Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > index Thai SSL 4Q2015 > บทที่ 1: การเรียกเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะ > บทที่ 2: วิกฤติการณ์ > บทที่ 3: กษัตริย์ห้าองค์สุดท้ายของอิสราเอล > บทที่ 4: การแก้ไข และ การลงโทษ > บทที่ 5 : ปัญหามากชึ้นสำหรับผู้เผยพระวจนะ > บทที > >
.
บทที่ 8 : การปฏิรูปของโยสิยาห์
.
บทที่  8
                                      การปฏิรูปของโยสิยาห์                 
                                      14 – 20  พฤศจิกายน  2015
บ่ายวันสะบาโต    
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :
2 พงศาวดาร บทที่ 33 ; ฮาบากุก 1:2-4 ; 2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 22 ; ฟีลิปปี 2:3-8 ; 2 พงศ์กษัตริย์ 23:1-28 ;
1 โครินธ์ 5:7.

ข้อควรจำ   “ก่อนพระองค์หามีพระราชาองค์ใดเหมือนพระองค์ไม่ ผู้ซึ่งหันหาพระเจ้าด้วยสุด
              พระจิตสุดพระทัย และด้วยสิ้นสุดพระกำลัง ตามธรรมบัญญัติทั้งสิ้นของโมเสส หรือผู้
              ที่เกิดมาทีหลังพระองค์ ก็ไม่มีใครเหมือนพระองค์" (2 พงศ์กษัตริย์ 23:25)


บิดามารดาทราบว่าเป็นการยากเพียงใดจะเห็นเด็กๆของพวกเขาทำการเลือกอะไรที่
จะไม่ทำร้ายพวกเขา การปวดใจไม่พบเฉพาะในบิดามารดากับลูกๆของพวกเขา นอกจากนี้เราทุกคนมีเพื่อนๆ และญาติๆ หรือคนอื่นผู้ทำการเลือกสิ่งเราทราบว่าจะทำร้ายพวกเขา นี่เป็นส่วนเศร้าของสิ่งเราเรียกว่าเสรีภาพในการเลือก เสรีภาพจะไม่มีความหมายอะไร ถ้าเราไม่มีอิสระในการเลือก บุคคลที่มีเสรีภาพไม่ถูกควบคุมให้เลือกได้เฉพาะ
“สิ่งที่ถูก” เท่านั้น ถ้าเป็นอย่างนั้นไม่ใช่เสรีภาพ หรือศีลธรรมของแท้
       พระคัมภีร์บันทึกเรื่องการเตือนของพระเจ้า ที่ทรงเตือนประชากรของพระองค์ไม่ให้เลือกผิดอยู่หลายแห่งทีเดียว
จะว่าไปเรื่อง “การเตือน” เป็นเนื้อหาส่วนใหญ่ของพระธรรมเยเรมีย์ นอกจากการเตือน พระเจ้ายังทรง “ขอร้อง” ประชา
กรที่พระองค์ได้ทรงเลือกไว้ด้วย เพราะพระเจ้าทรงให้การนับถือเสรีภาพในการเลือกของพวกเขา
       ที่น่าเสียใจคือเรื่องราวต่างๆ บันทึกในพระคัมภีร์ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป แต่สัปดาห์นี้เราจะพบ “การเกริ่น” ให้ทราบ
ถึงความหวัง เราจะศึกษาบางคนได้ใช้เสรีภาพของเขาในสิ่ง “ถูกต้องในสายพระเนตรของพระเจ้า”

วันอาทิตย์   กษัตริย์มนัสเสห์ และกษัตริย์อาโมน  (2 พงศาวดาร บทที่ 33)

       บ่อยครั้งเราชอบจะคิดว่า เรามีจิตใจเป็นธรรมเกี่ยวกับความเข้าใจสิ่งต่างๆตามสภาพเป็นจริง แต่ในฐานะมนุษย์ไม่
มีใครใจยุติธรรมจริงๆ เราไม่เข้าใจโลกตามที่มันเป็นจริง แต่เราเขาใจโลกตามที่เราเป็น เพราะว่าเราเป็นมนุษย์ที่ล้มลง
ในความบาป สภาพความบาปของเรามีอิทธิพลต่อความเข้าใจ และการตีความหมายของโลกรอบตัวเรา ยกตัวอย่างเช่น เราสามารถอธิบายเรื่องใครคนหนึ่งอย่างกษัตริย์มนัสเสห์แห่งยูดาห์ (ประมาณ 686-643 ก่อน ค.ศ.) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงต้นการหลงไปจากพระเจ้าของพระองค์? เราไม่อาจจินตนาการได้ว่า พระองค์ทรงคิดว่าพระองค์ทรงกำลังทำสิ่ง
ถูกต้องได้อย่างไร ขณะพระองค์ทำสิ่งชั่วร้ายในแผ่นดินยูดาห์
      
