Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > ThaiSSL 3Q2015 Index > บทที่ 1 ธรรมชาติของพระเจ้า >
.
บทที่ 2 อับราฮัม: มิชชันนารีคนแรก
.

4 - 10  กรกฎาคม 2015

บ่ายวันสะบาโต    

อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :

ปฐมกาล 12:1-3 ; ปฐมกาล 14: 8-24 ; ฮีบรู 11:8-19 ; กาลาเทีย 3:6 ; ปฐมกาล 12: 6 , 7 ; ปฐมกาล 18:18, 19.

ข้อควรจำ    
“ดังที่อับราฮัมได้เชื่อพระเจ้า และการที่เชื่อนั้น พระองค์ทรงนับว่าเป็นความ
 ชอบธรรมแก่ท่าน ฉะนั้นคนที่เชื่อนั่นแหละเป็นบุตรของอับราฮัม และพระ
  คัมภีร์นั้นรู้ล่วงหน้าว่า พระเจ้าจะทรงให้คนต่างชาติเป็นคนชอบธรรมโดย
  ความเชื่อ จึงได้ประกาศข่าวประเสริฐแก่อับราฮัมล่วงหน้าว่าชนชาติทั้ง
  หลายจะได้รับพระพรเพราะเจ้า” (กาลาเทีย 3:6-8)

นี่ไม่ใช่สิ่งเกิดขึ้นโดยความบังเอิญ ที่ “สามความเชื่อหลักของโลก” (ศาสนายูดาห์,
ศาสนาคริสต์, และศาสนาอิสลาม) จะถูกเรียกว่า “ความเชื่อของอับราฮัม” ทั้งนี้เพราะ
ทั้งสามความเชื่อ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ย้อนกลับไปยังบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของพระเจ้าท่านนี้
       ท่านอับราฮัมได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวอย่างสมบูรณ์แบบในความซื่อสัตย์ แต่บทเรียนสัปดาห์นี้เราจะสำรวจความซื่อสัตย์ของท่านในแนวใหม่ เราจะมองท่านอับราฮัมเป็นมิชชันนารี กล่าวคือเป็นคนหนึ่งถูกเรียกโดยองค์พระผู้เป็นเจ้าให้เดินทางไปยังดินแดนอื่น และเป็นพยานให้กับผู้คนเกี่ยวกับพระเจ้าเที่ยงแท้ว่า พระองค์เป็นพระผู้ทรงเนรมิตสร้างโลกและจักรวาล และพระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของมวลมนุษย์
       พระเจ้าทรงประทานให้ท่านอับราฮัม และครอบครัวของท่านทำหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์สามประการ: (1) ป้องกันรักษา ความจริงเกี่ยวกับอาณาจักรของพระเจ้าที่เสื่อมทรามลง ณ จุดแรกเริ่มประวัติศาสตร์ก่อนน้ำท่วมโลก (2) เป็นเส้นทางซึ่งพระผู้ช่วยให้รอดจะเข้าสู่ประวัติศาสตร์ และ (3) เป็นผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของพระเจ้า เป็นแสงสว่างแก่ประชาชาติ      

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันอาทิตย์   พระเจ้าทรงเรียกอับราฮัม  (ปฐมกาล 12:1-3)

       ชื่อ “อับราม” หมายถึง “บิดาที่ได้รับเกียรติ” ซึ่งต่อมาพระเจ้าทรงเปลี่ยนชื่อของท่านเป็น “อับราฮัม” หมายถึง “บิดาของคนเป็นอันมาก” ท่านอับราฮัมเติบโตขึ้นในเมืองเออร์ (Ur) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในประเทศอิรัก (Iraq)  พระเจ้าทรงเรียกท่านให้แยกตัวออกมาจากญาติพี่น้อง และสังคมอันเป็นที่รู้จัก ซึ่งเป็นบ้านเกิดและเป็นดินแดนแห่งจิตวิญญาณ ตลอด 100 ปีต่อมา พระเจ้าทรงตั้งให้ท่านอับราฮัมเป็น “บิดาของเหล่าผู้ซื่อสัตย์” ในท่ามกลางการต่อสู้ดิ้นรนทั้งเรื่องส่วนตัว และครอบครัว ท่านอับราฮัมกลายเป็น “ต้นแบบ” ของมิชชันนารีประกาศกับส่วนบุคคล กลุ่มชน และผู้นำที่น่านับถือหลากหลายผู้ได้ประจักษ์ในความเชื่อท่านมีในพระเจ้า

       อ่านพระธรรม ปฐมกาล 12:1-3 มีหลักการสำคัญอะไรคุณสามารถพบตรงนี้อาจช่วยในสถานการณ์พิเศษของคุณ? ยกตัวอย่างเช่น ประสบการณ์อะไรของท่านอับราฮัม ที่คุณอาจมีประสบการณ์ทำนองเดียวกัน? อ่านพระธรรม ฮีบรู 11:8-10 ด้วย?

