Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > 2ndQtr2015 TSSL > index Thai SSL 2ndQtr2015 >
.
Lesson 1:การเสด็จมาของพระเยซู
.

                                                            บทที่  1 
                                              
การเสด็จมาของพระเยซู                   
                                     วันที่  28  มีนาคม- 3  เมษายน  2015

บ่ายวันสะบาโต    
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้
:
 ลูกา 1: 2,3; 2 ทิโมธี 3:16; ลูกา 1:5-22 , เฉลยธรรมบัญญัติ 18:15 ; ลูกา 2:9-12, 25-32.       

ข้อควรจำ      “เพราะว่าไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งพระเจ้าทรงกระทำไม่ได้”    (ลูกา 1:37)    
       พระกิตติคุณลูกาถูกเขียนขึ้นเพื่อชาวต่างชาติ ท่านลูกาเองเป็นคนต่างชาติ (ดังแนะนำใน พระธรรม โคโลสี 4:10-14) และ ท่าน เธโอฟีลัส ที่ท่านลูกาส่งพระกิตติคุณลูกาในรูปจดหมายไปให้   ก็เป็นคนต่างชาติเช่นกัน
       นอกจากท่านลูกามีอาชีพเป็นแพทย์  ท่านเป็นนักประวัติ ศาสตร์ผู้มีความละเอียดอ่อน ในการกล่าวแนะนำพระกิตติคุณ  ท่านลูกา ยกพระเยซู ว่ามีตัวตนในประวัติศาสตร์ที่ท่านเขียน กล่าวคือท่านเขียนตามลำดับสถานการณ์ประวัติ ศาสตร์: เฮโรดเป็นกษัตริย์ของยูเดีย  (ลูกา 1:5) จักรพรรดซีซาร์ออกัสตัส  ปก ครองเหนืออาณาจักรโรมัน (ลูกา 2:1) เศคาริยาห์เป็นปุโรหิตอยู่ในเวรบียาห์ ณ พระวิหารในกรุงเยรูซาเล็ม (ลูกา1:5, 9) ในพระธรรมลูกาบทที่ 3  ท่านลูการะบุถึงเหตุการณ์  หกเรื่องซึ่งกำลังเกิดขึ้นจริง     ที่เกี่ยวเนื่องกับพันธกิจ  ของท่านยอห์น ผู้ให้บัพติศมา ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกทางสำหรับพระเยซู
      จึงเห็นได้ว่าท่านลูกาวางเรื่องพระเยซูไว้ในประวัติศาสตร์ตามเวลาที่เป็นจริงอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อ่านพระกิตติคุณคิดไปว่า ประวัติ- ศาสตร์ของท่านเป็นตำนาน ผู้อ่านพระกิตติคุณลูกาต้องให้การยอมรับข้อมูลความจริงที่ว่าพระเยซูทรงมีตัวตนจริง และผ่านทางองค์พระเยซู พระเจ้าทรงเข้ามาแทรกประวัติศาสตร์ด้วย เรื่อง “พระผู้ช่วยให้รอดของโลก คือพระคริสต พระเจ้า  ผู้ทรงมาบัง เกิดที่เมืองดาวิด” (ลูกา 2:11) เข้าไปอย่างกลมกลืน


