Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > ThaiSSL 3Q2015 Index > บทที่ 1 ธรรมชาติของพระเจ้า > บทที่ 2 อับราฮัม: มิชชันนารีคนแรก > บทที่ 3 เป็นมิชชันนารีอย่างไม่คาดฝัน > >
.
บทที่ 5 มิชชันนารีผู้พลัดถิ่น
.
25 – 31  กรกฎาคม   2015
 
บ่ายวันสะบาโต    
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :
ดาเนียล บทที่ 1,2,3,4,5,6,7,8,9,10,11,12อิสยาห์ 39:5-7 ; ดาเนียล 2:44 ; มัทธิว 24:14 ,15 ; ปฐมกาล บทที่ 41.

ข้อควรจำ      “ราชอำนาจ ศักดิ์ศรี กับราชอาณาจักร เขานำมามอบไว้กับท่าน เพื่อบรรดา
                     ชนชาติ ประชาชาติทั้งปวง และภาษาทั้งหลายจะปรนนิบัติท่าน ราชอาณา
                     จักรของท่านเป็นราชอาณาจักรนิรันดร์ซึ่งจะไม่สิ้นสุดไป และแผ่นดินของ
                     ท่านเป็นแผ่นดินซึ่งจะไม่ถูกทำลายเลย” (ดาเนียล 7:14)    



ในฐานะเราเป็นประชากรแห่งคำพยากรณ์ แอ๊ดเวนติสเชื่อว่าในอีกไม่นานพระเยซูจะ
ทรงเสด็จกลับมาครั้งที่สอง การเสด็จกลับมาของพระองค์ อย่างที่เราทราบจะปิดฉากความเป็นไปทั้งหมด
ของโลกนี้ ในที่สุดพระเจ้าจะสถาปนาอาณาจักรอันเป็นอมตะของพระองค์ขึ้น ผู้เผยพระวจนะดาเนียลกล่าวพยากรณ์ถึงอาณาจักรนิรันดร์นี้ว่า “และแผ่นดินกับราชอาณาจักร และความยิ่งใหญ่แห่งบรรดาแผ่นดินภายใต้สวรรค์ทั้งสิ้น จะต้องถูกมอบไว้แก่ชุมนุมแห่งวิสุทธิชนขององค์ผู้สูงสุดนั้น แผ่นดินของท่านเหล่านี้จะเป็นแผ่นดินนิรันดร์ และราชอาณาจักรทั้งสิ้น จะปรนนิบัติและเชื่อฟังท่านเหล่านี้” (ดาเนียล 7:27) อาณาจักรนี้เป็นเป้าหมายแห่งความเชื่อของเรา พระธรรมฮีบรู (11:16) เรียกอาณาจักรนี้ว่า “เมืองที่ประเสริฐกว่าคือเมืองสวรรค์” อาณาจักรที่ประชากรของพระเจ้าตลอดทุกยุคสมัยเฝ้ารอคอย “เป็นอาณาจักรซึ่งพระเจ้าทรงเป็นนายช่าง และทรงเป็นผู้สร้าง” (ฮีบรู 11:10)
      
พระธรรมดาเนียลเป็นดุจหนังสือคู่มือการทำงานของมิชชันนารี เราสามารถรับรู้บทเรียนจากพระธรรมดาเนียลว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าสามารถใช้ประชากรบางคนของพระองค์เป็นพยานให้เหล่าผู้หมกมุ่นในความมืดฝ่ายจิตวิญญาณ จากความเชื่อเข้มแข็งของพวกเขา เหล่าผู้เชื่อได้สำแดงความจริงเที่ยงแท้ ของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่กับเหล่าผู้รู้จักเพียง “พระ” อื่นๆ ซึ่งไม่เที่ยงแท้ ได้มีโอกาสได้รับทราบ หรือแม้แต่มีส่วนในอาณาจักรนิรันดร์นี้ด้วย

