Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > index Thai SSL 4Q2015 > บทที่ 1: การเรียกเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะ > บทที่ 2: วิกฤติการณ์ > บทที่ 3: กษัตริย์ห้าองค์สุดท้ายของอิสราเอล > บทที่ 4: การแก้ไข และ การลงโทษ > บทที่ 5 : ปัญหามากชึ้นสำหรับผู้เผยพระวจนะ > บทที >
.
บทที่ 7: วิกฤติการณ์ต่อเนื่อง
.
บทที่  7
                                      วิกฤติการณ์ต่อเนื่อง                 
                                      7 - 13  พฤศจิกายน  2015
บ่ายวันสะบาโต    
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :
เยเรมีย์ บทที่ 9 ; เยเรมีย์ 10:1-15 ; โรม 1:25 ; เยเรมีย์ บทที่ 26 ; กิจการฯ 17:30 ; กิจการฯ 5:34-41.
 
ข้อควรจำ   “แต่ให้ผู้อวดอวดในสิ่งนี้ คือในการที่เขาเข้าใจและรู้จักเรา ว่าเราคือพระเจ้า ทรงสำแดง
                   ความรักมั่นคง ความยุติธรรม และความชอบธรรมในโลก เพราะว่าเราพอใจในสิ่งเหล่านี้
                   พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ" (เยเรมีย์ 9:24)


ความยากลำบาก และ ความทุกข์ยากของผู้รับใช้พระเจ้า (ท่านเยเรมีย์) ยังมีต่อเนื่อง
จะว่าไปค่อนเล่มของพระธรรมเยเรมีย์จัดการกับการท้าทาย และการต่อสู้ดิ้นรนของผู้เผยพระวจนะในความพยายามจะ
ให้ประชาชนรับฟังพระวจนะของพระเจ้าแห่งความรัก และความห่วงใยพวกเขา
       จินตนาการจะมีอะไรเกิดขึ้นถ้าชาวยูดาห์รับฟังท่านเยเรมีย์ และยอมรับคำเตือนของผู้เผยพระวจนะ สมมติพวก
เขารับฟัง กษัตริย์ทุกองค์ใส่พระทัย และเหล่าผู้นำทั้งหลายถ่อมจิตใจลงต่อพระพักตร์พระเจ้า เช่นนี้วิกฤติการณ์อันน่า
สะพรึงกลัวจะไม่มาเยือน โอกาสสำหรับการกลับใจใหม่ได้ทรงประทานกับพวกเขา แม้หลังจากพวกเขาได้หลงทางจากพระองค์ไปแสนไกล และได้กระทำสิ่งชั่วร้ายเป็นอันมาก ประตูแห่งการไถ่ให้พ้นบาป และความรอดยังไม่ปิด ประตูนั้น
ยังเปิดอ้าตลอดเวลา แต่พวกเขากลับพากันปฏิเสธจะเดินผ่านเข้าไป
      พระคัมภีร์ข้อหนึ่งกล่าวว่า “เหตุการณ์เหล่านี้ได้บังเกิดแก่เขาเพื่อเป็นตัวอย่าง และได้บันทึกไว้เพื่อเตือนสติเราทั้งหลาย ซึ่งกำลังประสบวาระสุดท้ายแห่งบรรดายุคเก่า” (1 โครินธ์ 10:11) ดังนั้นให้เราเรียนรู้จากตัวอย่างเหล่านี้

วันอาทิตย์    ปล่อยเขาให้โอ้อวด  (เยเรมีย์ 9:23-24)