วันอาทิตย์   บันทึกเหตุการณ์อย่างเป็นระเบียบ  (ลูกา 1:1-3 ; กิจการฯ 1 :1-3)
      พระธรรม กิจการของอัครทูต 1:1 กล่าวว่า “ในหนังสือเรื่องแรกนั้น” ข้อความนี้ และข้อมูลที่ว่ารายงานทั้งสองส่งถึงท่านเธโอฟี ลัสเช่นกัน ช่วยทำให้เราคิดว่าหนังสือทั้งสองเล่มประพันธ์ขึ้นโดยบุคคลเดียวกัน บันทึกทั้งสองเล่มอาจจัดเป็น “ตอนที่ 1” และ “ตอนที่ 2” ของ “จุดเริ่มต้น และประวัติศาสตร์ของคริสตจักรคริสเตียน” ตอนที่ 1 เป็นเรื่องราวชีวิต และพันธกิจของพระเยซู (พระกิตติคุณลูกา) และ ตอนที่ 2 เป็นเรื่องราวการประกาศเผยแผ่พระกิตติคุณของพระเยซูโดยอัครทูต และเหล่าสาวก ตลอดจนความเป็นไปของคริสตจักรแรกเริ่ม (คือพระธรรมกิจการ)
      พระกิตติคุณถูกเขียนขึ้นอย่างไร? อ่านพระธรรม ลูกา 1:2, 3 และ 2 ทิโมธี 3:16.
      เป็นได้ว่าท่านลูกาได้ยิน และได้อ่านพระกิตติคุณโดยท่านมาระโก และพระกิตติคุณโดยท่านมัทธิว กล่าวได้ว่าท่านลูกาไม่ได้เขียนพระกิตติคุณจากสิ่งที่ตาของท่านได้มองเห็น หูได้ฟังคำสอนของพระเยซูโดยตรง แต่ท่านเป็นผู้มีความเชื่อศรัทธาในองค์พระเยซู องค์พระเมสสิยาห์อย่างสุดหัวใจ
       ท่านมัทธิวเขียนพระกิตติคุณขึ้นเพื่อผู้อ่านชาวยิว โดยนำ เสนอพระเยซูว่าทรงเป็นพระบรมครู เป็นพระบุตรของพระเจ้ามาบังเกิดสมจริงตามคำพยากรณ์ และทรงเป็นกษัตริย์ของชาวยิว ท่านมัทธิวอ้างถึง คำพยากรณ์ในพระคัมภีร์เดิมเสมอ แล้วสรุปว่าคำพยากรณ์นั้นสำเร็จสมจริงในพระคริสต์ ท่านมาระโกเขียนพระกิตติคุณขึ้น เพื่อผู้อ่านชาวโรมัน โดยเน้นว่าพระเยซูเป็นนักปฎิบัติการ ท่านลูกาเองในฐานะแพทย์ และเป็นคนต่างชาติ เขียนพระกิตติคุณสำหรับชาวกรีก และชาวต่างชาติทั้งมวล โดยเน้นว่าพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของโลก ท่านลูกากล่าวว่าท่านเขียนพระกิตติคุณขึ้นด้วยเหตุผลหลักสองประการ (1) เพื่อนำเสนอเรื่องราว “เรียบเรียงตามลำ ดับ”
(ลูกา 1:3) และ (2) เพื่อบันทึกสนับสนุนข้อมูลความจริงเกี่ยว “พระธรรมคำสอนยิ่งใหญ่ ณ ช่วงเวลาใหม่ของศาสนาคริสต์” แน่ นอน ท่านลูกาเขียนความจริงโดยมีเป้าหมายหลักคือเผยแผ่พระกิตติคุณของพระเยซู ว่าพระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า และพระผู้ช่วยให้รอดของโลก
 
