Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > 2ndQtr2015 TSSL > index Thai SSL 2ndQtr2015 > Thai SSL 2Q Chap2- บัพติศมา และ การทดลอง > ThaiSSL 2Q 2015 Chp3:พระเยซูคริสต์คือใคร ? > Thai SSL 2Q 2015 Chp4 > Thai SSL 2Q 2015 Chp5 > Thai SSL 2Q 2015 Chp 6 > Thai SSL 2Q 2015 Ch > >
.
aSSL2q2015Ch9
.

บทที่  9      พระเยซู, พระบรมครู

                                   23 - 29  พฤษภาคม  2015

บ่ายวันสะบาโต    

อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ลูกา 8:22-25 ; ลูกา 4:31-37 ; ลูกา 6:20-49 ; ลูกา 8:19-21 ลูกา 10:25-37 ; เฉลยธรรมบัญญัติ 6:5

ข้อควรจำ      “คนทั้งปวงก็อัศจรรย์ใจด้วยการสอนของพระองค์ เพราะคำของพระองค์ประกอบด้วยสิทธิอำนาจ"  (ลูกา 4:32)
               
       “เมื่อพระคริสต์ทรงเสด็จมายังโลกครั้งแรก มนุษยชาติดูเหมือนเสื่อมทรามถึงระดับต่ำสุด พื้นฐานหลักของสังคมกำลังตกต่ำลง คนจำนวนมากดำเนินชีวิตไม่ถูกต้อง....คนซื่อสัตย์ระอากับการโกหก  กระนั้นคนจำนวนมากหันไปดำ เนินชีวิตบนทางไม่เที่ยงตรง   และรักสิ่งทั้งปวงซึ่งเป็นของทางโลก  หลงลืมอนาคตที่เคยมีกับพระเจ้า ต่างมีชีวิตอยู่สำหรับปัจจุบัน
       “พวกเขาลืมตระหนักว่ามีพระเจ้า พวกเขาหยุดปฏิบัติต่อมนุษย์ผู้ด้อยกว่า ด้วยการนับถือ ให้เกียรติ และให้ความกรุณา สิ่งเหล่านี้กำลังระเหยไปจากพื้นโลก ที่โดดเด่นเข้ามาแทนที่คือ ความละโมบ ความทะเยอทะยาน ซึ่งให้กำเนิดแก่ความไม่ไว้วางใจ แนวคิดเรื่องหน้าที่ และสิทธิ์กำลังเลือนหายเหมือนความฝัน เมื่อตื่นขึ้นสัมผัสไม่ได้ คนสามัญได้รับการปฏิบัติจากผู้มีอำนาจ, มีเงิน, มีอิทธิพลเหมือนเป็นสัตว์โลก  ผู้มีโอกาสพยายามไต่สู่ระดับสังคมที่สูงขึ้น พวกเขาปรารถนาจะใช้ชีวิตอย่างไม่มีกฏเกณฑ์ ขอเพียงให้ร่ำรวยขึ้น มีเกียรติ มีอำนาจ นี่คือเป้าหมายของคนเหล่านี้ อย่างไรก็ตามพวกเขาส่วนใหญ่สุขภาพไม่ค่อยดี จิตใจก็ไม่ผ่องใส และด้านจิตวิญญาณตายด้าน  นี่เป็นประเภทสังคมของโลกขณะพระเยซูทรงเสด็จมาครั้งแรก” จากหนังสือ ของ เอลเลน จี. ไวท์ ใน “การศึกษา”  หน้า 74, 75.
      
ลักษณะของโลกเช่นนั้นได้ช่วยเราให้เข้าใจดีขึ้น ว่าเหตุใดพระเยซูได้ทรงสอนตามที่ปรากฏในพระคัมภีร์

วันอาทิตย์   สิทธิอำนาจของพระเยซู  (ลูกา 8:22-25)

