Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > 2ndQtr2015 TSSL > index Thai SSL 2ndQtr2015 > Thai SSL 2Q Chap2- บัพติศมา และ การทดลอง > ThaiSSL 2Q 2015 Chp3:พระเยซูคริสต์คือใคร ? > Thai SSL 2Q 2015 Chp4 >
.
Thai SSL 2Q 2015 Chp5
.
                                                    บทที่  5

           พระคริสต์ทรงเป็นเจ้าเหนือวันสะบาโต

                                 25  เมษายน – 1  พฤษภาคม 2015

บ่ายวันสะบาโต    

อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้:  มาระโก 1:21; มาระโก 6:2; ลูกา 14 :17-19, 31-37 ; 2 โครินธ์ 5 :17 ; ลูกา 6:1-11 ; ลูกา 13:10-16.


ข้อควรจำ 

พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า ''วันสะบาโตนั้นทรงตั้งไว้เพื่อมนุษย์ มิใช่ทรงสร้างมนุษย์ไว้สำหรับวันสะบาโต เหตุฉะนั้นบุตรมนุษย์เป็นเจ้าเป็นนายเหนือวันสะบาโตด้วย'' (มาระโก 2:27, 28)    


       ท่านลูกาเขียนพระกิตติคุณเนื้อหาส่วนใหญ่เพื่อชาวต่างชาติ ที่สำคัญมากคือท่านพูดเรื่องวันสะบาโตบ่อยครั้ง ในพระกิตติคุณทั้งสี่ และพระธรรมกิจการของอัครทูตพูดเรื่องวันสะบาโต 54 ครั้ง (ลูกา17, กิจการฯ 9, มัทธิว 9, มาระโก 10, และ ยอห์น 9) ในฐานะผู้เชื่อชาวต่างชาติ ท่านลูกาเชื่อเรื่องวันที่เจ็ดเป็นวันสะบาโตอย่างไม่สงสัยว่า พระเจ้าทรงตั้งวันสะบาโตไว้สำหรับชาวยิว และชาวต่างชาติ การเสด็จมาครั้งแรกของพระเยซูไม่ได้ทำให้เกิดความเตกต่างในการถือรักษาวันสะบาโตแต่อย่างใด
       “ช่วงพันธกิจการรับใช้บนโลกของพระคริสต์ พระองค์ให้เกียรติวันสะบาโต ในคำสอนทั้งหมดของพระองค์ทรงแสดงความเคารพอย่างลึกซึ้งสำหรับวันสะบาโต เพราะพระองค์เองเป็นผู้ประทานวันสะบาโตให้มนุษย์ และเรียกว่า “วันขององค์พระผู้เป็นเจ้า” ในสมัยของพระเยซูการถือรักษาวันสะบาโตถูกบิดเบือนไป จนการถือรักษาวันสะบาโตแสดงให้เห็นแต่ความเห็นแก่ตัว
ของมนุษย์ มากกว่าจะแสดงพระลักษณะอุปนิสัยของพระเจ้า พระคริสต์จึงได้ทรงยกเลิกคำสอนที่ผิดเพี้ยนนี้  ซึ่งผู้นำศาสนาเหล่านั้น ที่อ้างตนว่ารู้จักพระเจ้า ได้สอนภาพพจน์ที่ผิดๆ เกี่ยวกับพระองค์เสีย” จาก หนังสือ ของเอลเลน จี. ไวท์. ใน “Prophets and Kings”  หน้า 183.
       บทเรียนของสัปดาห์นี้ ให้เรามาศึกษาว่าพระเยซูทรงเป็นเจ้าของวันสะบาโต พระองค์ทรงถือรักษา และวางพระองค์เป็นต้นแบบให้เราได้ติดตาม ส่วนการถือรักษาวันที่หนึ่งของสัปดาห์แทนวันสะบาโตไม่ได้รับการรับรองจากพระคริสต์  หรือจากพระคัมภีร์ใหม่
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันอาทิตย์   ทรงเสด็จเข้าไปในวันสะบาโตตามเคย (ลูกา 4:16-30 ; อิสยาห์  61:1-2)

