Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > index Thai SSL 4Q2015 > บทที่ 1: การเรียกเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะ > บทที่ 2: วิกฤติการณ์ > บทที่ 3: กษัตริย์ห้าองค์สุดท้ายของอิสราเอล > บทที่ 4: การแก้ไข และ การลงโทษ > บทที่ 5 : ปัญหามากชึ้นสำหรับผู้เผยพระวจนะ >
.
บทที่ 6: สัญลักษณ์การดำรงชีวิต
.
บทที่  6
                                            สัญลักษณ์การดำรงชีวิต                   
                                   31 ตุลาคม – 6  พฤศจิกายน  2015
บ่ายวันสะบาโต    
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :
ปฐมกาล 4:3-7; กันดารวิถี 21:4-9 ; อิสยาห์ 29:16 ;  โรม 9:18-21; เยเรมีย์ บทที่ 19 ; ฮีบรู 5:14 ;
เยเรมีย์ 13:1-11.
 
ข้อควรจำ :  ส่วนช่าง​ปั้น‍หม้อไม่มีสิทธิที่จะเอาดินก้อนเดียวกัน  มา​ปั้น​เป็น​ภาชนะที่สวยงามอันหนึ่ง และภาชนะใชสอยอันหนึ่งหรือ” (โรม 9:21  

นักศึกษาพระคัมภีร์ทุกคนทราบว่า พระคัมภีร์เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ สัญลักษณ์ทั้งหลายเป็นเครื่องหมายแทนสิ่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่ตัวของมันเอง ยกตัวอย่างเช่นในการประกอบพิธีต่างๆ ในพลับพลาสมัยพระคัมภีร์เดิมเป็นคำพยากรณ์ในรูปสัญลักษณ์เพื่ออธิบายแผนการแห่งความรอด “ความหมายของพลับพลาของชาวยิวในตอนนั้นยังไม่เป็นที่เข้าใจกระจ่าง ความจริงลึกซึ้งถูกใช้เป็นตัวอย่างของพิธีกรรม และสัญลักษณ์ต่างๆ พระกิตติคุณเป็นกุญแจไขความลึกลับ ผ่านความรู้ในแผนการแห่งการไถ่ให้รอด ความจริงต่างๆถูกเปิดเผยให้เกิดความเข้าใจ” หนังสือ ของเอลเลน จี. ไวท์. ใน “Christ’s Object Lessons, page 133.
       ผ่านทางสัญลักษณ์ของพลับพลาในแผ่นดินโลก หรือ สัญลักษณ์ในหนังสือแห่งคำพยากรณ์ (อย่างเช่นพระธรรมดาเนียล บทที่ 2, 7, 8 และพระธรรมวิวรณ์) และทางอื่นๆ องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ใช้สัญลักษณ์เพื่อสอนความหมายของความจริง ขณะเดียวกัน พระเยซูเองทรงใช้คำอุปมาของพระองค์ บทเรียนสอนใจ และทรงใช้ญลักษณ์อธิบายความจริงอันลึกซึ้ง 
       พระธรรมเยเรมีย์จะว่าไปเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ สัปดาห์นี้เราจะศึกษาสัญลักษณ์บางอย่างเหล่านี้ ว่ามีสัญลักษณ์อะไรบ้าง และมีความหมายอย่างไร และมีบทเรียนอะไรเราควรเรียนรู้จากสัญลักษณ์เหล่านี้สำหรับเราเอง


วันอาทิตย์   ความจริงในสัญลักษณ์  (ปฐมกาล 4:3-7)

       พระคัมภีร์อุดมด้วยสัญลักษณ์ต่างๆ มีสัญลักษณ์หลากหลายประเภท ส่วนมากแล้ว พวกมันเป็นสัญษลักษณ์แทนความจริงยิ่งใหญ่กว่าตัวของพวกมันเอง
 
       อ่าน พระธรรม ปฐมกาล 4:3-7. อะไรคือความแตกต่างในสัญลักษณ์ของเครื่องถวายบูชา บันทึกในข้อพระคัมภีร์ตรงนี้?

