Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > index Thai SSL 4Q2015 >
.
บทที่ 1: การเรียกเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะ
.
บทที่  1 
                      การเรียกเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะ                    
                             วันที่  26  กันยายน - 2  ตุลาคม 2015
บ่ายวันสะบาโต    
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :
เยเรมีย์ 1: 19 ; เยเรมีย์ 7:5-7 ; 1 พงศ์กษัตริย์ 2:26 ; เยเรมีย์ 1:1-5 ; อิสยาห์ 6:5; เยเรมีย์ 1:6-19 ;
มัทธิว 28:20.                                                                                                                  

ข้อควรจำ      “เราได้รู้จักเจ้า ก่อนที่เราได้ก่อร่างตัวเจ้าที่ในครรภ์ และก่อนที่เจ้าคลอด
             จากครรภ์ เราก็ได้กำหนดตัวเจ้าไว้ เราได้แต่งตั้งเจ้าเป็นผู้เผยพระวจนะให้แก่
             บรรดาประชาชาติ" (เยเรมีย์ 1:5)                                                  


เราทราบเกี่ยวกับชีวิตของท่านเยเรมีย์ มากกว่าทราบเกี่ยวกับผู้เผยพระวจนะท่านอื่นในพระคัมภีร์เดิม
ข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตของท่านในพระคัมภีร์ช่วยเราให้เข้าใจพันธกิจของท่านในฐานะผู้เผยพระวจนะ ท่านเยเรมีย์มีอิทธิ
พลยิ่งในประวัติศาสตร์ แม้แต่ในสมัยของพระเยซู ท่านเป็นผู้เผยพระวจนะอันเป็นที่รัก และได้รับการนับถือ
       ในเวลาเดียวกัน งานของผู้เผยพระวจนะท่านนี้ดูเหมือนนำไปสู่ความสำเร็จในช่วงสั้นๆ เป็นช่วงเวลาหลายปีแห่ง
การเตือนอย่างแข็งขัน และการขอร้องหลายครั้ง แต่ประชากรของพระเจ้าไม่รับฟังข่าวสาร ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าประทาน
ให้ผ่านท่านเยเรมีย์
       แต่ท่านเยเรมีย์ไม่ใช่บุคคลจะให้ใครซื้อ หรือจะขายให้ใคร ท่านยืนหยัดประดุจ “ป้อมปราการแห่งหนึ่งของเมืองเป็นเสาเหล็ก และเป็นกำแพงทองสัมฤทธิ์” (เยเรมีย์ 1:18) ไม่ใช้ด้วยพละกำลังของท่าน แต่ในฤทธานุภาพขององค์พระผู้เป็นเจ้า
       ชีวิตของท่านเยเรมีย์ไม่มีความสุขในหลายด้าน การถูกเรียกของท่าน ทำให้ท่านต้องได้รับความทุกข์ยาก และความเศร้า ท่านถูกนำไปขังคุกในช่วงเวลาหนึ่ง ปัญหายุ่งยากเหล่านี้มาจากบุคคลผู้ที่ท่านพยายามชี้ให้เห็นทิศทางถูกต้อง ดัง นั้นชีวิตการรับใช้พระเจ้าของท่านเยเรมีย์ เป็นตัวอย่างชีวิตของพระเยซูต้องเผชิญในอีกหลายร้อยปีต่อมาในแผ่นดินเดียวกัน

วันอาทิตย์   ผู้เผยพระวจนะ  (เยเรมีย์ 7:5-7)

       ข่าวสารของผู้เผยพระวจนะแก่ประชาชนคืออะไร? ในทางใดข่าวสารนั้นเป็นอย่างเดียวที่มีถึงเราใน
ปัจจุบัน? อิสยาห์ 1
:19 ; เยเรมีย์ 7:5-7 ; เอเสเคียล 18:23 (อ่าน มัทธิว 3:7-11.ด้วย)