       “พระองค์เสด็จเข้าไปในธรรมศาลาในวันสะบาโตตามเคย” (ลูกา 4:16) นี่เป็นข้อพระคัมภีร์ที่ดี สำหรับคริสเตียนแอ๊ดเวนตีส พวกเราส่วนมากใช้ในการประชุมประกาศพระกิตติคุณ หรือใช้สอนพระคัมภีร์เพื่อชี้ให้เห็นว่า พระเยซูทรงถือรักษาวันสะบาโตเป็นประจำ
       “ธรรมศาลา” มีบทบาทสำคัญในชีวิตการถือศาสนาของชาวยิว ธรรมศาลาเริ่มมีความสำคัญ ในช่วงเวลาชาวยิวเป็นทาสอยู่ในแผ่น ดินบาบิโลน ซึ่งช่วงนั้นพระวิหารถูกทำลายไปแล้ว ชาวยิวจะสร้างธรรมศาลาขึ้น เพื่อใช้เป็นที่นมัสการ  และขณะเดียวกันใช้เป็นโรง เรียนสอนเด็กๆ  ชาวยิวจะสร้างธรรมศาลาขึ้น ในทุกแห่งที่มีชาวยิวอย่างน้อยสิบครอบครัวอาศัยอยู่ในชุมชน  ช่วงพระเยซูทรงเติบโตขึ้นในเมืองนาซาเร็ธ  เป็นธรรมเนียมของพระองค์จะไปที่ธรรมศาลาในแต่ละวันซะบาโต
          อ่าน พระธรรม มาระโก 1:21; มาระโก 6 :2; ลูกา 4 :16-30; ลูก6:6-11; ลูกา 13:10-16; และ 14:1-5.
       พระคัมภีร์ข้อไหนสอนเราเกี่ยวกับพระเยซู และวันสะบาโต? ขณะที่คุณอ่านข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ ถามตัวคุณเอง มีข้อไหนคุณสามารถพบว่า พระเยซูทรงตรัสว่า พระองค์ทรง “ตัด” วันสะบาโตออกไปแล้ว และผู้เชื่อในพระเจ้าไม่ต้องรับผิดชอบในการถือรักษาอีกต่อไป หรือทรงชี้ให้เห็น “วันอื่น” ได้เข้ามาแทนที่วันสะบาโตวันที่เจ็ดแล้ว?
       “พระองค์เสด็จเข้าไปในธรรมศาลาในวันสะบาโตตามเคย” (ลูกา 4:16) มีเพียงท่านลูกาบันทึกข้อความตรงนี้ไว้  พระเยซูทรงเข้าไปในธรรมศาลาในเมืองนาซาเร็ธ และในช่วงใกล้เวลาที่พระเยซูจะเดินไป สู่ไม้กางเขน พระธรรมลูกา 22:39 กล่าวว่า “ฝ่ายพระองค์ เสด็จออก ไปยังภูเขามะกอกเทศตามเคย  และเหล่าสาวกของพระองค์ก็ตามพระ องค์ไป”  นี่เป็นครั้งที่สอง ที่พระธรรมลูกาใช้คำว่า “ตามเคย” ทั้งสองแห่งหมายถึงการนมัสการ และการอธิษฐาน
       เหตุใดเราควรไปนมัสการที่โบสถ์ในวันสะบาโต “ตามเคย” หรือทำจนเป็นธรรมเนียม   เหมือนพระเยซูทรงเสด็จไปนมัสการ  ที่ธรรมศาลาในวันสะบาโต?
       ประการแรก, พระเจ้าทรงสถิตอยู่ทุกหนทุกแห่ง และพระองค์อาจรับการนมัสการของเราได้ทุกที่ แต่มีบางสิ่งเป็นพิเศษเกี่ยวการไปชุมนุมกันในโบสถ์ หรือสถานที่ทั่วไป (อย่างที่บ้าน หรือห้องเช่า) ตามได้นัดหมายกันไว้  ในวันที่ได้ถูกเลือกไว้  ตั้งแต่แรกสร้างโลก และทรงบันทึกไว้ในพระบัญญัติข้อสี่ของพระบัญญัติสิบประการ
       ประการที่สอง, เป็นโอกาสให้เราประกาศให้คนทั่วไปรู้เห็นว่า พวกเรานมัสการพระเจ้าองค์พระผู้สร้าง และพระผู้ช่วยให้รอดของคนทั้งปวงในวันดังกล่าว
       ประการสุดท้าย, เป็นการสร้างโอกาสให้เราร่วมสามัคคีธรรมกัน               และแบ่งความชื่นชมยินดี แสดงความรัก ความห่วงใยแก่กันและกัน
       บางคนวิจารณ์ชาวแอ๊ดเวนตีสที่ถือรักษาวันสะบาโตว่า “พวกเขาถือรักษาเน้นตามตัวอักษร” (legalism)  อีกบางคนนินทาว่า “พวกเขายังเป็นทาสของพระบัญญัติ” สำหรับเรา เราเห็นว่าพวกเขาพลาดไปจากพระพรยิ่งใหญ่ ที่วันสะบาโตนำมาให้อย่างชัดแจน ในทางใดบ้างที่คุณได้รับประสบการณ์ว่า การถือรักษาวันสะบาโตทำให้คุณรู้สึกเป็นอิสระ และมีสันติสุขเต็มล้น
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันจันทร์   วันสะบาโต: มีข่าวสาร และความหมาย (ลูกา 4:17-19)

