7 ; 1 เปโตร  4 :12 , 13 . อะไรคือท่าทีความรู้สึกที่เหมือนกันของทั้งท่านยากอบ และ ท่านเปโตร เกี่ยวกับความยากลำบาก? เราสมควรจะรับเอาคำสอนของพระคัมภีร์ ในเรื่องนี้อย่างไร? ไม่มีใครชอบความยากลำบาก เราแทบว่าจะหลบเลี่ยงไปเสมอถ้าสามารถทำได้ คำในภาษากรีก “การลองความเชื่อ” ของเราใน ยากอบ 1:3  ใช้คำว่า “โดคิมิออน” (dokimion) คำนี้อ้างถึงวิธีพิสูจน์ว่าบางสิ่งเป็นของแท้หรือไม่       ท่านเปโตรเปรียบเทียบว่าเป็นการพิสูจน์ หรือการทดลองความเชื่อของเราในลักษณะไฟหลอมทองคำให้บริสุทธิ์ การทดสอบเช่นนี้ไม่น่าอภิรมย์ แต่พระเจ้าทรงคาดหวังผลที่ออกมาจะสำเร็จบริบูรณ์ การทดสอบไม่ควรทำให้เรารู้สึกท้อถอย ทั้งนี้เพราะถ้ายังคงซื่อสัตย์ เราก็ “จะเป็นอย่างทองคำ” (โยบ 23: 10  เปรียบเทียบกับ สุภาษิต 17:3)
       เราควรมีความยินดีเมื่อการทดลองได้ผ่านเข้ามา โดยเฉพาะการทดสอบความเชื่อของเรา พระเยซูเองทรงตรัสว่า“จงชื่นชมยินดี เพราะว่าบำเหน็จของท่านมีบริบูรณ์ในสวรรค์” (มัทธิว 5:12) อีกอย่างการทดลองช่วยให้เรามองเห็นคุณค่าสิ่งที่พระคริสต์ทรงทนความเจ็บปวดเพื่อเรา ดังที่ พระธรรม 1 เปโตร 4:13 กล่าวว่า “แต่ว่าท่านทั้งหลายจงชื่นชมยินดีในการที่ท่านได้มีส่วนร่วมในความทุกข์ยากของพระคริสต์ เพื่อว่าเมื่อพระสิริของพระเจ้าปรากฏขึ้น ท่านทั้งหลายก็จะได้ชื่นชมยินดีเป็นอันมากด้วย”
       อนึ่ง เราจำเป็นต้องมองเหนือการทดสอบเพื่อจะเข้าใจเหตุผลพระเจ้าทรงอนุญาต นั่นคือจุดความเชื่อได้เข้ามา เราจำเป็นต้อง “เชื่อ” ในพระเจ้าแห่งความรักและ “พึ่งพิง” ในพระปัญญาของพระองค์ และ “วางใจ” บนพื้นฐานแห่งพระวจนะของพระองค์ เราสามารถมอบอนาคตของเราไว้ในพระองค์ได้อย่างปลอดภัย (อ่าน พระธรรม โรม 8:28) ที่จริงโดยความเชื่อ และความรู้ในความรักของพระเจ้าเท่านั้น สา- มารถเป็นไปได้เราจะมีความชื่นชมยินดีในความทุกข์ยากของเรา
       ใน ยากอบ 1:3 เป้าหมายยิ่งใหญ่ที่สุดในการทดสอบความเชื่อของเราคือ “ความหนักแน่นมั่นคง” (patience) ซึ่งภาษากรีกใช้คำว่า “ไฮโพโมเน” (hypomone) ซึ่งสามารถแปลได้ว่า “ความอดกลั้นอดทน”  หรือ “ความพากเพียร” หรือ“ความมุมานะต่อเนื่อง” คือบางสิ่งที่อยู่ได้ทนนานกว่าสิ่งอื่นใด เพราะขึ้นอยู่กับความมั่นใจในพระสัญญาของพระเจ้าดังพระธรรม ข้อหนึ่งกล่าวว่า “ท่านจะได้ชีวิตรอดโดยความอดทนของท่าน” (ลูกา 21:19)
       แม้แต่ในเวลาเลวร้ายที่สุด พระเจ้าทรงบอกให้เรา “ชื่นชมยินดีในการทดสอบของเรา” ซึ่งในบางเวลาเป็นการยากยิ่ง เพียงเพื่อจะคงความซื่อสัตย์ไว้ แต่เราต้องชื่นชมกับการทดสอบนั้น? ถูกแล้ว นั่นคือสิ่งที่พระเจ้าทรงบอกกับเรา อย่างนี้เราสามารถเรียนรู้ที่จะชื่นชมยินดี เมื่อความชื่นชมยินดีเป็นสิ่งสุดท้ายที่อยากจะทำเมื่อเรากำลังพบความยากลำบาก?