       การพิพากษาของพระเจ้าไม่ใช่สิ่งตายตัว แต่จะมาแน่หากประชากรไม่หันหนีจากทางชั่วร้ายของพวกเขา แต่การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องง่ายดาย โดยเฉพาะเมื่อประชาชนคุ้นเคยมากกับการทำบาป ใครไม่เคยเห็นผู้คนเคยชินกับความ
ชั่วร้าย เมื่อเห็นแล้วอาจทำพวกเขาช็อคได้? ข่าวสารของผู้เผยพระวจนะคือให้ประชากรของพระองค์เข้าใจว่าความบาปของพวกเขาเลวร้ายเพียงใด และผลลัพธ์จะออกมาอย่างไรถ้าพวกไม่หันหน้าหนี แน่นอน ข่าวสารไม่ได้มาจากผู้เผยพระวจนะ แต่มาจากองค์พระผู้เป็นเจ้า
       ผู้เผยพระวจนะปกติจะไม่อธิบายว่าพระเจ้าทรงประทานพระวจนะให้ หรือพวกเขาได้ยินมาอย่างไร ในหลายครั้งพระเจ้าทรงตรัสผ่านผู้เผยพระวจนะโดยตรง และในอีกบ่อยครั้งพระวิญญาณบริสุทธิ์สัมผัสพวกเขาผ่านความฝัน หรือให้เห็นนิมิต หรือบางทีตรัสผ่าน “เสียงเบาๆ“ (พงษ์กษัตริย์ 19:12) แต่ไม่ว่าข่าวสารจะมายังผู้เผยพระวจนะวิธีใด ผู้เผยพระวจนะมีพันธกิจ พวกเขาจะต้องบอกน้ำพระทัยของพระเจ้าให้กับบุคคลสามัญ และหรือทูลต่อพระพักตร์ของกษัตริย์
       การทูลให้กษัตริย์ทราบเป็นความรับผิดชอบยิ่งใหญ่ ถ้าผู้เผยพระวจนะบอกความจริง เหล่าผู้ทรงอำนาจเหล่านี้อาจสั่งประหารพวกเขา ถ้าพวกเขาไม่บอกตามความเป็นจริง การพิพากษาของพระเจ้าก็จะตกอยู่กับพวกเขา การถูกเรียกให้เป็นผู้เผยพระวจนะ เป็นการเรียกให้มาแบกภาระอันสำคัญมาก และพระคัมภีร์บอกเราว่าเหล่าผู้ได้รับการเรียกให้เป็นผู้เผยพระวจนะต่างต้องรับงานมาทำด้วยการใช้ชีวิตของพวกเขาเป็นเดิมพัน
       เราควรยินดีพวกท่านเหล่านั้นรับทำการ เราจึงสามารถได้ยินข่าวสารของพวกเขาตกทอดถึงเราในพระคัมภีร์ อีก
นัยหนึ่ง
ถ้อยคำของพวกเขายังคงพูดกับเราแม้ในปัจจุบัน คำถามเดี๋ยวนี้เป็นอย่างเดียวกับสมัยของท่านเยเรมีย์ นั่นคือ
เราจะรับฟังไหม?

       ผู้เผยพระวจนะทั้งหลายยังคงกำลังบอกอะไรเราอยู่? อะไรคือข่าวสารพื้นฐานสำหรับประชากรของพระเจ้า?.

วันจันทร์   ภูมิหลังครอบครัวของเยเรมีย์  (1 พงศ์กษัตริย์  2:26)

       อ่านพระธรรม 1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 1 และ 1 พงศ์กษัตริย์ 2:26. อะไรคือเบื้องหลังการส่งอาบียาธาร์กลับ
บ้านของเขาที่อานาโธท?