วันอาทิตย์   การพลัดถิ่นของชาวยิว  (อิสยาห์ 39:5-7)
       อ่าน พระธรรม อิสยาห์  39:5-7 และ ดาเนียล 1:1, 2.  ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้เชื่อมโยงกันอย่างไร?
       ชื่อ “ดาเนียล” หมายความว่า “พระเจ้าเป็นผู้พิพากษาของข้าพเจ้า” เมื่อประเทศอิสราเอลพ่ายแพ้แก่กองทัพชาวบาบิโลน ท่านดาเนียล และเพื่อนๆ รวมทั้งประชาชนอิสราเอลตกเป็นเชลยถูกกวาดต้อนไปย้งเมืองหลวงของบาบิโลน พระธรรมดาเนียลให้ตัวอย่างการใช้ชีวิตในเขตพระราชฐานของบาบิโลน และต่อมาได้ทำงานให้อาณาจักรเปอร์เซีย (หลังจากบาบิโลนพ่ายแพ้แก่เปอร์เซีย เปอร์เซียคือชื่อเดิมของประเทศอิหร่าน) เมื่อท่านดาเนียล และเพื่อนๆ อีกสามคนเรียนจบหลักสูตรสามปีจากโรงเรียนของราชสำนัก ได้รับราชการในสำนักพระราชวัง ซึ่งต่อมาท่านดาเนียลได้เป็นหนึ่งของคณะที่ปรึกษาของจักรพรรดิ์ด้วย โดยอำนาจของพระเจ้า ท่านดาเนียลได้พ้นสถานะของทาสขึ้นสู่ตำแหน่งสูงส่ง แต่ในสายตาของผู้เชื่อท่านคือ “มิชชันนารีพลัดถิ่น” ในอาณาจักรมหาอำนาจโบราณสองอาณาจักรคือบาบิโลน และเปอร์เซีย
       พระธรรมดาเนียลเป็นมากกว่า “สมบัติแห่งข่าวสารจากพระเจ้า” ผู้อ่านจะพบการท้าทายสำหรับเด็กหนุ่มชาวฮีบรูขณะที่พวกเขาใช้ชีวิตในต่างแดน ทำให้เรามองเห็นความจงรักภักดีต่อพระเจ้าของเยาวชนอิสราเอล และยังชี้ไปยังภาพอันสวยงามของเหล่าคนหนุ่มชาวฮีบรู ว่าพวกเขาใช้ชีวิตที่ได้อุทิศถวายให้ความจริงแล้วอย่างไร ในต่างแดนพวกเขาไม่ใช่ประชากรเสรี ไม่มีพระวิหารของพระเจ้าตั้งอยู่ ไม่มีเหล่าปุโรหิต และไม่มีโอกาสได้ถวายบูชาในพระวิหารเหมือนตอนอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็ม
 
       อ่าน พระธรรม ดาเนียล 1:8-13 ; ดาเนียล 5:12 ; ดาเนียล 6:4 ; ดาเนียล 9:3-19. ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้บอกเราเกี่ยวกับอุปนิสัยของท่านดาเนียลอย่างไร ซึ่งทำให้ท่านเป็นมิชชันนารีผู้ยิ่งใหญ่?

       “ทุกหน่วยงานที่ใช้ชื่อ “เซเว่น์เดย์แอ๊ดเวนตีส” จะต้องเป็นหนึ่งในเครือข่ายของโลก ผู้มีความเชื่อที่พลัดถิ่นไปอยู่ต่างแดนเหมือนท่านโยเซฟในประเทศอียิปต์ ท่านดาเนียล และเพื่อนๆ ในประเทศบาบิโลนต่างสามารถเป็นพยานในพื้นที่ ซึ่งเป็นท้องทุ่งของพระเจ้า ในกรณีของท่านดาเนียลและเพื่อนๆ ถูกนำไปยังประเทศไม่มีความรู้ในเรื่องของพระเจ้า พวกเขาต้องเป็นตัวแทนของพระเจ้าแก่ชาวโลก พวกเขาต้องไม่ยอมแพ้ หากจงรักภักดีต่อความเชื่อของพวกเขา พวกเขาต้องถือเป็นเกียรติพิเศษ ที่ได้เป็นพยานว่าพวกเขาเป็นผู้นมัสการพระเจ้าผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก” จากหนังสือ ของเอลเลน จี. ไว้ท์. ใน “Testimonies for the Church, volume 8, page 153