       วันสะบาโตหมายถึง “การถือรักษาไว้” และ “ไปร่วมนมัสการที่โบสถ์” หรือสถานที่ ที่ใช้เป็นที่นมัสการ เพื่อนมัสการร่วมกับพี่น้องแห่งความเชื่อ วันสะบาโตยังหมายถึงการรับฟังพระวจนะของพระเจ้า ชีวิตที่ปราศจากพระวจนะจะอยู่ไม่ห่างจากบ่วงแร้วของความบาป กษัตริย์ดาวิดได้รับการดลใจให้เขียนว่า “ข้าพระองค์ได้สะสมพระดำรัสของพระองค์ไว้ในใจของข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะไม่ทำบาปต่อพระองค์” (เพลงสดุดี 119:11)

       อ่าน พระธรรม ลูกา 4:17-19. วันนี้เรามองย้อนไปยังสิ่งเราทราบเกี่ยวกับพระเยซู ว่าพระองค์เป็นใคร และ พระองค์ได้ทรงทำอะไร บ้างเพื่อเรา การที่ได้ตระหนักเช่นนี้ เราเข้าใจความหมายของ พระธรรม ลูกา 4:17-19 ได้ดีเพียงใด?  คุณเคยมีประสบการณ์ว่า  พระเยซูทรงเป็นจริงในฐานะเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคุณไหม?
       หลังจากได้อ่านพระธรรม อิสยาห์ 61:1, 2. “พระองค์จึงเริ่มตรัสแก่เขาว่า "คัมภีร์ตอนนี้ที่ท่านได้ยินกับหูของท่านก็สำเร็จในวันนี้แล้ว" (ลูกา 4:21) คำว่า “วันนี้” ควรได้รับการสังเกต ชาวยิวคาดหวังว่าอาณาจักรของพระเจ้าจะมาตั้งบนโลก และพระผู้ช่วยให้รอดของพวกเขาจะเสด็จมาเวลาใด เวลาหนึ่งของอนาคตในฐานะเป็นกษัตริย์นักรบ จะทรงปลดแอกจากกองทัพของศัตรู และขึ้นนั่งบนบัลลังก์
ของกษัติรย์ดาวิด แต่พระเยซูทรงกล่าวว่า  แผ่นดินของพระเจ้าได้มาตั้งแล้ว ในความเป็นตัวตนของพระองค์  และพระองค์จะสลัดแอกของความบาป บดขยี้พญามาร ปลดปล่อยทาสให้เป็นไทจากซาตาน แล้วกลายเป็นประชากรในอาณาจักรของพระองค์
       ใคร่ครวญเช่นกัน เกี่ยวกับความผูกพันของวันสะบาโตกับพระเยซู ซึ่งอ้างว่าทรงเป็นพระเมสสิยาห์ (ผู้หนึ่งที่ถูกเลือกสรรไว้) วันสะบาโตเป็นวันแห่งการพักผ่อนกาย และพักผ่อนในพระคริสต์ (ฮีบรู 4:1-4) วันสะบาโตเป็นสัญลักษณ์ของความเป็น”ไท” คือเป็นไทจากความบาป (โรม 6:6,7) จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่พระเยซูทรงเลือกทำการรักษาโรคด้วยการอัศจรรย์หลายครั้งในวันสะบาโต เพื่อปลดปล่อยคนเป็นทาสมานาน  จากการจองจำของการเจ็บป่วย
       วันสะบาโตเป็น “เวลาพิเศษ” ที่ถูก “แกะสลัก” (carved) ไว้ เป็นสิ่งอยู่ทนกว่าก้อนศิลา วันสะบาโตเป็นเครื่องหมายเตือนเราในแต่ละสัปดาห์ว่า พระเยซูทรงประทานวันนี้ให้เราด้วยพระทัยกรุณา
 