       พระเจ้าทรงเรียกท่านอับราฮัม และครอบครัวให้เดินทางออกจากบ้านเกิดเมืองนอน และญาติพี่น้อง ไปยังดินแดนที่ท่านไม่รู้จักโดยความเชื่อ ให้เชื่อในสิ่งดูเหมือนไม่น่าเชื่อ เพื่อทำในสิ่งพระเจ้าทรงเรียกท่านให้ทำ และผลที่เกิดขึ้นจากความซื่อสัตย์ของท่านอับราฮัม ผู้คนจากประชาชาติทั้งโลกจะได้รับพระพร
       หลายคนในพวกเราได้รับการทดสอบ เหมือนท่านอับราฮัมตอนนั้น แม้ว่าเราจะไม่ยินพระสุรเสียงของพระเจ้าตรัสโดยตรงกับเราเหมือนท่านอับราฮัม พระเจ้าทรงเรียกเราโดยคำสอนจากพระวจนะของพระองค์ และเหตุการณ์จากการทรงนำของพระองค์ เราอาจถูกขอให้สละงานอาชีพบางอย่าง หรือให้ละทิ้งงาน หรือตำแหน่ง หรือโอกาสเป็นคนร่ำรวยมีเกีตรติ หรือละทิ้งเพื่อนที่คุ้นเคย หรือแม้แยกจากสมาชิกครอบครัว เราอาจแม้แต่ถูกเรียกให้เดินไปบนเส้นทางการปฏิเสธตนเอง ถนนที่ยากลำบาก และต้องเสียสละบางสิ่ง แต่ถ้าพระเจ้าทรงเรียกเรา เราจะปฏิเสธพระองค์ได้อย่างไร?      

       ในพระธรรม ปฐมกาล ชาวฮีบรูอ่านว่า “พระเจ้าทรงเรียกอับราม  พระเจ้าตรัสแก่อับรามว่า "เจ้าจงออกจากเมือง จากญาติพี่น้อง จากบ้านบิดาของเจ้า ไปยังดินแดนที่เราจะบอกให้เจ้ารู้... (ปฐมกาล 12:1-2) พระเจ้าทรงเรียกท่านอับราฮัม และครอบครัวให้แยกตัวออกมา ท่านต้องทิ้งหลายสิ่งไว้เบื้องหลัง? ถ้าเปรียบเทียบกับพระเจ้าทรงเรียกคุณให้รับเอาพระเยซู นั่นหมายถึงอะไรสำหรับชีวิตของคุณ? พระเจ้าทรงเรียกให้คุณละทิ้งบางสิ่งไว้เบื้องหลังเพื่อตัวคุณเองไหม?
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันจันทร์   คำพยานของอับราฮัมกับกษัตริย์ทั้งหลาย (ปฐมกาล 14:8-24)

       โลท (และครอบครัว) ซึ่งเป็นหลานชายของอับราอัมได้อพยพติดตามท่านอับราฮัมออกมา โลทเลือกพื้นที่มีน้ำอุดมแถบแม่น้ำจอร์แดน และต่อมาได้ย้ายไปตั้งบ้านเรือนในเมืองโสโดม (ปฐมกาล 13:1-13) ทำให้เขาผูกมิตรกับคนทางโลก มีครั้งหนึ่งโลทและครอบครัว ตลอดจนฝูงสัตว์ของเขาถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย ท่านอับราฮัมและคนของท่านต้องยกไปช่วยเหลือโลท และครอบครัว พระเจ้าทรงนำท่านให้สามารถเอาชนะกองกำลังของกษัตริย์หลายองค์ ที่จับตัวโลทและครอบครัวไป (ปฐมกาล 14:11-16) ที่น่าเศร้าก็คือ ในโอกาสต่อมาเมื่อพระเจ้าจะทำลายเมืองโสโดม ทูตสวรรค์สององค์ได้ช่วยโลท และครอบครัวให้หนีออกมาได้ (แม้ภรรยาของโลทจะกลายเป็นเสาเกลือเพราะการไม่เชื่อฟังคำสั่งของทูตสวรรค์ที่ได้กำชับไว้) ก่อนพระเจ้าจะส่งไฟมาทำลายเมืองโสโดม (ปฐมกาล บทที่ 19)