วันจันทร์   การเป็นพยาน  (ดาเนีล 2:47)
       ในพระธรรม ดาเนียลบทที่ 2, ท่านดาเนียลมีโอกาสเป็นพยานถึงฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าเที่ยงแท้ ผู้มีฤทธานุภาพเหนืออำนาจของ “พระ” ที่ชาวบาบิโลนกราบไหว้ ท่านดาเนียลร่วมกับเพื่อนๆ ชาวยิวร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าที่ทรงตอบคำอธิษฐานของพวกเขา (ดาเนียล 2:20-23) ในภายหลังท่านดาเนียลได้ตีความหมายให้กับความฝันของกษัตริย์ซึ่งพระองค์จำความฝันไม่ได้ ซึ่งเท่ากับการเป็นพยานถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ผู้ปกครองเหนืออาณาจักรต่างๆบนแผ่นดินโลก

       กษัตริย์ได้กล่าวอะไร ซึ่งเผยให้เห็นว่า พระองค์ทรงเรียนรู้บางสิ่งเกี่ยวกับพระเจ้าเที่ยงแท้? อ่านดาเนียล
2:47

       ใน พระธรรมดาเนียล บทที่ 2, ท่านดาเนียลไม่มีทางเลือก: ท่านจะต้องให้กษัตริย์ในสิ่งกษัตริย์ต้องการ หรือเผชิญกับความตาย ในบทที่ 3 เพื่อนทั้งสามคนของท่านดาเนียลควรได้ช่วยพวกเองให้ปลอดภัยจากเตาไฟอันร้อนแรง เพียงแค่พวกเขาเชื่อฟังกษัตริย์ แทนที่จะทำเช่นนั้น พวกเขาได้เป็นพยานในความซื่อสัตย์ต่อความเชื่อ อันเป็นการแสดงให้เห็นว่าพระเจ้าเที่ยงแท้ทรงมีฤทธานุภาพสามารถช่วยพวกเขาไม่ให้ถูกไฟไหม้ได้
       “ตอนนี้กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ทราบว่า บุคคลที่สี่กำลังเดินในเตาไฟร้อนจัดมีลักษณะเหมือนพระบุตรของพระเจ้า?พระองค์เคยได้ยินเรื่องพระบุตรของพระเจ้าจากทาสขาวฮีบรูผู้อาศัยอยู่ในอาณาจักรของพระองค์ พวกเขาได้นำความรู้ของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ และทรงปกครองเหนือสรรพสิ่งมาเผยแพร่” จาก หนังสือของ เอลเลน จี.ไว้ท์. ใน นิตยสาร “The Adventist Review and Sabbath Herald, May 3, 1892

       ในพระธรรม ดาเนียล บทที่ 4, กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์สารภาพอะไรอีกเกี่ยวกับพระเจ้าเที่ยงแท้ อันเป็น
ผลมาจากการเป็นพยานของท่านดาเนียล? อ่านดาเนียล 4:37.
       ใน พระธรรม ดาเนียลบทที่ 5, ท่านดาเนียลไปปรากฏตัวครั้งสุดท้ายในพระราชวังแห่งบาบิโลน กล่าวคือท่านถูกเรียกไปตีความหมาย ข้อความที่เขียนบนฝาผนังพระราชวังของกษัตริย์เบลซัสซาร์ ความหมายคืออาณาจักรบาบิโลนถูกมอบไว้กับอาณาจักรมีโด-เปอร์เซีย ไม่ต้องสงสัย กษัตริย์เบลซัสซาร์ตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่นั่นก็สายเกินไป: ชะตากรรมของกษัตริย์ถูกกำหนดไว้แล้ว สิ่งที่น่าเศร้าสอดคล้องกับพระคัมภีร์คือ (อ่านดาเนียล 5:17-23) กษัตริย์เบลซัสซาร์มีโอกาสเรียนรู้ความจริง และควรถ่อมพระทัยลงยอมรับ เหมือนที่เราทราบ พระองค์ไม่ใช้ประโยชน์จากโอกาศที่ได้รับ

