Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > ThaiSSL 3Q2015 Index > บทที่ 1 ธรรมชาติของพระเจ้า > บทที่ 2 อับราฮัม: มิชชันนารีคนแรก >
.
บทที่ 3 เป็นมิชชันนารีอย่างไม่คาดฝัน
.
11 - 17 กรกฎาคม 2014  

บ่ายวันสะบาโต    

อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :

2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 5 ; มาระโก 1: 40-45 ; 2 พงศ์กษัตริย์ 2:1-15 ; ยอห์น 15:5 ; โรม 6:4-11 ; โรม 6:1.

ข้อควรจำ        
"และมีคนโรคเรื้อนหลายคนในพวกอิสราเอลในคราวเอลีชาผู้เผยพระวจนะ
แต่ไม่มีผู้ใดได้รับการรักษาให้หายโรคนั้นเลย เว้นแต่นาอามานชาวซีเรีย” (ลูกา 4:27)    

พระธรรม 1 และ 2 พงศ์กษัตริย์ ครอบคลุมช่วงเวลาในประวัติศาสตร์แห่งอาณาจักร
ของอิสราเอลจากประมาณ 790 ถึง 760 ก่อน ค.ศ. เป็นบันทึกช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้น เหตุการณ์
ด้านการเมืองมีผลกระทบต่อประชากรของพระเจ้าโดยตรง เป็นช่วงการทำงานผู้เผยพระวจนะเอลียาห์ และสานงานต่อโดยผู้เผยพระวจนะเอลีชา พันธกิจของผู้เผยพระวจนะทั้งสองเป็นเหมือนเรื่องการผจญภัยสำหรับเด็กๆ และผู้ใหญ่ทั้งหลายในทุกช่วงเวลาของประวัติศาสตร์
       ตรงนี้เป็นบางสิ่งน่าสนใจ คุณเคยทราบไหมว่ามีหลายสิ่งเกือบเหมือนกันระหว่าง “งาน” ของท่านเอลีชา และ “งาน” ของพระเยซู? ในพันธกิจการรับใช้พระเจ้าของทั้งสอง คนตายถูกเรียกให้ฟื้นสู่ชีวิต คนโรคเรื้อนได้รับการรักษาให้หายสะอาด คนหิวโหยได้รับการเลี้ยงดูด้วยอาหารจำนวนเล็กน้อย
       บทเรียนสำหรับศึกษาสัปดาห์นี้เป็นหนึ่งของการอัศจรรย์ทั้งหลาย: การรักษาโรคเรื้อนของนาอามาน ซึ่งเป็นบุคคลทรงอิทธิพล ฐานะร่ำรวย เป็นผู้กราบไหว้รูปเคารพที่เย่อหยิ่ง แต่มีความต้องการยิ่งยวดจะได้รับการรักษาให้หายจากโรคร้าย ได้เดินทางมายังแผ่นดินอิสราเอลเพื่อรับการรักษา และได้รับประสบการณ์ในฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นจากคำพยานของเด็กหญิงคนหนึ่งผู้ได้กลายเป็นมิชชันนารีอย่างไม่คาดฝัน
       ท่ามกลางความจริงฝ่ายจิตวิญญาณที่อาจพบได้ในเรื่องนี้ เราสามารถมองเห็นตัวอย่างการเป็นพยานให้กับผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมในช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก เราสามารถเข้าใจได้ว่าเรื่องนี้เป็นตัวอย่างแสดงให้เห็น แผนการแห่งความรอดทำงานอย่างไร
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันอาทิตย์   เขามีอยู่ทุกอย่าง..... แต่  (2 พงศ์กษัตริย์ 5:1)

