Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > index Thai SSL 4Q2015 > บทที่ 1: การเรียกเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะ > บทที่ 2: วิกฤติการณ์ > บทที่ 3: กษัตริย์ห้าองค์สุดท้ายของอิสราเอล > บทที่ 4: การแก้ไข และ การลงโทษ >
.
บทที่ 5 : ปัญหามากชึ้นสำหรับผู้เผยพระวจนะ
.
                                                                                                    บทที่  5
                          ปัญหามากชึ้นสำหรับผู้เผยพระวจนะ                 
                   24 – 30  ตุลาคม  2015
บ่ายวันสะบาโต    
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :
เยเรมีย์ 23:14-15 ; เยเรมีย์ บทที่ 20 ; กิจการฯ 2:37 ; โยบ บทที่ 3 ; เยเรมีย์ 18:1-10 ,18-23.
 
ข้อควรจำ   ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงหลอกลวงข้าพระองค์  และข้าพระองค์ก็ถูกหลอกลวง
              พระองค์ทรงมีกำลังยิ่งกว่าข้าพระองค์  และพระองค์ก็ชนะ ข้าพระองค์เป็นที่ให้เขาหัว
              เราะวันยังค่ำ ทุกคนเยาะเย้ยข้าพระองค์" (เยเรมีย์ 20:7)


“หลังคนหนึ่งเป็นคริสเตียนแล้วไม่นาน ได้เรียนรู้ว่าการเป็นผู้เชื่อในพระเยซู และที่พยายามจะทำตามน้ำพระทัยของพระองค์นั้น ไม่ได้หมายความว่าชีวิตนี้จะราบรื่น
และเรียบง่าย เราได้รับการบอกว่า แท้จริงบรรดาคนที่ปรารถนาจะดำเนินชีวิตตามทางของพระเจ้า ในพระเยซูคริสต์จะถูกกดขี่ข่มเหง” (2 ทิโมธี 3:12) นี่คือความจริงท่านเยเรมีย์ต้องเรียนรู้ด้วยตัวท่านเอง
       ในเวลาเดียวกัน ความเชื่อสามารถช่วยเราให้เข้าใจดีขึ้น ว่าเหตุใดชีวิตจึงขรุขระ อย่างนี้ทำให้เรามีความกล้ามากขึ้นจะเดินต่อไป เมื่อความทุกข์ยากโถมเข้ามาอย่างไม่ยุติธรรม และความลำบากลำบนแวะเข้ามา เราไม่จำเป็นต้องคิดว่าชีวิตปราศจากความหมาย นี่คือสิ่งผู้คนไม่รู้จักพระเจ้าบ่อยครั้งคิดและรู้สึก เราสามารถรู้บางสิ่งของภาพใหญ่ และความหวังมหึมาพระเจ้าทรงเสนอให้กับเรา และจากความรู้และความหวัง เราสามารถรับเอาพละกำลัง ท่านเยเรมีย์ทราบบาง
อย่างเกี่ยวกับแนวคิดนี้ มีบางคราวท่านดูเหมือนจะลืม และรู้สึกเป็นกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับความยากลำบากของท่าน

วันอาทิตย์   ปุโรหิต และ ผู้เผยพระวจนะผู้ไม่มีพระเจ้า  (เยเรมีย์ 23:14)
       เวลาล่วงเลยมากว่า 2,000 ปี นับจากสมัยของท่านเยเรมีย์ จึงเป็นการยากเราจะเข้าใจทั้งหมดของสิ่งที่ได้เกิดขึ้นในช่วงนั้น เมื่อเราอ่านเกี่ยวการเตือนอย่างเคร่งขรึมต่อประชากรของพระองค์ หลายคนคิดว่าพระเจ้ามีพระทัยคับแคบ และเข้มงวดเกินไป แต่นี่เป็นการเข้าใจผิด อย่างที่เราทราบทั้งพระคัมภีร์เดิม และพระคัมภีร์ใหม่สอนเราว่าพระเจ้าทรงรักประชากรของพระองค์ และต้องการให้พวกเขาได้รับการช่วยให้รอด แต่พระองค์ไม่ควบคุมการเลือกของเรา ถ้าเราต้องการทำสิ่งผิด เรามีอิสระจะทำได้ เราเพียงต้องจำไว้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เพราะเราได้รับการเตือนไว้ก่อนเราจะทำบาปด้วยซ้ำไป

       มีความชั่วบางประการอะไรที่องค์พระผู้เป็นเจ้ากำลังจัดการในแผนดินยูดาห์ ? มีความชั่วร้ายอะไรบางประการที่ท่านเยเรมีย์กำลังกล่าวเตือนประชาชน? อ่าน เยเรมีย์ 23:14, 15 และ เยเรมีย์ 5:26-31.