      ท่านลูกา ผู้เผยพระวจนะได้รับการดลใจโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใช้ประวัติศาตร์ และข้อเขียนอื่นๆ ในงานเขียนของท่าน เนื้อหาของพระธรรมลูกากระชับ ชัดเจน และน่าอ่าน การใช้แหล่งข้อมูลอื่นไม่ได้หมายความว่า งานเขียนของท่านลูกาไม่ได้รับการดลใจโดยพระวิญญาณ    นี่เป็นความจริงข้อหนึ่งที่บอกว่า  พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าทำงานในจิตใจของผู้เขียน “เรื่องราวของพระองค์” อย่างไร?
วันจันทร์   “จงเรียกเขาว่า “ยอห์น”  (ลูกา 1:5-22)
      เรื่องการมาบังเกิดของยอห์น ผู้ให้บัพติศมา และพระเยซูมีความละม้ายกันมาก ทั้งสองเป็นการอัศจรรย์ ในกรณีของยอหน์ นางเอลีซาเบธเป็นหญิงสูงวัยเกินกว่าจะตั้งครรภ์ได้   แต่ทูตสวรรค์จากพระเจ้ามาบอกกับเศคาริยห์ผู้เป็นสามีว่าภรรยาของเขาจะมีบุตรเป็นชาย ทูตสวรรค์กาเบรียล  องค์เดียวกับที่ปรากฎกับมารีย์หญิงพรหม จารีว่า  เธอจะตั้งครรภ์และประสูติบุตรชาย  การประกาศสัญญาว่าสตรีทั้งสองจะมีบุตรชาย  เป็นการอัศจรรย์  นำซึ่งความชื่นชมยินดี และการเป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้า เด็กทารกทั้งสองจะเติบใหญ่และมีความเข้มแข็งในพระวิญญาณ (ลูกา 1:80 ; ลูกา 2:40)
      แต่พันธกรณี และพันธกิจของทารกแห่งการอัศจรรย์ทั้งสองแตกต่างกันมาก ยอห์น ผู้ให้บัพติศมาจะเป็นผู้บุกเบิกทางเพื่อพระเยซู (ลูกา 1:13-17) พระเยซูทรงเป็น “พระบุตรของพระเจ้า” (ข้อ 35) เป็นผู้บังเกิดเป็นพระเมสสิยาห์สมจริงตามคำพยากรณ์ที่ได้กล่าวไว้ (ข้อ 31-33)
       อ่านพระธรรม ลูกา 1:5-22 เศคาริยาห์ ได้ชื่อว่า “เป็นคนชอบธรรมเฉพาะพระเจ้า” แต่เมื่อทูตสวรรค์ของพระเจ้าบอกท่านว่าภรรยาของท่านจะให้กำเนิดบุตรชาย ท่านกลับไม่เชื่อ จนท่านถูกลงโทษให้เป็นใบ้ไปช่วงเวลาหนึ่ง  เรื่องนี้ช่วยเราให้เข้าใจอย่างไรว่า “การเป็นคนชอบธรรม” กับการไม่เชื่อในคำของทูตสวรรค์ของพระเจ้ามีความหมายอย่างไร  สำหรับผู้เชื่อในพระเจ้า?

       “การมาเกิดบุตรชายของเศคาริยาห์ ก็เช่นเดียวกับการมาเกิดบุตรชายของท่านอับราฮัม และของนางมารีย์   เพื่อเป็นบทเรียนแห่งความจริงยิ่งใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณ  ความจริงอันที่เราช้าจะเรียนรู้ แล้วก็พร้อมที่จะลืมอย่างง่ายดาย  โดยลำพังตัวเราเองแล้วเราไม่อาจประกอบการดีใดๆ ได้เลย   แต่สิ่งใดที่เราไม่สามารถทำ  ก็อาจจะเป็นไปได้เสมอ ด้วยอำนาจของพระเจ้าที่กระทำกิจการในผู้เชื่อทุกคน  ที่มอบถวายตนเองแด่พระองค์ โดยทางความเชื่อนั้น  บุตรแห่งคำสัญญาจึงได้ประทานมาให้  ในทำนองเดียวกันโดยความเชื่อ ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ จึงได้บังเกิดขึ้น และเราจึงสามารถทำกิจแห่งความ ชอบธรรมของพระองค์ได้” จากหนังสือของ เอลเลน จี. ไวท์ ใน “ผู้พึงปรารถนาแห่งปวงชน”  หน้า 98.