      ณ จุดแรกเริ่มในพระคัมภีร์เราพบความแตกต่างระหว่าง (1) ความพยายามจะดำเนินตามเส้นทางของตนเพื่อไปยังแผ่นดินสวรรค์ (ในเครื่องถวายบูชาของ “คาอิน”) และ (2) ความเข้าใจความรอดว่าเป็นมาโดยพระคุณเท่านนั้น ข้อสองทำให้เป็นไปได้ผ่านการถวายบูชาของพระผู้ช่วยให้รอดผู้สิ้นพระชนม์ไถ่บาปเพื่อเรา (ในเครื่องถวายบูชาของ “อาแบล)

       อ่าน พระธรรม เยเรมีย์ 21:4-9. อะไรคือสัญลักษณ์ของงูทองเหลืองที่ถูกยกขึ้นสู่ยอดเสา? (อ่านพระธรรมยอห์น 12:32 ด้วย)

       “ชนอิสราเอลที่ถูกงูกัดได้รับการช่วยให้รอดตายด้วยการมองไปยังงูทองเหลืองที่ถูกยกขึ้น การมองหมายถึงความเชื่อ พวกเขามีชีวิตรอดเพราะว่าพวกเขาเชื่อในคำสั่งของพระเจ้า และวางใจในพระสัญญาทรงประทานให้สำหรับการเยียวยาพวกเขา” จาก หนังสือของ เอลเลน จี. ไวท์. ใน “บรรพชน และ ผู้เผยพระวจนะ” หน้า 431.
       ตลอดทั้งเล่มของพระคัมภีร์เดิม พิธีถวายต่างๆ ในพลับพลาบนโลกได้ถูกวางแผนมาอย่างดีให้เป็นสัญลักษณ์สำหรับแผนการแห่งความรอด ส่วนชนอิสราเอลทั้งมวลจะเข้าใจความหมายถ่องแท้ในความหมายของพิธีต่างๆในพลับพลาหรือไม่ ได้ “เปิด” เป็นคำถามมาตลอดนับสองพันปี แต่ไม่สงสัยเลยว่าคนจำนวนมากเข้าใจส่วนสำคัญที่สุดของความจริงทั้งปวงที่ถูกสอนไว้: ถึงความจำเป็นต้องมีตัวแทนเข้ามาตายแทนความบาปของมนุษย์ ทั้งนี้เพื่อความบาปของพวกเขาจะได้รับการอภัย (อ่าน 1 โครินธ์ 5:7)
       ข้อเท็จจริงมีว่า ผ่านพิธีถวายต่างๆในพลับพลา เราได้รับทราบถึงสัญลักษณ์: (1) การสิ้นพระชนม์ของพระเยซู(2) ตำแหน่งพระมหาปุโรหิตของพระเยซู ผู้ทำหน้าที่ในพระมหาวิหารบนสวรรค์ ก่อนที่พระองค์จะทรงเสด็จกลับมาครั้งที่สอง

       มีสัญลักษณ์อะไรอื่นในพระคัมภีร์เกี่ยวกับแผนการแห่งความรอดคุณสามารถคิดได้? สัญลักษณ์อะไรพูดกับคุณเกี่ยวกับพระคุณแห่งการช่วยให้รอดของพระเจ้า และความหวัง เราสามารถได้รับจากสิ่งดังกล่าว?


วันจันทร์   ดินเหนียวในมือช่างปั้นหม้อ  (เยเรมีย์ 18:1-10)
      
       ช่างเป็นความจริงสำคัญยิ่งถูกนำมาสอนในพระธรรม เยเรมีย์ 18:1-10 ; อิสยาห์ 29:16 ; อิสยาห์ 45:9 ; อิสยาห์ 64:8 ; โรม 9:18-21 และ ความหมายของสัญลักษณ์ต่างๆพบที่นั่น? (อ่าน ปฐมกาล 2:7)