       รายการทำชั่วต่างๆ นำมาเสนอให้เห็นตรงนี้ เป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อยประชากรของพระเจ้าได้เกลือกกลั้ว ทั้งพวกปุโรหิต และเหล่าผู้เผยพระวจนะ (เท็จ) ต่างไม่ดำเนินตามคำสอนของพระเจ้า นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นของปัญหาทั้งปวงที่ท่านเยเรมีย์ต้องเผชิญ
       สิ่งชั่วพบได้ในแผ่นดินยูดาห์มีหลายประเภท เริ่มต้นจากสภาพด้านจิตวิญญาณของเหล่าผู้นำ อยู่ในลักษณะหลงเจิ่นไปจากเส้นทางของพระเจ้า พวกผู้นำกระทำความผิดให้คนอื่นเอาตาม เพราะ ในผู้เผยพระวจนะแห่งเยรูซาเล็ม เราได้เห็นสิ่งอันน่าหวาดเสียว เขาล่วงประเวณีและดำเนินอยู่ในความมุสา  เขาทั้งหลายหนุนกำลังมือของผู้กระทำความชั่ว จึงไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดหันจากความอธรรมของเขา” (เยเรมีย์ 23:14) แม้เมื่อทรงเตือนเกี่ยวกับการพิพากษากำลังจะมาถึง เหล่า
ผู้เผยพระวจนะเท็จบอกกับประชาชนว่า “สิ่งนั้นจะไม่เกิดขึ้น” พวกเขาพากันโกหกว่าถ้อยคำของพวกเขามาจากพระเจ้า อนึ่งพวกเขาลืมไปด้วยว่า พระเจ้าได้ทรงสั่งพวกผู้นำให้เอาใจใส่ลูกกำพร้า และปกป้องคนยากจน แต่พวกเขากลับทำในสิ่งตรงกันข้าม “ในเรื่องการกระทำความอธรรมเขาล้ำหน้า เขามิได้ตัดสินด้วยความยุติธรรมในคดีของลูกกำพร้า เพื่อให้คดีนั้นถึงที่สุด เขามิได้ป้องกันสิทธิของคนขัดสน” (เยเรมีย์ 5:28) ในทุกทางเดิน ชนชาวยูดาห์ได้ตกต่ำจากมาตรฐานของพระเจ้า พระคัมภีร์วาดให้เห็นว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงใช้ความพยายามเพียงใดในการเรียกเหล่าผู้หลงห่างจากคำสอนของพระองค์ให้หวนกลับมา ไม่ว่าพวกเขาจะผิดชั่วร้ายเพียงใด พระองค์ทรงเต็มพระทัยจะให้อภัยพวกเขา จะทรงเยียวยา และแม้แต่ช่วยกู้พวกเขาสู่สภาพเดิม แต่พวกเขาปฏิเสธ อย่างนี้มีอะไรพระองค์สามารถจะทำได้

วันจันทร์   เยเรมีย์ถูกจับใส่คา  (เยเรมีย์ 20:1-6)

       งานของผู้เผยพระวจนะโดยปกติคือการสื่อข่าวของพระเจ้าให้กับผู้นำ หรือประชาชน และไม่ต้องนับว่ามีกี่คนรับหรือ มีกี่คนปฏิเสธข่าวนั้น นอกจากเหล่าผู้เผยพระวจนะจะเทศนาสั่งสอนประชาชน จำนวนผู้ต้อนรับผู้เผยพระวจนะบ่อยครั้งจำนวนต่ำมาก ยกตัวอย่างเช่น เราไม่ทราบจำนวนคนทั้งหมดในโลกสมัยท่านโนอาห์ อาจมีคนจำนวนหนึ่งยอมรับข่าวสารน้ำจะท่วมโลกโนอาห์ประกาศ แต่เป็นบางช่วงของเวลาในตลอด 120 ปีที่โนอาห์ประกาศ แต่ท้ายที่สุดคนเหล่านั้นละทิ้งข่าวแห่งความรอด เหลืออยู่แต่ครอบครัวของโนอาห์เองเพียงแปดคนที่เข้าไปในนาวา ตลอดประวัติศาสตร์ของพระคัมภีร์ ผลลัพธ์ของผู้ที่เชื่อมั่นคงจนวาระสุดท้ายดูเหมือนมีจำนวนน้อยเหมือนกัน
     