       ด้วยการอัศจรรย์ของยอห์น พระเจ้าทรงมีพระประสงค์ในการสื่อสารกับประชากรของพระองค์ หลังผู้เผยพระวจนะคนสุดท้ายของพระคัมภีร์ คือท่านมาลาคี ตลอด 400 ปีแห่งประวัติศาสาตร์ของชาวอิสราเอลบันทึกว่า พระเจ้าไม่ทรงติดต่อกับประชากรของพระ องค์  ผ่านผู้เผยพระวจนะ  การมาบังเกิดของยอห์น ในฐานะผู้สื่อข่าวพิเศษของพระเจ้า  จึงเป็นการปิดฉากความเงียบอันยาวนาน   ข่าวสารของยอห์นคือ “เขาจะนำหน้าพระองค์ โดยน้ำใจและ ฤทธิ์เดชของเอลียาห์ ให้พ่อกลับคืนดีกับลูก และคนดื้อด้านให้กลับได้ปัญญา”
(
ลูกา 1:17) ยอห์นถูกกำหนดให้เป็นผู้นำทางของพระเมสสิยาห์ และเป็นผู้เตรียมเส้นทางการดำเนินพันธกิจของพระเยซู

วันอังคาร   “เจ้าจงเรียกท่านว่า “เยซู”  (มัทธิว 1:21-23)     
      การมาบังเกิดของพระเยซูคริสต์  ไม่ใช่เหตุการณ์ตามปกติ เพราะพระเจ้าทรงทำเครื่องหมายไว้ บนปฏิทินนิรันดร์ของพระองค์แล้ว  “แต่เมื่อครบกำ หนดแล้วพระเจ้าก็ทรงใช้พระบุตรของพระองค์มาประสูติจากสตรีเพศ  และทรงถือกำเนิดใต้ธรรมบัญญัติ” (เอเฟซัส 4:4) นี้พระสัญญาแรกของพระเจ้าสำเร็จสมจริง ที่พระเจ้าทรงได้ทำไว้กับประชากรของพระองค์หลังความบาปได้เข้ามาในโลกตั้งแต่สมัยสวนเอเดน (ปฐมกาล 3:15)
      
       อ่านข้อพระคัมภีร์ต่อไปนี้เป็นคู่ๆ  ในแต่ละคู่  การมาบังเกิดของพระเยซูเป็นความสำเร็จสมจริงตามคำพยากรณ์อย่างไร?  สิ่งนี้บอกอะไรเรา  เกี่ยวกับว่า  เหตุใดเราต้องเรียนรู้การวางใจในพระสัญ ญาของพระเจ้า?   เฉลยธรรมบัญญัติ 18:15 และ กิจการฯ 3:22-24 ; อิสยาห์ 7:14  และ มัทธิว 1:21-23;  มีคาห์ 5:2 และ ลูกา 2:4-7
      การมาบังเกิดของพระกุมารเยซู   ที่บังเกิดจาก  มารีย์หญิงพรหมจารี  เป็นเรื่องผิดธรรมชาติโดยสิ้นเชิง   และเรื่องนี้ไม่อาจนำหลักธรรมชาติมาอธิบายได้   แม้แต่มารีย์เองยังถาม  กาเบรียล ทูตสวรรค์ของพระเจ้าที่มาแจ้งข่าวดีแก่เธอ  “ฝ่ายมารีย์ทูลทูตสวรรค์นั้นว่า "เหตุการณ์นั้นจะเป็นไปอย่างไรได้ เพราะข้าพเจ้ายังหาได้ร่วมกับชายไม่" ทูตสวรรค์จึงตอบนางว่า "พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จลงมาบนเธอ และฤทธิ์เดชของผู้สูงสุดจะปกเธอ” (ลูกา 1:34-35)  และทูตสวรรค์ยังกล่าวอีกว่า “เพราะว่าไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งพระเจ้าทรงกระทำไม่ได้” (ข้อ 37) มารีย์ยอมจำนนโดยความเชื่อในทันใดโดยมีบันทึกว่า “ส่วนมารีย์จึงทูลว่า "ดูเถิด ข้าพเจ้าเป็นทาสีของพระเป็นเจ้า ข้าพเจ้าพร้อมที่จะเป็นไปตามคำของท่าน"  (ข้อ 38) คำถามของมนุษย์ทุกข้อไม่ว่าจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของธรรมชาติ  หรือ  หลักความจริง จะต้องเปิดทางให้กับคำตอบของพระเจ้า  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเนรมิตสร้างโลก หรือเรื่องไม้กางเขน การเสด็จมาบังเกิด หรือการฟื้นพระชนม์ การประทานมานาทุกเช้า หรือการหลั่งลงมาของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในวันเพ็นเทคอสต์ ทั้งหลายเหล่านี้มนุษย์ต้องยอมสยบ และรับเอาโดยความเชื่อ