       ในพระธรรมเยเรมีย์ บทที่ 9 ผู้เผยพระวจนะเริ่มรายงานของท่านด้วยความเศร้า เพราะท่านทราบว่าสถานการณ์น่าสะพรึงกล้วกำลังจะมายังประเทศ และประชาชนของท่าน พระเจ้าทรงประกาศการพิพากษาต่อกรุงเยรูซาเล็ม และเมื่อพระเจ้าทรงตรัสพระองค์จะทำบางสิ่ง พระองค์จะทรงทำแน่ พวกเขาจะเผชิญกับสิ่งที่น่ากลัวมาก นั่นจะเป็นการพิพากษาตรงจากพระเจ้า และจากการได้รับรู้ล่วงหน้านี้เป็นเหตุให้ท่านเยเรมีย์อยู่ในความเศร้าหมองเช่นนั้น แต่ความเศร้านี้ยังเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกันความรวดร้าวพระทัยพระเจ้าทรงรู้สึก
      ข้ออ้างอิงเกี่ยวกับไม้กางเขนให้แนวคิดความเจ็บปวดเกาะกุมพระทัยของพระเจ้าไว้  “ไม้กางเขนเผยให้เห็นความรู้
สึก “ด้านชา” ของเราต่อความเจ็บปวด ที่ความบาปนำมาสู่พระทัยของพระเจ้า ทุกสิ่งผิดมนุษย์กระทำ สิ่งโหดร้ายมนุษย์
ลงมือ ความล้มเหลวทุกอย่างของมนุษย์ที่จะก้าวให้ถึงอุดมคติของพระองค์ นำความเศร้าโศกมาสู่พระเจ้า ไม่นานจะถึงเวลาชนอิสราเอลจะพบกับเหตุการณ์น่าหวาดหวั่น ที่แสดงให้เห็นว่า ชนอิสราเอลแยกห่างจากพระเจ้าไปอยู่ในอาณัติศัตรูของพวกเขา พวกเขาต้องพบกับความโหดร้าย และการถูกบังคับ ขู่เข็ญ และความตาย แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่อาจยืนดูชนอิสราเอลต้องทนทุกข์แสนสาหัสอีกต่อไป “พระองค์ทรงทุกข์พระทัยในความทุกข์ใจทั้งสิ้นของเขา และทูตสวรรค์ที่อยู่
ต่อพระพักตร์ พระองค์ช่วยเขาทั้งหลายให้รอด พระองค์ทรงไถ่เขาด้วยความรักของพระองค์ และด้วยความสงสารของพระองค์ พระองค์ทรงยกเขาขึ้นและหอบเขาไปตลอดกาลก่อน” (อิสยาห์ 63
:9)   จากหนังสือ ของเอลเลน จี. ไวท์. ใน “การศึกษา” , หน้า 263.
      
       อ่าน พระธรรม เยเรมีย์ บทที่ 9 ซึ่งเป็นรายงานความทุกข์ระทม ให้ความสนใจเป็นพิเศษ ข้อ 23, 24. เหตุ
ใดถ้อยคำเหล่านั้นมีความหมายสำคัญ แม้แต่กับเราในปัจจุบัน?

       เมื่อพูดถึงความตาย เราทั้งมวลเหมือนอาศัยอยู่ในเมืองที่ไม่มีกำแพงล้อมรอบ สติปัญญา อำนาจ และความร่ำรวย
ล้วนมีความสำคัญ แต่การพึ่งในวัตถุ โดยเฉพาะระหว่างเหตุการณ์ร้าย หรือเมื่อความตายมาเยือน ก็ปราศจากผล ไร้ซึ่ง
ความหมาย และว่างเปล่า พร้อมกับคำเตือนเกี่ยวกับความหายนะ เมื่อผู้คนได้รับการบอกว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญจริงๆนั่นคือที่จะทราบ และมีความเข้าใจ ความรัก ความกรุณา ความยุติธรรม และความชอบธรรมของพระเจ้า มีอะไรอื่นเพียงสิ่งเดียวที่ให้ความหวัง และการปลอบประโลม เมื่อทุกสิ่งในโลก และทุกอย่างมนุษย์ทำให้เราผิดหวัง

       ไม้กางเขนบอกเราเกี่ยวกับความรัก-ความกรุณา ความยุติธรรม และความชอบธรรมของพระเจ้าอะไร
บ้าง?