       อ่าน 2 พงศาวดาร บทที่ 33 เรื่องนี้บอกเราเกี่ยวกับกษัตริย์มนัสเสห์ว่าทรงชั่วร้ายเพียงใด? สำคัญยิ่งกว่า
นั้น สิ่งนี้สอนอะไรเราเกี่ยวกับความเต็มใจของพระเจ้าที่จะประทานอภัยให้?

       ไม่มีคำถาม การถูกควบคุมตัวไปบาบิโลนขณะมือถูกล่ามโซ่อย่างนี้เป็นที่แน่นอนว่าทำให้ชายคนหนึ่งคิดทบทวนเรื่องชีวิตของตน มนัสเสห์กลับใจจริงๆ ในทางชีวิตของพระองค์ และพระองค์ได้รับการช่วยกู้สู่บัลลังก์อีกครั้ง พระองค์
พยายามซ่อมแซมความเสียหายที่ได้ทำไป น่าเศร้าใจยิ่งความเสียหายนั่นใหญ่โตเกินพระองค์จะทำให้สำเร็จได้
       “การกลับใจของมนัสเสห์เป็นสิ่งอัศจรรย์ แต่มาถึงช้าเกินกว่าจะช่วยอาณาจักรให้รอดพ้นจากอิทธิพลแห่งความชั่วร้ายของหลายปีแห่งการกราบไหว้รูปเคารพได้ คนจำนวนมากเมื่อได้ล้มลงแล้ว จะไม่มีวันจะลุกขึ้นได้อีก” จากหนังสือ
ของ เอลเลน จี.ไวท์. ใน “ผู้เผยพระวจนะ และ กษัตริย์”, หน้า 383.
และสิ่งน่าเศร้ายิ่งกว่าคือความจริงที่ว่าอาโมน บุตร
ชายของมนัสเสห์เป็นหนึ่งในจำนวนผู้ได้รับอิทธิพลอันน่ากลัวจากการหลงไปจากพระเจ้าของมนัสเสห์ อาโมนขึ้นนั่งบัลลังก์หลังจากพระบิดาของพระองค์ตาย “พระองค์ทรงกระทำความชั่วร้ายในสายพระเนตรพระเจ้า อย่างมนัสเสห์ราชบิดาของพระองค์ทรงกระทำนั้น อาโมนถวายสัตวบูชาแก่รูปเคารพทั้งสิ้น ซึ่งมนัสเสห์ราชบิดาของพระองค์ได้ทรงสร้าง
ขึ้น และทรงปรนนิบัติรูปเคารพนั้น” (2 พงศาวดาร 33
:22) ทรงทำสิ่งร้ายแรงกว่า ไม่เหมือนพระบิดาของพระองค์คือ อาโมนไม่เคยกลับใจใหม่จากเส้นทางของพระองค์เลย

       ใครไม่ทราบเป็นการส่วนตัวว่า ผลลัพธ์อันร้ายแรงสามารถมาจากความบาป แม้ความบาปนั้นได้รับการอภัยแล้ว? มีพระสัญญาอะไรที่คุณสามารถอ้างเพื่อชัยชนะเหนือความบาป? เหตุใดจึงไม่อ้างพระสัญญาเหล่า
นั้นก่อนความบาปจะนำผลร้ายอันน่าหวาดหวั่นมาให้?

วันจันทร์   กษัตริย์องค์ใหม่  (2 พงศาวดาร 33:25)

       หลายปีมาแล้วนักเทศน์คนหนึ่งพูดว่า “จงระมัดระวังสิ่งที่คุณอธิษฐานขอ คุณอาจได้รับสิ่งนั้น” ชนอิสราเอลได้ขอให้
มีกษัตริย์ปกครองเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน และพวกเขาได้รับสิ่งพวกเขาทูลขอ แต่ประวัติศาสตร์ของอิสราเอลส่วนมากหลังจากการปกครองของผู้วินิจฉัย (ซึ่งเป็นเหมือนเป็นการปกครองของพระเจ้าโดยตรง) กษัตริย์องค์ต่างๆ ที่นั่งบนบัล
ลังก์กลายเป็นคนชั่วร้ายด้านจิตวิญญาณ และผลที่ตามมาคือ ทำให้ทั้งฅนทั้งชาติทำสิ่งชั่วร้ายตามไปด้วย
       กระนั้นยังมีข้อยกเว้นเสมอ อย่างเช่นกษัตริย์โยสิยาห์ ผู้ขึ้นนั่งบัลลังก์ในปี 639 ก่อน ค.ศ. และครองราชย์นานจน
ถึงปี 608 ก่อน ค.ศ. (อยู่บนบัลลังก์ 31 ปี)