       เพราะประชาชนทำการกบฏอย่างต่อเนื่อง ไม่สงสัยเลยท่านเยเรมีย์เคยคิดถึงการถอดใจ โดยคิดว่าจะคุ้มไหมค่าไหมที่ท่านจะต่อสู้ดิ้นรน และต่อสู้กับชาติหัวแข็งเช่นนี้? มีหลายครั้งท่านรู้สึกว่าคำตอบคือ “ไม่ !”
      แต่ไม่มีคำถามใด ขณะท่านเยเรมีย์เฝ้าดูมือของช่างปั้นหม้อดิน ท่านได้มองเห็นสัญลักษณ์ หรือภาพพจน์ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำงานกับมนุษย์ดินอย่างไร ความจริงอีกประการหนึ่งท่านอาจพบในสัญลักษณ์ของช่างปั้น และดินเหนียว ซึ่งสอนว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้ปกครองเหนือสรรพสิ่ง ไม่ว่าประชาชนจะอยู่ในสภาพสิ้นหวัง ซึ่งดูเหมือนว่านั่นเป็นความรู้สึกของท่านเยเรมีย์ แต่สัญลักษณ์ของช่างปั้นหม้อ และดินเหนียวสอนท่านเยเรมีย์ว่า พระเจ้าทรงเป็นผู้ปกครองเหนือโลกทั้งใบ พระองค์ทรงเป็นแหล่งแห่งอำนาจ และสิทธิอำนาจ และในที่สุดพระองค์จะเป็นฝ่ายมีชัย
       หลายศตวรรษหลังสมัยของท่านเยเรมีย์ อัครทูตเปาโลนำสัญลักษณ์ในพระคัมภีร์เดิมตรงนี้มาเขียนในพระธรรมโรม บทที่ 9 และท่านใช้สอนบทเรียนอย่างเดียวกันสอนโดยท่านเยเรมีย์ ที่จริงท่านเปาโลแม้แต่ชี้ไปยังเยเรมีย์ 18:6 ใน โรม 9:21. เราสามารถมีสันติสุขเมื่อได้ทราบว่า เรามีความหวังในพระเจ้าผู้มีสิทธิอำนาจเต็ม พระองค์เป็นพระเจ้าแห่งความรัก และทรงสละพระชนม์ชีพของพระองค์เอง ความรักของพระองค์ปรากฏชัดเจนบนไม้กางเขน ความชั่วร้ายไม่อาจประสบความสำเร็จ แต่พระเจ้าแห่งความรักต่างหากเป็นผู้ชนะ นี่เป็นหวังประเสริฐที่เรามี!

       คุณสามารถเรียนรู้จะวางใจในพระเจ้าผู้เป็นช่างปั้นหม้อ และคุณเป็นดินอย่างไร ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในโลก? มีข้อพระคัมภีร์อื่นไหมที่สอนเราว่าพระเจ้าทรงเป็น “องค์จริง” ผู้ครอบครองเหนือโลกนี้?


วันอังคาร   เส้นทางเดินคล้อยต่ำลงของชาติ  (เยเรมีย์ 19:4,5)

       ในพระธรรมเยเรมีย์ 19:4 เราได้มองเห็นหลายตัวอย่างของความชั่วร้ายได้ครอบคลุมแผ่นดินยูดาห์ (1) พวกเขาได้หลงลืมองค์พระผู้เป็นเจ้า และทำการถวายบูชา และกราบนมัสการ “พระอื่น” (2) ได้ทำการฆ่าผู้บริสุทธิ์เพื่อทำการถวายบูชาพระบาอัล พระธรรมเยเรมีย์บันทึกว่า “เพราะว่าประชาชนได้ละทิ้งเรา และได้กระทำให้ที่นี้เป็นมลทิน ด้วยการเผาเครื่องหอมในที่นี้ เพื่อบูชาแก่พระอื่น ผู้ซึ่งตัวเขาเอง หรือบรรพบุรุษของเขา หรือบรรดาพระราชาของยูดาห์ไม่รู้จักและ เพราะเขาได้กระทำให้โลหิตของผู้ไม่มีผิดเต็มในที่นี้ และได้สร้างที่สูงสำหรับพระบาอัล เพื่อจะเผาบุตรชายของเขาเสียในไฟ เป็นเครื่องเผาบูชาแด่พระบาอัล ซึ่งเรามิได้บัญชาหรือให้ประกาศิต หรือได้นึกในใจของเรา” (เยเรมีย์19:4,5)(3) ชนยูดาห์ได้ทำให้พระวิหารของพระเจ้า ซึ่งเป็นที่บริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์เป็นมลทิน (4) สอดคล้องกับพระธรรมอพยพ 19 :5, 6. ชาติอิสราเอลเป็นชาติบริสุทธ์ และพิเศษของพระเจ้า พวกเขาได้ทำให้พวกเขาเองเป็นมลทินไป พวกเขาถูกตั้งให้เป็นชนชาติแตกต่างจากนานาชาติแวดล้อมพวกเขา (5) แต่บัดนี้พวกเขาได้สูญเสีย “ความพิเศษ” ที่พระเจ้าได้ทำให้พวกเขาเป็นพยานแก่โลก พวกเขาได้กลายเป็นเหมือนคนอื่นๆ

       มีบทเรียนอะไรที่บันทึกไว้ตรงนี้สำหรับเรา?