       อ่าน พระธรรม ปฐมกาล 14:8-24. ความประพฤติ และการกระทำของท่านอับราฮัมบอกให้เราทราบเกี่ยวกับอุปนิสัยของท่านอย่างไร และ ต่อมาภายหลัง บอกเกี่ยวความเชื่อ และพระเจ้าของท่านอย่างไร?

       สำหรับกษัตริย์หลายองค์ประสานกำลังกันยกมาปล้นชาวเมืองต่างๆ และกวาดเอาฝูงสัตว์ไป ขณะที่ท่านอับราฮัมและกองกำลังไม่ถึงสี่ร้อยคน ทำการต่อสู้เอาชนะกองทหารของกษัตริย์เหล่านั้นได้ แสดงให้เห็นว่าท่านอับราฮัมประสบชัยชนะได้ด้วยอำนาจของพระเจ้า แม้ตอนที่ท่านยกกำลังไปช่วยโลท และครอบครัวกลับมาได้ พร้อมทรัพย์สินและฝูงสัตว์ของชาวเมืองคนอื่นๆ กลับมาด้วย “บิดาของผู้ซื่อสัตย์” ได้แบ่งปันพระพรแก่ผู้นำของเมืองต่างๆ ที่ถูกข้าศึกกวาดต้อนไป
       “ท่านอับราฮัมให้การรับใช้ผู้คนในท้องถิ่น และการชนะสงครามเป็นการแสดงให้เห็นว่าท่านเป็นคนกล้าหาญ และซื่อสัตย์ เป็นการแสดงให้ผู้ไม่เชื่อในพระเจ้าเห็นว่า การดำเนินชีวิตตามเส้นทางของพระเจ้าไม่ใช่การใช้ชีวิตแบบคนขี้ขลาด แต่กลับเป็นว่าศาสนาของท่านอับราฮัมทำให้ท่านเป็นคนกล้าหาญ และปกป้องสิทธิ์ และปกป้องเหล่าผู้ได้รับความทุกข์ยาก สิ่งเหล่านี้ทำให้อิทธิพลความดีของท่านอับราฮัมกระจายออกไปท่ามกลางชนเผ่าต่างๆโดยรอบ ในตอนที่ท่านอับราฮัมกลับจากการทำศึก กษัตริย์เมืองโสโดมพร้อมกับเหล่าขุนนางได้ออกมาเพื่อให้เกียรติในชัยชนะของท่าน กษัตริย์บอกท่านอับราฮัมว่า ทรัพย์สมบัติที่ยึดกลับมาได้ให้ท่านอับราฮัมเก็บไว้ ขอคืนเพียงผู้ที่ถูกจับเป็นเชลยไป นั่นเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของผู้ชนะสงครามในเวลานั้น แต่ท่านอับราอัมไม่ปรารถนาความร่ำรวยตั้งแต่ต้น ท่านจึงปฏิเสธจะเอาเปรียบกับผู้สูญเสีย ท่านขอเก็บทรัพย์สินใดๆ ไว้เฉพาะส่วนของพันธมิตรที่ไปร่วมรบกับท่าน พวกเขาควรได้รับส่วนที่ยึดคืนมาได้ ตามสิทธิ์ของการสงคราม” จาก หนังสือ ของเอลเลน จี.ไว้ท์. ใน “บรรพชน และผู้เผยพระวจนะ” , หน้า 135.

       คิดเกี่ยวกับการติดต่อเกี่ยวข้องกับคนอื่นของคุณ คุณได้เป็นพยานประเภทไหนในการนำเสนอคนอื่นเกี่ยวกับความเชื่อของคุณ?


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันอังคาร   ตัวอย่างสมบูรณ์แบบแห่งความเชื่อ  (ฮีบรู 11:8-9)

       จะว่าไปท่านอับราฮัมไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบ แต่ท่านเป็นคนของพระเจ้า ทั้งในพระคัมภีร์เดิม และพระคัมภีร์ใหม่ ท่านอับราฮัมได้ถูกใช้เป็นตัวอย่างของผู้ซื่อสัตย์ และการเป็นผู้ได้รับความรอดโดยความเชื่อหมายความว่าอย่างไร (อ่านพระธรรม ปฐมกาล 15:6 ; กาลาเทีย 3:6).

