Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > index Thai SSL 4Q2015 > บทที่ 1: การเรียกเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะ > บทที่ 2: วิกฤติการณ์ > บทที่ 3: กษัตริย์ห้าองค์สุดท้ายของอิสราเอล > บทที่ 4: การแก้ไข และ การลงโทษ > บทที่ 5 : ปัญหามากชึ้นสำหรับผู้เผยพระวจนะ > บทที > > >
.
บทที่ 9: แอกของเยเรมีย์
.
บทที่  9
                                                 แอกของเยเรมีย์      
                                          21 - 27 พฤศจิกายน  2015
บ่ายวันสะบาโต    
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :
เยเรมีย์ 16:1-13 ; โฮเชยา 1:1-3 ; เยเรมีย์ 27:1-18 ; ดาเนียล 4:25 ; เยเรมีย์ บทที่ 28 ; 2 ทิโมธี 4:3 ,4.

ข้อควรจำ  “พระองค์จึงตรัสแก่คนทั้งหลายว่า "ถ้าผู้ใดใคร่ตามเรามา ให้ผู้นั้นเอาชนะตัวเอง
                   และรับกางเขนของตนแบกทุกวัน และตามเรามา" (ลูกา 9:23)


เหมือนที่เราได้พบแล้ว ผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า ไม่เพียงเทศนาสั่งสอนผ่านถ้อย
คำเท่านั้น แต่ผ่านการประพฤติจริงในชีวิตพวกเขาด้วย นี่เป็นอีกทางหนึ่งในการส่งผ่านข่าวสาร
ถึงจิตใจผู้ฟัง และผู้รับข่าวสาร
       ดังนั้นเป็นอีกครั้งหนึ่งท่านเยเรมีย์ได้ถูกเรียกให้ “ดำเนินชีวิต” จากถ้อยคำท่านประกาศออกไป ประการแรก ท่าน
จะต้องแบกแอกที่ทำด้วยไม้  “พระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าดังนี้ว่า "จงทำสายรัดและแอกสำหรับตัวเจ้า จงสวมคอของเจ้า”
(เยเรมีย์ 27
:2) นี่เป็นเครื่องหมายแสดงถึงการแบกน้ำหนัก แม้ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมดีที่สุด ในกรณีนี้ จะเป็นยาก
ยิ่งกว่า เพราะผู้เผยพระวจนะได้ท้าทายสิ่งท่านเยเรมีย์ได้พูดไว้ ในสัปดาห์นี้เราจะได้รับการอธิบายที่ทรงพลังเกี่ยวกับความจริง และความเท็จ เราจะศึกษาเรื่องการต่อสู้สำหรับดวงจิต และดวงใจของประชาชน เราจะศึกษาด้วยว่าจะทำให้ข่าวสารแห่งพระกรุณาคุณ และการให้อภัยกลายเป็นข่าวสารแห่งความเท็จได้อย่างไร?
       งานของท่านเยเรมีย์ไม่ได้ง่ายขึ้น พระเจ้าทรงห้ามไม่ให้ท่านเป็นทุกข์ เมื่อคนอื่นเศร้าโศก ท่านถูกห้ามด้วยว่า ไม่ให้ทำการเฉลิมแลอง เมื่อคนอื่นๆเฉลิมฉลองกัน ในกรณีนี้ จุดหมายคือให้ประชาชนเข้าใจว่าจะมีอะไรตามมาทันความบาป
ของพวกเขา และการกลับใจใหม่ และการเชื่อฟัง การทำเช่นนี้จะลดผลลัพธ์อันน่ากลัวจากการกระทำบาปของพวกเขาลง

วันอาทิตย์   ชีวิตโดดเดี่ยว  (เยเรมีย์ 16:1-13)