 
       หลังจากซาโลมอนได้ทำให้บัลลังก์ของพระองค์มั่นคง ด้วยการประหารอาโดนียาห์พระเชษฐาซึ่งต่างต้องการขึ้น
เป็นกษัตริย์แล้ว ถึงตอนนี้กษัตริย์ซาโลมอนได้ถอดอาบียาธาร์ ซึ่งสนับสนุนให้อาโนนียาห์ออกจากตำแหน่งปุโรหิต และ
ส่งเขากลับไปอยู่บ้านเดิมที่อานาโธท ตำบลอานาโธทอยู่ห่างจากกรุงเยรูซาเล็มไปทางทิศตะวันออกเฉียงหนือประมาณ
ห้ากิโลเมตร ฮิลคียาห์บิดาของเยเรมีย์เป็นคนหนึ่งในครอบครัวปุโรหิตอาศัยอยู่ตำบลอานาโธท บางคนคาดว่าครอบครัวของท่านเยเรมีย์สืบสายเลือดมาจากอาบียาธาร์ ไม่ว่าจะอย่างไรจาก พระธรรม เยเรมีย์ 1:1 บันทึกว่าท่านเยเรมีย์มาจากครอบครัวครอบครัวผู้ซื่อสัตย์ ดังเราได้พบว่าตลอดประวัติศาสตร์ พระเจ้าได้ทรงเรียกผู้คนทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นผู้เลี้ยงแกะ รับบี (rabbi) อาจารย์สอนศาสนา ชาวประมง และปุโรหิตให้มาเป็นผู้เผยพระวจนะ
       “ท่านเยเรมีย์เป็นสมาชิกในตระกูลเลวีซึ่งเป็นปุโรหิต ท่านได้รับการฝึกฝนมาแต่วัยเด็กให้พร้อมสำหรับงานรับใช้บริสุทธิ์ ช่วงหลายปีแห่งการเตรียมตัวที่มีความสุข ท่านทราบเพียงเล็กน้อยว่าท่านถูกเรียกตั้งแต่เกิดให้เป็นผู้เผยพระวจนะสำหรับชนชาติ เมื่อการเรียกของพระเจ้ามาถึง ท่านเยเรมีย์รู้สึกว่าท่านไม่คู่ควร ท่านทูลพระเจ้าว่า"ข้าแต่พระเจ้า
ดูเถิด ข้าพระองค์พูดไม่เป็นเพราะว่าข้าพระองค์เป็นเด็ก" (เยเรมีย์ 1
:5,6) จาก หนังสือ ของ เอลเลน จี.ไวท์. ใน “ผู้เผย
พระวจนะ และ กษัตริย์”, หน้า 407.

       ปุโรหิตทั้งหลายจะต้องเป็นผู้นำด้านจิตวิญญาณของชาติ พระเจ้าทรงประทานหน้าที่สำคัญซึ่งมีผลกระทบเกือบ
ทุกพื้นที่ชีวิตด้านจิตวิญญาณของคนในชาติ บางคนเป็นผู้ซื่อสัตย์ต่อภารกิจ แต่อีกหลายคนไม่ ดังที่เราจะได้อ่านใน
พระธรรมเยเรมีย์ ผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์กล่าวถ้อยคำต่อต้านรุนแรงต่อเหล่าปุโรหิตผู้ไม่ซื่อสัตย์ ซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นว่า
ไม่ตระหนักในคุณค่าความรับผิดชอบ และพันธกิจพระเจ้าทรงมอบหมายให้พวกเขา
      
       ความรับผิดชอบด้านจิตวิญญาณของคุณคืออะไร ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน หรือในโบสถ์? ถ้าผู้เผยพระวจนะจะ
พูดกับคุณเดี๋ยวนี้เกี่ยวกับความรับผิดชอบเหล่านั้น เขา / หรือ หล่อนจะพูดอะไร?



 

วันอังคาร   การเรียกเยเรมีย์ให้เป็นผู้เผยพระวจนะ  (เยเรมีย์ 1:1-5)   


       อ่านพระธรรม เยเรมีย์ 1:1-5. ข้อพระคัมภีร์ตรงนี้บอกอะไรเราเกี่ยวกับการทรงเรียกของท่านเยเรมีย์?