       อ่าน พระธรรม ฮีบรู 11:8-19. ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้บอกอะไรเราเกี่ยวกับท่านอับราฮัม และความเชื่อของท่าน?  ถ้าคุณต้องการเป็นมิชชันนารีเพื่อพระเจ้า คุณสามารถเรียนรู้อะไรจากชีวิตของท่านอับราฮัม?

       องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงต้องการใช้ท่านอับราฮัม แต่สิ่งแรกพระองค์ต้องทำคือนำท่านอับราฮัมออกมา และให้ท่านสละอดีตของท่านไว้เบื้องหลัง บทเรียนควรกระจ่างสำหรับเรา พระเจ้าทรงประสงค์ให้เราละทิ้งอดีตไว้เบื้องหลัง ส่วนสำคัญในอดีตของเราอาจไม่สอดคล้องกับน้ำพระทัยของพระเจ้า และพระบัญญัติของพระองค์
       เมื่อท่านอับราฮัมเดินทางออกจากบ้านเกิด “ท่านไม่รู้ว่าท่านกำลังจะทางไหน” (ฮีบรู 11:8) มิชชันนารีส่วนมากทราบว่าพวกเขาจะไปไหน แต่ในพวกเราที่ก้าวยาวๆแห่งความเชื่อ และได้อุทิศถวายดวงใจเราแด่พระเจ้า เราไม่ทราบจริงๆว่าในที่สุดแล้วเราจะไปถึงจุดไหน
       จุดสำคัญอีกจุดตรงนี้คือ ท่านอับราฮัม “ได้เฝ้าคอยนครที่ตั้งบนรากฐานซึ่งพระเจ้าทรงเป็นนายช่าง และทรงเป็นผู้สร้าง” (ฮีบรู 11:10ท่านอับราฮัมมีภาพใหญ่วาดไว้ในดวงจิต ท่านไม่ทราบว่าจะเผชิญอะไรบนโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ หรือการต่อสู้ดิ้นรนใดๆ ที่ท่านต้องผ่าน สิ่งทั้งหมดจะเป็นการคุ้มค่าในตอนจบ
       ท่านอับราฮัมทราบด้วยว่า ท่านเป็นคนหนึ่งในจำนวนคนเป็นอันมากที่เป็น “คนแปลกถิ่นที่ท่องเที่ยวไปมาโลก” (ฮีบรู 11:13) โลกนี้ และชีวิตของเราบนโลก มีความสำคัญเท่าที่ปรากฏแก่เราเดี๋ยวนี้ แต่ไม่ใช่เรื่องราวทั้งหมดของชีวิตเรา
       และแน่นอน ตัวอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งความเชื่อในพระคัมภีร์เดิม คือการที่ท่านอับราฮัมเต็มใจนำบุตรชายของท่านไปฆ่าเป็นเครื่องถวายบูชาบนยอดเขาโมริยาห์ตามพระบัญชาของพระเจ้า
 
       ในทางใดบ้างคุณเคยมีประสบการณ์ ซึ่งหมายความถึงการก้าวออกไปในความเชื่อ? คุณเคยเผชิญความยากลำบากอะไรมาบ้าง? คุณเคยมีประสบการณ์ความชื่นชมยินดีในสิ่งใด? เมื่อคุณทราบในสิ่งต่างๆ อย่าง
ในเวลานี้ คุณคิดว่าคุณอาจได้ทำสิ่งที่แตกต่างออกไปไหม?

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันพุธ    ท่านอับราฮัม เป็นผู้เดินทางท่องไปมา (ประฐมกาล 12:6, 7)  