       ท่านลูกาเป็นแพทย์ และนักคิด (thinker) ท่านจึงรู้เรื่อง “สิทธิ์อำนาจ” ว่ามีความหมายอย่างไร ท่านรู้จักสิทธิอำนาจของรัฐบาลโรมัน ซึ่งมีข้อบังคับเข้มแข็ง ขณะเดินทางร่วมไปกับท่านเปาโล ท่านลูกามองเห็นสิทธิอำนาจของอัครทูตเปาโล เมื่อท่านออกคำสั่งให้ผู้นำคริสตจักร ที่ท่านเป็นผู้ก่อตั้งขึ้นปฏิบัติอย่างไร ท่านลูกากล่าวว่าสิทธิอำนาจขึ้นอยู่บนพื้นฐา ตำแหน่งของบุคคลยกตัวอย่างเช่น ความสัมพันธ์ของครูกับพวกศิษย์ของเขา จากการที่ท่านลูกาเคยสัมผัสกับผู้นำประเภทต่างๆ ทุกระดับขั้น ท่านกล่าวว่าแม้พระเยซูทรงเติบโตขึ้นในเมืองนาซาเร็ธ แต่พระองค์ ทรงมีสิทธิอำนานจขั้นสูงสุด ไม่มีอำนาจใดในโลกจะเสมอเหมือน เพราะพระองค์เป็นพระเจ้าเสด็จลงมาเกิดเป็นมนุษย์ พระองค์อาจไม่เป็นที่รู้จักโดยผู้มีชื่อเสียงของโลก แต่พระองค์เคยพบกับผู้ปกครองชาวโรมัน นักคิดชาวยิว ธรรมาจารย์ บุคคลธรรมดา ผู้นำทางโลก และผู้นำทางศาสนา ด้วยพันธกิจ และงานด้านศานบริการด้วยการอัศจรรย์รักษาโรคต่างๆ สิทธอำนาจของพระเยซูอยู่เหนือชีวิต และความตาย อย่างที่เกิดขึ้นในเมืองนาอิน และไม่ใช่เฉพาะชาวนาอินเท่านั้นที่รู้สึกตื่นเต้นแต่ “ฝ่ายคนทั้งปวงมีความกลัวและสรรเสริญพระเจ้าว่า ''ท่านผู้เผยพระวจนะใหญ่ได้เกิดขึ้นท่ามกลางเรา และพระเจ้าได้เสด็จมาเยี่ยมเยียนชนชาติของพระองค์แล้ว'' และกิตติศัพท์ของพระองค์ได้เลื่องลือไปตลอดทั่วยูเดีย และทั่วแว่นแคว้นล้อมรอบ” (ลูกา 7:16, 17)

      
อ่าน พระธรรม ลูกา 8:22-25 ; ลูกา 4:31-37 ; ลูกา 5:24-26 ; ลูกา 7:49 ; และ ลูกา 12:8. ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้แสดงให้เห็นเกี่ยวกับประเภทของสิทธิอำนาจที่พระเยซูทรงใช้?

       ท่านลูกาใช้เวลาในการบันทึก ไม่ใช่ส่งให้เฉพาะเธโอฟีลัสผู้เป็นเพื่อนรักเท่านั้น แต่สำหรับคนรุ่นอายุต่อๆ มาด้วยท่านลูกาอธิบายว่าพระเยซูได้ทรงสำแดงสิทธอำนาจของพระองค์อย่างไร ในฐานะทรงเป็นพระเจ้าในเนื้อหนังของมนุษย์ พระเยซูทรงมีสิทธิอำนาจยิ่งใหญ่อย่างไม่เคยมีใครอื่นเคยมีเช่นนั้น

       ผู้คนไม่น้อยทำการต่างๆในนามของพระเจ้า อย่างนี้เท่ากับว่าการทำงานของพวกเขาได้รับสิทธิอำนาจมากทีเดียว  เราจะมั่นใจได้อย่างไรเมื่อมีคนหนึ่งพูดว่า “พระเจ้าทรงนำผมให้ทำสิ่งนี้” พระองค์ทำเช่นนั้นจริงหรือเปล่า? อภิปรายคำตอบนี้ในชั้นเรียนวันสะบาโต.

