Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > 2ndQtr2015 TSSL > index Thai SSL 2ndQtr2015 > Thai SSL 2Q Chap2- บัพติศมา และ การทดลอง > ThaiSSL 2Q 2015 Chp3:พระเยซูคริสต์คือใคร ? > Thai SSL 2Q 2015 Chp4 > Thai SSL 2Q 2015 Chp5 > Thai SSL 2Q 2015 Chp 6 >
.
Thai SSL 2Q 2015 Chp 7
.
บทที่  7

                   พระเยซู, พระวิญญาณบริสุทธิ์ และการอธิษฐาน

                                     9 - 15  พฤษภาคม  2015

บ่ายวันสะบาโต    

อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ลูกา 2:25-32; ยอห์น 16:5-7; ลูกา 23:46; ลูกา 11:1-4; มัทธิว 7: 21-23; ลูกา 11: 9-13.
ข้อควรจำ    เราบอกท่านทั้งหลายว่า จงขอแล้วจะได้ จงหาแล้วจะพบ จงเคาะแล้วจะเปิดให้แก่ท่าน เพราะว่าทุกคนที่ขอก็ได้ ทุกคนที่แสวงหาก็พบ และทุกคนที่เคาะก็จะเปิดให้เขา”  (ลูกา  11:9, 10)      

        จากพระกิตติคุณสามเล่มแรก
ท่านลูกากล่าวถึงความสัมพันธ์ของพระยูกับพระวิญญาณบริสุทธิ์  บ่อยครั้งที่สุด  ท่านมัทธิวกล่าวถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ 12 ครั้ง  ท่านมาระโก 6 ครั้ง  ขณะที่ท่านลูกา 17 ครั้ง และในพระธรรมกิจการของอัครทูต 57 ครั้ง     จากเวลาพระเยซูเสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์ (ลูกา 1:35) จนถึงทรงบัญชาให้สาวกทั้งหลายประกาศพระกิตติคุณของพระองค์  ไปสุดปลายแผ่นดินโลก (ลูกา 24:44-49) ท่านลูกามองเห็นการเชื่อมต่อมั่นคงระหว่างพระเยซูและพระวิญญาณบริสุทธิ์  ความเกี่ยวพันนี้สำคัญ เพราะนำไปสู่ความเข้าใจพันธกิจของพระผู้ช่วยให้รอดของเรา อนึ่งท่านลูกาแสดงให้ความสำคัญในชีวิตแห่งการอธิษฐาน และการดำเนินพระราชกิจของพระเยซู พระองค์ทรงสภาพพระเจ้าเต็ม ทรงความเสมอภาคกับพระบิดา และพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระเยซูในร่างมนุษย์ของพระองค์ได้วางพระองค์เป็นต้นแบบแก่เรา  ในเรื่องการอธิษฐาน
       ถ้าพระเยซูทรงมองเห็นความต้องการ  สำหรับการอธิษฐาน   เราเองจะต้องการมากกว่านั้นสักเพียงใด?
       “ปราศจากการเฝ้าระวังอธิษฐาน เราตกอยู่ในอันตรายของการค่อยก้าวสู่การไม่ระมัดระวัง และการหลงออกนอกเส้นทางสายที่ถูกต้อง    ศัตรู (ซาตาน) พยายามอย่างต่อเนื่องจะปิดกั้นช่องทางสู่พระที่นั่งกรุณา   ซาตานและบริวารของมันทำเช่นนี้ เพื่อเราจะไม่ได้รับพระคุณและอำนาจด้วยการอธิษฐาน ที่จะช่วยเรารักษาตัว ให้พ้นการทดลองของมัน”   จากหนังสือ ของ เอลเลน จี. ไวท์ ใน “สันติวิถี”  หน้า 95.
 