วันจันทร์   สรรพสิ่งที่ถูกสร้าง หรือพระผู้สร้าง?  (เยเรมีย์ 10:1-15)

       ดังเราได้พบแล้ว คนของพระเจ้าถูกเรียกออกมาจากชนชาติต่างๆที่อยู่รอบพวกเขา แต่ชนชาติต่างๆ ที่เป็นเพื่อน
บ้านชาวอิสราเอลทั้งหมดมีส่วนร่วมในการนมัสการรูปเคารพ และมีคำสอนผิดแผกจากพระวจนะของพระเจ้า พระธรรม
ห้าเล่มแรกของพระคัมภีร์โดยท่านโมเสสกล่าวเตือนเรื่องนี้ไว้หลายแห่งว่าอย่าให้ชนอิสราเอลหลงปฏิบัติตามอย่างเพื่อนบ้าน ตรงกันข้ามชาวอิสราเอลจะต้องเป็นพยานให้พวกเขา และทั้งโลกเกี่ยวกับความจริง ว่าพระเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้าง และพระผู้ช่วยให้รอด น่าเสียใจจริงประวัติศาสตร์ของพระคัมภีร์เดิมบ่อยครั้ง บันทึกเรื่องชนอิสราเอลถูกทดลองให้รับเอาแนวปฏิบัติการกราบไหว้บูชา “พระ” (gods) อื่นๆ กล่าวคือพวกเขาทำสิ่งนั้น! ที่พวกเขาได้รับการเตือนให้ทำการต่อต้าน

       อ่านพระธรรม เยเรมีย์ 10:1-15. พระเจ้าทรงบอกอะไรกับประชากรของพระองค์ตรงนี้? นี่เป็นการเตือน
อย่างเดียวกับทรงประทานให้ ณ ปัจจุบัน ในเวลา และวัฒนธรรมของเรา และสิ่งแวดล้อม ข้อความดังกล่าว
ควรถูกเขียนขึ้นอย่างไร?

       ท่านเยเรมีย์กำลังบอกกับประชาชนในสิ่งพวกเขาควรได้ทราบอยู่แล้ว “พระ” ต่างๆ ของคนต่างชาติเหล่านี้ไม่มีอะ
ไรเป็นแก่นสาร ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นโดยมือมนุษย์ รูปเคารพเหล่านั้นเป็นตัวอย่างการบิดเบือนในจินตนาการของมนุษย์
เอง นี่เป็นตัวอย่างสมบูรณ์ของสิ่งอัครทูตเปาโลเขียนเกี่ยวกับเหล่าผู้ไม่เชื่อในพระเจ้าว่า “เพราะว่าเขาได้เอาความจริงเรื่องพระเจ้ามาแลกกับความเท็จ และได้นมัสการและปรนนิบัติสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้างไว้ แทนพระองค์ผู้ทรงสร้าง ผู้
ซึ่งควรจะได้รับความสรรเสริญเป็นนิตย์ อาเมน” (โรม 1
:25)
       ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้เขียนขึ้นนานแล้ว แต่ข่าวสารยังมีความหมายอย่างยิ่งต่อเรา เราอาจไม่ถูกทดลองให้กราบไหว้ และนมัสการรูปเคารพมนุษย์สร้างขึ้น และพวกเราส่วนมากไม่กังวลเกี่ยวกับเครื่องหมายต่างๆบนท้องฟ้า แต่ยังเป็นการง่ายเราจะไว้วางใจในสิ่งต่างๆ ที่ไม่อาจช่วยเราให้รอดได้ เหมือนรูปเคารพที่ชาวยูดาห์หลงไปกราบไหว้ในสมัยนั้น ซึ่งไม่อาจช่วยพวกเขาได้ในยามเกิดสงครามใหญ่ครั้งนั้น และในวันพิพากษาของพระเจ้า

      มีสิ่งใดบ้าง อาจโดดเด่นขึ้นมา ซึ่งเราอาจไว้วางใจในสิ่งนั้นมากกว่าที่ควร ถ้าเราไม่ระมัดระวัง?
      
วันอังคาร   การเรียกให้กลับใจใหม่  (เยเรมีย์ 26:1-6)  

      อ่านพระธรรม เยเรมีย์ 26:1-6. มีความหวังอะไรตรงนี้ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเสนอให้ประชาชน?
 
       ข่าวสารตรงนี้เป็นอย่างเดียวกับข่าวสารตลอดในพระคัมภีร์ทั้งเล่ม ผ่านทั้งพระคัมภีร์เดิม และพระคัมภีร์ใหม่เป็นข่าวสารเรียกให้กลับใจใหม่ หันหน้าจากความบาปของเรา เพื่อพบกับความรอดพระเจ้าทรงเสนอให้กับคนทั้งปวง

       อะไรคือข่าวสารใน 2 พงศาวดาร 6:37-39 ; เอเสเคียล 14:6 ; มัทธิว 3:2 ; ลูกา 24:47 ; และ กิจการฯ 17:30?
 