       บางคนในโลก ถูกล้างสมองให้มีความเชื่อว่า ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามธรรมชาติหรือสามารถพิสูจน์ได้โดยวิทยาศาสตร์ ช่างเป็นความคิดที่แคบ เมื่อพูดถึงการอัศจรรย์ของพระเจ้าใช่ไหม?
 

วันพุธ     รางหญ้าแห่งเบธเลเฮม (ลูกา 2:7)  
       ท่านลูกาเริ่มเรื่องพระกุมารพันผ้าอ้อมวางบนรางหญ้าในเมืองเบธเลเฮม พร้อมกับการอ้างอิงบันทึกประวัติศาสตร์ โยเซฟ และมารีย์เดินทางจากบ้านนาซาเร็ธที่พวกเขาอาศัยอยู่ เดินทางมายังบ้านเกิดแห่งเบเลเฮมของพวกเขา ซึ่งพวกเขาต้องลงทะเบียนสำหรับจ่ายภาษีแก่ซีซาร์ออกัสตัส จักรพรรดิ์แห่งโรม ซึ่งเวลานั้นคีรินิอัสเป็นเจ้าเมืองซีเรีย การบันทึกรายละเอียดทางประวัติศาสตร์เช่นนั้น นักศึกษาพระคัมภีร์จะมองเห็นคุณค่าในการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในบันทึกของท่านลูกา ในลักษณะนี้ท่านลูกาได้รายงานใน  รายละ เอียด การมาบังเกิดของพระเยซูภายในกรอบประวัติศาสตร์

       คิดเกี่ยวกับว่าบิดา มารดาของพระเยซูยากจนมาก สอด คล้องกับ ลูกา 2:7 “นางจึงประสูติบุตรชายหัวปี เอาผ้าอ้อมพันและวางไว้ในรางหญ้า เพราะว่าไม่มีที่ว่างให้เขาในโรงแรม” อัครทูตเปาโลพรรณ- นา  ถึงความถ่อมพระทัยของพระเยซูในพระธรรม ฟีลิปปี 2:5-8 ว่าพระเยซูทรงถ่อมพระทัย  อย่างที่เราไม่อาจเข้าใจได้...พระเยซูทรงดำเนินไปบนถนนแห่งชีวิตประเภทใดเพื่อเห็นแก่ความรอดของเราทั้งหลาย?

       ท่านลูกาเล่าถึงสภาพความยากไร้   เมื่อพระเจ้าแห่งสรวงสวรรค์มาบังเกิดเป็นมนุษย์  เรื่องตอนนี้  เล่าต่อถึงเหล่าผู้มาเยี่ยมพระกุมารในรางหญ้าชุดแรก คือกลุ่มผู้เลี้ยงแกะ พวกเขาไม่ใช่คนมีฐานะ หรือมีอิทธิพลอะไร ไม่ใช่พวกธรรมาจารย์หรือเหล่าปุโรหิต ไม่ใช่ชนชั้นปกครองมีอิทธิพลครอบครองที่ดินผืนใหญ่ เหล่าผู้เลี้ยงแกะเป็นชนชั้นกรรมาชีพ แต่พวกเขาได้สิทธิพิเศษได้รับข่าวดีจากเหล่าทูตสวรรค์ว่า  “เพราะว่าในวันนี้พระผู้ช่วยให้รอดของท่านทั้งหลาย คือพระคริสตเจ้า มาบังเกิดที่เมืองดาวิด  นี่จะเป็นหมายสำคัญแก่ท่านทั้งหลาย  คือท่านจะได้พบพระกุมารนั้นพันผ้าอ้อมนอนอยู่ในรางหญ้า" (ลูกา 2:11-12) ท่านลูกาบันทึกคำถวายสดุดีแด่พระเจ้า และคำอวยพรแก่มนุษย์ว่า “พระสิริจงมีแด่พระเจ้าในที่สูงสุด ส่วนบนแผ่นดินโลก สันติสุขจงมีท่ามกลางมนุษย์ทั้งปวง” (ลูกา 2:14)     
  