       กษัตริย์องค์ใหม่ได้รับการแต่งตั้งสู่บัลลังก์อย่างไร? (“แต่ราษฎรได้ประหารบรรดาคนเหล่านั้นที่คิดกบฏ
ต่อกษัตริย์อาโมน และราษฎรได้แต่งตั้งให้โยสิยาห์โอรสของพระองค์ครอบครองแทนพระองค์” (2 พงศาวดาร 33
:25)

       ยุวกษัตริย์ขึ้นสู่บัลลังก์ในช่วงเวลาความยุ่งยากยิ่งใหญ่ ประชาชนพากันหลงทางห่างจากพระเจ้า และมีการต่อสู้ของคนระดับสูงในรัฐบาล เพราะสิ่งที่กำลังดำเนินไป คนซื่อสัตย์จำนวนมากในแผ่นดินพากันรู้สึกสงสัยว่า พระสัญญาของพระเจ้าสำหรับชนอิสราเอลจะสำเร็จสมจริงได้หรือไม่ “จากแนวความคิดเห็นของมนุษย์ พระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับชนชาติที่ได้รับการเลือกสรร แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้บังเกิดขึ้น” จาก หนังสือ ของเอลเลน จี. ไวท์. ใน “ผู้เผยพระวจนะ และ กษัตริย์” , หน้า 384.

       ความห่วงใยจริงจังของเหล่าผู้ซื่อสัตย์เหล่านี้ จะพบได้ในถ้อยคำของผู้เผยพระวจะ “ฮาบากุก” อ่านพระธรรม ฮาบากุก 1:2-4. ผู้พระเผยพระวจนะกล่าวว่าอะไร?

       น่าเสียดาย คำตอบสำหรับปัญหาของความบาป การคิดทรยศ ความยากลำบาก และการไม่บังคับใช้กฏหมาย
อย่างเข้มแข็งกำลังจะมาถึง แต่มันมาจากภาคเหนือคืออาณาจักรบาบิโลน ผู้ซึ่งพระเจ้าใช้ให้นำการพิพากษามาให้เหล่าประชากรที่ทอดทิ้งพระเจ้า เหมือนที่เราเข้าใจตลอดมา มันไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเช่นนั้นแต่เพราะประชากรปฏิเสธที่จะ
กลับใจใหม่ พวกเขาต้องพบกับการลงโทษ ที่ความบาปเป็นผู้นำมาให้

       บ่อยครั้งเพียงใดที่ “พระประสงค์ของพระเจ้า” ดูเหมือนจะทำให้เป็นไปไม่ได้? สิ่งนี้บอกอะไรเราเกี่ยวกับ
ว่า เราจำเป็นต้องเอื้อมออกไปในความเชื่อเหนือสิ่งที่เราสามารถอธิบาย หรือเข้าใจได้เต็มๆ?

วันอังคาร   โยสิยาห์นั่งบนบัลลังก์  (2 กษัตริย์ 22:1, 2

       อ่าน พระธรรม 2 พงศ์กษัตริย์ 22:1, 2. เมื่อเราคิดถึงสภาพของชาติอิสเราเอลสมัยของท่านโยสิยาห์ขึ้นนั่ง
บัลลังก์ มีอะไรน่าอัศจรรย์เกี่ยวกับข้อพระคัมภีร์เหล่านี้?