วันอาทิตย์   พระเยซูและพระวิญญาณบริสุทธิ์  (ลูกา 1:35, 41)

       ท่านลูกาเป็นผู้เชื่อชาวต่างชาติ ท่านเป็นมิชชันนารีร่วมเดินทางไปประกาศพระกิตติคุณกับอัครทูตเปาโล ท่านลูกาเขียนประวัติของพระเยซูอย่างรอบคอบ เริ่มแต่การมาบังเกิด การดำเนินพันธกิจ การสิ้นพระชนม์ การฟื้นพระชนม์ และและพระบัญชาให้เหล่าสาวกออกไปประกาศพระกิตติคุณก่อนเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ ท่านลูกามองเห็นช่วงเวลาดังกล่าวเป็นการอัศจรรย์จากพระเจ้า โดยมีพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำทาง ในชีวิตของพระเยซูเราได้เห็นพระเจ้าทั้งสามพระภาคร่วมกันทำการเพื่อความรอดของเรา (ลูกา 3:21, 22) ที่เด่นชัดคือท่านลูกาแสดงให้เห็น “จุดแข็ง” เกี่ยวกับการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ตลอดช่วงเวลาดังกล่าวนี้

       พระธรรม ลูกา 1:35, 41 และ ลูกา 2:25-32 บอกเราเกี่ยวกับงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในช่วงการเสด็จมาครั้งแรกในร่างมนุษย์ของพระเยซูอะไรบ้าง?

       พันธกิจของพระเยซูเริ่มต้น ตัวอย่างด้วยงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอดคล้องกับท่านลูกา, ยอห์น ผู้ให้บัพติศมากล่าวทำนายว่าท่านให้บัพติศมาด้วยน้ำ แต่พระเยซูจะให้บัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ (ลูกา 3:16) และขณะพระเยซูทรงรับบัพติศมา ทั้งพระบิดา และพระวิญญาณบริสุทธิ์ประกาศ ให้การสนับสนุนพันธกิจของพระเยซูในฐานะพระผู้ช่วยให้รอด  พระบิดาประกาศจากเบื้องบนว่า พระคริสต์ทรงพระบุตรที่รักของพระองค์ ซึ่งพระองค์ทรงส่งมาเพื่อช่วยมวลมนุษยชาติให้รอด  ขณะเดียวกันพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าดุจนกพิราบลงมาสถิตอยู่กับพระองค์
       ปฐมเทศนาของพระเยซูแห่งนาซาเร็ธ  สร้างความสนใจประชา ชน ให้คิดถึงคำพยากรณ์ของผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ซึ่งกล่าวไว้ว่า “พระวิญญาณแห่งพระเป็นเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า เพราะว่าพระองค์ได้ทรงเจิมตั้งข้าพเจ้าไว้ เพื่อนำข่าวดีมายังคนยากจน พระองค์ได้ทรงใช้ข้าพเจ้าให้ร้องประกาศอิสระภาพแก่บรรดาเชลย ให้ประกาศแก่คนตาบอดว่าจะได้เห็นอีก ให้ปล่อยผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ” (ลูกา 4:18)  พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตอยู่กับพระเยซูตลอดเวลา  และทรงเป็นพลกำลังของพระองค์  พระวิญญาณบริสุทธิ์สถิตกับเหล่าผู้ติดตามของพระองค์  และเมื่อพระเยซูทรงเสด็จขึ้นสวรรค์ (ยอห์น 16:5-7)  ไม่เพียงเท่านี้  พระเยซูทรงตรัสสัญญาว่า พระเจ้าจะทรงประทานของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์แก่เหล่าผู้เชื่อที่ร้องทูลขอ (ลูกา 11:13) พระวิญญาณทรงเชื่อมโยงพระคริสต์กับพระบิดาของพระองค์  และในการดำเนินพันธกิจของพระเยซู ในทำนองเดียวกันพระวิญญาณบริสุทธิ์จะเพิ่มพลัง ให้กับเหล่าสาวก ในการดำรงชีวิตแห่งความเชื่อ จึงกล่าวได้ว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นความ สำคัญยิ่งในชีวิตคริสเตียน  ด้วยเหตุนี้ การหมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นความบาปร้ายแรงที่สุดในประดาความบาปทั้งปวง (ลูกา 12:10)

       มีทางใด ที่ถือว่าเป็นความฉลาด และได้ประโยชน์ ที่เราสามารถจะเปิดตัวเราเอง ต่อการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์? เราสามารถระมัดระวัง ในการเลือกของเรา  เพื่อใจของเราจะไม่แข็งกระด้างต่อเสียงของพระวิญญาณบริสุทธ์ได้อย่างไร?