       เป็นสิ่งสำคัญเพียงไรเราจะมองยังชีวิตของเราเอง และถามตัวเองว่า ชีวิตของข้าพเจ้าเป็นพยานประเภท
ใดให้แก่โลกนี้?  คำตอบของคุณบอกอะไรแก่คุณ?


วันอังคาร   ดาเนียลในเปอร์เซีย  (ดาเนียล 6:28)      
       กษัตริย์ทรงเรียกท่านดาเนียลว่า “...."โอ ดาเนียลผู้รับใช้ของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ พระเจ้าของท่านซึ่งท่านปรนนิบัติอยู่เนืองนิตย์นั้นทรงสามารถที่จะช่วยกู้ท่านจากสิงห์ได้แล้วหรือ" (ดาเนียล 6:20)  ถ้อยคำเหล่านี้ได้แนะนำอะไรแก่เรา?
       ในพระธรรม ดาเนียลบทที่ 6 เมื่ออาณาจักรบาบิโลนพ่ายแพ้แก่กองทัพของชาวเปอร์เซีย อาณาจักรเปอร์เซียก้าวเข้ามาปกครองอาณาจักรบาบิโลน น่าประหลาดใจคือความสามารถ และคุณความดี ความจริงใจ ความซื่อสัตย์ของท่านดาเนียลทำให้กษัตริย์เปอร์เซียประทับใจ และเรียกให้ท่านมารับราชการต่อในราชสำนักของพระองค์ ในครั้งนี้ท่านดาเนียลได้รับการเลื่อนขึ้นสู่ตำแหน่งสูงกว่าเดิม ท่านได้รับตำแหน่งหนึ่งในสามของอภิรัฐมนตรี ซึ่งปกครองดูแลอุปราช 120 คนทั่วอาณาจักร ขณะที่จักรพรรดิ์ดาริอัสคิดจะแต่งตั้งท่านดาเนียลเป็นอภิที่ปรึกษาสูงสุดของอาณาจักร เรื่องนี้กระตุ้นให้เหล่าอุปราชและข้าราชการระดับสูงอื่นๆ รู้สึกอิจฉาท่านดาเนียล พวกเขาพยายามหว่านล้อมกษัตริย์ให้ออกกฏหมายพิเศษ ซึ่งในส่วนลึกมีเป้าหมายกำจัดท่านดาเนียล กฏหมายตราไว้ว่าผู้ละเมิดกฏหมายบทนี้ต้องถูกโยนลงในถ้ำสิงโต แต่พระเจ้าทรงก้าวเขามารักษาชีวิตของท่านดาเนียลไว้ด้วยการอัศจรรย์ กษัตริย์ทรงตระหนักในฤทธานุภาพของพระเจ้า จึงออกกฏหมายประกาศไปทั่วราชอาณาจักรให้ทุกคนกล่าวสรรเสริญพระเจ้าของท่านดาเนียล (ดาเนีบล 6:25-27)

       อ่าน พระธรรม ดาเนียล บทที่ 6. ดาเนียลบทนี้เผยให้เห็นท่านดาเนียลได้เป็นพยานอย่างสำคัญยิ่งให้กับ
กษัตริย์? ยิ่งกว่านั้นอะไรในกฏหมายของกษัตริย์เผยให้เห็นว่า กษัตริย์รู้จักพระเจ้าของท่านดาเนียลมากกว่า
ที่พระองค์อาจเรียนรู้จากการช่วยให้รอดด้วยการอัศจรรย์? สิ่งนี้บอกเราเกี่ยวกับการที่ท่านดาเนียลเป็นพยาน
ให้กับกษัตริย์อย่างไร?