      “ประชากรยูดาห์ทั้งหมดล้วนมีความผิดจากการทำบาป แต่พระเจ้าไม่อาจปล่อยพวกเขาไป พวกเขาต้องถวายพระ
สิริ และถวายสง่าราศีแด่พระองค์ท่ามกลางผู้ไม่เชื่อในพระเจ้า หลายคนยังไม่รู้จักพระเจ้าดีพอ พวกเขาต้องได้เห็นราศีแห่งคุณความดี และพระกรุณาของพระเจ้ามากขึ้น เป็นพระประสงค์จะทำให้ความกรุณาของพระองค์ชัดเจนขึ้น  “และเชื่อฟัง
ถ้อยคำของบรรดาผู้รับใช้ของของพระองค์ คือบรรดาผู้เผยพระวจนะ พระองค์จึงให้พวกเขาออกมาประกาศอย่างไม่หยุดยั้ง” (เยเรมีย์ 25
:5) ผ่านท่านอิสยาห์ พระเจ้าทรงตรัสว่า "เพราะเห็นแก่นามของเรา เราหน่วงเหนี่ยวความกริ้ว
ของเราไว้ เพราะเห็นแก่ความสรรเสริญของเรา เราจึงระงับไว้เพื่อเจ้า เพื่อเราจะมิได้ตัดเจ้าออกไปเสีย” (อิสยาห์ 48
:9) และพระคัมภีร์อีกข้อหนึ่ง พระเจ้าทรงตรัสว่า “เรากระทำเช่นนั้นเพราะเห็นแก่เราเอง เพราะเห็นแก่เราเอง เพราะว่านามของเราจะถูกเหยียดหยามอย่างไรได้ พระสิริของเรา เราจะไม่ให้ใครอื่นเหยียดได้” (อิสยาห์ 48:11) จาก หนังสือของ
เอลเลน จี. ไวท์. ใน “ผู้เผยพระวจนะ และ กษัตริย์”, หน้า 319.

       ในพระคัมภีร์เดิม และพระคัมภีร์ใหม่ ข่าวสารของพระเจ้าเป็นอย่างเดียวกัน เราเป็นคนบาปเราได้ทำความผิด จึงสมควรได้รับการลงโทษ จากการถวายบูชาๆ ไถ่บาปด้วยการสิ้นพระชนม์ของพระองค์บนไม้กางเขน พระเจ้าทรงเปิดเส้นทางให้เราทุกคนได้รับการช่วยให้รอด เราจำเป็นต้องยอมรับในความบาปของเรา และจำเป็นต้องอ้างของประทาน
ที่พระคริสต์ทรงประทานให้ ซึ่งเป็นการให้เปล่าแม้เราจะไม่คู่ควร เราจำเป็นต้องกลับใจใหม่ และแน่นอน การกลับใจแท้
จริงรวมไปถึงการขจัดความบาปจากชีวิตของเราโดยพระคุณของพระเจ้า

       ไม่ว่าเราได้ทำอะไรมาบ้าง เราสามารถกลับใจจากความบาปนั้น และได้รับการอภัย นี่เป็นของประทานยิ่งใหญ่แห่งพระกิตติคุณ  คุณมีความบาปอะไร? คุณจำเป็นต้องกลับใจจากความบาปนั้นเดี๋ยวนี้!