       พระธรรม 2 พงศ์กษัตริย์ 5:1. พรรณนาถึงเหตุผลสี่ประการที่ส่งให้ “นาอามาน” เป็นบุคคลในสังคมระดับสูงของประเทศซีเรีย (1) เป็นผู้มีอิทธิพลต่อกษัตริย์ซีเรีย (2) เป็นมือขวาของกษัตริย์ในกิจกรรมด้านศาสนา (3) และในเรื่องของกองทัพ (4) เป็นบุคคลมีฐานะร่ำรวยมาก (ข้อ 5)
       แต่ในพระคัมภีร์ข้อที่ 1 บอกเราบางสิ่งสำคัญ ทั้งหมดที่นาอามานมี ไม่ว่าจะเป็นอำนาจ เกียรติยศ และความกล้าหาญล้วนไร้คุณค่า เพราะเขาเป็นโรคร้ายอันน่ากลัวที่สุดในสมัยนั้น คือโรคเรือน เป็นโรคที่มีผลกระทบต่อทุกส่วนของชีวิตบุคคลหนึ่ง สิ่งนี้เองได้นำเขามาติดต่อกับผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า และจากการที่เขาได้รับการรักษาให้หายด้วยการอัศจรรย์ ทำให้นาอามานกลายเป็นผู้เชื่อในพระเจ้าเที่ยงแท้


       อ่าน พระธรรม มาระโก 1:40-45 ; ลูกา 8 :41- 56 ; มาระโก 2 :1-12. พระเยซูทรงทรงทำการอัศจรรย์รักษาโรค แต่มีอะไรสิ่งหนึ่งในเรื่องเหล่านี้ ที่นำคนทั้งหมดมาหาพระเยซู?

      ชีวิตที่ผิดหวัง เรื่องโศกเศร้า การเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เกิดขึ้นกับชีวิตสามารถเปิดใจผู้คนต่อความจริงฝ่ายจิตวิญญาณ และดลใจพวกเขาให้แสวงหาพระเจ้า นอกจากนี้โรคร้ายเกิดกับร่างกาย ความกดดดันด้านการเมือง หรือภัยพิบัติสามารถเปิดใจผู้คนให้มองหาพระเจ้าเที่ยงแท้ การสูญเสียของบุคคล ประเทศตกอยู่ในวิกฤติด้านต่างๆ เกิดการรบราฆ่าฟัน มักเป็นเหตุผลสำคัญทำให้ผู้คนแสวงหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าพวกเขา คริสตจักรรับทราบมานานแล้วว่าในพื้นที่ หรือประชาชนในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรง คริสตจักรประสบความสำเร็จในการเอาชนะดวงวิญญาณมากกว่าในพื้นที่ หรือประเทศที่อยู่ในภาวะสงบ

       ในทางใดบ้างเราทุกคนเป็นเหมือนนาอามาน  ซึ่งมีทั้งสิ่งดีหลายสิ่ง และสิ่งเลวหลายอย่างในชีวิตของเราทั้งหลาย? ทั้งสิ่งดี และสิ่งไม่ดีทั้งปวงสามารถทำให้เรารักษาความสัมพันธ์กับองค์พระผู้เป็นเจ้าไว้อย่างมั่น
คงเพียงใด?
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันจันทร์   การเป็นพยานที่ไม่น่าเป็นไปได้  (2 พงศกษัตริย์ 5:1-7)

       อ่าน พระธรรม 2 พงศ์กษัตริย์ 5:1-7. เหตุใดชาวซีเรียจะรับฟังสิ่งเด็กหญิงผู้เป็นทาสพูดอะไรออกมา?
เรื่องนี้บอกเราเกี่ยวกับอิทธิพลของผู้รับใช้ที่ถ่อมจิต และมีความจริงใจอย่างไร?