       ท่านเยเรมีย์ก็เช่นเดียวกับกับผู้เผยพระวจนะท่านอื่นๆ ในพระคัมภีร์เดิม (และเหมือนท่านเปาโลในพระคัมภีร์ใหม่
อ่าน พระธรรม กาลาเทีย 1:1 ; โรม 1:1) ท่านเยเรมีย์ไม่พยายามซ่อนความจริงพระเจ้าทรงเรียกท่าน ท่านชัดเจนในเรื่องนี้ จะเห็นได้จากการกล่าวเปิดพระธรรมเยเรมีย์ ยกตัวอย่างเช่น ตลอดทั้งเล่มของพระธรรมเล่มนี้ ท่านกล่าวเน้น  “พระ
วจนะของพระเจ้ามาถึงข้าพเจ้าว่า” ไม่สงสัยเลยว่าความเชื่ออย่างเข้มแข็งในเรื่องนี้ได้ช่วยท่านให้ขับเคลื่อนไปท่ามกลาง
การต่อต้าน ความเจ็บปวด และความยากลำบาก
       การทรงเรียกของท่านเยเรมีย์เกิดขึ้นราว 627/626 ก่อน ค.ศ. ในการครองราชย์ปีที่สิบสามของกษัตรยิ์โยสิยาห์ เราไม่ทราบปีชัดเจน หรืออายุจริงของท่านตอนท่านเริ่มพันธกิจ แต่เราเข้าใจว่าท่านเยเรมีย์คิดถึงตัวท่านเองว่ายังเป็นเด็ก
กล่าวคือใครคนหนึ่งอายุยังน้อยสำหรับงานของพระเจ้าทรงหมอบหมายให้กับท่าน

       อ่าน พระธรรมเยเรมีย์ 1:4,5. มีสิ่งให้กำลังใจ และการปลอบหนุนอะไรท่านเยเรมีย์ได้รับจากถ้อยคำเหล่านี้?      

       พระเจ้าทรงได้เลือกท่านเยเรมีย์ก่อนที่ท่านลืมตาดูโลก ทรงตรัสว่า “เราได้รู้จักเจ้าก่อนที่เราได้ก่อร่างตัวเจ้าที่ใน
ครรภ์” และก่อนที่เจ้าคลอดจากครรภ์ เราก็ได้กำหนดตัวเจ้าไว้ เราได้แต่งตั้งเจ้าเป็นผู้เผยพระวจนะให้แก่บรรดาประ
ชาชาติ” (เยเรมีย์ 1
:5) คำว่า “เราก็ได้กำหนดตัวเจ้าไว้” ในภาษาอังกฤษ และภาษาฮีบรู ได้ใช้คำว่า “ทำให้บริสุทธิ์”
(sanctify) ซึ่งในด้านศาสนาผูกพันเข้ากับ “การประกอบพิธีในพระวิหาร” เพราะมาจากรากศัพท์คำเดียวกัน หมายถึง
บางสิ่ง หรือบางคนที่ “ถูกแยกไว้ต่างหากเพื่อวัตถุประสงค์บริสุทธิ์” นี่คือสิ่งที่พระเจ้าทรงวางแผนสำหรับท่านเยเรมีย์
ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ไม่ได้สอนแนวคิดผิดๆเรื่องชีวิตก่อนเกิด หรือไม่ได้สอนว่ามนุษย์ได้รับความรอดแล้ว หรือพินาศ
ก่อนที่เราเกิดมา แต่สอนว่าพระเจ้าทรงรู้ล่วงหน้าในสรรพสิ่ง

       พระเจ้าทรงทราบจุดจบจากจุดเริ่มต้น นี่เป็นการหนุนใจที่เราได้รับจากองค์พระผู้เป็นเจ้า ขณะที่เราต้อง
ผ่านชีวิตที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก?