วันจันทร์   ชีวิตแห่งการอธิษฐานของพระเยซู  (ลูกา 3:21)

     ในจำนวนหลายครั้งที่พระเยซูทรงอธิษฐาน บางครั้งบันทึกไว้เพียงในพระกิตติคุณลูกาเท่านั้น  สังเกตเหตุการณ์ต่อไปนี้ที่แสดงให้เห็นว่า พระเยซูทรงอธิษฐานระหว่างช่วงเวลาสำคัญในชีวิตของพระองค์
      1.  พระเยซูทรงอธิษฐานตอนที่พระองค์รับบัพติศมา (ลูกา 3:21) “เริ่มศักราชใหม่ และช่วงเวลาสำคัญกำลังเปิดให้กับพระองค์ บัดนี้พระองค์กำลังเข้าสู่สงครามแห่งชีวิต” จาก หนังสือ ของเอลเลน ไวท์ ใน “ผู้พึงปรารถนาแห่งปวงชน”  หน้า  111.
      2.  พระเยซูทรงอธิษฐานก่อนการเลือกอัครทูตทั้ง 12 คน (ลูกา 6:12) ไม่มีผู้นำคนใดเลือกผู้ร่วมงานของเขาอย่างขอไปที ถ้าเป็นได้ เขาจะเลือกบุคคลที่จะอยู่ฝ่ายเดียวกับเขา และงานของเขาอย่างสิ้นเชิง สำหรับพระเยซูทรงอธิษฐานตลอดคืนก่อนการเลือกอัครทูตของพระองค์  ตำแหน่งงานของพวกเขา มีความสำคัญต่อมนุษย์เท่าที่สวรรค์เคยเรียกมนุษย์ให้เข้ามาทำการ ซึ่งสำคัญเป็นที่สองรองแต่เพียงพระคริสต์เองเท่านั้น” จาก หนังสือ ของเอลเลน จี. ไวท์ ใน “ผู้พึงปรารถนาแห่งปวงชน”  หน้า 291.
       3.  พระเยซูทรงอธิษฐานเผื่ออัครทูตของพระองค์ (ลูกา 9:18) การเป็นอัครทูตหมายถึงพวกเขาต้องซื่อสัตย์ต่อพระองค์อย่างเต็มล้น และมีความเข้าใจว่าพระองค์เป็นใคร ทั้งนี้เพื่อ “ทั้งสิบสอง” จะเข้าใจว่าพระองค์เป็นใคร พระเยซูทรงปลีกไปอธิษฐานตามลำพัง
       4.  พระเยซูทรงอธิษฐานก่อนการจำแลงพระกาย (Transfiguration) (ลูกา 9:18-36) พระเยซูทรงได้รับการรับรองจากสวรรค์เป็นครั้งที่สอง ว่าพระองค์ทรงเป็น “บุตรที่รักของพระเจ้า” ไม่มีสิ่งใดสามารถเปลี่ยนความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างพระบิดาและพระบุตรได้
       5.  พระเยซูทรงอธิษฐานในสวนเกทเสมนี (ลูกา 22:39-46) บางทีนี่อาจเป็นการอธิษฐานสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์แห่งความรอด ตรงนี่เรามีพระผู้ช่วยให้รอดเชื่อมโยงสวรรค์ และแผ่นดินโลกเข้าใกล้ชิดกัน โดยการกระทำเช่นนี้พระเยซูทรงตั้งหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ (1) ความสำคัญของน้ำพระทัย และพระสงค์ของพระเจ้า (2) การเชื่อฟังน้ำพระทัยของพระเจ้า แม้อาจเสี่ยงถึงขั้นเสียเลือดเสียเนื้อ และความตาย (3) พลกำลังที่จะเอาชนะการทดลองทุกอย่าง คือขณะที่ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
       6.  พระเยซูทรงอธิษฐานมอบชีวิตของพระองค์ในพระหัตถ์ของพระเจ้า (ลูกา 23:46) ถ้อยคำสุดท้ายบนไม้กางเขนของพระเยซู ทรงอธิษฐานว่า “พระบิดาเจ้าข้า ข้าพระองค์ฝากวิญญาณจิตของข้าพระ องค์ ไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ ตรัสอย่างนั้นแล้วก็สิ้นพระชนม์” (ลูกา 23:46) ตอนเกิด หรือ ตาย ต่อหน้าศัตรู หรือ เพื่อนๆ ขณะนอนหลับ หรือตื่น การอธิษฐานนี้แหละจะรักษาความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้าไว้อย่างถาวร