       พระคัมภีร์ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าเด็กหญิงคนนี้ทำตัวอย่างไรในบ้าน แต่มีความชัดเจนว่ามีบางสิ่งเกี่ยวกับเด็กคนนี้สร้างความสนใจให้กับครอบครัว คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้: ถ้อยคำของเด็กหญิงผู้รับใช้คนหนึ่งในบ้านของเจ้านาย ผู้ร่ำรวย และเป็นผู้มีอิทธิพลในกองทัพ นาอามานไปเฝ้ากษัตริย์และรายงานให้พระองค์ทราบในสิ่งที่ทาสรับใช้ได้บอก และขออนุญาตเดินทางไปพบผู้เผยพระวจนะ และยิ่งกว่านั้นนาอามานได้เตรียมของขวัญหลายอย่างไปให้กับผู้เผยพระวจนะ
       “สิ่งน่าทึ่งเด็กหญิงคนหนึ่ง ได้เป็นพยานกับครอบครัวเจ้านาย ซึ่งต่อมาเมื่อนาอามานได้รับการรักษาโรคให้หายแล้ว คำพยานจากปากของนาอามานเป็นดุจเมล็ดพืชแห่งความจริง เรื่องฤทธิ์อำนาจในการรักษาโรคของพระเจ้า ได้ถูกหว่านออกไปท่ามกลางแวดวงของชาวซีเรีย แม้ว่าชื่อของเด็กหญิงทาสชาวฮีบรูคนนี้ไม่ถูกบันทึกไว้แต่ก็น่ายกย่อง ก่อนหน้านี้เด็กหญิงถูกกวาดต้อนจากบ้านของเธออย่างโหดร้าย โดยกองกำลังทหารซีเรีย แต่เด็กหญิงไม่ปล่อยให้ความรู้สึกขมขื่นจากสิ่งเลวร้ายฝังในจิตใจกับเธอนาน ในสภาพแวดล้อมของความเป็นทาส เด็กหญิงได้แบ่งปันเรื่องอำนาจของพระเจ้าในการรักษาโรค และ การเปลี่ยนแปลงชีวิตด้วยความเชื่ออันไม่หวั่นไหวของเธอ” จาก หนังสือของ เอลเลน จี. ไว้ท์. ใน “ผู้เผยพระวจนะ และกษัตริย์”  หน้า 245.
 
       เรื่องนี้ควรบอกอะไรเกี่ยวกับความเชื่อของเรา รูปแบบการดำเนินชีวิตของเรา และการกระทำของเราสามารถนำคนอื่นให้เข้ามาหาเรา และ สู่ความจริง ที่พระเจ้าทรงประทานให้เราเพื่อแบ่งปันให้กับคนอื่นอย่างไร?      

       เรื่องนี้มีอะไรน่าสนใจเช่นกัน เมื่อกษัตริย์อิสราเอลได้รับจดหมายจากกษัตริย์ซีเรีย พระองค์รู้สึกอย่างไรจึงปรารภออกมาว่า “ฉันเป็นพระเจ้าหรือ..ที่จะรักษาโรคเรื้อนได้? ถ้อยคำนี้ชี้ให้เห็นว่าโรคเรื้อนเป็นโรคที่หมดหวังจะรักษาให้หายอย่างไร? และเหตุใดในสมัยนั้นมีเพียงการอัศจรรย์เท่านั้นจะรักโรคร้ายนี้ให้หายขาดได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด จดหมายบอกถึงความคาดหวังว่า กษัตริย์อิสราเอลต้องรักษาโรคของนาอามานให้หาย และกษัตริย์อิสราเอลทราบว่าพระองค์ไม่สามารถจะทำเช่นนั้นได้ ดังนั้นพระองค์สงสัยว่า นี่เป็นอุบายกษัตริย์ซีเรียเริ่มก่อความวุ่นวาย หรือสงครามขึ้นไหม?
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันอังคาร   เอลีชา ผู้เผยพระวจนะ  (2 พงศ์กษัตริย์ 2:1-15)   