วันพุธ     ผู้เผยพระวจนะที่ไม่เต็มใจ  (อพยพ 4:10-15)  

       พระเจ้าได้ทรงเลือกท่านเยเรมีย์เป็นผู้เผยพระวจนะ แต่ชายหนุ่มรู้สึกหวาดหวั่น และรู้ตัวว่าตนยังไม่ถึงขั้นที่จะรับงานสำคัญเช่นนั้น บางทีอาจเป็นว่าท่านเยเรมีย์ได้ทราบถึงสภาพด้านจิตวิญญาณของประชาชนในเวลานั้นว่าไม่ดี นั่น
หมายความว่า การจะทำงานระดับชาตินี้ให้สำเร็จเป็นเรื่องใหญ่หลวงเกินกำลัง ท่านจึงไม่ต้องการรับงานชิ้นนี้
 
       เปรียบเทียบ พระธรรม เยเรมีย์ 1:6 กับ อิสยาห์ 6:5 และ อพยพ 4:10-15. มีจุดใดที่เหมือนกันของแต่ละ
กรณีของเหตุการณ์เหล่านี้?


       ทั้งท่านเยเรมีย์ และท่านอิสยาห์ หรือแม้แต่ท่านโมเสส ไม่มีท่านใดบอกว่าตนมีคุณสมบัติพร้อมที่จะเป็นผู้เผยพระ
วจนะ บางทีนี่เป็นข้อกำหนดสำคัญสำหรับงานของผู้เผยพระวจนะ: คือความรู้สึกของการเป็นผู้ไม่มีคุณค่าพอ และไม่
สามารถทำงานอันสำคัญมากนี้ได้ นั่นคืองานเป็นผู้พูดแทนองค์พระผู้สร้าง พวกเขาทั้งหลายจึงดึงตัวเองถอยหลังอย่างน้อยก็ในตอนแรกเริ่ม

       สังเกตปฏิกิริยาแรกของท่านเยเรมีย์หลังจากท่านถูกเรียก ท่านรีบออกตัวว่าท่านพูดไม่เก่ง ท่านโมเสสก็อ้างใน
สิ่งเดียวกัน ท่านอีสยาห์เช่นกัน พูดเกี่ยวกับปาก และริมฝีปากของท่าน ในทั้งสามกรณีพวกท่านทราบว่าจะต้องพูดกับประชาชน พวกท่านจะต้องรับเอาข่าวสารจากพระเจ้า และพวกท่านมีความรับผิดชอบที่จะเทศนาสั่งสอนข่าวสารเหล่านั้นกับคนอื่น ไม่เหมือนในปัจจุบัน ที่พวกเขาอาจสร้างเว็บไซต์ หรือส่งข่าวสารผ่านเครื่องมือสื่อสารทันสมัยต่างๆ สมัยก่อน
ผู้เผยพระวจนะจะต้องสื่อสารซึ่งๆ หน้ากับบุคคล หรือประชาชน ลองจินตนาการการยืนอยู่ต่อหน้าผู้นำที่กำลังมีอารมณ์โกรธ หรือต่อหน้าประชาชนและจะต้องกล่าวเตือนพวกเขาด้วยถ้อยคำตรงๆ เพื่อการแก้ไขหรือตักเตือน ดังนั้นเป็นการง่ายจะเข้าใจว่าเหตุใดผู้กำลังจะเป็นผู้เผยพระวจนะเหล่านั้นจึงไม่เต็มใจจะทำงานของพระเจ้าในตอนแรก

       อ่าน พระธรรม เยเรมีย์ 1:7-10. พระเจ้าทรงบอกอะไรท่านเยเรมีย์? มีความหวัง และพระสัญญาอะไรพบ
ในพระดำรัสของพระเจ้าแก่ท่านเยเรมีย์? ถ้อยคำเหล่านี้สามารถให้การหนุนใจแก่คุณ เมื่อคุณกำลังทำงานที่พระเจ้าทรงเรียกคุณให้ทำอย่างไร?