วันอังคาร   ต้นแบบของการอธิษฐาน: ตอน 1  (ลูกา 11:1-4)            


       อ่าน พระธรรม ลูกา 11:1-4. ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ช่วยเราให้เข้าใจว่า การอธิษฐานบังเกิดผลอย่างอะไร?
 
       “พระบิดา” เป็นนามที่พระเยซูทรงชื่นชอบเมื่อพรรณนาถึงพระเจ้า พระนามนี้ถูกบันทึกไวในพระกิตติคุณทั้งสี่ถึง 170  ครั้ง ในการเอ่ยพระนามของพระเจ้าว่า “พระบิดา” เรายอมรับว่าพระเจ้ามีพระลักษณะเป็นบุคคล ผู้ทรงชื่นชมในความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมนุษย์ ในฐานะพระเจ้าเป็นบุคคล พระองค์ทรงมีตัวตน ทรงรัก และเอาพระทัยใส่ลูกๆ เหมือนบิดาหรือ “พ่อ” ที่ดีบนโลก แต่พระบิดาบนสวรรค์ มีความแตกต่างบิดาในโลกมนุษย์ พระองค์ทรงฤทธานุภาพ ทรงสถิตอยู่ทุกหนทุกแห่ง พระองค์ทรงดีรอบคอบ
       คำว่า “พระบิดาบนสวรรค์” เป็นการเตือนเราตลอดไปว่า พระเจ้าทรงบริสุทธิ์  และทำนองเดียวกันคริสเตียนไม่ใช่เป็นแนวคิด (idea) หรือบุคคลที่เชื่อในเทพเจ้า (god) ผู้ทรงสถิตอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่าง
      เมื่อเราอธิษฐานต่อพระเจ้าว่า “ข้าแต่พระบิดา ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ” (ลูกา 11:2) ตรงนี้เป็นการทบทวนว่าพระเจ้าทรงบริสุทธิ์ เมื่อเราอ้างว่าเราเป็นคริสเตียน หรือผู้ติดตามพระคริสต์ เราจะต้องเทอดพระนามพระเจ้าให้บริสุทธิ์ เราย่อมจะไม่ทำสิ่งใด เป็นการต่อต้านพระองค์ หรือหลู่เกียรติแด่พระนามของพระองค์
       คำอธิษฐานที่เอ่ยว่า “ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่” (ลูกา 11:2)  พระกิตติคุณกล่าวถึง “อาณาจักรของพระเจ้า” รวมกันกว่า 100 ครั้ง (ลูกา เกือบ 40 ครั้ง, มัทธิว เกือบ 50 มาระโก 16 และ ยอห์น 3 ครั้ง) พระเยซูทรงเสด็จมาเพื่อสำแดงความจริงว่าอาณาจักรของพระเจ้า คืออาณาจักรแห่งพระคุณ และเป็นอาณาจักรแห่งสง่าราศี ซึ่งเป็นจริง หากเราไม่ได้เข้าในอาณาจักรแห่งแรก ก็ไม่มีความหวังจะเข้าไปในอาณาจักรที่สอง คือสวรรค์
      ตอนต่อมาในคำอธิษฐานของพระเยซูคือ “ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก” (มัทธิว 6:10)  น้ำพระทัยของพระบิดาเป็นที่ตระหนัก และเชื่อฟังในสวรรค์ พระเยซูทรงยอมรับความจริงข้อนี้ และหวังจะให้น้ำพระทัยของพระบิดาสำเร็จสมจริงบนโลกด้วย โดยให้เริ่มต้นกับเราแต่ละคน

       คุณรู้จักพระเจ้า หรือเพียงรู้เรื่องเกี่ยวกัเกี่ยวกับพระองค์? ในทางใดบ้าง ที่ชีวิตการอธิษฐานของคุณจะนำคุณเข้าใกล้ชิดกับพระองค์มากขึ้น?