        อ่าน พระธรรม เยเรมีย์ 20:1-6. ผู้คนรับเอาข่าวสารที่ท่านเยเรมีย์ประกาศอย่างไร?
 
       ที่จะให้เข้าใจในสิ่งกำลังเป็นไปตรงนี้ เป็นการดีกว่าจะอ่านเพียงถ้อยคำท่านเยเรมีย์กล่าวพยากรณ์ เป็นถ้อยคำที่ทำให้ท่านได้รับความลำบากจากพวกผู้นำคนสำคัญ ในพระธรรมเยเรมีย์ บทที่ 19 เรามีคำพยากรณ์บางส่วน: “เจ้าจงว่า 'ข้าแต่พระราชาแห่งยูดาห์ และชาวกรุงเยรูซาเล็มขอทรงฟังพระวจนะของพระเจ้า พระเจ้าจอมโยธาพระเจ้าแห่งอิสราเอล ตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เราจะนำเหตุร้ายมาถึงสถานที่นี้” (เยเรมีย์ 19:3) และตอนต่อไปทรงบอกจะแจ้งว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น “และในสถานที่นี้ เราจะกระทำให้แผนงานของยูดาห์และเยรูซาเล็มสูญสิ้นไป และจะกระทำให้เขาทั้งสองล้มลงด้วยดาบ ต่อหน้าศัตรูของเขาทั้งหลาย และด้วยมือของบรรดาผู้ที่แสวงหาชีวิตของเขา เราจะให้ศพของเขาทั้งหลายเป็นอาหารของนกในอากาศ” (เยเรมีย์ 19:7) และที่ร้ายแรงกว่าที่กล่าวมา “และเราจะกระทำให้เขาทั้งหลายกินเนื้อของบุตรชาย และบุตรหญิงของเขา และทุกคนจะกินเนื้อของเพื่อนของเขา” (เยเรมีย์ 19:9)
       จะว่าไปคงไม่มีใครรับฟังข่าวร้ายรุนแรงจะเกิดขึ้นกับเขา และครอบครัว ดังนั้นปาชเฮอร์ซึ่งเป็นปุโรหิตของพระเจ้า(แต่ในนาม) รู้สึกโกรธมาก มันเป็นการให้ร้ายและดูหมิ่นเขา เหมือนกับคนทั่วไปมีใครมาทำนายว่า “เขา” กำลังเผชิญกับความหายนะ  ตอนแรกปาชเฮอร์ปฏิเสธจะยอมรับข่าวสาร เขาได้ตีเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะและจับท่านใส่คา สอดคล้องกับ เฉลยธรรมบัญญัติ 25:1-3 กล่าวว่าถ้าสองคนเป็นความกัน เมื่อพิสูจน์แล้วฝ่ายใดผิด ให้ตี (เฆี่ยน) ผู้นั้นมากน้อยครั้งตามความผิด แต่อย่าให้เกิน 40 ที ปาชเฮอร์ปล่อยท่านเยเรมีย์ในวันรุ่งขึ้น แต่ประสบการณ์ความเจ็บปวดรวดร้าว และการกระทำอย่างดูแคลนครั้งนี้หาได้หยุดท่านเยเรมีย์จากการกล่าวคำพยากรณ์ของท่านต่อไปไม่ ครั้งนี้เป็นคำพยากรณ์กล่าวร้ายต่อปาชเฮอร์ และครอบครัวโดยตรง ไม่นานหลังจากนี้ ปาชเฮอร์และครอบครัวจะเป็นตัวอย่างของภาพน่าสะพรึงกลัว ที่ผู้คนจะเห็นเขา และคนอีกจำนวนมากถูกล่ามโซ่เดินทางไปบาบิโลน นี่เป็นครั้งแรกในพระธรรมเยเรมีย์ที่กล่าวว่าชาวยิว
จะพบจุดสุดท้ายด้วยการเป็นเชลยถูกนำตัวไปบาบิโลน