วันพุธ    ผู้ถูกเตือนตัดสินโทษตายแก่ผู้เตือน  (เยเรมีย์ 26:10-11)  

       จากช่วงเวลาเรามีชีวิตในปัจจุบัน เป็นการยากจะเชื่อว่า พลไพร่ของพระเจ้าในสมัยของท่านเยเรมีย์มีจิตใจแข็งกระด้างปานนั้น อย่างเราได้เห็นในหัวข้อศึกษาวานนี้ ข่าวสารของท่านเยเรมีย์ “แข็งแกร่ง แต่ยังเต็มไปด้วความหวัง”
ถ้าประชากรเหล่านั้นกลับใจใหม่ พระเจ้าคงหยุดยั้งการลงโทษอันน่ากลัวจะตกมายังพวกเขาไว้ จะมีความแตกต่างอะ
ไรเกิดขึ้นหากพวกเขาได้ประพฤติตามควรจะเป็น ถ้าเพียงพวกเขาจะเชื่อฟังพระเจ้า และรับเอาพระพรที่การเชื่อฟังจะ
นำมาให้ ทุกสิ่งจะลงตัวด้วยดี พระเจ้าจะประทานอภัยให้ พระองค์จะทรงเยียวยา และจะทรงช่วยกู้พวกเขาขึ้นใหม่
       นี่ช่างเป็นข่าวสารแห่งความหวัง แห่งพระสัญญา และความรอดพ้นอันแท้จริง !

       ประชาชนตอบสนองต่อท่านเยเรมีย์ และข่าวสารของท่านอย่างไร? (อ่าน เยเรมีย์ 26:10, 11.)
 
       ประเทศอิสราเอลสมัยนั้น มีเพียงสถาบันศาลที่ได้รับสถาปนาขึ้นจากกษัตริย์เท่านั้นจึงสามารถตัดสินโทษประหาร
ได้ และการตัดสินให้ประหารนักโทษจำเป็นต้องผ่านการลงมติเกินครึ่งของจำนวนผู้พิพากษา แต่ในครั้งนั้น เหล่าปุโรหิตและผู้เผยพระวจนะ (เท็จ) ได้ตั้งข้อกล่าวหาร้ายแรง และตัดสินโทษตายแก่ท่านเยเรมีย์ เหล่าผู้ต่อต้านเหล่านั้นถือว่าท่านเยเรมีย์เป็นอาชญากรด้านการเมือง และเป็นผู้ทรยศต่อประเทศชาติ

       ท่านเยเรมีย์ตอบสนองต่อแผนการประหารชีวิตของผู้ต่อต้านข่าวสารอย่างไร? (เยเรมีย์ 26:13-15)

       ท่านเยเรมีย์ไม่ยอมล้มเลิกการทำงานของพระเจ้า ผู้เผยพระวจนะทราบว่าท่านอาจต้องตาย จริงอยู่ท่านอาจมีความกลัวอยู่บ้าง แต่ท่านไม่ยอม “แปลง” ข่าวสารของพระเจ้าให้มีน้ำหนักเบาลง พระเจ้าทรงเคยเตือนท่านว่า “พูดบรรดาถ้อย
คำที่เราสั่งเจ้าให้พูดกับเขา อย่าเก็บไว้สักคำเดียว” (เยเรมีย์ 26
:2) เมื่อท่านเยเรมีย์อายุน้อยกว่านี้ ท่านส่งเสียงครวญครางทั้งบ่นพึมพำ และแช่งด่าวันที่ท่านถือกำเนิดมา

       ครั้งสุดท้าย เป็นเมื่อไรที่คุณยืนหยัดอย่างซื่อสัตย์สำหรับความจริงในพระเยซู? ถ้าคุณยังไม่เคยทำสิ่งดัง กล่าว มีอะไรเป็นสิ่งผิดไหม?

วันพฤหัสบดี   ท่านเยเรมีย์รอดพ้นความตาย  (เยเรมีย์ 26:16-24)