วันจันทร์   บรรลุผลอันสมบูรณ์ (Perfection) ยากอบ 1:2-4
       อ่าน พระธรรม ยากอบ 1:2- 4 ให้สังเกตอันดับคุณสมบัติ: ความเชื่อ การทดลอง ความหนักแน่นมั่นคง บรรลุผลอันสมบูรณ์ ท่านยากอบเริ่มต้นด้วย “ความเชื่อ” เพราะนี่เป็นพื้นฐานประสบการณ์ของคริสเตียนแท้ จากนั้นท่านกล่าวถึงการทดสอบ (ความยากลำบาก หรือ ความทุกข์เจ็บปวด) เพื่อจะทดสอบดูว่าความเชื่อของเราเป็นของ “จริง” และเข้มแข็งเพียงใด ประการสุดท้ายท่านพูดถึงการทดลองเพื่อสอนเราให้มีความอดทน ในลักษณะนี้ ถ้าไม่มีการเตรียมความพร้อม เราอาจแพ้การทดสอบอย่างไม่ทันตั้งตัว พระเจ้าทรงมีเป้าหมายสำหรับเราคือ เพื่อเรา “จะมีคุณสมบัติครบถ้วนไม่มีสิ่งใดปกพร่องเลย” (ยากอบ 1:4)
       อ่าน พระธรรม เอเฟซัส  4:13 และ ฟีลิปปี  3:12 -15  คริสเตียนควรมีท่าทีอะไร ต่อการได้รับการหนุนใจให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ?      
       เหมือนอัครทูตเปาโล ผู้ติดตามพระคริสต์ไม่ควรจะพึงพอใจ ถ้าพวกเขาล้มเหลวที่เติมแต่งชีวิตของพวกเขาตามต้นแบบของพระคริสต์ ผู้ไม่ทรงเห็นแก่ตัว แต่มีความรัก ความเสียสละเหมือนองค์เจ้านาย แต่แม้เมื่อเราดำรงชีวิตนี้ด้วยความรัก ก็อย่าให้เรารู้สึกว่าเราได้ไปถึงจุดแห่งความสมบูรณ์แบบแล้ว (ดูใน พระธรรม ฟีลิปปี  3:12)
       สังเกตด้วยว่า ในข้อพระคัมภีร์ท่านเปาโลพูดเกี่ยวกับอนาคต ท่านกำลังชี้ไปยังสิ่งที่ท่านได้รับพระสัญญาจากพระบิดาผ่านความเชื่อที่มีในพระเยซู อย่าให้มีเวลาใดในการดำเนินชีวิตคริสเตียน ที่เราอาจพูดได้ว่า “ข้าพเจ้าได้กลายเป็นคนสมบูรณ์แบบแล้ว” เราทั้งหลายเปรียบเหมือน “งานแห่งศิลป์” เราสามารถรับการปรับปรุงได้เสมอ และพระเจ้าทรงสัญญาจะทำการนั้น ตราบใดที่เราย่างก้าวไปด้วยความเชื่อและมอบถวายตัวเราเองด้วยการไว้วางใจ และการเชื่อฟังพระเจ้าเป็นประจำทุกวัน
       ถ้าคุณตายเดี๋ยวนี้ คุณจะเป็นคนดีเพียงพอจะได้รับความรอดไหม?  หรือคุณได้ตายไปแล้วสองสัปดาห์หลังคุณรับบัพติศมา ตอนนั้นคุณดีเพียงพอจะรับความรอดไหม? คุณคิดว่าอีกหกเดือนข้างหน้า คุณจะดีเพียงพอจะได้รับความรอดไหม?   คำ ตอบของคุณ จะบอกให้ทราบว่าคุณต้องการเสื้อคลุมแห่งความชอบธรรมของพระคริสต์ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนดีรอบคอบหรือไม่?


วันอังคาร       ขอค้วยความเชื่อ (ยากอบ 1:5-6)
      อ่าน พระธรรม ยากอบ 1:5, 6  สติปัญญา ต่างจาก ความรู้อย่างไร?  ท่านยากอบทำการเชื่อมโยงอะไรระหว่างสติปัญญา และ ความเชื่อ?
     ดูเหมือนค่อนข้างแปลกเมื่อท่านยากอบกล่าวว่า “ถ้าผู้ใดในพวกท่านขาดสติปัญญา ก็ให้ผู้นั้นทูลขอจากพระเจ้า” ใครบ้างไม่ว่าเขา หรือหล่อนที่เขาคิดว่าตนมีสติปัญญาพร้อมจะเริ่มต้นแล้ว? ยกตัวอย่างเช่นกษัตริย์ซาโลมอนรู้จักว่าท่านมีความต้องการอะไร ดังนั้นท่านถ่อมใจลงทูลขอว่า “เพราะฉะนั้นขอพระองค์ทรงประทานความคิดความเข้าใจแก่ผู้รับใช้ของพระองค์” (1 พงศ์กษัตริย์ 3:9) ภาย หลังกษัตริย์ซาโลมอนเขียนว่า “ความยำเกรงพระเจ้า เป็นที่เริ่มต้นของปัญญา และซึ่งรู้จักองค์บริสุทธิ์ เป็นความรอบรู้” (สุภาษิต 9:10)
       เราชอบจะคิดถึงสติปัญญาจากสิ่งที่เรารู้จัก แต่ท่าน ยากอบ 1:19-21; ยากอบ  2:15, 16; ยากอบ 3:13 แสดงให้เราเห็นว่าอะไรคืออีกด้านหนึ่งของสติปัญญาแท้?
       ทั้งซาโลมอน และ ท่านยากอบ พรรณนาถึง “สติปัญญา” ว่าเป็นบางสิ่งที่มีประโยชน์มาก: “ไม่ใช่สิ่งที่เรารับรู้ แต่นำสิ่งที่เรารับรู้มาดำรงชีวิต” ยกตัวอย่างเช่นข้อพระคัมภีร์ที่กล่าวว่า “ดูก่อนพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงทราบข้อนี้ จงให้ทุกคนไวในการฟัง ช้าในการพูด ช้าในการโกรธ” (ยากอบ 1:19)  คนโง่พูดเพราะพวกเขาชอบจะกล่าวอะไรบางสิ่งออกมา หรือพูดอีกอย่างได้ว่า เราสามารถมีความรู้ทั้งหมดที่โลกเสนอให้ แต่ยังไม่ใช่สติปัญญาแท้
       แน่นอน พระเจ้าทรงเป็นผู้ประทานสติปัญญาแท้ ดังนั้นเราได้เราสติปัญญาส่วนมากโดย “การใช้เวลา” ในการอ่านพระวจนะ ใช้เวลาในการตรึกตรอง และใช้เวลาศึกษาชีวิตของพระคริสต์ “เพราะพระเจ้าทรงตั้งพระองค์ให้เป็นปัญญาและความชอบธรรมของเรา” (1 โครินธ์ 1::30) โดยการเรียนรู้ที่จะสำแดงอุปนิสัยของพระคริสต์ในชีวิตของเราเอง เราดำเนินชีวิตในความจริง เหมือนที่พระเยซูทรงดำเนิน นั่นคือสติปัญญาแท้
       อ่าน พระธรรม ยากอบ  1:6 เราจะต้องทูลขอในความเชื่อ ไม่มีความสงสัยใดๆ บางครั้งมันเป็นเรื่องยาก มีใครบ้างไม่เคยต่อสู้ดิ้นรนกับความสงสัย? เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น เป็นสิ่งสำคัญที่จะเริ่มอธิษฐานเกี่ยวกับเหตุผลทั้งหมดสำหรับความเชื่อของเรา: เรื่องของพระเยซู คำพยากรณ์ในพระคัมภีร์ ประสบการณ์ส่วนตัวของเรา การทำเช่นนี้ทำให้เราเดินผ่านความสงสัยได้ ซึ่งมันเกิดขึ้นกับเราเป็นครั้งคราวน็็็่