       ลองจินตนาการ ถ้าคุณได้พบคำพยากรณ์ทำนายว่าคุณจะต้องพบกับวิบากกรรมเช่นนั้น คุณคิดว่าความรู้สึกแรกของคุณจะเป็นอย่างไร จะทำการต่อต้านสิ่งที่จะเกิดขึ้นไหม? (อ่าน กิจการฯ 2:37)


วันอังคาร   ไฟไหม้อัดอยู่ในกระดูกของเขา  (เยเรมีย์ 20:7-14)

       ท่านเยเรมีย์ใช้คำรุนแรงกับปาชเฮอร์ใน เยเรมีย์ 20:4-6 และก่อนหน้านั้นสำหรับชาวยูดาห์ (เยเรมีย์ 2:4-6) นั่นไม่ใช่คำพูดของท่านเอง และไม่ได้พูดออกมาด้วยความโกรธ แม้ว่าท่านจะถูกตี และถูกจับใส่คาไว้หนึ่งวัน ทั้งหมดเป็นคำตรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้าผ่านท่านเยเรมีย์ไปยังประชาชน
       สิ่งใดตามมาหลังจากนั้น (เยเรมีย์ 20:7-14) เป็นถ้อยคำกลั่นจากดวงใจของท่านเยเรมีย์ เป็นการเขียนจากการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นเสียงร้องสะท้อนความรู้สึกจากการไม่ชอบในสถานการณ์แวดล้อมที่เขาเป็นอยู่จึงระบายเป็นเสียงร้องออกมา

       อ่าน พระธรรม เยเรมีย์ 20:7-14. ท่านเยเรมีย์พูดอะไรในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้? สิ่งนี้สอนอะไรเราเกี่ยวกับคนหนึ่งที่เป็นมนุษย์ และตัวเราเองก็เป็นมนุษย์เช่นกัน?

       ถ้อยคำของท่านเยเรมีย์ เมื่ออ่านดูครั้งแรกเกือบดูเหมือนเป็นการหมิ่นประมาทพระเจ้า ดังเราจะเห็นในพระธรรมเยเรมีย์ 20:7 “ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงหลอกลวงข้าพระองค์ และข้าพระองค์ก็ถูกหลอกลวง พระองค์ทรงมีกำลังยิ่งกว่าข้าพระองค์ และพระองค์ก็ชนะ ข้าพระองค์เป็นที่ให้เขาหัวเราะวันยังค่ำ ทุกคนเยาะเย้ยข้าพระองค์” เหตุใดท่านจึงกล่าวว่า “พระเจ้าหลอกลวงท่าน” ในเมื่อพระเจ้าทรงได้เตือนท่านในตอนต้นของพันธกิจของท่านแล้ว ว่าท่านจะพบกับเส้นทางชีวิตขรุขระ แต่ท่านเยเรมีย์ยังบ่นหนัก ท่านเยเรมีย์ ยังกล่าวถึงเหตุผลต่ออีกว่า “เพราะว่าข้าพระองค์พูดเมื่อไร...ข้าพระองค์ตะโกนว่า “ทารุณตายแล้ว” เพราะว่าพระวจนะของพระเจ้าเป็นเหตุให้ข้าพระองค์เป็นที่ตำหนิ และเยาะเย้ยตลอดวัน” (เยเรมีย์ 20:8)


       ในเวลาเดียวกัน อะไรคือความหมายสำคัญของสิ่งที่ท่านเยเรมีย์กล่าวใน พระธรรมเยเรมีย์ 20:9?