       คิดเกี่ยวกับสิ่งที่เราเชื่อในฐานะเป็นคริสเตียน พระเจ้าผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งปวง (ยอห์น 1:1-3) เสด็จมาบังเกิดในโลก ที่ล้มจมลงในความบาป พระองค์ทรงดำรงชีวิต  ด้วยความยากลำบาก  และที่สุดถวายพระองค์เองเป็นเครื่องถวายบูชาไถ่บาปที่ไม้กางเขน ถ้าเราเชื่อในเรื่องจริงๆ เราควรอุทิศถวายทุกส่วน  ในชีวิตของเรา  แก่ความจริงอันอัศจรรย์นี้ ส่วนไหนในชีวิตของคุณสะท้อนความเชื่อของคุณออกมาในเรื่องของพระเยซู และส่วนไหนที่ยังไม่เชื่อ?


วันพฤหัสบดี   พยานผู้รอคอยพบพระผู้ช่วยให้รอด  ลูกา 2:25-32

       ท่านลูกาเขียนพระธรรมลูกา ด้วยจุดประสงค์หลัก  คือการประกาศเรื่องพระเยซูแก่คนต่างชาติ แต่ท่านทราบด้วยว่า ประวัติ ศาสตร์ของชนชาติยิวในพระคัมภีร์เดิมมีความสำคัญ ดังนั้นท่านเชื่อมโยงเรื่องราวในพระกิตติคุณของท่าน  เข้ากับพระคัมภีร์เดิมอย่างระมัดระวัง นอกจากนี้ท่านยังกล่าวถึงการประกอบพิธีสุหนัตของพระกุมารเยซูในวันที่แปด โดยบันทึกให้เห็นภาพเหตุการณ์เคลื่อนไหวของพิธีชำระตัวที่พระวิหารในกรุงเยรูซาเล็ม ซึ่งเป็นไปตามธรรมบัญญัติของโมเสสทุกอย่าง (ลูกา2:22-24)

       อ่าน พระธรรม ลูกา 2:25-32  สังเกตสามจุดเกี่ยวกับความรอดที่สิเมโอนยกขึ้นมา   (1) ความรอดได้มาผ่านทางพระเยซู   (2)  ความรอดถูกเตรียมไว้โดยพระเจ้า (3) ความรอดเป็นของทุกคน ทั้งชาวยิว และต่างชาติ   ความจริงเหล่านี้  เกี่ยวข้องกับข่าวของทูตสวรรค์องค์แรกใน พระธรรมวิวรณ์ 14:6-7 อย่างไร?

       คำพยากรณ์ของสิเมโอนทำนายล่วงหน้า  ส่วนสำคัญสองส่วนในพันธกิจของพระเยซู
       ส่วนแรก พระคริสต์ “เป็นเหตุให้หลายคนในพวกอิสราเอลล้มลงหรือยกตั้งขึ้น” (ลูกา 2:34) กล่าวคือ พระคริสต์ได้นำแสงสว่าง และความรอดมาประทานแก่คนทั้งปวง แต่ไม่ใช่ปราศจากราคาสำ หรับผู้รับ ในพระคริสต์ไม่มีแดนของคนกลาง คนหนึ่งจะต้องรับพระองค์ หรือไม่ก็ปฏิเสธพระองค์ ความรอดจึงขึ้นอยู่กับการตัดสิน ใจเด็ดขาดของแต่ละบุคคล
       ส่วนที่สอง สิเมโอนกล่าวกับมารีย์ว่า “เพื่อความคิดในใจของคนเป็นอันมากจะได้ปรากฏแจ้ง ถึงหัวใจของท่านเองก็ยังจะถูกดาบแทงทะลุด้วย" (ลูกา 2:35) ไม่ต้องสงสัยนี่หมายถึงไม้กางเขน ซึ่งมารีย์จะได้เป็นพยาน มารีย์และผู้คนทั้งปวงทุกรุ่นอายุที่ติดตามพระคริสต์เหมือนมารีย์ ควรจะจำไว้ว่าถ้าปราศจากไม้กางเขนจะไม่มีความรอด ไม้กางเขนเป็นศูนย์กลางของแผนการแห่งความรอดทั้งหมด