วันพุธ    ต้นแบบของการอธิษฐาน: ตอน 2  (ลูกา 11:9-13

       คำอธิษฐานขององค์พระผู้เป็นเจ้า (พระเยซู) ประโยคต่อไปมีว่า “ขอทรงโปรดประทานอาหารประจำว้นแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายทุกๆวัน” (ลูกา 11:3) คำอธิษฐานของพระเยซูเริ่มด้วยคำว่า “ประทาน” ซึ่งคำนี้มาจากริมฝีปากของคนร่ำรวย คนยากจน หรือลูกกำพร้าทุกวัน คำอธิษฐานแนะนำให้พึ่งพาในพระเจ้า และยอมรับด้วยการไว้วางใจพระองค์ เราทั้งหลายต่างพึ่งพิงในพระเจ้า คำร้องขอ “ทรงประทาน” บังคับเราให้ตระหนักว่าพระเจ้าเป็นผู้ทรง “ประทาน” ของประทานอันดีทุกอย่าง เพราะพระองค์ทรงเป็นพระผู้สร้าง ในพระองค์เรามีตัวตน เคลื่อนไหว และมีชีวิต
 
       พระเจ้า คือพระบิดาผู้ทรงประทานสิ่งทั้งปวงที่มีความจำเป็นแก่เรา จากพระสัญญานี้ มีข่าวสารอัศจรรย์อะไร ที่คุณสามารถจะพบได้ในพระธรรม ลูกา 11:9-13?

       พระเยซูทรงวางต้นแบบการขอที่สำคัญคือ “ขอทรงยกบาปผิดของข้าพระองค์ทั้งหลาย ด้วยว่าข้าพระองค์ยกความผิดของทุกคนที่ทำผิดต่อข้าพระองค์นั้น” (ลูกา 11:4) “การให้อภัย” เป็นหัวใจของพระกิตติคุณ ถ้าปราศจากการให้อภัย เราจะไม่ได้รับความรอด พระธรรม โคโลสี มีคำกล่าวว่า “และท่านที่ตายแล้วด้วยการละเมิดทั้ง หลายของท่าน และด้วยเหตุนี้เนื้อหนังของท่านมิได้เข้าสุหนัตพระองค์ได้ทรงให้ท่านมีชีวิตร่วมกับพระองค์ และทรงโปรดยกโทษการละเมิดทั้งหลายของท่าน” (โคโลสี 2:13) ผู้มีประสบการณ์ได้รับการอภัยบาปจากพระเจ้า จะต้องเอื้อมแขนออกไปกอดใครก็ตาม ผู้อาจได้ทำผิดต่อพวกเขา
       ตอนสุดท้ายคำอธิษฐานของพระเยซูมีว่า “ขออย่านำข้าพระองค์เข้าไปในการทดลอง” (ลูกา 11:4) มีความจริงสองข้อ เราต้องตั้งข้อสังเกต ประการแรก, การทดลองไม่ใช่ความบาป คำภาษากรีกสำหรับ “การทดลอง” คือ “peirasmos”  เป็นคำนามซึ่งจบลงด้วยคำ “asmos”  พรรณนาถึงขั้นตอน ไม่ใช่สิ้นสุด หรือผลลัพธ์พระคัมภีร์ไม่ได้มองไปยัง “การทดลอง” เป็นผลลัพธ์สุดท้าย เพียงแต่ว่าเมื่อถูกทดลองแล้วยอมแพ้จึงจะบาป ประการที่สอง, พระเจ้าไม่ใช่ผู้เริ่มทำการทดลอง (ยากอบ 1:13) พระเจ้าอาจอนุญาตให้ความบาปเข้ามา ดังนั้นการอธิษฐานช่วยเราให้ตระหนักว่า พระเจ้าทรงมีอำนาจจะช่วยเราให้ปฎิเสธการที่จะล้มลงสู่กับดักของซาตานได้

       ทบทวน พระธรรม ลูกา 11:1-4. คิดถึงประเด็นต่างๆ ที่ข้อพระคัมภีร์ตอนนี้กล่าวถึง  ในทางใดบ้าง ที่ประสบการณ์ของคุณ ในแต่ละประเด็นเหล่านี้คุณสามารถ “เพิ่มคุณค่า” (enriched) และทำให้ “ลุ่มลึก” ขึ้นได้ผ่านการอธิษฐาน?