 วันพุธ    อีกด้านหนึ่งของความเชื่อ (ยากอบ 1:6-8) 
       อ่าน พระธรรม ยากอบ  1: 6-8 ท่านยากอบกำลังพูดอะไรกับเรา?
       คำที่ใช้สำหรับความ “สงสัย” หมายความว่าบุคคลหนึ่งรู้สึกแบ่งแยกภายใน สิ่งนี้ช่วยเราให้เข้าใจว่า “ความสงสัย-เชื่อมโยงกับการมีใจโน้มเอียง” เรามองเห็นชัดเจนเมื่อชนอิสราเอลเดินทางมาถึงถิ่นทุรดารปาราน ณ ตำบลคาเดช หลังจากผู้สอดแนมสิบสองเดินทางกลับมารายงาน (ก) พวกเขาสามารถเดินรุดไปข้างหน้าด้วยความเชื่อ (ข) หรือพวกเขาจะต่อต้านน้ำพระทัยของพระเจ้า น่าประหลาดใจจริง พวกเขาได้เลือกเอาข้อ (ข) คือต้องการกลับเป็นทาสในประเทศอียิปต์ พระเจ้าทรงทำการตัดสินพระทัยประกาศ พวกเขาต้องตายในป่าทุรกันดาร...แทบจะฉับพลัน ชนอิสราเอล “กลับมีความเชื่อขึ้นมา” พวกเขาพูดว่าพวกเขามีความเชื่อในการทรงนำของพระเจ้า “คนทั้งปวงได้ลุกขึ้นแต่เช้าขึ้นไปยังที่สูงที่เขตเทือกเขา กล่าวว่า "ดูซิ เราทั้งหลายมาอยู่ที่นี่แล้ว เราจะเข้าไปยังที่ซึ่งพระเจ้าทรงสัญญาไว้ เพราะเราได้กระทำผิดแล้ว" (กันดารวิถี 14:40)
       “ดูประหนึ่งชนอิสราเอลมีความจริงใจในการกลับใจใหม่จากที่พวกเขาประพฤติผิดไป แต่ความจริงมีว่า พวกเขาเสียเสียใจเพราะบทลงโทษที่พวกเขาจะได้รับจากการคิดกบฎ มากว่าการเสียใจที่พวกเขามองข้ามคุณค่าที่พระองค์ทรงนำพวกเขาออกมาจากการเป็นทาส และการไม่เชื่อฟัง เมื่อฝูงชนได้พบว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ทรงเปลี่ยนพระทัย ความดื้อรั้นของพวกเขากระพือขึ้นอีกครั้ง พวกเขาประกาศว่าจะไม่เดินทางกลับไปถิ่นทุรกันดาร พระเจ้าทรงบัญชาให้พวก เขาหันเหออกจากดินแดนของศัตรู ทรงกระทำเช่นนี้ เพื่อทรงทดสอบว่าพวกเขาจะยอมฟังพระองค์หรือไม่ และพวกเขาได้พิสูจน์ว่า การเชื่อฟังของพวกเขาไม่ใช่ของจริง” จาก หนังสือ ของ เอลเลน ไวท์. ใน “บรรพชน และผู้เผยพระวจนะ” หน้า 391.

       อ่าน พระธรรม ลูกา 17:5, 6 พระเยซูทรงบอกอะไรเรา ใน ลูกา 17: 5, 6 เกี่ยวกับความเชื่อ?

       เมื่อเหล่าสาวกทูลขอพระเยซูสำหรับความเชื่อมากขึ้นว่า พระเยซูทรงตรัสว่า ความเชื่อเท่าเมล็ดพืชเมล็ดหนึ่ง นั่นมากทีเดียว สิ่งที่สำคัญคือ ความเชื่อของเรามีชีวิต และเติบโตหรือไม่  และสิ่งนี้สามารถ และจะบังเกิดได้เพียงเราใช้ความเชื่ออย่างต่อเนื่อง ด้วยการเอื้อมถึงพระเจ้า ไว้วางวางใจในพระเจ้าในทุกสถานการณ์
       แต่บางครั้ง “ความสงสัย” ได้เข้ามาบนเส้นทาง โลกนี้กระทบเราด้วยความสงสัยและ การไม่เชื่อ ไม่มีใครปลอดภัยจากสิ่งดังกล่าวนี้ ทั้งหมดเราสามารถทำได้คือการอธิษฐานตลอดเส้นทางเราสงสัย จำไว้ว่าพระเจ้าทรงซื่อสัตย์ในอดีต จงไว้วางใจพระองค์สำหรับอนาคตของเรา