        อ่าน พระธรรม เยเรมีย์ 16:1-13. อะไรคือข่าวสารของพระผู้เป็นเจ้าให้กับเยเรมีย์ตรงนี้? อย่างไรก็ตาม
ข่าวนั้นกระด้าง  และหนักหน่วงยิ่ง ในทางใดข่าวนี้ได้กลายเป็นพระพรสำหรับผู้เผยพระวจนะ? (อ่านโฮเชยา1:1-3 ด้วย)
 
      ผู้เผยพระวจนะโฮเชยาจะต้องแต่งงานกับหญิงโสเภณี ทั้งนี้เพื่อจะอธิบายว่าการทำบาปโดยการไปกราบไหว้ “พระ”
อื่นๆ เป็นเหมือนชนอิสราเอลทำการล่วงประเวณีฝ่ายจิตวิญญาณ (การมีความสัมพันธ์นอกการสมรส) แต่ท่านเยเรมีย์
ต้องหลีกเลี่ยงการแต่งงาน และจะต้องไม่มีบุตร สิ่งนี้เป็นบางสิ่งค่อนข้าง “หายาก” สำหรับวัฒนธรรมของชาวยิวเวลานั้น
ซึ่งชายหนุ่มนิยมการสร้างครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ความรัก และความผูกพันของคู่ชีวิตระหว่างสามี-ภรรยามีความสำคัญที่จะรักษาวงศ์ตระกูลให้ยั่งยืนสืบไป เหตุใดพระเจ้าทรงห้ามท่านเยเรมีย์ไม่ให้มีครอบครัว? เป็นเพราะชีวิตของท่านเองจะต้องเป็นตัวอย่างของช่วงเวลายากลำบาก ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อครอบครัวล่มสลายจากการหย่าร้าง แล้วแยกทางกันเดิน
       ท่านเยเรมีย์ถูกห้ามไม่ให้ทำสิ่งอื่นๆเช่นกัน พระเจ้าทรงบอกท่านไม่ให้เข้าไปในบ้านเรือนที่กำลังโศกเศร้า หรือ
ไว้ทุกข์ นี่เป็นเครื่องหมายถึงท่าทีของผู้คนที่ไม่เต็มใจต่อการทรงเรียกของพระเจ้าให้กลับใจใหม่ และทำการฟื้นฟู
       พร้อมๆ กับการห้ามเข้าร่วมการไว้ทุกข์ ท่านเยเรมีย์ต้องไม่เข้าร่วมช่วงเวลาแห่งความยินดี หรือการเฉลิม
ฉลองในโอกาสพิเศษ หรือเทศกาลต่างๆ ทั้งนี้เพื่อเป็นเครื่องหมายว่า เวลาแห่งความลำบากแสนเข็ญกำลังจะมาถึง
เมื่อกองทัพบาบิโลนจะนำวาระสุดท้ายมาสู่ความชื่นชม และความยินดีรื่นเริงของพวกเขา
       ท่านเยเรมีย์ไม่อาจชื่นชมในความผูกพันกับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์โศก การไว้ทุกข์ หรือร่วมความชื่นชม
ชีวิตของท่าน และความเศ้าโศรกแห่งชีวิตของท่านจะเป็นบทเรียนจากชีวิตจริง ถ้าเพียงแต่ชนชาติของท่านจะเรียนรู้บทเรียนดังกล่าวจากชีวิตของท่าน!

       เราควรให้เรื่องนี้ช่วยเรามองเห็นคุณค่าการสนับสนุนของมนุษย์ ที่ทำให้เราได้รับความชื่นชมจากคนอื่นๆ หรือว่าเราให้กับคนอื่นๆ? การสนับสนุนนี้สำคัญนี้ แต่เราสามารถเรียนรู้การสนับสนุนดีที่สุดมาจากพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้นอย่างไร?

วันจันทร์   แอกของท่านเรเรมีย์  (เยเรมีย์ 27:1-18)
      
       อ่าน พระธรรม เยเรมีย์ 27:1-18 ; อะไรคือข่าวสารของพระผู้เป็นเจ้ามีถึงกับประชาชน? เหตุใดสิ่งนี้ดูเหมือนเป็นลางไม่ดีสำหรับคนจำนวนมากที่ได้ยิน?