วันพฤหัสบดี   บทเรียนการอธิษฐานมากขึ้น  (ลูกา 18:9-14)       

       ทันทีหลังพระเยซูทรงวางต้นแบบการอธิษฐาน แก่เหล่าสาวก พระเยซูเล่าคำอุปมาเรื่องเพื่อนไปหาเพื่อนในเวลาเที่ยงคืนขอยืมขนมปังสามก้อน (ลูกา 11:5-13) จากคำอุปมานี้พระเยซูทรงสอนเราถึงความจำเป็นต้องอธิษฐานอย่างซื่อสัตย์ ซึ่งตอนนี้พระเยซูใกล้เวลาปิดฉากพันธกิจของพระองค์เข้าไปทุกขณะ  พระองค์ทรงเตือนเหล่าผู้ติดตามพระองค์ว่า  พวกเขาควรรู้สึกเศร้าเสียใจสำหรับความบาปของพวกเขา  และถ่อมใจลงอธิษฐาน (ลูกา 18:9-14) คำอุปมาทั้งสองนี้ไม่เพียงเป็นแค่นิสัยด้านศาสนา แต่เป็นความซื่อสัตย์ในการเดิน การพูดคุย และการดำรงชีวิตกับพระบิดาด้วย
       อ่าน พระธรรม ลูกา (ลูกา 11:5-8) พระเยซูทรงเล่าเรื่องอุปมานี้เพื่อหนุนใจผู้คนให้อธิษฐานเสมอ การอธิษฐานไม่ควรกลายเป็นแค่นิสัยเคยชิน แต่ควรเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ กับการพึ่งพิงเต็มหัวใจในพระจ้า การอธิษฐานเป็นลมหายใจของดวงวิญญาณ  ถ้าปราศจากสิ่งนี้  เราจะเป็นคนตายแล้วฝ่ายจิตวิญญาณ พระเยซูทรงเล่าคำอุปมาว่าแรกๆ เพื่อนบ้านปฏิเสธที่จะลุกขึ้นหยิบขนมปังให้ยืม แม้ผู้ขอยืมจะอ้างว่ามีความจำเป็นฉุกเฉิน แต่ในที่สุด แม้เพื่อนบ้านจะมีใจแข็ง ไม่มีความเห็นใจ แต่ทนรำคาญเสียงเคาะประตูอยู่ไม่ไหว พระเจ้าทรงเปิดพระทัยมากกว่าเพียงใด  ต่อผู้อธิษฐานทูลขอจากพระองค์อย่างซื่อสัตย์?   ที่จริงความซื่อสัตย์เช่นนั้นไม่ได้เปลี่ยนพระทัยของพระเจ้า  แต่ทำให้ความไว้วางใจในพระองค์ของเราเข้มแข็งขึ้นต่างหาก

       อ่าน พระธรรม ลูกา 18:9-14. มีบทเรียนสำคัญอะไรเกี่ยวกับการอธิษฐาน?

       ชาวฟาริสีอธิษฐานคาดหวังว่าพระเจ้าจะทรงยอมรับเขาบนพื้นฐานการ “ทำความดี” ฝ่ายคนเก็บภาษี ค้อมศีรษะลง ถ่อมใจต่อพระเจ้า อ้อนวอนขอพระองค์ทรงพระเมตตา และรับเขาบนพื้นฐาน “พระคุณของพระเจ้า”   ถูกแล้วการยอมรับของพระเจ้าไม่ได้อยู่บนพื้นฐานว่าเราเป็นใคร  หรือเราเป็นคนอย่างไร  แต่ผ่านทางพระคุณของพระองค์เท่านั้น มีเพียงเหล่าคนที่เศร้าเสียใจจริงๆ และถ่อมใจลง และด้วยวิญญาณจิตชอกช้ำ จึงสามารถรับเอาพระคุณของพระเจ้าได้

       เหล่าคนไม่รู้จักองค์พระผู้เป็นเจ้า มักจะเปรียบเทียบพวกเขาเอง กับคนเหล่าคนที่ดูเหมือนไม่ดีเท่าพวกเขา  พวกเขาทำเช่นนั้น เพื่อทำให้พวกเขาเชื่อว่า พวกเขาไม่ใช่คนเลวนัก  เหตุใดแนวคิดเช่นนี้ เป็นแนวคิดที่ใช้ไม่ได้ในสายพระเนตรของพระเจ้า?   และเรื่องที่คนอื่นเป็นคนเลวกว่าเรา เราไม่อาจนำมาอ้างให้พระเจ้ายอมรับพวกเราได้?

วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 

       “ในการอธิษฐานต่อพระเจ้า พระบิดาของเรา   เราต้องตระหนักว่าบุตรทั้งมวลของพระองค์ ต่างเป็นพี่น้องชายหญิงของเราทุกคน เราทั้งหลายเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวใหญ่ของพระเจ้า ในการอธิษฐานของเรา เราควรรวมเพื่อนบ้านของเรา พอๆ กับการอธิษฐานเพื่อตัวเราเอง  ไม่มีใครอธิษฐานได้ถูกต้อง เมื่อเขาอธิษฐานเพื่อพระพร  สำ หรับตัวเขาเองเท่านั้น”  จาก หนังสือ ของ เอลเลน จี. ไวท์ ใน “Thoughts  From the Mount of Blessing, page 105.

คำถามเพื่อการอภิปราย
  1.  ท่านลูกาเขียนว่า งานของพระเยซู และพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ได้จบลงด้วยพระกิตติคุณของท่านเท่านั้น         หลังจากพระเยซูทรงฟื้นพระชนม์แล้ว พระองค์ทรงบัญชาให้อัครทูต และสาวกทั้ง หลายรออยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม ทรงสั่งว่า  “และดูเถิด เราจะส่งซึ่งพระบิดาของเราทรงสัญญานั้น มาเหนือท่านทั้งหลาย   แต่ท่านทั้งหลาย
จงคอยอยู่ในกรุง  จนกว่าท่านจะได้ประกอบด้วยฤทธิ์เดชที่มาจากเบื้องบน” (ลูกา 24
:49)  นั่นคือ  ก่อนที่อัครทูต และสาวกทั้งหลายจะเดินทางไปประกาศในทุกแห่งบนแผ่นดินโลก ด้วยข่าวสารว่า พระ
เยซูทรงถูกตรึงบนไม้กางเขน และพระองค์ทรงฟื้นพระชนม์ ท่านลูกาเริ่มหนังสือ “กิจการของอัครทูต” ด้วยพระสัญญาเรื่องพระวิญ- ญาณบริสุทธิ์อีกครั้งหนึ่ง (กิจการฯ 1:7,8)  และพระสัญญานั้นสำเร็จสมจริงด้วยการหลั่งลงมาของพระวิญญาณบริสุทธิ์   ในวันเพ็นเทคอสต์ (กิจกรฯ บทที่ 2) ทั้งหมดนี้บอกเราเกี่ยวกับงานสำคัญของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตของคริสตจักร?

   2.   การอธิษฐานบอกให้ทราบถึงท่าที และสิ่งที่อยู่ในใจ การอธิษ- ฐานอย่างไร จึงจะเป็นยอมรับของพระเจ้า? อ่านข้อพระคัมภีร์ “สำหรับบางคนที่ไว้ใจในตัวเอง  ว่าเป็นคนชอบธรรม และได้ดูหมิ่นคนอื่นนั้น” ลูกา 18:9  (พระเยซูตรัสคำอุปมา....มีคนสองคนขึ้นไปอธิษฐาน คนหนึ่งเป็นชาวฟาริสี และอีกคนหนึ่งเป็นคนเก็บภาษี –พระเจ้ายอมรับคำอธิษฐานของคนเก็บภาษี แต่สำหรับชายชาวฟาริสี พระเจ้าไม่ยอมรับ เพราะ   มีปัญหาด้านจิตวิญญาณ   ในส่วนลึกในจิตใจของเขา  ปัญหาที่ว่าคืออะไร?
            
                
                                      ********************



 
________________________
Additional links on this topic:

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272