       การถือรักษาวันสะบาโตช่วยคุณให้เข้าใจความรอดดีขึ้นว่า ความรอดเป็นมาจากความเชื่อเท่านั้น? ความจริงนี้สามารถช่วยเราให้พึ่งในสิ่งที่ พระคริสต์ได้ทำเพื่อเรา แทนที่จะพยายามหาทางไปสวรรค์ด้วยวิธีของเราเอง?      
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันอังคาร   การรักษาโรคในวันสะบาโตที่คาเปอรนาอุม  (ลูกา  4 :31-37)          

       ชาวเมืองนาซาเร็ธ เมืองที่พระองค์ทรงเติบโตขึ้นมาไม่ยอมรับพระเยซู ดังนั้นพระองค์กลับไปเมืองเปอรนาอุม เมืองที่พระองค์ทรงดำเนินพระราชกิจก่อนหน้านี้ (มัทธิว 4:13) เมืองคาเปอรนาอุมมีความสำคัญ เพราะได้กลายเป็น “บ้าน” สำหรับพระเยซู ช่วงพันธกิจในพื้นที่กาลิลี ในเมืองคาเปอรนาอุมมีธรรมศาลาอยู่แห่งหนึ่ง อาจเป็นได้ว่าถูกสร้างขึ้นโดยนายร้อยชาวโรมัน (ลูกา 7:5) เหมือนธรรมเนียมปฏิบัติของพระองค์ พระเยซูทรงเสด็จไปธรรมศาลาในวันสะบาโต
       ในเพียงวันสะบาโตเดียว พันธกิจรับใช้ของพระเยซูครอบคลุมกิจกรรมหลายอย่าง ทรงสั่งสอน รักษาโรค เทศนา แม้ไม่มีบันทึกว่าพระองค์ทรงเทศน์ในหัวข้อใด แต่ปฏิกิริยาของประชาชนเป็นที่น่าพิศวง ท่านลูกากล่าวว่า “คนทั้งปวงก็อัศจรรย์ใจด้วยการสอนของพระองค์ เพราะคำของพระองค์ประกอบด้วยสิทธิอำนาจ” (ลูกา 4:32) คำสอนของพระเยซูแตกต่างจากคำสอนของพวก “รับบี” (rabbi), อาจารย์สอนศาสนาชาวยิว พระองค์ทรงสอนด้วยสิทธิอำนาจ วางรากฐานในพระคัมภีร์

       อ่าน พระธรรม ลูกา 4:31-37. มีความจริงอันอัศจรรย์อะไรที่แสดงให้เห็นในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้  เกี่ยวกับ  1) การสงครามขับเคี่ยวยิ่งใหญ่ระหว่างพระคริสต์ และซาตาน  2) ผีร้าย คือ บริวารของซาตาน  3) วัตถุประสงค์ของวันสะบาโต และ  4) ฤทธิอำนาจของพระเจ้าเหนือผี และความชั่วร้ายทั้งปวง?
      ในลูกา 4:31-41 เราได้เห็นการเยียวยาหนึ่งในห้าของการรักษาโรคในวันสะบาโต ท่านลูกาบันทึกไว้ (อ่านลูกา 4:38,39 ; 6:6-11; ลูกา 13:10-16 ; ลูกา 14 :1-6). ในเรื่องเทศน์ที่นาซาเร็ธ พระเยซูทรงประกาศว่า พันธกิจของพระองค์คือการบรรเทาทุกข์ การเยียวยา และการนำเหล่าผู้หัวใจแหลกสลาย และคนที่ประสบความทุกข์ยากกลับคืนสู่ความสงบ  ก้าวข้ามความทุกข์ ตรงนี้ ที่เมืองคาเปอรนาอุมในวันสะบาโต ขณะที่ธรรมศาลาเต็มไปด้วยผู้มาร่วมนมัสการ ชายที่ถูกผีโสโครกเข้าสิง เผชิญหน้ากับพระเยซูพร้อมกับการสารภาพว่า "ไฮ้ พระเยซูชาวนาซาเร็ธ ท่านมายุ่งกับเราทำไม ท่านมาทำลายพวกเราหรือ เรารู้ว่าท่านเป็นผู้ใด ท่านคือองค์บริสุทธิ์ของพระเจ้า” (ลูกา 4:34) ผีโสโครก คือทูตสวรรค์ชั่วผู้ติดตามซาตานตนหนึ่ง ตระหนักว่าพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดในร่างของมนุษย์โดยทันที จากเรื่องนี้ “ม่านกั้นระหว่างสิ่งที่มองเห็นด้วยตา และโลกที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาได้ถูกดึงเปิดออกไปแขวนไว้ที่ด้านข้าง”