       งานรับใช้พระเจ้าของผู้เผยพระวจนะเอลีชาในศตวรรษที่เก้าก่อน ค.ศ. ได้ส่งต่อมาถึงเราเป็นชุดของเรื่องราว 18 เรื่องด้วยก้น ผู้เผยพระวจนะท่านนี้รับใช้พระเจ้านานกว่า 50 ปี งานของผู้เผยพระวจนะเอลีชาส่วนใหญ่ทำหน้าที่เป็นครูใหญ่โรงเรียนผู้เผยพระวจนะ และการรับใช้ในที่สาธารณะ พันธกิจการรับใช้ของท่านรวมไปถึง การทำหมายสำคัญ หรือ ทำการอัศจรรย์ต่างๆ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีท่ามกลางชนอิสเราเอล กษัตริย์หลายพระองค์ และมวลชนสามัญต่างพึ่งพาในคำแนะนำของท่านเอลีชา

       อ่าน พระธรรม 2 กษัตริย์ 2:1-15. ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้บอกเราเกี่ยวกับการเรียก และพันธกิจการรับใช้ของท่านเอลีชาอะไรบ้าง?

       ไม่มีข้อสงใดๆ ท่านเอลีชาถูกเรียกโดยพระเจ้า ท่านมีประสบการณ์ทำการอัศจรรย์หลายครั้ง นั่นเป็นสิ่งให้การสนับสนุนการเรียกให้ทำหน้าที่ผู้เผยพระวจนะของท่าน แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือท่านเอลีชาเอ่ยขอพระวิญญาณที่สถิตกับอาจารย์ของท่าน คือท่านเอลียาห์ว่า “ขอให้ฤทธิ์เดชของท่านอยู่กับข้าพเจ้าสามสิทธิ์บุตรหัวปี” (สองเท่า)  นี่เป็นการบอกเราว่า ท่านทราบดีท่านต้องการฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า เพราะถ้าปราศจากอำนาจแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้า ท่านจะทำการรับใช้พระองค์ไม่ได้ นี่เป็นบทเรียนสอนเราว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ในตำแหน่งใดในงานขององค์พระผู้เป็นเจ้าเราทุกควรตระหนักในความจำเป็นเรื่องนี้
       ดังนั้นท่านเอลีชาเปิดเผยให้ทราบว่า ท่านมีความเข้าใจกระจ่างในงานรับผิดชอบของท่านเอง และที่พระเจ้าทรงเรียกท่าน เมื่อท่านใช้คนไปทูลกษัตริย์อิสราเอลว่า “ไฉนฝ่าบาทจึงทรงฉีกฉลองพระองค์ของฝ่าพระบาทเสีย ขอให้เขามาหาข้าพระบาทเถิด เพื่อเขาจะได้ทราบว่า มีผู้เผยพระวจนะคนหนึ่งในอิสราเอล” (2 กษัตริย์ 5:8)
      
สิ่งน่าสนใจอีกอย่างที่เกิดขึ้น เมื่อแม่ทัพแห่งประเทศซีเรียมาในเครื่องแต่งตัวเต็มยศ นั่งรถม้าประจำตำแหน่งพร้อมทหารผู้ติดตาม มาถึงหน้าบ้านของผู้เผยพระวจนะ อาจเป็นได้ว่าบ้านของท่านผู้เผยพระวจนะค่อนข้างเล็ก และสร้างแบบเรียบง่ายเมื่อเปรียบกับบ้านของแม่ทัพนาอามาน ดูเหมือนท่านเอลียาไม่เป็นเป็นกังวล หรือเกรงอิทธิพลของนาอามาน และกองทหารผู้ติดตาม ความจริงมีว่า ที่ท่านเอลีชาไม่ได้ออกจากบ้านไปพบนาอามาน ท่านเพียงส่งผู้สื่อข่าวไปถ่ายทอดคำสั่งกับนาอามานว่า “ขอจงไปชำระตัวในแม่น้ำจอร์แดนเจ็ดครั้ง และเนื้อของท่านจะกลับคืนเป็นอย่างเดิม และท่านจะสะอาด” (2 พงศ์กษัตริย์ 5:10)
 ------------------------------------------------------------------------------------------------------    