วันจันทร์   เรื่องเทศนายิ่งใหญ่ที่สุดของพระเยซู  (ลูกา 6:20-49)

       เรื่องเทศนาบนภูเขา (มัทธิว บทที่ 5-7) บ่อยครั้งได้รับการยกย่องในด้านวรรณคดีว่าเป็นเหมือน “ข่าวสารสำคัญที่สุดในศาสนาคริสต์” ท่านลูกาบันทึกส่วนต่างๆ ของคำเทศนาใน พระธรรมลูกา 6:20-49” และในที่อื่น และเริ่มบันทึกทันทีหลังการเลือกอัครทูต “อย่างเป็นทางการ” (ลูกา 6:13) ด้วยเหตุนี้ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญพระคัมภีร์บางคนเชื่อว่า เป็นคำสั่งสอนพิเศษของพระเยซูให้กับอัครทูตทั้งสิบสอง
       ในพระธรรมลูกา 6:20-49 เรื่องเทศน์เริ่มต้นด้วยพระพรสี่ประการ และ ความวิบัติยิ่งใหญ่สี่อย่าง และยังมีโครงร่างของข่าวสารสำคัญอื่นๆในครรลองของคริสเตียน

       ศึกษาส่วนต่างๆ ต่อไปนี้ของพระธรรม ลูกา 6:20-49, และถามตัวคุณเองว่า ชีวิตของคุณติดตามหลักการต่างๆ แสดงให้เห็นตรงนี้ใกล้ชิดเพียงใด?
       1.  พระพรของคริสเตียน (ลูกา 6:20-22) ความยากจน ความหิว การร้องไห้ และการถูกเกลียดชัง นำไปสู่พระพรได้อย่างไร?
       2.  เหตุผลของคริสเตียนสำหรับความรู้สึกชื่นชมในท่ามกลางปัญหา (ลูกา 6:22, 23).
       3.  การต่อต้านความวิบัติ (ลูกา 6:24-26). ทบทวนวิบัติทั้งสี่ เหตุใดคริสเตียนต้องต่อต้านไว้?
       4.  พระบัญชาให้คริสเตียนปฎิบัติ (ลูกา 6:27-31). “กฎทอง” (golden rule) แห่งความรัก ไม่ได้กล่าวว่า “อย่าเกลียดศัตรู”  แต่กล่าวว่า “จงรักศัตรูของท่าน”
        5.  ครรลองของคริสเตียน  (ลูกา 6:37-42). สังเกตคำสอนของพระคริสต์เรื่อง การให้อภัย การให้ หรือให้ทานการดำเนินชีวิตสะอาด และการยอมรับคนอื่นตามสภาพที่พวกเขาเป็นอยู่
       6.  การบังเกิดผลของคริสเตียน (ลูกา 6:43-45).
       7.  คริสเตียนเป็นช่างก่อสร้าง (ลูกา 6:48, 49).

วันอังคาร   ครอบครัวใหม่  (ลูกา 5:27-32)

 
       ครูชื่อเสียงยิ่งใหญ่หลายคนก่อนหน้าพระเยซู และในเมื่อพระเยซูทรงสอนเรื่องความ “สามัคคี”และ และ “ความรัก”  เท่ากับพระเยซูทรงพังทลายกำแพงที่แบ่งแยกมนุษย์ออกเป็นหลายระดับของอาชีพ และสังคม พวกเขาจะมารวม กันเป็นครอบครัวใหม่ ครอบครัวนี้ไม่ให้ความสนใจสิ่งที่เคยแบ่งแยกผู้คนออกจากกัน ภายใต้ธงชัยแห่งความรัก (agape) พระเจ้าทรงสร้างครอบครัวใหม่ขึ้น ครอบครัวนี้แสดงให้เห็นจุดดั้งเดิมแห่งอุดมคติ ที่บอกว่ามนุษย์ทุกคนถูกสร้างขึ้นตามแบบพระฉายาของพระเจ้า (ปฐมกาล 1:26,27) และทุกคนมีความเท่าเทียมกันในสายพระเนตรของพระองค์
       อ่าน พระธรรม ลูกา 8:19-21. ความผูกพันของครอบครัวนั้นสำคัญ และพระเยซูทรงมองข้าม เนื้อหนัง และโลหิต ทรงมองเห็นเราแต่ละคน “เป็นครอบครัวใหญ่” ในสวรรค์ และแผ่นดินโลก (เอเฟซัส 3:15) ครอบครัวของสาวกคริสเตียนควรมีความใกล้ชิดเหมือนเด็กๆ มีบิดามารดาเดียวกัน สำหรับพระเยซูข้อทดสอบแท้ของ  “ครอบครัว” ไม่ใช่การสืบสายโลหิตเดียวกัน แต่เป็นการดำเนินตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
 