       คิดถึงการเปิดเผย  ให้เห็นสงครามใหญ่ที่แสดงให้เห็นตรงนี้ บ่อยครั้งเราเห็นภาพไม่ค่อยชัด  คุณมองเห็นสงครามดังกล่าวต่อสู้ในชีวิตของคุณเองอย่างไร? สิ่งใดเป็นความหวังเดียวในชัยชนะของสงครามนี้? อ่าน  1 โครินธ์ 15:56, 57. ด้วย
 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันพุธ   ทรงเป็นเจ้าแห่งวันสะบาโต  (ลูกา 6:1-5) 

       ลูกา 6:1-11 เล่าถึงสองเรื่องเกี่ยวกับพระเยซูโต้แย้งกับพวกฟาริสี ในเรื่องวันสะบาโต

       อ่านเรื่องแรกใน พระธรรม ลูกา 6:1-5. พวกฟาริสีกล่าวหาพระเยซู และเหล่าสาวกของพระองค์สำหรับการพวกเขาไม่เอาใจใส่เรื่องพระบัญญัติ และวันสะบาโต พระเยซูทรงเผชิญกับเรื่องนี้อย่างไร?

       ขณะที่เหล่าสาวกเดินผ่านทุ่งนาข้าวกำลังสุกเหลือง พวกเขาเด็ดรวงข้าวขึ้นมา ขยี้เม็ดข้าวในฝ่ามือและกินเม็ดข้าวนั้น และพวกฟาริสีบิดเบือนความจริง และปรักปรำเหล่าสาวกว่าละเมิดพระบัญญัติว่าด้วยการถือรักษาวันสะบาโต พระเยซูทรงตรัสเรื่องนี้ออกมาตรงๆ และชี้ให้พวกฟาริสีมองย้อนไปยังเรื่องของดาวิด เมื่อดาวิดรู้สึกหิวมาก เขาเข้าไปในพระวิหารของพระเจ้า เขาและคนของเขาได้หยิบขนมปังหน้าพระพักตร์มารับประทาน ซึ่งตามกฏแล้วมีเพียงปุโรหิตเท่านั้นได้รับอนุญาตให้รับประทานขนมปังนั้นได้ โดยการเตือนพวกฟาริสีด้วยเรื่องที่เคยเกิดขึ้น พระเยซูกำลังพยายามช่วยพวกฟาริสีให้เข้าใจว่า พวกเขาเชื่อผิดเพราะพวกเขาเชื่อว่าพวกตนสามารถได้รับความรอดโดยการถือรักษาบัญญัติที่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้น เห็นได้ว่าพวกฟาริสีได้เปลี่ยนวันสะบาโตจากวันแห่งความชื่นชมมาเป็นวันแห่งภาระหนัก
       อ่านเรื่องที่สองใน พระธรรม ลูกา 6:6-11 มีบทเรียนอะไรเกี่ยวกับวันสะบาโตเราได้เห็นตรงนี้?
       พระกิตติคุณของท่านมัทธิว, มาระโก, และ ลูกา เล่าในเรื่องเดียวกันนี้  แต่มีเพียงท่านลูกาบอกเกี่ยวกับมือลีบของชายผู้นี้ว่าเป็นมือข้างขวา การที่นายแพทย์ลูกาเพิ่มรายละเอียดเข้าไป ช่วยให้เราเข้าใจว่า ในสภาพพิการเช่นนี้  มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตตาม ปกติของเขาอย่างมาก ตอนนี้มีเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้น ประการแรก  พวกฟาริสีคอยจับผิดพระเยซูด้วยเรื่องการละเมิดวันสะบาโต เมื่อพระองค์ทรงเลือกจะรักษาชายมือลีบคนนี้ ประการที่สอง พระเยซูทรงเป็นเจ้าของวันสะบาโต พระองค์เป็นผู้ทรงสร้างวันสะบาโต เหตุนี้พระองค์จะไม่ล้มเหลวในพันธกิจของพระองค์ที่จะปลดปล่อยชายผู้นี้จากการเป็นทาสของความบาป และการเจ็บป่วย ดังนั้นพระเยซูทรงวางวันสะบาโตไว้  ในแสงสว่างที่ถูกต้อง  ว่าไม่เป็นการผิดบัญญัติจะประกอบการดีในวันสะบาโต และที่จะช่วยชีวิต (ลูกา 6:9-11)      