       อะไรคือเหตุผลทั้งหมดที่คุณมีสำหรับความไว้วางใจในพระเจ้า และพระสัญญาของพระองค์ และดำรงชีวิตโดยความเชื่อ? จงคิดอย่างลึกซึ้งในคำถามนี้ แล้วความเชื่อของคุณจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

วันพฤหัสบดี     คนร่ำรวย และ คนยากจน  (ยากอบ 1: 9-11)      
        หนังสือเนื้อหาสั้นเล่มนี้ ผู้เขียนคือท่านยากอบแสดงความห่วงใยสำหรับคนยากจนอย่างมาก จนบางคนคิดว่า นี่เป็นหัวข้อสำคัญสุดของหนังสือเล่มนี้ แต่สำ หรับผู้อ่านสมัยปัจจุบัน บางคนรู้สึกว่าท่านยากอบต่อว่าคนร่ำรวย และเห็นใจคนยากจนดูเหมือนจะเข้าข้างคนยากจนมากไปหน่อย บ้างก็ว่า มากจนสะดุ้งใจ แต่ในเวลาเดียวกัน ท่านยากอบไม่กล่าวสิ่งใดแตกต่างจากสิ่งที่พระเยซูได้ทรงกล่าวไว้เลย
       เปรียบเทียบยากอบ 1:9-11 กับลูกา 8:14, เปรียบเทียบ ยากอบ 1: 27 กับ มัทธิว 25:37-40, เปรียบเทียบ ยากอบ 2:15,16 กับลูกา 10:29-37, และเปรียบ เทียบยากอบ 5:1-4 กับลูกา 12 :16-21 มีข่าวสารสามัญอะไรสำหรับเรา? มีคำเตือนอะไรที่เราทุกคนสามารถเรียนรู้จากเนื้อหาที่อธิบายไว้อย่างชัดเจนตรงนี้?
       ท่านยากอบไม่ได้ปิดประตูอาณาจักรของพระเจ้าสำหรับผู้ร่ำรวยทุกคน แต่เช่นเดียวกับพระเยซู ท่านยากอบมองเห็นการทดลองอันน่ากลัวมาพร้อมกับทรัพย์สมบัติ ไม่ว่าร่ำรวย หรือยากจน เราจำเป็นต้องเพ่งสายตาของเราไปที่รางวัลของแท้ –คือองค์พระเยซูคริสต์ ซึ่งจะช่วยให้เรามองปัญหาเรื่องเงินทองได้ชัดเจน ไม่ให้มาหลอกลวงใหเราครุ่นคิดถึงสิ่งของในโลกว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าสิ่งที่คงอยู่ชั่วนิรันดร์ (2 โครินธ์ 4:18)
       ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทรัพย์สมบัติ การศึกษาสูง หรืออิทธิพลทางสังคม แยกผู้คนเหล่านั้นจาก “ผู้มีฐานะยากจน” แต่คริสตจักรยุคแรกเริ่มได้ทำให้ผู้คนสองระดับสังคม คว่ำคุณค่าของโลกลง เหล่าผู้ที่แบ่งปัน เห็นอกเห็นใจ และถ่อมใจลง คือบุคคลที่สามารถชื่นชมยินดีในดินแดนแห่งพระสิริในอาณาจักรของพระเจ้า
       “มีคนหิวโหยในโลกของพระเจ้าจำนวนมาก ที่ต้องได้รับการเลี้ยงดู ผู้คนอีกนับไม่ถ้วนที่แทบเปลือยกายต้องการเสื้อผ้าสวมใส่ มีดวงวิญญาณอยู่มาก กำลังจะอดตายเพราะขาดอาหาร น้ำสะอาด และความรอด พระเจ้าขอให้ท่านผู้มีกำลังยื่นมือช่วยเหลือดูแลผู้ด้อยโอกาส ที่ยากจนขัดสนไปเสียทุกสิ่งทั้งอาหาร และเสื้อผ้าสวมใส่” จาก หนังสือของ เอลเลน จี. ไวท์. ใน “Welfare Ministry” p. 269.