       พระธรรม ลูกา 5:27-32 ; ลูกา 7:1-10 ; ลูกา 14:15-24 ; และ ลูกา 17:11-19  สอนเราเกี่ยวกับ “กำแพง” ที่สร้างความแบ่งแยกผู้คนออกห่างกัน และพระคริสต์ได้พังทลายกำแพงนั้นลงอย่างไร?

      
พันธกิจ และศาสนบิการของพระเยซู ทรงดำเนินไปด้วยดวงใจแห่งการให้อภัย และความรักกรุณาของพระองค์ ไม่ทรงปฏิเสธคนใด และรวมถึงคนทั้งปวงที่รับการเรียกของพระองค์ ความรักอันไม่มีที่สิ้นสุดของพระองค์ นำพระองค์ให้มาสัมผัสกับสังคมทุกประเภท
       มีทางใดบ้าง ในฐานะเป็นโบสถ์ เราสามารถจะดำเนินตามหลักการสำคัญนี้ได้ดีขึ้น?
 

วันพุธ    ความรักอธิบาย: เรื่องอุปมาชาวสะมาเรียผู้ใจดี ตอนที่ 1 (ลูกา 10:25-28


       ในพระกิตติคุณทั้งสี่ มีเพียงพระกิตติคุณลูกาที่บันทึกเรื่องอุปมาบุตรน้อยผลาญทรัพย์ และเรื่องอุปมาชาวสะมาเรียผู้ใจดี (ลูกา 10:25-37) เรื่องแรก แสดงให้เห็นความรักมหัศจรรย์ของพระบิดามีต่อคนบาปทั้งหลาย   เรื่องที่สองแสดงให้เห็นความรักอีกประเภทหนึ่ง ที่เราควรมีสำหรับคนอื่นๆ เราทุกคนควรถวายพระเกียรติ  แด่การให้คำจำกัดความของพระเยซูเกี่ยวกับคำว่า “เพื่อนบ้าน” พระบัญชาของพระองค์หมายถึงมนุษยชาติทั้งปวงเป็นบุตรของพระเจ้า และพวกเขาสมควรได้รับการปฎิบัติด้วยความรัก และความเท่าเทียมกัน

       อ่านพระธรรม ลูกา 10:25-28 และครุ่นคิดในเชิงลึกเกี่ยวกับคำถามสำคัญสองข้อในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้  คำถามแต่ละข้อ เกี่ยวพันกับชีวิตแห่งความเชื่อของคริสเตียนอย่างไร?

       1.  “มีบาเรียนคนหนึ่งยืนขึ้นทดลองพระองค์ทูลถามว่าข้าพเจ้าจะต้องทำอะไร เพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร์”  (ลูกา 10:25)
       สังเกตคำว่า “บาเรียน” (นักกฏหมาย) กำลังมองหาทางจะได้รับมรดกแห่งชีวิตนิรันดร์ บาเรียนคนนี้เหมือนคนจำนวนมาก ได้เติบโตขึ้นพร้อมกับแนวคิดผิด โดยอนุมานว่า  คนหนึ่งจะต้องทำอะไรบางอย่างจริงจังเช่น การถือรักษาพระบัญญัติ ทำความดี (ทำบุญ) มากๆ เพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร์ เป็นที่ชัดเจนว่านักกฎหมายคนนี้ ไม่ตระหนักว่า “ค่าจ้างของความบาปคือความตาย แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” (โรม 6:23)
       2.  “ในธรรมบัญญัติ มีคำเขียนว่าอย่างไร ท่านได้อ่านเข้าใจอย่างไร?” (ลูกา 10:26)
       ในช่วงที่พระเยซูทรงอยู่บนโลก เป็นธรรมเนียมของชาวยิวคนสำคัญ อย่างนักกฎหมายคนนี้ ที่จะห้อยถุงหนังเล็กๆ(phylactery) ไว้ที่ข้อมือ และในถุงนั้นจะมีพระวจนะบทหนึ่ง หรือข้อความสำคัญตอนหนึ่งของโทราห์ (Torah) คือหนังสือห้าเล่มแรกของพระคัมภีร์เดิม ในกรณีของบาเรียนคนนี้  เป็นไปได้ว่า เขาได้คัดลอกพระบัญญัติสิบประการ แล้วพับเก็บไว้ในถุงหนังแห่งพระวจนะ สังเกตว่าพระบัญญัติสิบประการ อยู่บนข้อมือ แต่ไม่ได้สลักไว้ที่ดวงใจของเขา