       พระคัมภีร์ไม่ให้คำอธิบายสำหรับเยาวชนอัศจรรย์คนนี้ ผู้อาจกลายเป็นคนชั่วร้ายได้ง่ายมาก เพราะบิดาของพระ
องค์ได้ดำเนินเส้นทางดังกล่าวไปล่วงหน้าแล้ว แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปเช่นนั้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม โยสิยาห์เลือกเดินเส้นทางที่แตกต่างไป การเลือกนั้นเป็นทางบวก แต่มีอิทธิพลในวงจำกัดสำหรับผู้คนในชาติ
       พระธรรม 2 พงษ์กษัตริย์ บทที่ 22 อธิบายสิ่งกษัตริย์โยสิยาห์ได้ทำ คือการดูแลซ่อมแซมพระวิหาร เพราะตั้งแต่
สมัยกษัตริย์ซาโลมอน ผู้สร้างพระวิหารหลายร้อยปีผ่านไป กษัตริย์องค์ต่อๆ มาแทบไม่มีกษัตริย์องค์ใดทำการบูรณะจริงจัง จนกระทั่งสมัยการปฏิรูปของกษัตริย์โยสิยาห์ ในปี 622 ก่อน ค.ศ. กาลเวลาได้ทำให้พระวิหารซึ่งครั้งหนึ่งเคย
สง่างาม ตอนนี้ทรุดโทรมไปมาก กษัตริย์หนุ่มพบว่าพระวิหารไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์สำหรับเป็นสถานที่นมัสการเนื่อง
จากการละเลยไม่มีการดูแลมานานปี

       กษัตริย์โยสิยาห์ทรงทำอะไร เมื่อพระองค์ค้นพบว่าพระวิหารต้องการปฏิสังขรณ์? อ่าน 2 พงศ์กษัตริย์ 22:3-7.

       ปัจจุบันเราอาจพูดว่ากษัตริย์ทรงส่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังไปยังมหาปุโรหิต และขอให้เขาวางแผน และเป็นผู้
ควบคุมดูแล จัดหาวัสดุ และช่างฝีมือที่ต้องการเพื่อทำการซ่อมแซมปรับปรุงพระวิหาร พวกเขาไม่ต้องอธิบายว่าจะซ่อม
จุดไหนบ้าง จะใช้วงเงินจำนวนเท่าไร เพราะว่าพวกเขาต่างทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด กษัริย์โยสิยาห์ไว้วางใจพวกเขา ตามบันทึกที่แสดงให้เห็น ความไว้วางใจของพระองค์ได้รับการตอบสนองด้วยดี

       การบูรณะปฏิสังขรณ์พระวิหารสำเร็จลงด้วยดี แต่ในที่สุด สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดคือการฟื้นฟู และการปฏิรูปของประชาชนในชาติจะต้องดำเนินไปอย่างจริงจัง?  (อ่านพระธรรม ฟีลิปปี 2:3-8)


วันพุธ    หนังสือม้วนพระบัญญัติ   (2 พงศ์กษัตริย์ 22:8-11)  

        มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างการซ่อมแซม ปฏิสังขรณ์พระวิหาร? กษัตริย์โยสิยาห์ทรงตอบสนอง ต่อข้อความที่
ชาฟานราชเลขาอ่านถ้อยคำของพระบัญญัติให้พระองค์ฟังอย่างไร? (อ่าน 2 พงศ์กษัตริย์ 22:8-11)

       พวกเขาได้ค้นพบ “ม้วนหนังสือพระบัญญัติ” พระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่า พวกเขาพบส่วนไหนของพระบัญญัติที่ท่าน
โมเสสได้ (รับการดลใจจากพระเจ้าให้) เขียนไว้ เราไม่ทราบว่าพวกเขาพบม้วนหนังสือที่ไหน เป็นได้ว่าม้วนหนังสือถูก
ฝังไว้ในกำแพงตรงจุดใดจุดหนึ่งของพระวิหาร

       อ่าน พระธรรม 2 พงศ์กษัตริย์ 22:12-20. พระเจ้าทรงประทานข่าวสารอะไรผ่าน “ฮุลดาห์” (หญิงผู้เผย
พระวจนะภรรยาของซัลลูม) ไปยังประชาชน และกษัตริย์โยสิยาห์? ถ้อยคำเหล่าควรได้พูดอะไรกับเรา?