       แอกของท่านเยเรมีย์จะต้องสวมบนร่างกายของท่าน เป็นเครื่องหมายบอกชัดเจนถึงความภาคภูมิของชาติ ซึ่งจะพบความทุกข์ยากจากความพ่ายแพ้ที่น่าละอาย กองทัพศัตรูจะจู่โจมชนอิสราเอล และเข้าควบคุมประเทศให้อยู่ในอำนาจ (ในเฉลยธรรมบัญญัติ 28:48 และ 1 พงศ์กษัตริย์ 12:4. แนวคิดเรื่อง “แอก” หมายถึงชนชาติจะอยู่ภายใต้การควบคุมของศัตรู) ท่านเยเรมีย์ต้องได้รับประสบการณ์ความทุกข์แสนสาหัสด้านร่างกายเมื่อกองทัพบาบลิโลนเข้าครอบครอง แอกไม้ของท่านเยเรมีย์ที่สวมไว้บนบ่า (ยาวประมาณ 5 ฟุตหนา 8 นิ้ว) ส่วนสำคัญในข่าวของท่านเยเรมีย์คือถ้าประเทศคิดกบฏต่อบาบิโลน พระเจ้าจะทรงถือว่าเป็นเสมือน การทรยศต่อพระองค์ อย่างนี้บุคคลผู้คิดการกบฏจะได้รับความทุกข์ร้อนเป็นผลลัพธ์ตามมา
       ภาษาฮีบรูไม่ค่อยชัดเจนนักในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ (เยเรมีย์ 17:1-18) แต่ดูเหมือนว่าท่านเยเรมีย์ไม่ได้ทำแอกขึ้น
สำหรับท่านเองเท่านั้น แต่สำหรับนักข่าวจากต่างประเทศผู้มายังเยรูซาเล็ม และได้ร่วมวางแผนต่อสู้กับเนบูคัดเนสซาร์
ผ่านทางเยเรมีย์พระเจ้าทรงกำลังเตือนพวกเขาไม่ให้ทำการต่อสู้ จริงอยู่เป็นธรรมชาติที่คนชาติหนึ่งจะลุกขึ้นต่อสู้กับผู้
มารุกราน และนี่คือผู้สื่อข่าวจากต่างประเทศต้องการจะทำ ดังนั้นถ้อยคำของท่านเยเรมีย์จึงไม่เป็นที่ต้อนรับแต่อย่างใด

       อะไรเป็นสิ่งที่สำคัญมากเกี่ยวกับข่าวสารในพระธรรม เยเรมีย์ 27:5?  (อ่าน พระธรรม ดาเนียล 4:25 ด้วย)
 
       ตรงนี้เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่เราพบตลอดพระคัมภีร์เดิม และพระคัมภีร์ใหม่ว่าพระเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้าง และเป็นผู้ครอบครองทั่วทั้งพิภพ ปรากฎว่าตรงนี้เป็นความยุ่งยากยิ่งนัก ทั้งเป็นความสับสน (จากการบุกโจมตี และควบคุมโดย
ชนชาติที่ไม่เชื่อในพระเจ้า) แต่อำนาจ และสิทธิอำนาจยังเป็นของพระเจ้าชัดเจน นี่เป็นสิ่งนำความหวังมาแก่คนกลุ่มน้อย
ที่ยังเหลืออยู่ของพระเจ้า

       มันเป็นสิ่งหนึ่งที่จะอยู่ภายใต้แอกของการเป็นทาส แต่ถามตัวคุณเอง: คุณได้ให้คนอื่นบางคนอยู่ภายใต้
แอกแห่งความอยุติรรมไหม? ถ้าเช่นนั้น เหตุใดจึงไม่ยกมันออกเสียเดี๋ยวนี้?