       มีข้อพิสูจน์ชัดเจนอย่างไรว่า คุณได้รับความรอดแล้วแน่นอน โดยพระคุณ?    ถ้าเป็นเช่นนั้น  มีอะไรเกี่ยวกับชีวิตของคุณ ที่แสดงว่าคุณถูกชำระให้เป็นคนชอบธรรมแล้วโดยความเชื่อ?

วันพฤหัสบดี  ความรักอธิบาย: เรื่องอุปมาชาวสะมาเรียผู้ใจดี ตอนที่ 2 (ลูกา 10:30-37)       


       ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกฏหมายของชาวยิวคนหนึ่งกล่าวว่า นักกฎหมายคนนี้ต้องทราบคำตอบสำหรับคำถามของพระเยซู เพราะ พระธรรม เลวีนิติ 9:18 กล่าวว่า “เจ้าอย่าแก้แค้น หรือผูกพยาบาทลูกหลานญาติพี่น้องของเจ้า แต่เจ้าจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตน”  พระคัมภีร์ข้อนี้อธิบายส่วนที่สองของพระบัญญัติสิบประการ ซึ่งพรรณนาถึง “เพื่อนบ้าน” ว่าเป็นเหมือน “ญาติพี่น้อง” ของท่าน ดังนั้น แทนที่พระเยซูจะตอบคำถามของนักกฎหมายตรงๆ ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อโต้แย้ง พระองค์ทรงยกนักกฎหมาย แลผู้ฟังของพระองค์สู่ระดับที่สูงกว่า
 
       อ่าน พระธรรม ลูกา 10:30-37. จุดสำคัญของเรื่องนี้คืออะไร?  และจุดดังกล่าวแสดงให้ทราบว่า เราต้องปฏิบัติคนอื่นอย่างไร?

       สังเกตที่พระเยซูทรงตรัสว่า “มีชายคนหนึ่ง” (ข้อ 30) ถูกโจรปล้น เหตุใดพระองค์ไม่เอ่ยถึงเชื้อชาติ หรือตำแหน่งในสังคมของเขา? พระองค์มีพระประสงค์อะไรในพระทัย เหตุใดจึงมีความสำคัญ?
       ทั้งปุโรหิต และ คนหนึ่งในตระกูลเลวีเดินมาบนเส้นทางคนเจ็บร้องครวญครางอยู่ แต่เดินผ่านไป พวกเขาอาจมีเหตุผลของตนเอง ที่ไม่ให้การช่วยเหลือ คำถามมีว่า: อะไรคือคำสอนของศาสนา? และคนเชื่อศรัทธาในศาสนาจะแสดงตนออกมาอย่างอย่างไร? (เฉลยธรรมบัญญัติ 10:12,13 ; มีคาห์ 6:8 ; ยากอบ 1:27)
       ความสัมพันธ์ระหว่างชาวยิว และชาวสะมาเรียเต็มไปด้วยความเกลียดชัง มาจนถึงสมัยพระเยซูความเกลียดระหว่างคนสองเชื้อชาติกลับเลวร้ายลง (ลูกา 9:51-54; ยอห์น 4:9) การที่พระเยซูทำให้ชายสะมาเรียคนหนึ่งเป็น “ตัวเด่น” โดยเฉพาะกับชาวยิว จะทำให้เรื่องนี้ปะทุขึ้นมาในอารมณ์ยิ่งกว่าก่อนไหม?
       พระเยซูทรงพรรณนาการช่วยเหลือ  ที่ชาวสะมาเรียให้กับคนเจ็บ  ก่อนอื่นชาวสะมาเรียให้ความกรุณา กับชายคนที่ได้รับบาดเจ็บ จากโจรทำร้าย ล้างแผลด้วยน้ำมัน และเหล้าองุ่น นำคนเจ็บขึ้นลาไปส่งยังโรงแรม จ่ายค่าที่พักล่วงหน้าสำหรับเขา และสัญญาจะจ่ายค่าที่พัก และค่าดูแลส่วนที่เหลือให้เมื่อเขากลับมา ทั้งหมดชาวสะมาเรียทำไปแสดงให้เห็นว่าความรักแท้เป็นอย่างไร โดยเฉพาะเขาซึ่งเป็นชาวสะมาเรีย และได้ทำกับชาวยิวคนหนึ่ง สาธิตให้เห็นว่าความรักแท้ไม่มีจำกัดอย่างไร
 