       ข่าวสารที่ผู้เผยพระวจนะหญิงให้กับประชาชนเป็นอย่างเดียวกับข่าวสารของท่านเยเรมีย์ ได้กล่าวพยากรณ์ไปแล้ว
หลายครั้ง ประชาชนผู้ได้หันหนีจากพระเจ้า พวกเขาต้องได้รับประสบการณ์อันน่ากลัว อย่างไรก็ดีกษัตริย์โยสิยาห์จะไม่
ได้รับประสบการ์ยากลำบากครั้งนี้ เพราะพระองค์ได้จากโลกนี้ไปก่อน และถูกฝังไว้ในสุสานอย่างสงบ
       “ผ่านทางผู้เผยพระวจนะหญิงฮุลดาห์ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกล่าวย้ำถ้อยคำของท่านเยเรมีย์อีกครั้งว่า ความหาย
นะของกรุงเยรูซาเล็มไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ แม้ว่าตอนนี้ถ้าประชาชนถ่อมใจพวกเขาต่อพระพักตร์ของพระเจ้า พวกเขา
ไม่อาจหนี้พ้นการลงโทษ ประสาทความรู้สึกของพวกเขาได้ตายตายด้านแล้วโดยความบาป ถ้าการพิพากษาไม่มาถึง ในเวลาอีกไม่นานประชาชนจะหันไปเดินบนเส้นทางบาปสายเดิม ผู้เผยพระวจนะหญิงกล่าวว่า "พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า 'จงบอกชายคนที่ใช้พวกเจ้ามาหาเรานั้นว่า พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เราจะนำเหตุร้ายมาเหนือที่นี้ และเหนือชาวเมืองนี้ ตามถ้อยคำในหนังสือซึ่งพระราชาแห่งยูดาห์ได้อ่านนั้น เพราะเขาทั้งหลายได้ทอดทิ้งเรา และได้เผาเครื่องหอมถวายพระอื่น เพื่อเขาจะได้กระทำให้เราโกรธ ด้วยผลงานทั้งสิ้นแห่งมือของเขา เพราะฉะนั้นความพิโรธของเราจึงจะพลุ่งขึ้นต่อที่นี้ และจะดับเสียไม่ได้” (2 พงศ์กษัตริย์ 22:15-17)  จาก หนังสือ ของเอลเลน จี. ไวท์. ใน “ผู้เผยพระวจนะ
ฝและ กษัตริย์” หน้า 399.


วันพฤหัสบดี   การปฏิรูปของโยสิยาห์  (2 พงศ์กษัตริย์ 23:1-28)

       พระเจ้าทรงได้ประทานการเตือนถึงวาระสุดท้ายล่วงหน้าแล้ว แต่กษัตริย์โยสิยาห์ยังคงตั้งพระทัยจะทำในสิ่ง “ถูก
ในสายพระเนตรของพระเจ้า” บางทีการลงโทษไม่อาจป้องกันได้  “แต่การประกาศเรื่องการลงโทษของสวรรค์ องค์พระ
ผู้เป็นเจ้ายังไม่ถอนโอกาสสำหรับการกลับใจใหม่ และการปฏิรูปเพื่อสิ่งที่ดีกว่า กษัตริย์โยสิยาห์มองเห็นความเต็มพระ
ทัยของพระเจ้าในจุดนี้ ที่จะผสานการลงโทษ และพระเมตตาของพระองค์เข้าด้วยกัน  ดังนั้นกษัตริย์โยสิยาห์ได้ตัดสินพระทัยจะทำทุกสิ่งในอำนาจของพระองค์ที่จะทำการปฏิรูป” จากหนังสือ ของเอลเลน จี. ไวท์. ใน “ผู้เผยพระวจนะ และ กษัตริย์”หน้า 400.

       อ่าน พระธรรม 2 พงศ์กษัตริย์ 23:1-28. อะไรคือความหมายแท้ของคำว่า “การปฏิรูป” กษัตริย์ผู้ซื่อสัตย์พยายามนำมาใช้สำหรับชนชาติตกในความบาปของพระองค์? การกระทำนี้บอกเราว่า ประชากรของชาติ
ที่ถูกเลือกสรรแล้วได้ทำสิ่งเลวร้ายมากเพียงใด?
 