       ไม่ว่าท่านเยเรมีย์จะกลัวหรือไม่ ไม่ว่าท่านจะมีอารมณ์ความรู้สึกรุนแรงหรือไม่ ท่านเยเรมีย์ยืนหยัดมั่นคง ท่านรู้สึก
ตัวดีมีความเป็นไปได้เรื่องความตาย การกล่าวความจริงไม่รามืออาจนำสิ่งนั้นมาให้ ท่านกล่าวเตือนเจ้าชายทั้งหลายและเหล่าปวงชนว่า ถ้าพวกเขาฆ่าท่านพวกเขาต้องพบกับการลงโทษ สำหรับการทำให้โลหิตของผู้บริสุทธิ์ตกว่า“ขอแต่เพียงให้ทราบแน่ว่า ถ้าท่านประหารข้าพเจ้าที่คนไร้ความผิดต้องตายนั้น ตัวท่านเองและเมืองนี้และชาวเมืองนี้ต้องรับผิดชอบ เพราะความจริงพระเจ้าทรงใช้ให้ข้าพเจ้ามาพูดถ้อยคำเหล่านี้ทั้งสิ้นให้เข้าหูของท่าน" (เยเรมีย์ 26:15) ท่านเยเรมีย์ทราบ
ท่านไม่มีความผิดใดๆ ตามที่พวกเขากล่าวหา (กล่าวให้ลางร้ายกษัตริย์ ผู้นำ ปุโรหิต (มือไม่สะอาดทั้งหลาย) ผู้เผยพระวจนะ (เทียมเท็จกล่าวทำนายแต่เรื่องดีๆ) และประชาชนทั้งปวง (ที่หลงไปกราบไหว้รูปเคารพ ทั้งไม่ฟังคำของผู้เผยพระวจนะตัวจริง)

       อ่าน พระธรรม เยเรมีย์ 26:16-24. ท่านเยเรมีย์หนีพ้นความตายได้อย่างไร?

       น่าสนใจมากเพียงใด ที่ปุโรหิตทั้งหลาย และผู้เผยพระวจนะอีกหลายคน พวกเขาควรเป็นผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณ ต้องได้รับคำตักเตือน และได้รับการท้าทายจากเหล่าผู้เป็นแค่ “ผู้สูงอายุ” และ “คนสามัญหลายคน” ผู้กล้าหาญก้าวออกมาปกป้องท่านเยเรมีย์ พวกเขาเตือนเหล่าผู้ให้ร้ายทั้งหลายเรื่อง ท่านมีคาห์ผู้เผยพระวจนะ ซึ่งมีชีวิตท่ามกลางชนอิสราเอลก่อนท่านเยเรมีย์หนึ่งศตวรรษ ในเวลานั้นเมื่อท่านมีคาห์กล่าวเตือนกษัตริย์ และประชาชน แทนที่กษัตริย์จะทำร้ายท่านมีคาห์ แต่รับฟังคำแนะนำของท่านมีคาห์ ประชาชนทั้งชาติกลับใจใหม่ และความหายนะได้รับการปกป้องระยะหนึ่ง บัดนี้ในช่วงเวลาของท่านเยเรมีย์ ผู้สูงอายุ และกลุ่มพลเมือง (ธรรมดา) ฉลาดกว่าผู้นำทั้งหลายของพวกเขา คนเหล่านี้ต้องการช่วยประเทศจากการทำผิดครั้งใหญ่ ด้วยการวางแผนประหารผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าให้ตาย
      เมื่อมีเสียงคัดค้านแผนร้าย เหล่าผู้นำ (ผู้มีอำนาจ และผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณ) คนเหล่านั้นยอมรามืออย่างไม่เต็มใจ
ท่านเยเรมีย์จึงรอดจากความตายอย่างหวุดหวิด แต่เหล่าปุโรหิต และผู้เผยพระวจนะกลับรู้สึกเกลียดชังท่านเยเรมีย์รุน
แรงขึ้น ความโกรธที่คุกรุ่นในใจพวกเขา ในโอกาสต่อมาพวกเขาได้โจมตีท่านเยเรมีย์ด้วยความเดือดดาล กล่าวได้ว่า
ท่านเยเรมีย์หนีพ้นเป็นอิสระได้เพียงช่วงสั้นๆ และท่านยังไม่พ้นเขตอันตรายอยู่ดี
       เราพบตรงนี้เป็นตัวอย่างแสดงให้เห็นคนสองพวก พวกหนึ่งได้รับบทเรียนจากประวัติศาสตร์ จำได้แล้วนำมาเป็น
ข้อเตือนใจ อีกพวกหนึ่งได้เรียนรู้ประวัติศาตร์ตอนเดียวกัน นอกจากไม่นำมาใช้กลับจะ “ทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก”
เมื่อชาวฟาริสีระดับผู้นำคนหนึ่งชื่อ “กามาลิเอล” ในหลายศตวรรษต่อมาในยุคเหล่าอัครทูต และสาวกของพระเยซูถูกจับถูกเฆี่ยน และถูกนำไปขังคุกโดยผู้มีอำนาจ และผู้นำทางศาสนา ท่านกามาลิเอล (กิจการของอัครทูต 5:27-40) ได้ให้สติ
เตือนใจผู้นำทั้งหลายว่า ถ้ากิจการนั้นมาจากมนุษย์ในที่สุดก็จะสลายตัวไปเอง แต่ถ้ากิจการที่อัครทูต และสาวกทั้งหลายกำลังดำเนินการอยู่มาจากพระเจ้า หากท่านทั้งหลายจับ นำไปเฆี่ยน หรือขังคุก ท่านก็ไม่อาจทำลายกิจการที่พวกเขาทำอยู่ได้ เกลือกว่าพวกท่านกลับจะเป็นผู้สู้รบกับพระเจ้า จงปล่อยให้เหล่าอัครทูต และเหล่าสาวกของพระเยซูทำการของพวกเขาไปเถิด