       ท่านเยเรมีย์คงอยากยอมแพ้ และหยุดการเทศนาสั่งสอน แต่พระวจนะของพระเจ้าเป็นเหมือนไฟไหม้อัดอยู่ในกระดูกของท่าน นับเป็นตัวอย่างอันทรงพลังของผู้รู้หน้าที่ของตน ไม่ว่าโดยส่วนตัวจะเจ็บปวดรวดร้าวสักเพียงใดท่าน3เยเรมีย์จะทำหน้าที่ของท่านต่อไป (จะพบแนวคิดอย่างเดียวกันในพระธรรม อาโมส 3:8 และ1 โครินธ์ 9:16)       ตลอดข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ เราพบตัวอย่างหลายแห่งของการต่อสู้ดิ้นรนท่านเยเรมีย์ต้องเผชิญ เราสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับ “การต่อสู้ขับเคี่ยวยิ่งใหญ่” ซึ่งทำสงครามทั้งภายนอก และภายในตัวท่าน ในนาทีหนึ่งท่านเยเรมีย์สดุดีพระเจ้าสำหรับการทรงช่วยเหล่าคนบาปให้รอดพ้น ในโอกาสต่อมา (ซึ่งเราจะค้นพบวันพรุ่งนี้) ท่านสาปแช่งวันที่ท่านได้ถือกำเกิดมา

       ในความน่ากลัวของสถานการณ์ เหตุใดจึงสำคัญจะสดุดีองค์พระผู้เป็นเจ้า และจะจดจำตลอดเส้นทางพระองค์ได้ทรงสำแดงความรักของพระองค์ต่อเรา


วันพุธ    วันที่ถูกสาป   (เยเรมีย์ 20:14-18)  

       แม้แต่การวิพากษ์วิจารณ์พระคัมภีร์ครั้งใหญ่ที่สุดที่ผ่านมา แต่ยังยอมรับในจุดสำคัญ ตรงที่ว่าพระคัมภีร์ไม่ปกปิดความอ่อนแอของมนุษย์ ยกเว้นหนึ่งเดียวผู้ปราศจากจุดด่างพร้อย และไร้ซึ่งความบาปคือพระบุตรของพระเจ้า นอกนั้นมีบุคคลสำคัญในพระคัมภีร์ไม่กี่ท่านที่ชีวิตของท่านเหล่านั้นไม่ได้บันทึกในความอ่อนแอไว้ และแสดงความผิดพลาดให้เห็น ส่วนผู้เผยพระวจนะซึ่งเป็นผู้พูดแทน และบันทึกพระวจนะว่าพระเจ้าที่พวกเขารับใช้นั้นทรงดีสมบูรณ์ ส่วนผู้เผยพระวจนะทั้งหลายซึ่งเป็นผู้รับใช้ไม่ใช่ ซึ่งก็เหมือนพวกเราทั้งหลาย พวกเขาล้วนเป็นคนบาป และต้องการถูกชำระให้สะอาดด้วยพระคริสต์ ซึ่งทรงประทานให้พวกเขาโดยความเชื่อ (อ่าน พระธรรม โรม 3:22) จากท่านโนอาห์ จนถึงอัครทูตเปโตร และท่านอื่นๆซึ่งอยู่ระหว่างท่านทั้งสอง ทั้งหมดล้วนด่างพร้อยด้วยความบาป ความหวังหนึ่งเดียวของพวกเขาดังที่
เอลเลน จี.ไวท์. กล่าวไว้ ผู้ที่จะไปยืนตรงพระพักตร์จะพูดว่า “ข้าพเจ้าไม่มีคุณความดีจะมาอ้างเพื่อรับเอาความรอด แต่ข้าพระองค์มาปรากฏต่อพระพักตร์ได้เพราะพระคริสต์ได้ทรงไถ่บาปข้าพระองค์ทั้งหลายแล้วด้วยพระโลหิตแห่งพระเมษโปดกผู้ทรงแบกรับความบาปของโลกไป นี่เป็นเพียงคำแก้ต่างในนามของพระเยซูผู้ประทานสิทธิ์ให้ข้าพระองค์มาถึงพระบิดา พระกรรณ พระทัย ของพระเยซูทรงรับฟังคำวิงวอนแผ่วเบาของข้าพระองค์ และพระองค์ทรงดูแลความต้องการในส่วนลึกที่สุดของข้าพระองค์”  จาก หนังสือ ของเอลเลน จี. ไวท์. ใน “Faith and Works” , page 106.

       อ่านพระธรรม เยเรมีย์ 20:14-18. ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้บอกอะไรเราเกี่ยวกับสภาพจิตใจของผู้เผยพระวจนะเกี่ยวสถานการณ์ส่วนตัวของท่านเอง?