       คิดถึงผู้นำตาบอดเหล่านี้ ผู้เข้มงวดอยู่กับกฎเกณฑ์ที่พวกเขาสร้างขึ้นแล้วคิดว่าเป็นพระบัญญัติของพระเจ้า  เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า  เราจะไม่ตกสู่กับดักอันเดียวกัน ด้วยการปล่อยให้ธรรมเนียม และคำสอนของมนุษย์ ทำให้เราตาบอดต่อความจริงล้ำลึกของพระเจ้า?
 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันพฤหัสบดี   วันสะบาโต: คนเจ็บป่วย กับวัวตัวผู้ และ ลา (ลูกา 13:10-16)       

       อ่าน พระธรรม ลูกา 13:10-16 และ ลูกา 14:1-6. เราได้เห็นความจริงสำคัญอะไรตรงนี้ เกี่ยวกับว่าเป็นการง่ายเพียงไรที่จะบิดเบือนความจริงสำคัญของพระคัมภีร์?
       คิดเกี่ยวหญิงพิการ ในสมัยของพระเยซู พวกฟาริสีมองผู้หญิงด้วยสายตาดูหมิ่น และพวกเขาปฏิบัติต่อผู้หญิงเหมือนเป็นประชากรชั้นสอง หญิงพิการหลังโกงคนนี้อยู่อย่างทรมานมา 18 ปี   เป็นเวลา นานพอที่จะพิสูจน์ถึงความอดทนของใครสักคน  ความพิการทำให้หญิงคนนี้รู้สึกว่าชีวิตของเธอสิ้นหวัง และไม่มีวันเธอสามารถจะเป็นอิสระจากความทุกข์ทรมานกายใจนี้ได้
      อยู่มาวันหนึ่งพระเยซูทรงเสด็จมา พระเยซูพบเธอ ทรงเรียกให้เธอเข้ามาใกล้พระองค์ ทรงตรัสกับเธอว่า “หญิงเอ๋ยตัวเจ้าหายพ้นจากโรคของเจ้าแล้ว แล้วพระองค์ทรงวางพระหัตถ์บนเขา และทันใดนั้นเขาก็ยืดตัวตรงได้ และสรรเสริญพระเจ้า” (ลูกา 13:12, 13) ความทุกข์ทรมานมาตลอดสิบแปดปี ยอมแพ้ให้กับเวลาแห่งความชื่นชมยิ่งใหญ่ และหญิงคนนี้กล่าวสรรเสริญพระเจ้า
       ในการอัศจรรย์ที่สอง (ลูกา 14:1-6) พระเยซูทรงพักที่บ้านของชาวฟาริสีคนหนึ่ง เพื่อรับประทานอาหารในวันสะบาโต ณ เวลานั้นทรงรักษาโรคให้กับชายคนหนึ่งซึ่งทรมานด้วยโรคมานน้ำ พระเยซูทรงทราบว่าพวกผู้นำชาวยิวเฝ้ามองพระองค์อย่างใกล้ชิด ดังนั้นพระองค์ทรงยกคำถามสองข้อขึ้นมาถาม: ข้อแรก “พระเยซูจึงตรัสถามพวกบาเรียนและพวกฟาริสีว่า ''ถ้าจะรักษาคนป่วยในวันสะบาโตจะผิดพระบัญญัติหรือไม่'' (ลูกา 14:3) ข้อสองเป็นคำถามเกี่ยวคุณค่าของบุคคล ทรงตรัสถามว่า ''คนไหนในพวกท่าน ถ้าจะมีลาหรือโคตกบ่อ จะไม่รีบฉุดลากมันออกในวันสะบาโตหรือ'' (ลูกา 14:5) จุดหมายของพระเยซูควรชัดเจน ดูเหมือนพวกเขาจะเข้าใจ เพราะสอดคลองกับท่านลูกา พวกเขาไม่มีคำตอบให้กับพระองค์ พระเยซูแสดงให้พวกเขาเห็นว่า พวกเขาเป็นคนสองหน้า กับสิ่งที่ได้เป็นไป เป็นสองหน้าประเภทที่เลวร้าย เพราะว่าใบหน้านั้นปกปิดไว้ด้วยผ้าคลุมหน้าแห่งการเสแสร้งว่าบริสุทธิ์ จากการที่พวกเขาคิดว่าพวกเขาไม่เคยละเมิดพระบัญญัติบริสุทธิ์ของพระเจ้า
       เราจำเป็นต้องระมัดระวังเพียงใด.
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 