       การถวายบูชามนุษย์เป็นเรื่องปกติในสมัยพระคัมภีร์เดิม แต่การชนอิสราเอลทำตามชาวต่างชาติเป็นที่ขยะแขยงยิ่งนักสำหรับองค์พระเจ้า ผู้ทรงไม่อนุญาตเช่นนั้นท่ามกลางชนอิสราเอล (เฉลยธรรมบัญญัติ 18:10) ส่วนของประโยคในคำแปล ของเยเรมีย์ 19:5 “เรามิได้บัญชา หรือให้ประกาศิต หรือได้นึกในใจของเรา” ในภาษาฮีบรู นี่เป็นประโยคซึ่งอธิบายว่า “เป็นการปฏิบัติที่แปลกปลอมต่อพระเจ้า” ถ้าเราผู้เป็นคนบาปที่ใจแข็งกระด้างพบว่ากระทำเช่นนั้นเป็นสิ่งน่ารังเกียจ จินตนาการว่าพระเจ้าผู้บริสุทธิ์จะทรงรู้สึกเช่นไร!
       อย่างไรก็ตาม เวลาเนิ่นนานไป อำนาจของความบาป และวัฒนธรรมมีอิทธิพลมากทำให้ประชากรของพระเจ้าตกไปสู่การปฏิบัติอันน่ากลัวนี้ นี่ควรเป็นบทเรียนเราทั้งหลายควรตระหนักว่า เป็นการง่ายเพียงใดที่เราสามารถกลายเป็นคนตาบอดโดยวัฒนธรรมรอบตัวเรา ที่เรายอมรับ หรือเข้าไปมีส่วนในการประพฤติปฏิบัติ ที่ปกติเราจะไม่ทำถ้าเราติดสนิทอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้า (อ่าน ฮีบรู 5:14)


วันพุธ    การทุบเหยือกดินให้แตก  (เยเรมีย์ 19:1-15)  

       ดังเราได้เห็นเมื่อวานนี้ ทั้งชาติได้ตกสู่การหลงเจิ่นลึกยิ่ง พวกเขาไม่ได้รับข่าวสาร ตอนนี้พระเจ้าทรงใช้ท่านเยเรมีย์ไปกระทำบางสิ่งซึ่งเป็นสัญลักษณ์อันทรงพลัง เพื่อช่วยปลุกพวกเขาจากอันตรายที่พวกเขากลังเผชิญหน้า

       อ่าน พระธรรมเยเรมีย์ 19:1-15. ท่านเยเรมีย์ต้องไปทำอะไร และอะไรคือความหมายของการกระทำดังกล่าว?

       ท่านเยเรมีย์ต้องไปยังบ้านของช่างปั้นหม้ออีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้พระเจ้าทรงต้องการความมั่นพระทัย พระองค์ให้ท่านเยเรมีย์นำพยานไปด้วย เพื่อให้เข้าใจตรงกันว่า พระเจ้าทรงกำลังจะทำอะไร ผู้เป็นพยานเป็นผู้ปกครอง และปุโรหิตจากยูดาห์ (เยเรมีย์19:1) ในฐานะผู้นำ พวกเขาต้องรับผิดชอบสำหร้บสิ่งที่เกิดขึ้นกับชนชาติ ดังนั้นพวกเขาจำเป็นต้องเข้าใจข่าวสารที่ท่านเยเรมีย์จะให้กับพวกเขาผ่านอำนาจการกระทำอันเป็นสัญลักษณ์ หุบเขาเบนฮินโนม ตรงทางเข้าประตูกองเศษหม้อ อาจอยู่ใกล้สถานที่เหล่าช่างปั้นหม้อทำงาน และใกล้ประตูนั้นเป็นสถานที่ช่างปั้นหม้อนำเอาเศษหม้อแตกไปกองทิ้งไว้ ในกรณีนี้สัญลักษณ์จะยิ่งมีพลังมากขึ้น
       เศษแตกหักของหม้อดินมีสิ่งดีอันใด? ถ้าหม้อมีรอยร้าว ผู้คนนำไปใช้งานสิ่งอื่น แต่หม้อของท่านเยเรมีย์ไม่แค่ร้าว ท่านได้ทุบหม้อนั้นแตกเป็นเศษเล็กเศษน้อย ทำให้มันไม่มีประโยชน์ ระหว่างการกระทำนี้ และถ้อยคำที่ตามมา เป็นการยากที่จะจินตนาการว่าเหตุใดประชาชนจะไม่เข้าใจการเตือน แน่นอน การเข้าใจการเตือน และการกระทำเป็นสองสิ่งที่แตกต่างกัน
       สิ่งใดทำให้สะดุ้งตกใจกว่าการกระทำสุดท้ายอันจะเกิดขึ้น ใครเล่าจะสามารถซ่อมหม้อที่แตกเป็นชิ้นๆได้? องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงให้ความหวังแก่ชนชาติสำหรับอนาคต แต่เพียงครู่เดียวหายนะของชาวยูดาห์จะตามมาถึง เว้นแต่พวกเขาจะกลับใจใหม่ และเปลี่ยนทางเดินของพวกเขา หาไม่แล้วสถานที่พวกเขาไม่ถวายพระสิริแด่พระเจ้า อีกไม่นานจะเป็นมลทินด้วยซากศพของพวกเขาเอง บางทีความลึกในความบาปของพวกเขา สามารถเข้าใจได้จากการพวกเขาถูกลงโทษอย่างรุนแรง สำหรับความบาปของพวกเขา
      