       แล้วเกี่ยวกับตัวคุณเองเป็นอย่างไร? ปัญหาไม่อยู่ที่คุณร่ำรวย หรือยากจนเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณผูกติด หรือ ถูกดูดซับไว้ด้วยเงินทองหรือไม่? มีอะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินทอง เหตุใดบ่อยครั้งจึงเป็นอันตรายมากสำหรับดวงวิญญาณของเรา?  
    

วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 
       “พระเจ้าทรงประสงค์ให้ผู้รับใช้ของพระองค์รู้จักดวงใจของพวกเขาเป็นอย่างดี เพื่อจะนำพวกเขาสู่การรับรู้ในสภาพจริงของพวกเขา พระองค์อนุญาตให้พวกเขาพบกับความยากลำบาก ในทำนองนี้พวกเขาจะถูกทำให้บริสุทธิ์ การทดลองในชีวิตเป็นเหมือนเครื่องมือของพระเจ้าช่วยตบแต่งภายในตัวเราให้เข้มแข็ง และมีอุปนิสัยสมบูรณ์ ซึ่งจะทำให้พวกเราเหมาะสมกับสังคมบริสุทธิ์ แวดล้อมด้วยเหล่าทูตสวรรค์แห่งสง่าราศี เหตุนี้ขณะเมื่อเรากำลังผ่านกองไฟแห่งความลำบาก ให้ดวงตาของเรามุ่งมองไปยังสิ่งที่อยู่เบื้องบน ซึ่งมีรางวัล และความรุ่งเรืองแห่งชีวิตชั่วนิรันดร์ สิ่งประเสริฐเหล่านี้มีค่าเลิศล้ำกว่าสิ่งใดๆ ที่เรามีในแผ่นดินโลก ขณะเราผ่านกองไฟแห่งความทุกข์ยาก ไฟนี้จะไม่ไหม้เรา แต่จะชำระสิ่งไม่บริสุทธิ์ไร้ค่าให้หลุดไป และเราจะออกมาบริสุทธิ์กว่าเดิมเจ็ดเท่า นั่นคือตราประทับแห่งอุปนิสัยอันบริสุทธิ์ของพระเจ้า”  จาก หนังสือ ของเอลเลน ไวท์. ใน “The Adventist Review and Sabbath Herald, April 10, 1894.

คำถามเพื่อการอภิปราย
1.  บุคคลใดในพระคัมภีร์คุณพบว่า ชีวิตของเขาให้การหนุนใจคุณที่สุดในห้วงเวลาแห่งความยากลำบาก?   คุณเคยมีประสบการณ์ชื่นชมขณะอยู่ในการทดลองไหม? ถ้ามีแบ่งปันประสบการณ์นั้นกับชั้น..ทำนองเดียวกัน ถ้าคุณยังไม่เคยพบความชื่นชม  ในขณะพบกับการทดลอง เล่าเรื่องนี้ในชั้นเช่นกัน (ถ้าคุณรู้สึกสบายใจที่จะทำเช่นนั้น)
2.  ชายหนุ่มคนหนึ่งมีเพื่อนสนิทผู้ผ่านความยากลำบากอย่างหนัก ชายผู้นี้รู้สึกเจ็บปวดแทนเพื่อนที่ต้องประสบการทดสอบเช่นนั้น แต่เขาได้สังเกตว่าเพื่อนที่ผ่านความยากลำบากเติบโตขึ้นในพระคุณเมื่อ ความยากลำบากนั้นผ่านพ้นไป เพื่อนของเขาแสดงให้เห็นว่ามีความเข้มแข็งขึ้นมาก!          คุณได้เรียนรู้อะไรจากความยากลำบาก หรือการทดลองของคุณไหม?  สิ่งดังกล่าวได้ช่วยคุณให้เติบโตขึ้นฝ่ายจิตวิญญาณไหม? ถามตัวคุณเองว่า “ฉันสามารถเติบโตขึ้นผ่านวิธีอื่นใดไหม”?

3.  คุณสามารถพูดหนุนใจอะไรกับบางคน ผู้ซึ่งปรากฏให้เห็นเป็นคนจริงใจในความเชื่อ แต่ยังยอมรับว่า บางครั้งเขาเต็มไปด้วยความสงสัย?  คุณสามารถจะช่วยเขาได้อย่างไร 
                     
                             *************************************
 

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272