       การศึกษาชีวิตของท่านอับราฮัมผู้ได้รับขนานนามว่า “บิดาแห่งความเชื่อ” มีบางครั้งเหมือนกันท่านอับราฮัมต้องต่อสู้ดิ้นรนกับความสงสัยในฤทธานุภาพของพระเจ้า บรรพบุรุษของท่านอับราฮัมเป็นคนกราบไหว้รูปเคารพ (โยชูวา 24:2) บางทีภูมิหลังนี้อธิบายว่าเหตุใดท่านอับราฮัมจึงไม่มีความเชื่อมั่นในฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าอย่างเต็มๆ ในบางคราว ความจริงมีสองครั้งท่านแสดงความขลาดกลัวออกมา และบอกนางซารา ผู้เป็นภรรยาว่าให้บอกใครๆ ว่านางเป็น  “น้องสาว” ซึ่งเป็นการพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว (ปฐมกาล 12:11-13 ; ปฐมกาล 20:2) ท่านอับราฮัมหัวเราะ (ปฐมกาล 17:17) เมื่อทูตสวรรค์บอกท่านว่า ท่านจะมีบุตรชายเกิดจากนางซาราภรรยาของท่าน นอกจากนี้ท่านอับราฮัมยังมีความบกพร่อง แต่เพราะในส่วนลึกกลางใจของท่านอับราฮัมต้องการให้พระเจ้าทรงใช้งานท่าน ด้วยเหตุนี้องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงสามารถพัฒนาอุปนิสัยของท่านได้
       พระเจ้าทรงใช้การเดินทางท่องไปของท่านอับราฮัม เพื่อฝึกฝนท่านให้เป็นมิชชันนารี และนักปฏิรูป การเดินทางเป็นการศึกษาไปในตัว เป็นการเปิดสู่แนวคิดใหม่ และการเปลี่ยนแปลง
       การเดินทางของท่านฮับราอัมจากเมื่องเออร์ (Ur) ซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่าน สู่พื้นที่ท่านฝากร่างของท่านไว้ ณ ตำบลเฮโบรน ท่านอับราฮัมได้เยี่ยมพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ถึง 15 แห่งด้วยกัน ส่วนมาก และการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งสำคัญ และประสบการณ์มิชชันนารีที่เกิดขึ้นในในชีวิต เชื่อมโยงกับการเดินทางของท่าน
       มีบทเรียนฝ่ายจิตวิญญาณบางประการอะไร ที่ท่านอับราฮัมมีประสบการณ์ในพื้นที่เหล่านี้: ที่เมืองเชเค็ม  คือที่ต้นก่อหลวง ณ โมเรห์ (ปฐมกาล 12:6,7) ที่หมู่ต้นก่อหลวงของมัมเร ที่ตำบลเฮโบรน (ปฐมกาล 13:18ปฐมกาล 14:20) ที่มัมเรห์ (ปฐมกาล 18:1, 20-33) , และที่ภูเขาโมริยาห์ (ปฐมกาล 22:1-14)

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันพฤหัสบดี    อับราฮัม มิชชันนารีในบ้านของท่านเอง  (ปฐมกาล 18:18, 19)

       มีบทเรียนสำคัญอะไรเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ และการรับใช้พระเจ้าเราพบใน พระธรรมปฐมกาล 18:18,19?

       “พระเจ้าทรงเรียกท่านอับราฮัมให้เป็นครูสอนพระวจนะของพระองค์ พระองค์ทรงเลือกท่านอับราฮัมให้เป็นบิดาของชนชาติใหญ่ เพราะพระเจ้าทรงเห็นว่าท่านอับราฮัมจะสั่งสอนหลักการ แห่งพระบัญญัติของพระองค์แก่บุตรหลานของท่าน และผู้คนในบ้านเรือนของท่าน และอิทธิพลจากชีวิตของท่านอับราฮัมเองจะทำให้คำสอนของท่านมีพลัง ดวงวิญญาณของผู้คนในบ้านเรือนของท่านอับราฮัมมีมากกว่าหนึ่งพันดวง และจำนวนไม่น้อยเป็นหัวหน้าครอบครัว และพวกเขาเป็นกลุ่มคนผู้ไม่เชื่อในพระเจ้ามาก่อน (heathenism) แต่จากอิทธิพลแห่งความรักห่วงใยของท่านอับราฮัม พวกเขาได้กลายเป็นกลุ่มผู้เชื่อใหม่” จาก หนังสือของ เอลเลน จี. ไว้ท์ ใน “การศึกษา”  หน้า 187
       กิจกรรมของมิชชันนารีจะประสบความสำเร็จมากขึ้น เมื่อได้รับการสนับสนุนจากชีวิตครอบครัว ที่ติดตามแผนการของพระเจ้าอย่างซื่อสัตย์ เรื่องในพระคัมภีร์ และประวัติคริสตจักรบันทึกว่า ในช่วงแรกเริ่มโบสถ์ส่วนใหญ่เป็นโบสถ์ในบ้าน เหตุผลหนึ่งที่พระเจ้าทรงเลือกท่านอับราฮัมเพราะว่าพระเจ้าทรงมองเห็นความสามารถของท่านในการนำลูกหลานและคนในบ้านเรือนของท่านมาดำเนินไปบนเส้นทางของพระเจ้า วัตถุประสงค์ของพระเจ้าในครอบครัวเทียบเท่ากับความมุ่งหมายในพันธกิจของพระองค์ วัตถุประสงค์ของพระองค์คือ “จะทำในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นธรรม” (สุภาษิต 21:3)
 