       คิดถึงบางสิ่งเช่นสิ่งปรักหักพัง ซึ่งไม่สามารถซ่อมแซมได้ สิ่งนั้นถูกสร้างขึ้นเพื่ออะไรในตอนแรก  และมีอะไรเกิดขึ้น ณ บัดนี้ทำให้ไร้ประโยชน์? เราจะต้องระมัดระวังเพียงใดเพื่อจะไม่ให้สิ่งดังกล่าวเกิดขึ้นกับเรา!


วันพฤหัสบดี   ผ้าคาดเอวลินิน  (เยเรมีย์ 13:1-11)

       อ่าน พระธรรม เยเรมีย์ 13:1-11. พระเจ้าทรงสั่งให้ท่านเยเรมีย์ไปนำสิ่งใดมา? พระองค์ทรงให้ผู้เผยพระวจนะทำอะไรกับของสิ่งนั้น? และอะไรคือบทเรียนสำคัญที่พระเจ้าทรงใช้สอน?

       พระเจ้าทรงขอให้ท่านเยเรมีย์ทำอะไร ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยากบางประการที่จะตีความหมาย แม่น้ำยูเฟรตีสระยะห่างหลายร้อยกิโลเมตรจากกรุงเยรูซาเล็ม ท่านเอสราต้องใช้สี่เดือนในการเดินทางไปเที่ยวเดียว (เอสรา 7:9) เพื่อจะเข้าใจข่าวสารดีขึ้น พระเจ้าทรงบอกท่านเยเรมีย์ให้เดินทางไปที่นั่นสองเที่ยว คือไปและกลับ เหตุนี้นักศึกษาพระคัมภีร์โต้ว่า นั่นหมายถึงสถานที่อื่นบางแห่งทางภูมิศาสตร์ บางคนก็อ้างว่าระยะทางไกลช่วยท่านเยเรมีย์ให้เข้าใจว่าชนอิสราเอลจะต้องเดินทางไปบาบิโลน ยิ่งกว่านั้น หลังจากท่านได้เดินทางกลับจากการเดินทางไกล ท่านเยเรมีย์สามารถจะเข้าใจในความชื่นชมยินดี เมื่อได้เดินทางกลับประเทศบ้านเกิดหลังจากการตกเป็นเชลยในประเทศบาบิโลน 70 ปี
       ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ผ้าคาดเอว หรือเข็มขัดเป็นสัญลักษณ์ของ “บ้านชาวอิสราเอล” และ “บ้านชาวยูดาห์” สายคาดเอวนั้นบริสุทธิ์ และยังไม่มีรอยด่าง หรือชำรุด ในเวลาที่พระเจ้าทรงขอให้ท่านนำไป บุรุษผู้สวมเข็มขัดเป็นองค์พระเจ้าเอง สิ่งนี้อธิบายว่าพระเจ้าทรงอยู่ใกล้ชิดกับประชากรของพระองค์เพียงใด นักศึกษาพระคัมภีร์บางคนให้ความหมายพิเศษว่าเข็มขัดทำด้วยผ้าลินิน “ลินิน” เป็นวัสดุที่ใช้ในการทำชุดของปุโรหิต (เลวีนิติ 16:4) ยูดาห์จะต้องเป็นตระกูลปุโรหิตของชาติ (อพยพ 19:6)
       เหมือนกับเข็มขัดได้ “เสียสภาพการใช้งานไป” ความภาคภูมิใจของชาติพลอยเสื่อมไปด้วย เหมือนเข็มขัดรัดอยู่กับเอวของคนหนึ่ง คนเหล่านี้ครั้งหนึ่งเคยเกาะติดกับองค์พระผู้เป็นเจ้า ขณะเมื่อพวกเขาทำสิ่งนี้ พวกเขาถวายสดุดี และพระสิริแด่พระองค์ แต่ต่อมาพวกได้กลายเป็น “ของเสียไป” โดยวัฒนธรรมแวดล้อมของประเทศเพื่อนบ้าน