วันอังคาร   การสงครามของผู้เผยพระวจนะ  (เยเรมีย์ 28:1-9)     

       ข่าวร้ายคือข่าวร้าย บ่อยครั้งเราไม่ต้องการรับฟัง หรือเราต้องการแก้ตัวสำหรับเรื่องนี้ อย่างกรณีตรงนี้ในแผ่นดินยูดาห์ ขณะท่านเยเรมีย์ และแอกที่ท่านสวมอยู่ เป็นข่าวไม่ผิดพลาดในเรื่องการเตือนผู้คน “สภาของชาติรู้สึกประหาดใจมากเมื่อท่านเยเรมีย์สวมแอกไม้ไว้บนคอของท่าน เพื่อให้น้ำพระทัยของพระเจ้าเป็นที่ประจักษ์” จาก หนังสือของเอลเลน จี. ไวท์. ใน “ผู้เผยพระวจนะ และกษัตริย์”, หน้า 444.
 
       อ่าน เยเรมีย์ 28:1-9. ลองจินตนาการว่าคุณเป็นชาวยูดาห์ (คนอิสราเอลคนหนึ่ง เกิดในตระกูลยูดาห์) กำ
ลังยืนอยู่ที่นั่น และเฝ้ามองสิ่งทั้งปวงที่กำลังเกิดขึ้น คุณจะเชื่อใคร? ใครคือคนคุณต้องการเชื่อ? คุณมีเหตุผลอะไร ถ้ามีบ้างที่จะเชื่อ “ฮาฮันยาห์” (ผู้เผยพระวจนะเท็จ) แทนที่จะเชื่อท่าน “เยเรมีย์” (ผู้เผยพระวจนะแท้)?

       ท่านเยเรมีย์เปล่งเสียงดังของท่านในพระนามของพระเจ้า และฮานันยาห์กล่าวออกพระนามของพระเจ้าเช่นกัน แต่ใครพูดเพื่อพระเจ้าจริงๆ? ไม่ใช่ทั้งสองแน่นอน! สำหรับในปัจจุบัน คำตอบนั้นชัดเจน แต่สำหรับบางคนในเวลานั้น คงจะเป็นเรื่องยากยิ่งกว่า แม้ว่าท่านเยเรมีย์จะเน้นจุดทรงพลังใน ข้อ 8, 9. ผู้เผยพระวจนะในอดีตทั้งสองต่างประกาศข่าวสารเดียวกันด้วยการอ้างว่า “ข้าพเจ้าเป็นผู้กล่าวคำพิพากษา และวาระสุดท้าย” จากพระเจ้า.
       “ต่อหน้าเหล่าปุโรหิต และประชาชน ท่านเยเรมีย์ขอร้องพวกเขาให้ยอมสยบต่อกษัตริย์บาบิโลนเป็นเวลา 70 ปีท่านเยเรมีย์เรียกให้พวกเขาสนใจเหล่าผู้เผยพระวจนะจากยูดาห์ คือท่าน โฮเชยา ฮาบากุก และเศฟันยาห์ และท่านอื่นๆ ข่าวข่าวสารของผู้เผยพระวจนะเหล่านั้น กล่าวเตือนในสิ่งเหมือนกับของท่าน ท่านเยเรมีย์กล่าวเตือนความทรงจำประชาชนเรื่องเหตุการณ์ได้บังเกิดขึ้นสมจริงตามคำพยากรณ์ได้กล่าวไว้ การลงโทษกำลังจะมาถึงสำหรับผู้ไม่กลับใจใหม่จากความบาป ในอดีตการพิพากษาของพระเจ้าได้ประทานให้กับเหล่าคนที่ไม่กลับใจใหม่จากความบาป และการลงโทษได้เกิดขึ้นสมจริง ตรงตามที่ทรงสำแดงแก่ผู้สื่อข่าวของพระองค์ทุกประการ” จาก หนังสือ ของเอลเลน จี. ไวท์. ใน “ผู้เผยพระวจนะ และ กษัตริย์”, หน้า 445.
       กล่าวสรุป วันนี้เรากำลังเรียนรู้บทเรียนจากประวัติศาสตร์ของพระคัมภีร์ ท่านเยเรมีย์กำลังพยายามให้ประชาชนในสมัยของท่านทำในสิ่งเดียวกัน: เรียนรู้จากอดีต เพื่อท่านจะไม่ทำผิดอย่างเดียวกัน ที่บรรพบุรุษของท่านได้ทำ ถ้ามันเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาจะรับฟังก่อนหน้านี้ ตอนนี้ด้วยท่าที “การรับใช้พระเจ้า” คือทำทุกสิ่งในนามของพระเจ้า ฮานันยาห์กำลังเผชิญหน้ากับเยเรมีย์ และภารกิจของท่านเยเรมีย์กำลังจะเป็นยุ่งยากมากขึ้น