       ลองตั้งคำถามขึ้นมาเพื่อชวนให้คิด: ปุโรหิต และเลวี ถามพวกเขาเองว่า จะมีอะไรเกิดขึ้นกับเรา ถ้าเราหยุดและช่วยชายคนเจ็บ?  ชาวสะมาเรียถามตนเองว่า  จะมีอะไรเกิดขึ้น  ถ้าเราไม่ช่วยชายคนเจ็บ?   มีอะไรเป็นความแตกต่างระหว่างคำถามของสองคนแรก และคนคนที่สาม ?

วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 

       ชีวิตทั้งชีวิตของพระเยซูอยู่ภายใต้บัญญัติแห่งการรับใช้  พระองค์รับใช้ทุกคน ให้การบริการไม่เลือกหน้า  จึงกล่าวได้ว่าพระองค์ดำเนินชีวิตตาม พระบัญญัติของพระเจ้า และโดยต้นแบบของพระองค์ แสดงให้เราเห็นว่าเราต้องเชื่อฟัง และก้าวตามรอยพระบาท” จาก หนังสือ ของ เอลเลน จี. ไวท์. ใน “ผู้พึงปรารถนาแห่งปวงชน”  หน้า 649.
         เรื่อวอุปมา “ชาวสะมาเรียผู้ใจดี” ไม่ใช่การจินตนาสร้างฉากขึ้นมาเอง แต่เป็นเหตุการณ์จริง ปุโรหิต และคนเลวีผู้เดินผ่านชายคนเจ็บไปอีกฟากหนึ่ง เป็นสองคน  ท่ามกลางกลุ่มคนที่ได้ฟังเรื่องอุปมาที่พระเยซูทรงเล่าในวันนั้น” จาก หนังสือ ของ เอลเลน จี. ไวท์ ใน “ผู้พึงปรารถนาแห่งปวงชน”  หน้า 499

คำถามเพื่อการอภิปราย

  1.  กลับไปทบทวนคำถามสำคัญ ข้อสุดท้ายในหัวข้อศึกษาวันอาทิตย์  มีใครไม่เคยได้ยินบ้าง ที่มีผู้พูดว่า  พวกเขาได้ทำสิ่งใดๆ ก็ตาม พวกเขาทำเพราะพระเจ้าบอกพวกเขาให้ทำ?  พระเจ้าทรงตรัสกับเราด้วยวิธีไหนบ้าง?   ในเวลาเดียว กัน มีอันตรายอะไรที่อาจเกิดขึ้น จากการกล่าวว่า  เรากำลังทำการในพระนามของพระเจ้า  เพื่อปกป้องการกระทำของเรา?
  2.  จงคิดดูเกี่ยวเรื่องสิทธิอำนาจ อะไรคือสิทธิอำนาจ? มีความแตกต่างอะไร บ้างในประเภทของสิทธิอำนาจ?  สิทธิอำนาจประเภทไหนมีพลังอำนาจมาก กว่าประเภทอื่น?   เราควรนำชีวิตของเราเข้าไปเกี่ยวพัน  กับสิทธิอำนาจประ เภทต่างๆ อย่างไร?  มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อสิทธิอำนาจของผู้อยู่เหนือเราขัดแย้งกับความเชื่อของเรา?

                                      *********************
________________________
Additional links on this topic:

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272