       มีตัวอย่างอะไรในครอบครัวของท่านอับราฮัม ที่คุณพบว่าพวกเขาซื่อสัตย์ต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า? อ่าน ตัวอย่างใน ฮีบรู 11:11, 12.
       แน่นอน เราพบว่าในพระคัมภีร์มีบันทึกตัวอย่างของบุคคลผู้เรียกว่าเป็นคนของพระเจ้า (godly men) แต่ครอบครัวของเขาไม่ได้ดำเนินบนเส้นทางของพระองค์ ข้อพระคัมภีร์สำหรับวันนี้ชัดเจน: ความเชื่อของท่านอับราฮัม และตัวอย่างในการดำเนินชีวิตของท่านมีความเข้มแข็งเพียงพอ ที่จะทำให้คนในบ้านเรือนของท่านเรียนรู้ที่จะ “รักษาพระมรรคาของพระเจ้าไว้” (ปฐมกาล 18:19)
       การที่จะ “รักษาพระมรรคาของพระเจ้าไว้” ประโยคนี้มีความหมายอะไรสำหรับคุณ?  และเราจะ “รักษาพระมรรคาของพระเจ้าไว้” ได้อย่างไร?

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 

       “พระเจ้าทรงเรียกท่านอับราฮัม ทำให้ท่านประสบความเร็จ และทรงให้เกียรติ ความซื่อสัตย์ของท่านอับราฮัมเป็นแสงสว่างให้กับผู้คนในทุกประเทศท่านเดินทางเข้าไป ท่านอับราฮัมไม่ปิดกั้นตนเองจากบุคคลรายรอบท่าน ท่านผูกมิตรกับกษัตริย์หลายประเทศที่อยู่แวดล้อม กษัตริย์หลายองค์ให้การนับถืออับราฮัมอย่างจริงใจ ความซื่อสัตย์ และการไม่เห็นแก่ตัว ความกล้าหาญ และความเมตตากรุณาของท่านอับราฮัมเป็นตัวแทนแสดงพระลักษณะอุปนิสัยของพระเจ้า ในแดนแดนเมโสโปเตเมีย ในแผ่นดินคานาอัน ในอียิปต์ และแม้แต่ผู้คนในเมืองโสโดม พระเจ้าแห่งสรวงสวรรค์ได้ทรงสำแดงพระองค์ให้เห็น ผ่านท่านอับราฮัม ซึ่งเป็นตัวแทนของพระองค์” จาก หนังสือ ของเอลเลนจี . ไว้ท์. ใน “บรรพชน และ ผู้เผยพระวจนะ” หน้า  368.

คำถามเพื่อการอภิปราย

  1.  อ่านพระธรรม ปฐมกาล 12:11-13 ; ปฐมกาล 20 :2 , บันทึกสองเรื่องเกี่ยวกับท่านอับราฮัม คนของ
        พระเจ้า ซึ่งเผยให้เห็นการขาดความเชื่อ เราสามารถเรียนรู้อะไรจากเรื่องทั้งสองนี้?


   2.  ข้อพระวจนะมีชื่อเสียงที่สุดข้อหนึ่งในพระคัมภีร์คือ ปฐมกาล 15:6. พระคัมภีร์ข้อนี้กล่าวว่าอะไร? และความหมายจริงๆคืออะไร? พระคัมภีร์ข้อนี้ถูกนำไปใช้ในพระคัมภีร์ใหม่อย่างไร? (อ่านพระธรรม โรม
        4:3 ; กาลาเทีย  3:6 ; ยากอบ 2:23)  ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้สอนเราเกี่ยวกับความเชื่อ การงาน และความ
        รอดอะไรบ้าง?
                       
                *******************

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
กลับไปหน้าสารบัญ

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272