       อ่าน พระธรรม เยเรมีย์ 13:11 และเปรียบเทียบกับ เฉลยธรรมบัญญัติ 4:5-8. ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ร่วมกันอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นกับชนยูดาห์อย่างไร? ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้พูดอะไรกับเราเช่นกัน?


วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 
       สัญลักษณ์ของช่างปั้น และดินเหนียว ตามที่เขียนไว้ในพระธรรม โรม บทที่ 9 นำมาสู่คำถามสำคัญว่า เราพยายามจะเข้าใจการกระทำของพระเจ้าอย่างไร ข้อเท็จจริงที่บ่อยครั้งเราไม่เข้าใจ แต่อย่าให้เรารู้สึกประหลาดใจ อ่านพระธรรมอิสยาห์ 55:8. “เพราะความคิดของเราไม่เป็นความคิดของเจ้า ทั้งทางของเจ้าไม่เป็นวิถีของเรา" ในฐานะเป็นมนุษย์เรามีข้อจำกัดในสิ่งที่เราสามารถทราบเกี่ยวกับ “วิถี” ของพระเจ้า
       สิ่งที่เรามีคือไม้กางเขน ซึ่งเป็นเหตุผลแก่เราเพียงพอให้เราไว้วางใจในพระองค์ และความรักของพระองค์ แม้เมื่อมีสิ่งใดเกิดขึ้นในโลก ที่จะทำให้เหินห่าง หรือหลงทางจากพระองค์ สิ่งเหล่านั้นไม่มีเหตุผลต่อเราเลย
       “สำหรับคนจำนวนมาก “การเริ่มต้นของความบาป และเหตุผลที่ทำให้มันเติบโตเป็นปริศนาหนัก เหล่านั้นล้วนเป็นฝีมือของพญามาร ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์อันน่ากลัว และความพินาศ พวกเขาตั้งคำถามว่า สิ่งทั้งหลายเหล่านี้สามารถเติบโตได้อย่างไรภายใต้อำนาจการครอบครองของพระเจ้า ผู้ไม่มีข้อจำกัดในสติปัญญา ในฤทธานุภาพ และความรัก นี่เป็นข้อลึกลับซึ่งพวกเขาจะไม่พบคำอธิบาย หรือคำตอบ ในความไม่แน่ใจของพวกเขา และความสงสัย พวกเขาเหมือนคนตาบอดต่อความจริง ที่พระองค์ทรงสำแดงให้เห็นอย่างชัดเจนในพระวจนะของพระองค์ และซึ่งสำคัญสำหรับความรอด”จาก ข้อเขียน ของ เอลเลน จี. ไวท์. ใน “สงครามแห่งประวัติศาสตร์” , หน้า 492.


คำถามเพื่อการอภิปราย
  1.  ในเมื่อความจริงมีว่า พระเจ้าทรงมีฤทธานุภาพเต็มในการปกครองโลก เหตุความชั่วร้ายจึงปรากฏขึ้น
         ในโลก และเพิ่มความรุนแรงขึ้นทุกขณะ พระเจ้าไม่ทรงจัดการอะไรบ้างหรือ? ข้อเท็จจริงคือในโลกนี้มี
         อำนาจของพระเจ้า และอำนาจของซาตาน พระเยซู และซาตานกำลัง “ทำสงครามต่อสู้ขับเคี่ยวอัน
         ยิ่งใหญ่” ในเวลานี้ ข้อมูลนี้จะช่ายให้เราตอบคำถามอันยากนี้ได้
!
     2. มีสัญลักษณ์อะไรอื่นอีกที่เราสามารถพบในพระคัมภีร์? จะว่าไปเหตุใดพระเจ้าจึงทรงใช้สัญลักษณ์? การ
         ใช้สัญลักษณ์ มีข้อได้เปรียบอะไรบ้าง?

                 *******************
________________________
Additional links on this topic:

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272