       อ่าน พระธรรมกิจการฯ 5:34-41. มีอะไรเปรียบเทียบเรื่องนี้ กับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับท่านเยเรมีย์? ที่สำคัญ
ยิ่งกว่านั้น มีบทเรียนอะไรที่ตัวเราเองสามารถเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ และจากข้อผิดพลาดของเหล่าผู้อยู่
ก่อนพวกเรา?
 
วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 
       “เรารู้จักความรักเพราะว่าพระเยซูคริสต์ทรงประทานชีวิตของพระองค์แก่เรา (ยอห์น 3:16) แน่นอนเราสามารถมองไปรอบๆ ในธรรมชาติ ความสัมพันธ์ของมนุษย์ การทรงสร้างเอง ก็จะมองเห็นภาพแห่งความรักของพระเจ้าได้ ไม่
ว่าความบาปจะสร้างความเสียหายกับสิ่งพระเจ้าทรงสร้างไว้ หรือทำลายความสามารถของเราที่จะมองเห็นคุณค่า หรือ
แม้ “การอ่าน” ได้อย่างถูกต้อง แต่ ณ ไม้กางเขน ผ้าที่คลุมอยู่ถูกฉีกออกแล้ว และโลกได้ให้ภาพคมชัดที่สุด แสดงให้เห็น
ความเป็นไปได้ของความรัก และความรักนี้ช่างยิ่งใหญ่ ที่ เอลเลน จี. ไวท์.กล่าวว่า ได้ทำให้เกิด “การแยกจากกัน” ของพระบิดา และพระบุตร (the sundering) ตอนที่พระบุตรทรงสละพระชนม์ชีพบนกางเขน” จาก “The SDA Bible Commentary, volume 7, page 924”

คำถามเพื่อการอภิปราย
 
 1.  คนจำนวนมากในปัจจุบันไม่นมัสการสัตว์ต่างๆ หรือสิ่งของใดๆใน ธรรมชาติ เหมือนคนในสมัยก่อน
         ทำกัน แต่ในทางใดบ้างที่เรายังคงตกอยู่ในอันตราย ของการสร้างรูปเคารพ หรือ “พระ”จากธรรมชาติ
         เอง?
   2.   ประสบการณ์การกลับใจใหม่ในชีวิตของคริสเตียนคืออย่างไร? นอกเหนือจากการกลับใจในการรับเอา
         พระเยซูในครั้งแรก อะไรคือวัตถุประสงค์ของการกลับใจต่อเนื่องของผู้มีความเชื่อแล้ว?

   3.   พยายามครุ่นคิด ถึงแนวคิดที่ว่า “การแยกจากกัน” ของพระบิดา และพระบุตร (ชั่วคราว ตอนที่พระเยซู
         จะสิ้นพระชนม์บนกางเขน) เราสามารถจะเข้าใจสิ่งนี้ได้อย่างไร?  สิ่งนี้ได้บอกอะไรเราเกี่ยวกับ “ความ
         น่าสะพรึ่งกลัวของความตาย และราคาอันแพงล้ำที่พระบุตรต้องจ่ายค่าจ้างของความบาป?”
                    
               ********************
 
________________________
Additional links on this topic:

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272