วันพุธ    นาอามานได้รับการรักษาโรค  (2 กษัตริย์ 5:11-14)  

       อ่าน พระธรรม 2 พงศ์กษัตริย์  5:11-14.  บันทึกตรงนี้สอนเราเกี่ยวกับนาอามาน และบทเรียนบางประการอะไรสำหรับนาอามานต้องเรียนรู้? เราสามารถเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้สำหรับตัวเราเองเช่นกัน?
       ถ้าผู้เผยพระวจนะเอลีชาออกมาพบแขกคนสำคัญเป็นการส่วนตัว และใช้เวทมนต์ ท่องคาถา หรือประกอบพิธีบางอย่างเหมือนผู้ไม่เชื่อในพระเจ้าปฏิบัติกัน นาอามานคงยอมรับคำสั่งให้ของผู้เผยพระวจนะ นาอามานรู้สึกว่าตนได้รับการดูหมิ่นจากท่านเอลีชาด้วยเหตุผลสองประการ (1) ท่านเอลีชาไม่ออกจากบ้านมาพบท่านเป็นการส่วนตัว (2) การที่ท่านเอลีชาสั่งท่านผ่านผู้รับใช้ ให้ไปชำระตัวที่แม่น้ำจอร์แดนเจ็ดครั้งเพื่อรักษาโรคเรื้อนของเขาให้หาย
       จากทัศนคติความสุภาพทางการเมือง นาอามานคิดถูก ท่านเอลีชาควรได้ออกจากบ้านมาทักทายเขา และแม่น้ำเมืองดามัสกัสน่าจะสะอาดกว่า เพราะมีน้ำใสกว่า ไม่มีตะกอนขุ่น และไม่มีโคลนตนเหมือนแม่น้ำจอร์แดน โดยผ่านทางท่านเอลีชา พระเจ้าทรงสั่งให้นาอามานไปอาบน้ำที่แม่น้ำจอร์แดนแห่งอิสราเอล ขบวนการรักษาโรคครั้งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสั่งสอน ประการแรก มีผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าเที่ยงแท้ในแผ่นดินอิสราเอล และวัตถุประสงค์ที่สองเพื่อสอนว่าพระเจ้าทรงให้รางวัลผู้มีความเชื่อเต็ม
       จะต้องเป็นเรื่องยากยิ่งสำหรับนาอามาน ที่จะกลืนกินความเย่อหยิ่งของเขาเองและเชื่อคำพยานของเด็กหญิงผู้เป็นทาสในบ้านของเขาเอง ว่ามีผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า ซึ่งเป็นชาวอิสราเอลมีอำนาจรักษาโรคเรือนของเขาได้ พอมา
ถึง ผู้เผยพระวจนะแทบไม่ให้ความนับถือแก่เขา แต่ในที่สุด เมื่อได้รับการคะยั้นคะยอจากทหารคนสนิทให้ทดลองดูก็ไม่เสียหลายอะไร ทั้งๆที่ไม่เต็มใจนัก หากความมุ่งมั่นอยากจะหายจากโรคร้าย นาอามานตัดสินใจทำตาม      
       “ดังนั้นเขาเดินลงไปในแม่น้ำจอร์แดน และจุ่มตัวลงในน้ำเจ็ดครั้ง เหมือนคนของพระเจ้าได้บอกไว้ นิ้วมือนิ้วเท้าที่เริ่มหงิกงอหายเป็นปกติ “และเนื้อหนังของท่านก็กลับคืนเป็นอย่างเนื้อหนังของเด็กเล็กๆ และท่านก็สะอาด”  (2 พงศ์กษัตริย์ 5:14)
       ข้อกำหนดแรกสำหรับการเยียวยาโรคของนาอามาน คือ “การเชื่อ” และ “การทำตาม” ทันทีที่อานามานได้ชัยชนะเหนือความเย่อหยิ่งของเขา และเชื่อฟังน้ำพระทัยของพระเจ้า โดยการลงไปอาบน้ำในแม่น้ำจอร์แดน และจุ่มตัวในน้ำขุ่นข้นเจ็ดครั้ง นาอามานได้รับการรักษาให้หายเป็นปกติ