       ถ้อยคำของท่านเยเรมีย์ตรงนี้เตือนความทรงจำของเราเกี่ยวกับ “โยบ” สถานการณ์ของโยบจะว่าไปเลวร้ายกว่าของท่านเยเรมีย์ (อ่านพระธรรมโยบ บทที่ 3) ท่านเยเรมีย์มีความมั่นใจว่า ท่านกำลังดำเนินตามน้ำพระทัยของพระเจ้าซึ่งเท่ากับพระผู้เป็นเจ้าทรงรับประกันพันธกิจการรับใช้ของท่าน แต่ ณ จุดนี้ความเจ็บปวดของสถานการปัจจุได้เกิดขึ้นกับท่าน ไม่ว่าท่านจะเข้าใจความจริงอย่างไร สำหรับเวลานี้ความโศกเศร้าของท่านได้ปิดบังการสถิตอยู่ของพระเจ้าไว้       มีบางเวลา คนจำนวนไม่น้อยอาจพบว่าพวกเขาเองตกอยู่ในสถานการณ์ประเภทเดียวกัน พวกเขาอาจรู้จักพระสัญญาของพระเจ้าทุกข้อ  แต่พวกเขาปล่อยให้ความเศร้าโศก และความเจ็บปวดบดบังพระสัญญาเหล่านั้น พวกเขาปล่อยให้พระสัญญาถูกผลักไปไว้ด้านหลัง ความรู้สึกเช่นนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นความคิดที่ถูกต้อง สิ่งเราพบตรงนี้คือท่านเยเรมีย์เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ซึ่งก็เช่นเดียวกับพวกเราทุกคนล้วนเป็นมนุษย์

       คุณเคยมีความรู้สึกอย่างเดียวกับท่านเยเรมีย์ตรงนี้ไหม? ถ้าเคย คุณได้เรียนรู้อะไรจากประสบการณ์ของท่านเยเรมีย์ ที่สามารถช่วยคุณให้จัดการกับความผิดหวัง ความเศร้า ความเจ็บปวดได้ดีกว่าในครั้งต่อไปเมื่อคุณพบกับประสบการณ์อันไม่พึงประสงค์ดังกล่าว?


วันพฤหัสบดี   แผนปองร้ายผู้เผยพระวจนะ  (เยเรมีย์ 18:1-10)

       อ่าน เยเรมีย์ 18:1-10. มีหลักการสำคัญอะไรบ้างเกี่ยวกับการแปลความหมายคำพยากรณ์เราพบตรงนี้?

       ในข้อพระคัมภีร์ชุดเดียวเหล่านั้น มีหลักการสำคัญด้านจิตวิญญาณอะไรบ้างเราพบเช่นกัน?

       ความชั่วอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่องค์พระผู้เป็นเจ้ายังคงเต็มพระทัยให้ผู้คนมีโอกาสได้กลับใจ ดังนั้นตรงนี้เช่นกันเราได้พบพระคุณของพระเจ้าเสนอให้กับเหล่าผู้เต็มใจต้อนรับ แม้แต่ขณะนี้พวกเขามีเวลาจะกลับหลังหันจากเส้นทางเดิมไม่ว่าพวกเขาจะได้ทำผิดบาปอะไรมาบ้างก็ตาม
       ในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้เช่นกัน เราได้พบว่าคำพยากร์หลายข้อขึ้นอยู่กับเงื่อนไข พระเจ้าทรงกล่าวว่าพระองค์จะทรงทำบางสิ่ง ซึ่งบ่อยครั้งจะนำการลงโทษมาให้ แต่ถ้าประชาชนกลับใจใหม่ พระองค์จะไม่ทรงทำตามที่พระองค์ทรงตรัสไว้ พระองค์จะทำอย่างไรขึ้นอยู่กับผู้คนตอบสนองพระองค์