วันพุธ    ดาเนียล และอาณาจักรนิรันดร์ของพระเจ้า  (ดาเนียล 7:13, 14) 
       ท่านดาเนียลไม่เพียงทำนายความฝันให้กับคนอื่น ในพระธรรม ดาเนียล 7:12 ท่านดาเนียลได้รับนิมิตจากพระเจ้าซึ่งเปิดเผยให้เห็นชาติมหาอำนาจต่างๆในโลก มิมิตที่ท่านดาเนียลได้รับพิสูจน์ว่า ไม่ว่าผู้ปกครองในโลกวางแผนทำอะไร พระเจ้าเป็นผู้มีอำนาจควบคุมสุดท้ายของประชาชาติ ในที่สุด พระเจ้า และอาณาจักรของพระองค์จะลงมาตั้งบนโลกนี้สืบต่ออำนาจจากอาณาจักรสุดท้ายของโลก และชัยชนะของพระองค์จะคงอยู่สมบูรณ์ตลอดไป (อ่าน ดาเนียล 2:44)

       อ่าน พระธรรม ดาเนียล 7:13 , 14. มีคำพรรณนาอะไรจากข้อพระคัมภีร์เหล่านี้? ข้อพระคัมภีร์ดังกล่าว
เชี่ยมโยงกับแนวคิดของคริสเตียนที่ว่า “พวกเขาต้องนำพระกิตติคุณไปประกาศทั่วโลกอย่างไร?”

       ไม่ว่าข้อพระคัมภีร์เหล่านี้กำลังพูดถึงเรื่องอะไร ประเด็นสำคัญคือการลงมาตั้งของอาณาจักรชั่วนิรันดร์ของพระเจ้า อาณาจักรนี้จะไม่ลงมาตั้งจนกระทั่งหลังการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู และพระองค์มีจุดประสงค์อะไรเมื่อทรงกล่าวในพระธรรม มัทธิว 24:14-16 สิ่งพระองค์กล่าวถึงมีความเชื่อมโยงสำคัญกับการเสด็จกลับมาของพระองค์ไหม?
       พระเยซูทรงกล่าวพยากรณ์เกี่ยวกับวาระสุดท้ายของโลกในพระธรรม มัทธิว บทที่ 24 ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคำพยากรณ์ของท่านดาเนียล ที่บันทึกไว้ว่า “กองทัพของเขาจะมาทำสถานนมัสการ คือป้อมปราการให้เป็นมลทินและจะให้เลิกเครื่องเผาบูชาเนืองนิตย์นั้นเสีย และเขาทั้งหลายจะตั้งสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียน ซึ่งกระทำให้เกิดความวิบัติขึ้น” (ดาเนียล 11:31)  และ “และตั้งแต่เวลาที่ให้เลิกเครื่องเผาบูชาเนืองนิตย์เสียนั้น และให้ตั้งสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียน ซึ่งกระทำให้เกิดความวิบัติขึ้น จะเป็นเวลาหนึ่งพันสองร้อยเก้าสิบวัน” (ดาเนียล 12:11)  พระเยซูทรงอธิบายเพิ่มเติมถึง “อำนาจ” ในช่วงวันเวลาของเขาและหลังจากนั้น จุดประสงค์คือพระเยซูทรงเชื่อมโยงพระธรรมดาเนียลเข้ากับวาระสุดท้าย ซึ่งจะไม่เป็นที่ประหลาดใจ ทั้งนี้เพราะพระธรรมดาเนียลหลายข้อต่างชี้ยังช่วงเวลาสุดท้าย (ดาเนียล 8:17,19 ; ดาเนียล 11:35 ; และ ดาเนียล 12:4,13) และสอดคล้องกับพระเยซู ทรงตรัสไว้ว่าวาระสุดท้ายยังไม่มาถึงจนกว่า “ข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้าจะได้ประกาศไปทั่วโลก” (มัทธิว 24:14)