วันพฤหัสบดี    ไม้ตะพดอันมันด์ (เยเรมีย์ 1:11-19)

       ผู้เผยพระวจนะเป็นพยานของพระเจ้า งานของเขาคือจะไม่พูดเพื่อตัวเอง แต่สำหรับพระเจ้าเท่านั้น ท่านเยเรมีย์
ไม่ได้ถูกเรียกมาให้ค้นหาคำตอบสำหรับปัญญาของชาติ หรือกลายเป็นผู้มีชื่อเสียง เป็นผู้นำที่คนนิยม และผู้คนจะติด
ตามไป พันธกิจสำคัญสุดของท่านเยเรมีย์คือการถ่ายทอดพระดำรัสของพระเจ้าแก่ประชาชน และผู้นำของพวกเขา
ตรงนี้ไม่เกี่ยวกับสิ่งมนุษย์สามารถทำได้ แต่เกี่ยวกับการปกครอง และฤทธานุภาพของพระเจ้าเท่านั้น ผู้เผยพระวจนะจะต้องชี้ประชาชนให้หันไปหาพระผู้เป็นเจ้าองค์เดียวสำหรับเป็นคำตอบทั้งหมดของปัญหาทั้งหลายของพวกเขา ไม่มีความแตกต่างกันสำหรับเราในปัจจุบัน
      
       นิมิตครั้งแรกของท่านเยเรมีย์เกี่ยวกับอะไร? (อ่าน พระธรรม เยเรมีย์ 1:11-19.)

       พระคัมภีร์ฉบับแปลภาษาไทย ฉบับล่าสุด ปี 2012 แปล เยเรมีย์ 1:11 ว่า “กิ่งของต้นอัลมัลด์” แต่การแปลเช่นนั้น
จะ “พลาด” ความหมายเดิมของภาษาฮีบรู คำที่แปลว่า “ต้นอัลมันด์” มีรากศัพท์เหมือนคำกริยา “ที่จะเฝ้าดู” ในเยเรมีย์ 1:12 ตรงนี้องค์พระผู้เป็นเจ้ากล่าวว่าพระองค์กำลัง “เฝ้าดู” พระวจนะของพระองค์จะสำเร็จสมจริง (หมายเหตุพระคัมภีร์
ภาษาไทย ฉบับปี ค.ศ.1998 เยเรมีย์ 1:11 แปลว่า “ไม้ตะพดอัลมันด์อันหนึ่ง”)    
       คนหนึ่งอาจอ้างว่าศูนย์กลางของข่าวสารของพระธรรมเยเรมีย์ทั้งเล่มพบได้ในข้อ 11 และ 12 ของบทที่หนึ่ง พระ
วจนะของพระเจ้าจะสำเร็จสมจริง วันหนึ่งทุกคนจะทราบว่าเหตุการณ์จะเป็นไปตามที่พระเจ้าทรงได้ตรัสไว้ทุกประการ
พระเจ้าทรงประสงค์ให้ประชากรของพระองค์หันออกจากความบาปของพวกเขา พระองค์ทรงเสนอพระคุณ และการให้อภัยแต่พระองค์ไม่ทรงบังคับให้ใครเชื่อ และรับการรักษาให้หาย ถ้าประชากรของพระองค์ไม่ตอบสนองพระองค์ พระวจนะที่ตรัสถึง “การพิพากษา และการลงโทษ” จะสำเร็จสมจริงแน่นอน ดังนั้นพระดำรัสที่กล่าวเตือนชนอิสราเอลได้สำ
เร็จสมจริงในพระธรรมเยเรมีย์
       ดังเราได้ทราบ พระวจนะของพระเจ้าไม่ใช่เฉพาะประชาชน พระผู้เป็นเจ้าทรงกำลังตรัสโดยตรงกับท่านเยเรมีย์
เอง ทรงเตือนท่านเยเรมีย์ให้เตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีที่ท่านต้องเผชิญ ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นท่านเยเรมีย์สามารถ
พึ่งในพระสัญญาของพระเจ้า ที่ตรัสไว้ว่า “เราจะอยู่กับเจ้า” ซึ่งท่านเยเรมีย์ต้องการ และเราทั้งปวงก็เช่นกัน !

       อ่าน พระธรรม มัทธิว 28:20.  มีพระสัญญาอะไรเราสามารถพบสำหรับเราเองในถ้อยคำเหล่านี้เพื่อเรา ขณะที่เราดำรงชีวิตในโลกตามที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน?

วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม:  
       “เป็นเวลาสี่สิบปีท่านเยเรมีย์ยืนหยัดอยู่กับชนอิสราเอลในฐานะพยานแห่งความจริง และดำเนินชีวิตในความชอบธรรม ในช่วงเวลาแห่งการหลงเจิ่นครั้งใหญ่ ท่านต้องแสดงให้ชนอิสราเอลเห็นผ่านชีวิต และอุปนิสัยของท่าน (ผ่านความ
คิด ความรู้สึก และการกระทำ) ด้วยการนมัสการพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว ท่านเยเรมีย์กล่าวพยากรณ์ถึง การที่กรุงเยรูซาเล็มจะถูกข้าศึกยึดอย่างน่าสะพึงกลัว ท่านเป็น “ปากเสียงของพระยาห์เวห์” กล่าวทำนายถึงการล้มลงของราชวงษ์ดาวิด กรุงเยรูซาเล็มที่ชนอิสราเอลภาคภูมิใจ พระวิหารอันพิศดารที่กษัตริย์ซาโมมอนได้สร้างขึ้นจะถูกทำลาย แทนที่กษัตริย์ และเหล่าผู้นำจะรับฟังเสียงเตือนของพระเจ้าผ่านผู้เผยพระวจนะของพระองค์ พวกเขากับนิยมชมชอบเหล่าผู้เผยพระวจนะเท็จ ซึ่งทำนายประจบเอาใจในด้านดี พวกเขาจับท่านเยเรมีย์ไปขังคุกสำหรับคำเทศนาความจริงอันไม่รู้จักกลัวของท่าน ในเรือนจำท่านเยเรมีย์ยังพูดต่อต้านความบาปของการกราบไหว้รูปเคารพบนที่สูง ท่านเยเรมีย์ถูกประชากรผู้หลงในความบาปเกลียดชัง แต่ที่สุดท่านได้เป็นพยานในความสมจริงของคำพยากรณ์ที่ได้ทำนายไว้ นั่นคือความพินาศของเยรูซาเล็ม และพระวิหารถูกทำลาย” จาก หนังสือของ เอลเลน จี.ไวท์. ใน  “ผู้เผยพระวจนะ และกษัตริย์” , หน้า 408.

คำถามเพื่อการอภิปราย:
  1.  สิ่งน่าเศร้าที่สุดประการหนึ่งเราในฐานะเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสจะต้องคิดเกี่ยวกับความจริง ที่พระเจ้า
       ทรงเตือนท่านเยเรมีย์ว่าท่านจะต้องเผชิญกับการโจมตี “จากผู้คนของท่านเอง”
      อ่าน พระธรรมเยเรมีย์ 1
:17-19. อีกครั้งหนึ่ง ใครคือเหล่าคนที่ต่อต้านท่านเยเรมีย์?
       ช่างเป็นบทเรียนอันน่ากลัวที่เราจะเรียนรู้  จากเรื่องนี้ด้วยตัวเราเอง? ยกตัวอย่าง เรามีท่าทีอย่างไรต่อคำพยากรณ์ที่ทรง     ประทานให้กับเรา แม้ว่า  เราจะไม่ชอบ? ข้ออ้างอิงจากข้อเขียนของ นาง เอลเลน ไวท์. ได้อธิบายถึงความจริงอันน่ากลัวว่าบุคคล
       เหล่านั้นที่ควรเป็นตัวแทนของพระเจ้าเที่ยงแท้ พวกเขากลับเป็นผู้ต่อสู้ ต่อต้านพระเจ้าโดยการโจมตีผู้
       นำของที่พระเจ้าทรงตั้งไว้?
     (อ่านพระธรรม ปัญญาจารย์ 1:9 “สิ่งที่เป็นขึ้นแล้ว คือสิ่งที่จะเป็นขึ้นอีก  สิ่ง ที่ทำกันแล้ว คือสิ่งที่จะต้องทำกันอีก  และไม่มีสิ่งใดใหม่ภายใต้ดวงอาทิตย์”)   

             ********************
 
________________________
Additional links on this topic:

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272