       “วันสะบาโตเป็นคำสอนเพียงสิ่งเดียว ที่จะแยกชาวยิวออกจากชนชาติอื่นที่อยู่แวดล้อมอย่างสิ้นเชิง พระเจ้าทรงเลือกการถือรักษาวันสะบาโต เป็นสิ่งทำให้ชาวยิวโดดเด่นในฐานะเป็นผู้นมัสการพิเศษของพระองค์ พวกเขาต้องเป็นแบบอย่างของการแยกตัวออกจากการนมัสการรูปเคารพ เพราะชาวยิวสามารถสื่อสารกับพระเจ้าเที่ยงแท้ได้ แต่การที่จะถือรักษาวันสะบาโตให้บริสุทธิ์ได้ มนุษย์เองจะต้องเป็นคนบริสุทธิ์ ผ่านทางความเชื่อ ความคิดของพวกเขา, ความรู้สึก และการกระทำของพวกเขาจะต้องเป็นเหมือนต้นแบบของคริสต์” จาก หนังสือของ เอลเลน จี.ไวท์ ใน “ผู้พึงปรารถนาแห่งปวงชน”  หน้า 283.
คำถามเพื่อการอภิปราย
1.   เป็นสิ่งอัศจรรย์ พระคัมภีร์กล่าวชัดเจนในเรื่องพระเยซู และวันสะบาโต คนประมาณสองพันล้านคนทั่วโลกไปนมัสการที่โบสถ์ยังเชื่อว่า พวกเขาไม่ต้องถือรักษาวันที่เจ็ด  ซึ่งเป็นวันสะบาโต  วันบริสุทธิ์อีกต่อไป พวกเขากลับเชื่อด้วยว่าการถือรักษาวันสะบาโตเท่ากับเป็นการถือรักษาตาม ระเบียบแบบแผน (legalism) ของชาวยิว สิ่งนี้ควรบอกเราเกี่ยวกับว่า  เหตุใดการเชื่อฟังพระวจนะของพระเจ้าอย่างครบถ้วนมีความสำคัญมาก แม้บางสิ่งเกี่ยวกับพื้นฐานอย่างพระบัญญัติบริสุทธิ์ของพระเจ้า  เหตุใดฝูงชนจำนวนมากยังถูกหลอกได้? มีการเตือนสำคัญอะไรพระเยซูทรงประทานให้เราในพระธรรม มาระโกด้วยการเตือนว่า “ด้วยจะมีพระคริสต์เทียมเท็จ และผู้ทำนายเทียมเท็จหลายคนเกิดขึ้น ทำหมายสำคัญ และการอัศจรรย์ เพื่อล่อลวงผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรแล้วให้หลง ถ้าเป็นได้” (ลูกา 13:22)
       
   2.   พระเยซูทรงเป็น “เจ้านายเหนือวันสะบาโต” (ลูกา 6:5)  ความ หมายจริงๆ ของประโยคนี้สำหรับคริสเตียนคืออะไร ซึ่งรวมไปถึงท่าทีของพวกเขาที่มีต่อวันสะบาโตด้วย? 

 
                               
                                        ********************
 
 
 
________________________
Additional links on this topic:

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272