       ข่าวประเสริฐแห่งพระกิตติคุณจะต้องถูกประกาศ “ไปทั่วโลก” และจนกว่าจะบรรลุผล พระเยซูจึงจะเสด็จกลับมา เราทั้งหลายเป็น “คนหนึ่งในจำนวนนั้น” ที่ถูกเรียกให้ประกาศข่าวดีนี้ บางคนโต้แย้งว่า พระเยซูไม่อาจจะเสด็จกลับมาจนกว่าเราจะทำงานในส่วนของเรา เราจะเข้าใจบทบาทของเราในการกำหนดเวลาสำหรับการเสด็จกลับมาของพระเยซูอย่างไร? นำคำตอบของคุณไปที่ชั้นในวันสะบาโต


วันพฤหัสบดี   ผู้พลัดถิ่นมากคนขึ้นเป็นมิชชันนารี  (ปฐมกาล บทที่ 41)      
 
    เอสเธอร์      ดาเนียล
  1.  ไม่เป็นที่รู้จักว่าเป็นชาวฮีบรูคนหนึ่ง จนกระ
       ทั่งถูกเรียกให้เปิดเผย
1.  เป็นที่รู้จักตั้งแต่ต้นว่าเป็นชาวฮีบรูคนหนึ่ง
  2.  ถือศาสนาไว้เป็นการส่วนตัว จนกระทั่งเธอจำ
      เป็นต้องเปิดเผย
  3.  พระเจ้าทรงปกป้องเธอ และครอบครัวของเธอ
  4.  เป็นพยานในสถานที่สูง (พระราชวัง) เพื่อช่วย
      ชีวิตของเธอ และเผ่าพันธุ์ของเธอ
  5.  ช่วยสถาปนาเสรีภาพในการนับถือศาสนา
       และสิทธิ์ในการปกป้องตนเอง ของกลุ่มเล็ก
       ที่ถือศาสนาต่างจากคนส่วนใหญ่
2.  ดำรงชีวิตความเชื่อในศาสนาเป็นที่ประจักษ์

3.  พระเจ้าทรงปกป้องเขา และ เพื่อนๆ ของเขา
4.  เป็นพยานในพระราชวัง เพื่อช่วยชีวิตตนเอง
    และคนอื่นให้รอด
5.  มีอิทธิพลโดยตรงกับกษัตริย์ไซรัสแห่งเปอร์เซีย
    ให้อนุญาตชาวยิวพลัดถิ่นกลับไปสร้างพระ
    วิหารที่กรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่
       ท่านดาเนียลเป็นชาวอิสราเอลคนหนึ่งอยู่ห่างไกลจากประเทศบ้านเกิดของท่าน เหมือนกับท่านโยเซฟ และท่านโมเสส ซึ่งไปอยู่ในประเทศอียิปต์, เหมือนท่านเนหะมีย์อยู่ในอาณาจักรบาบิโลน และเอสเธอร์อยู่ที่เปอร์เซีย ชีวิตของท่านเหล่านี้สอนเราว่า เป็นไปได้ที่จะดำรงชีวิตอย่างซื่อสัตย์มั่นคงต่อพระเจ้าในสถานที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของเรา ด้วยการทรงนำของพระเจ้า ยิ่งมีความเป็นไปได้ที่จะได้ทำงานในตำแหน่งสำคัญในดินแดนต่างประเทศ แต่ละท่านที่กล่าวนาม
มาดำเนินชีวิตอย่างสร้างสรร และมีชีวิตรุ่มรวย
      
       อ่านพระธรรม ปฐมกาล บทที่ 41 ทั้งบทจนจบ ในวิธีใดท่านโยเซฟสามารถเป็นพยานให้กับชาวอียิปต์?
เรื่องของท่านโยเซฟ มีตอนไหนที่มีลักษณะละม้ายกับเรื่องของท่านดาเนียล และเพื่อนๆ ของท่านในอาณาจักรบาบิโลน?
 