       อ่าน พระธรรม โรม 6:4-11. ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้สอนถึงหลักการบางอย่างไรอะไรบ้าง? วิธีใดบ้างที่คุณได้รับประสบการณ์ “ชีวิตใหม่” ในพระคริสต์อย่างแท้จริง?
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันพฤหัสบดี   ผู้เชื่อใหม่  (2 กษัตริย์ 5:15)

       “แล้วท่านจึงกลับไปยังคนแห่งพระเจ้า ทั้งตัวท่านและพรรคพวกของท่าน และท่านมายืนอยู่ข้างหน้าเอลีชาและท่านกล่าวว่า "ดูเถิด ข้าพเจ้าทราบแล้วว่าไม่มีพระเจ้าทั่วไปในโลก นอกจากที่ในอิสราเอล เพราะฉะนั้นขอท่านรับของกำนัลสักอย่างหนึ่งจากผู้รับใช้ของท่านเถิด” (2 พงศ์กษัตริย์ 5:15) ในทางใดบ้างที่ถ้อยคำเหล่านี้ช่วยเปิดเผยให้เห็นประสบการณ์แห่งความรอด? อ่าน วิวรณ์ 14:12 ; 1 ยอห์น 5:2, 3 ; โรม 6:1

       เป็นการง่ายสำหรับนาอามานจะเดินทางจากแม่น้ำจอร์แดนตรงไปยังดามัสกัส แต่เพราะเขามีใจอยากขอบคุณ นาอามาน และผู้รับใช้ของเขาจึงได้ย้อนกลับมายังบ้านของผู้เผยพระวนนะ เที่ยวนี้พวกเขาได้พบท่านเอลีชา การยอมรับว่าพระเจ้าของชนอิสราเอลเป็นพระเจ้าผู้ครอบครองโลก และจักรวาล นี่เป็นหัวข้อหลักของพระคัมภีร์ ถ้อยคำที่มาจากชาวต่างชาติที่ไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า เป็นจุดสูงสุดจุดหนึ่งของเรื่องต่างๆในพระคัมภีร์เดิม การกลับใจของนาอามานมีความชัดเจนว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ของเขา เป็นการผูกพันกับพระเจ้าของชนอิสราเอล ผู้เผยพระวจนะเป็นชาวอิสราเอล แม่น้ำจอร์แดนเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่สุดในอิสราเอล และตัวเลข “เจ็ด” ชัดเจนว่ามีความเชื่อมโยงกับพระเจ้าแห่งพระผู้สร้าง
       สิ่งเราอาจเรียนรู้จากตัวอย่างของนาอามาน คือ “ความเชื่อทำงานอย่างไร: นาอามานได้รับบางสิ่งเขาไม่อาจแลกมาด้วยสิ่งใดด้วยลำพังตัวเขาเอง ความจริงที่ว่าท่านเอลีชาปฏิเสธไม่รับของขวัญ (2 พงศ์กษัตริย์ 5:16) เป็นทางหนึ่งที่สอนเกี่ยวกับความรอดว่าไม่อาจแลก หรือซื้อหามาด้วยเงิน เพราะสิ่งนี้เป็นพระคุณของพระเจ้าเท่านั้น แต่ในเวลาเดียวกันการ ที่นาอามานเต็มใจจะให้เป็นของสมนาคุณ สำหรับการผู้เผยพระวจนะที่ได้ทำการใหญ่เพื่อเขา สิ่งนี้เปิดเผยให้เห็นความเชื่อทำงานในดวงใจ การที่ชายแห่งความเชื่อกล่าวขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งพระองค์ประทานให้เป็นสิ่งสมควร แต่ที่ท่านเอลีชาปฏิเสธจะรับของกำนัล ท่านเอลีชาทราบว่าการรับของสมนาคุณอาจทำให้บทเรียนที่นาอามานควรได้เรียนรู้จะเป็นการ “เสียของ” (spoiled) การเยี่ยวยาเป็นงานของพระเจ้า และทรงประทานให้ด้วยพระคุณบริสุทธิ์