       ความรอดเป็นของประทานที่เราไม่ต้องทำอะไรเพื่อจะได้รับมา แต่กระนั้นเป็นสิ่งมีค่าสูงสำหรับผู้ที่อ้างสิทธิสำหรับพวกเขาเอง ท่านต้องจ่ายค่าอะไรในการติดตามพระเยซู?   และเหตุใดจึงกล่าวว่าราคานั้นถูกเพียงพอ?  


วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 
       “ท่านลูกา ผู้เขียนพระกิตติคุณลูกา ใช้ชื่อของท่านเป็นชื่อหนังสือ เป็นแพทย์มิชชันนารี ในพระคัมภีร์ท่านถูกเรียกว่า “ลูกา แพทย์ที่รัก” (โคโลสี 4:14) เมื่อท่านเปาโลได้ยินเกี่ยวกับความเชี่ยวชาญในการ แพทย์ของท่าน จึงมองหาท่านให้มาร่วมทีมในฐานะพระเจ้าประทานให้เป็นผู้ทำกิจพิเศษ ท่านเปาโลรับท่านลูกาเป็นเพื่อนร่วมงาน ในช่วงเวลาหนึ่งท่านลูการ่วมเดินทางไปกับท่านเปาโล จากสถานที่หนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง ต่อมาท่านเปาโลขอให้ท่านลูกาอยู่ต่อที่เมืองฟีลิปปี ซึ่งอยู่ในมณฑลมาซิโดเนีย ท่านลูกาทำงานในเมืองฟีลิปปีหลายปี ทั้งเป็นแพทย์ และสั่งสอนพระกิตติคุณ ในฐานะแพทย์ท่านรักษาโรคให้คนไข้ และในเวลาเดียวกันอธิษฐานเผื่อการเยียวยาด้วยฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าด้วย   การรักษาโรคเป็นอีกแนวทางหนึ่ง  ที่เปิดโอกาสให้กับการเผยแผ่พระกิตติคุณ และประสบความสำเร็จ โอกาสได้เปิดให้ท่านลูกาหลายครั้ง ที่จะเทศนาสั่งสอนเรื่องพระคริสต์  ท่ามกลางผู้ยังไม่เชื่อ เป็นแผนการของพระเจ้าที่เราจะทำการเหมือนเหล่าอัครทูตได้ทำ”  จากหนังสือของ เอลเลน จี.ไวท์ ใน  “สุขอนามัย และความผาสุก” หน้า 140-1

คำถามเพื่อการอภิปราย:
  1.  ท่านลูกาอ้างอิงจากงานเขียน ซึ่งมีผู้เขียนอยู่ก่อนแล้วหลายคน เพื่อมารวมไว้ในพระกิตติคุณของท่าน   ถ้านี่เป็นความจริง เราจะเข้าใจเรื่องการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในพระธรรมลูกา ว่า “ได้รับการดลใจโดยพระพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างไร?”  (2 ทิโมธี 3:16)  อ่านข้อเขียนของ เอลเลน จี. ไวท์  ในหัวข้อ “พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงดลใจผู้เขียนคำพยากรณ์”   ในหนังสือชื่อ “Selected Messages,  book 1, pages 15-23.



                                              ********************

Click here to go to  INDEX of CONTENTS สารบัญ

Thai SSL 2Q 2015 Chp 2: บัพติศมา และ การทดลอง
 

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272