       อ่าน พระธรรม เยเรมีย์ 18:18-23. คนกลุ่มนั้นมีเหตุผลอะไรตามความเชื่อของพวกเขา และพวกเขาต้องการจะทำอะไรกับท่านเยเรมีย์? ท่านเยเรมีย์ให้คำตอบอะไรอย่างกับมนุษย์ทั่วไป?
       ท่านเยเรมีย์รู้สึกพลุ่งพล่านเพียงใด เมื่อท่านถูกโจมตีโดยผู้คนท่านคิดว่าควรเทอดทูนพระบัญญัติ พวกเขากล่าวว่า พวกเขาต้องการปกป้อง “คำสอน และบัญญัติ” “คำแนะนำของผู้มีปัญญา” และ “ถ้อยคำจากผู้เผยพระวจนะ” ไว้ให้ปลอดภัย ดวงใจของมนุษย์ถูกหลอกให้เห็นผิดเป็นถูก และเห็นผิดเป็นชอบได้อย่างแยบยลเพียงใด!

       เราควรเรียนรู้เกี่ยวกับบทเรียน และต้องระมัดระวังเพียงใด เราจำเป็นต้องทำสิ่งต่างๆในนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า? นำคำตอบของคุณไปที่ชั้นในวันสะบาโต.


วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 
       ในพระธรรม เยเรมีย์ 18:11-17, เราพบว่าพระเจ้าทรงบอกประชากรของพระองค์ให้หยุดทำในสิ่งต่างๆที่พวกเขากำลังทำอยู่ ข้อ 11 กล่าวว่า “...ทุกๆ คนจงกลับเสียจากทางชั่วของตน และจงซ่อมทาง และ การกระทำของเจ้าทั้งหลายเสีย” และ ข้อ 12 พระเจ้าทรงกล่าวว่า พระองค์ทรงทราบแล้วว่า พวกเขาจะไม่ฟังคำเตือน และคำร้องขอของพระองค์ พวกเขาจะยังคงเดินต่อไปตามเส้นทางเดิมของพวกเขา ทั้งนี้เพราะพวกเขา “ต่างจะกระทำตามความดื้อรั้นแห่งจิตใจชั่วของตน” นี่เป็นแห่งหนึ่งของหลายแห่งในพระคัมภีร์ที่อธิบายว่าพระเจ้าทรงทราบล่วงหน้าของการ “เลือกอย่างอิสระ” ของเรา เป็นที่ชัดเจนว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบว่า “การเลือกอย่างอิสระของเราคืออะไรก่อนที่พวกเขาจะทำการตัดสินใจ
นี่เป็นความจริงที่เราพบใน พระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติ 31:16-21 แม้แต่ก่อนชนอิสราเอลจะเข้าไปในแผ่นดินแห่งพระสัญญา พระเจ้าทรงบอกท่านโมเสสว่า พวกเขาจะหันไปหาพระอื่น และกราบไหว้พระเหล่านั้น ตรงนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่า “การทราบล่วงหน้าของพระเจ้า ไม่ได้เปลี่ยนเสรีภาพในการตัดสินใจเลือกเหล่านั้น


คำถามเพื่อการอภิปราย
  1.  ไม่มีคำถามว่าพระเจ้าจะทรงนำทางชีวิตของเราหรือไม่ แต่ในเส้นทางอะไรเราสามารถพิสูจน์การทรงนำ
         เหล่านี้ เพื่อให้เกิดความแน่ใจว่า เป็นการทรงนำของพระเจ้าจริงๆ?     
    2.  ท่านเยเรมีย์กล่าวว่า พระวจนะของพระเจ้าเป็นเหมือน “ไฟไหม้อัดอยู่ในกระดูกของข้าพระองค์”  เราจะ  
         สามารถรักษาไฟนั้นให้ลุกไหม้อยู่ภายในตัวเราได้อย่างไร?
    3.  เราสามารถพบในข้อพระคัมภีร์ เราศึกษาสัปดาห์นี้ที่สามารถช่วยเราให้เข้าใจว่า อะไรคือข้อกำหนดสำ
         หรับ “การฟื้นฟู และการปฏิรูป” ยกตัวอย่างเช่น เหตุใดความรู้สึกในความบาปของเราเองมีความสำคัญ
         มากสำหรับการฟื้นฟู? ด้วยความจริงข้อนี้ในจิตใจ เหตุใดไม้กางเขน และความหวังที่ไม้กางเขนเสนอ มี
         ความสำคัญสำหรับการฟื้นฟูเช่นกัน?

                 ******************
 
________________________
Additional links on this topic:

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272