       ถ้าใครจะมองดูชีวิตของคุณ พวกเขาจะเห็นอะไรในส่วนลึกภายใน ที่จะเปิดเผยให้เห็นว่า คุณรักพระเจ้าเพียงใด เพราะสิ่งพระองค์ได้ทรงทำเพื่อคุณผ่านทางพระคริสต์?
--------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 

       “และมีคนโรคเรื้อนหลายคนในพวกอิสราเอลในคราวเอลีชาผู้เผยพระวจนะ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับการรักษาให้หายโรคนั้นเลย เว้นแต่นาอามานชาวซีเรีย” (ลูกา 4:27)  พระเจ้าทรงมองผ่านคนโรคเรื้อนจำนวนมากในอิสราเอล เพราะความไม่เชื่อของพวกเขาได้ปิดประตูแห่งการดีไว้ ส่วนชายผู้สูงศักดิ์ชาวต่างชาติ ผู้มีความจริงใจต่อความเชื่อของเขา และรู้สึกต้องการความช่วยเหลือ เป็นผู้มีคุณค่าสำหรับพระพร และพระเมตตาของพระเจ้า มากกว่าผู้ทุกข์ทรมานด้วยโรคเรื้อนในอิสราเอล แต่ขาดความเชื่อ และไม่แสวงหา และร้องขอความช่วยเหลือ เพราะเหตุใด? พวกเขาได้เพิกเฉยต่อสิทธิอันถูกต้องที่พระเจ้าทรงประทานให้ พระเจ้าทรงทำการสำหรับเหล่าผู้มองเห็นคุณค่าในพระกรุณาคุณของพระองค์ ผู้เปิดใจรับแสงสว่างที่ทรงประทานให้จากสวรรค์” จาก หนังสือของเอลเลน จี. ไว้ท์ ใน “ผู้เผยพระวจนะ และกษัตริย์”  หน้า 252, 253
คำถามเพื่อการอภิปราย
 
 1.  เหล่าคนที่เชื่อใหม่ และผู้เชื่ออยู่เดิมควรเติบโตขึ้นรวดเร็วเพียงใด? “หญิงม่ายแห่งเมืองศาเรฟัท และนาอามานแห่งซีเรียได้ดำเนินชีวิตในแสงสว่างที่พวกเขาได้รับ ดังนั้นพวกเขาเป็นที่ยอมรับเป็นผู้ชอบ    ธรรมมากกว่าเหล่าประชากรผู้ได้รับการเลือกสรรของพระเจ้า แต่ต่อมาได้หลงเจิ่นไปจากพระองค์ และยอมสละหลักการเพื่อรับเอาเกียรติ และความสนุกสนาน และทุกอย่างที่โลกมอบให้”  จาก หนังสือของ
       เอลเลน จี. ไว้ท์. ใน “กิจการของอัครทูต” หน้า 416

   2.  การเยียวยา และความรอดมาถึงนาอามานโดยความเชื่อ ที่สำแดงออกด้วยการกระทำในชีวิตของเขา
        อภิปรายมากขึ้นในคำถามโดยรวมทั้งหมดเรื่องความสัมผัสระหว่างความเชื่อ และการกระทำดี เหตุใด
        จึงสำคัญมากที่จะเข้าใจบทบาทสำคัญยิ่งยวด ทั้งความเชื่อ และการกระทำดีในชีวิตคริสเตียน และการ
        เป็นพยาน?

                  *******************
กลับไปหน้าสารบัญ
________________________
Additional links on this topic:

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272