       คุณสามารถจะเป็นพยานในความเชื่อของคุณ ณ สถานที่คุณอยู่อาศัย หรือที่ทำงานได้อย่างไร? คุณจะ
เป็นพยานอย่างเงียบๆ หรือแบบกระตือรือร้น หรือทั้งสองแบบแล้วแต่จังหวะเวลา หรือโอกาส? มีสิ่งใดบ้าง
คุณสามารถพูด หรือทำอย่างใด หรืออย่างหนึ่งเพื่อให้การเป็นพยานมีพลัง หรือมีความประทับใจมากขึ้นเกี่ยวกับความดี และความรักแห่งพระเจ้าของเรา?

 
วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 
       “ฝูงชนขนาดใหญ่ หลายกลุ่มจะถูกเรียกให้ออกไปทำการประกาศเผยแผ่พระกิตติคุณของพระเจ้าในวงกว้างขึ้นโลกทั้งใบกำลังเปิดใจต้อนรับพระกิตติคุณ.....จากทุกส่วนของโลกความบาปทำให้ดวงใจที่เจ็บปวดร้องเรียกหาความรักของพระเจ้า .....นั่นขึ้นอยู่กับเราผู้ได้รับความรู้เพื่อตอบเสียงเรียกร้องของพวกเขา ทุกบ้านเรือน และโรงเรียนทุกแห่งบิดามารดาทุกคู่ ครูสอน และเด็กๆ ที่ได้รับความสว่างแห่งพระกิตติคุณ ต่างมาถึงคำถามช่วงวิกฤติสำคัญ เป็นคำถามเดียวกับที่ลุงของพระนางถามราชินีเอสเธอร์ในช่วงวิกฤษแห่งประวัติศาสตร์ชาติอิสราเอล คำถามมีว่า “ที่จริงเธอมารับตำแหน่งราชินีก็เพื่อยามวิกฤตเช่นนี้ก็เป็นได้นะ” (เอสเธอร์ 4:14) จากหนังสือ ของเอลเลน ไว้ท์. ใน “บ้านแห่งอุดมคติ” หน้า 484, 485

คำถามเพื่อการอภิปราย
 
 1.   เรื่องเหล่านี้ในพระธรรมดาเนียล และที่อยู่ในเรื่องอื่นๆ (อย่างเช่นเรื่องโยเซฟ) มีการอัศจรรย์บางอย่าง
          ที่ช่วยผู้พลัดถิ่นชาวยิวมีพลังในการเป็นพยานให้กับชาวต่างชาติผู้ไม่เชื่อในพระเจ้า แต่ในเวลาเดียวกัน
          อุปนิสัยของชาวยิวพลัดถิ่น (ความคิด, ความรู้สึก, และการกระทำ)  ทำให้การเป็นพยานมีพลังอำนาจ
          มากยิ่งขึ้น ในทางใดบ้างที่อุปนิสัย และ ความซื่อสัตย์ เป็นสิ่งสำคัญกว่าเครื่องหมาย และการอัศจรรย์
          จงเป็นพยานที่มีพลังยิ่งกับผู้อื่นเกี่ยวกับว่าพระเจ้าทรงเป็นจริงเพียงใด และมีอะไรที่พระองค์สามารถ
          ทำในชีวิตของเรา?”

   2.   ตามเราได้เห็น พระธรรม มัทธิว 24:14 ในหัวข้อศึกษาวันพุธ ซึ่งกล่าวว่า “ข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า จะได้ประกาศไปทั่วโลก ให้เป็นคำพยานแก่บรรดาประชาชาติ แล้วที่สุดปลายจะมาถึง” นี่หมาย
         ความว่า พระเยซูจะไม่ทรงเสด็จกลับมาจนกระทั่งเราทำงานที่พระองค์เรียกให้เราทำเสร็จสิ้นใช่ไหม?
         อภิปรายในในชั้นเรียนโรงเรียนวันสะบาโต.

                 *******************
กลับไปหน้าสารบัญ
 

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272