       กษัตริย์โยสิยาห์รวมรวบประชากรทั้งหมดในกรุงเยรูซาเล็ม ทั้งนี้เพื่อฟื้นฟูพันธสัญญากับพระเจ้าขึ้นใหม่ หนัง
สือม้วนพระบัญญัติที่ค้นพบได้ถูกนำมาอ่าน จากนั้นให้ประชาชนกล่าวปฏิญาณว่าจะติดตามพระเจ้าแห่งอิสราเอล
       กษัตริย์ไม่ได้ดำเนินพันธกิจนี้โดยลำพังพระองค์เอง แต่ทรงขอผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณทั้งหลายเป็นรับผิดชอบใน
สิ่งจำเป็น ยกตัวอย่างเช่น ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา มีหลายสิ่งซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการนมัสการถูกนำมาจาก
ชาติเพื่อนบ้าน บางชิ้นเป็นสัญลักษณ์ของการผูกมิตรกับต่างชาติ หรือเป็นสัญลักษณ์ของการสงบศึกกับชาติศัตรู นับ
ว่าเป็นเครื่องหมายแสดงถึงการสวามิภักดิ์ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด รูปปั้น หรือหินแกะสลักเหล่านั้นถูกเคลื่อนย้ายออก
ไปจากพระวิหาร และถูกทำลาย
       และการฉลองปัสกาก็เช่นกัน ในห้วงการปฏิรูปของกษัตริย์โยสิยาห์ ไม่ใช่การถือปฏิบัติภายในครอบครัวเท่านั้น
หากบัดนี้คนทั้งชาติเฉลิมฉลองร่วมกัน ข่าวสารสำหรับชนอิสราเอลคือ พวกเขาได้ทิ้งช่วงเวลาเดิมไว้เบื้องหลัง และ
เวลานี้พวกเขาได้เข้าสู่เวลาใหม่ ซึ่งพวกเขาได้กล่าวสัญญาจะรับใช้พระเจ้าเที่ยงแท้ พระเจ้าคือผู้ทรงนำพวกเขาออก
จากประเทศอียิปต์ ผู้ทรงประทานผืนดินนี้ให้แต่ละเผ่าเพื่อปลูกสร้างบ้านเรือนตามได้ทรงสัญญาไว้ ทรงเป็นพระเจ้าองค์
เดียวผู้ทรงสถิตอยู่กับพวกเขาในการดำรงชีวิตประจำวัน

       การเฉลิมฉลองเทศกาลปัสกาของชาติอิสราเอลถือเป็นสิ่งสำคัญเพราะ สิ่งเก่าๆทั้งหมดได้มาถึงจุดสุดท้าย คำว่า “ปัสกา” มีความหมายอะไรสำหรับเราในปัจจุบัน ในฐานะเป็นคริสเตียนเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส? (อ่าน
พระธรรม 1 โครินธ์ 5:7)

วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 
       บทเรียนของสัปดาห์นี้อธิบายว่าชนอิลราเอลตกลงไปในความบาปลึกเพียงใด ลึกมากทีเดียวดังเราพบได้ในการ
ปฏิรูปที่กษัตริย์โยสิยาห์เห็นเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งยวดต้องรีบเร่งดำเนินการ แต่ชนอิสราเอลตกสู่ความบาปลึกเช่นนั้นได้
อย่างไร? ในมิติหนึ่งของคำตอบนั้นง่าย: นั่นเพราะธรรมชาติของมนุษย์ได้ตกสู่ความบาปอยู่ก่อนแล้ว !
       มีคน “สามัญ” จำนวนมากเพียงใดได้ทำสิ่งอันเลวร้ายต่างๆ ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา หรือแม้ในปัจจุบัน?
คำตอบคือ มีจำนวนมากเกินจะนับได้ นี่เป็นสิ่งแน่อน เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? คริสเตียนทั้งหลายทราบคำตอบอยู่
แล้ว เราทั้งหลายล้วนเป็นคนบาป นี่เป็นคำตอบที่ง่าย และชัดเจน!

คำถามเพื่อการอภิปราย
 
 1.  เรื่องการปฏิรูปของกษัตริย์โยสิยาห์บอกอะไรเราเกี่ยวกับความสำคัญของคำว่า “พระวจนะของพระ
        เจ้าอยู่ในชีวิตของเรา” ?
  2.  คำถามมีคุณค่า ฟังขึ้นอาจถูกยกขึ้นมาถามเดี๋ยวนี้: ถ้าเป็นการสายเกินไปสำหรับชนยูดาห์จะหลีกเลี่ยง
       ความชั่วร้ายที่กำลังเข้ามา เหตุใดกษัตริย์โยสิยาห์เรียกให้ปวงชนหันหน้าหนีจากความบาป และเปลี่ยน
       แปลงรูปแบบการดำเนินชีวิตของตน? อะไรคือวัตถุประสงค์ของเปลี่ยนแปลงเหล่านี้? คุณจะให้คำตอบ
       อย่างไร? ในทางใดบ้างที่อาจพบเหตุผลว่า การฟื้นฟูเช่นนั้นน่าจะเป็นเรื่องของส่วนบุคคล แทนที่จะเป็น
       กิจกรรมของคนทั้งชาติ?
                
                                  *******************
 
________________________
Additional links on this topic:

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272