        ชื่อ “ฮานันยาห์” หมายความว่า “พระเจ้าทรงพระเมตตา และทรงให้อภัย” ชื่อของเขาดูเหมือนการนำ
เสนอข่าวสารแห่งพระคุณ การให้อภัย และความรอด มีบทเรียนอะไรบ้างเราควรเรียนรู้จากผูเผยพระวจนะเท็จแห่งพระคุณ?

วันพุธ    แอกที่ทำด้วยเหล็ก  (เยเรมีย์ 28:12-14)  

       การสงครามระหว่างผู้เผยพระวจนะ ไม่ใช่การพิสูจน์กันด้วยถ้อยคำไม่กี่คำ แต่รวมถึงการกระทำด้วย ท่านเยเรมีย์
เชื่อฟังคำสั่งขององค์พระผู้เป็นเจ้า ท่านได้นำ “แอกไม้มาคล้องคอของท่านไว้” นี่เป็นเครื่องหมายชัดเจนว่า ท่านได้แบกข่าวสารของพระเจ้ามาสู่ประชาชน
 
       ส่วน “ฮานันยาห์” ผู้เผยพระวจนะเท็จได้ใช้อะไร เพื่อเป็นข้อพิสูจน์ว่าท่านได้กระทำตามพระประสงค์ของ
พระเจ้า? (อ่าน พระธรรมเยเรมีย์ 28:1-11)
 
       คงจำได้เรื่องพระเยซูทรง “สาปแช่ง” ต้นมะเดื่อที่ไม่ออกผลตามฤดู  (มาระโก 11:13, 19-21) สมมติว่ามีใครบาง
คนได้ยินคำตรัสของพระเยซูในเวลานั้น และทราบว่ามีอะไรได้เกิดขึ้น และเขาได้วางแผนปลูกต้นมะเดื่อต้นใหม่บนที่
ดินจุดเดียวกัน บุคคลผู้นั้นกำลังพยายามจะพิสูจน์ว่าคำสาปแช่งของพระเยซูว่าไม่สำเร็จสมจริง นี่ก็เหมือนกับฮานันยาห์ได้ทำกับท่านเยเรมีย์ ซึ่งสวมแอกไม้ไว้ที่คอเป็นเครื่องหมายตามคำสั่งของพระเจ้า การกระทำของฮานันยาห์จึงเป็นการ
ทำกบฏต่อต้านสิ่งท่านเยเรมีย์ได้กล่าวไว้
       สังเกตด้วย ถึงความรู้สึกของท่านเยเรมีย์ ข้อพระคัมภีร์ตรงนี้ไม่ได้บอกว่าท่านกล่าวอะไรทันที หลังแอกไม้หักออก
เป็นชิ้นๆ ท่านเพียงหันหลังกลับ และเดินจากไป ถ้าเรื่องดังกล่าวจบลงตรงนี้จะดูเหมือนว่าท่านผู้เผยพระวจนะได้เดิน
จากไปพร้อมกับความพ่ายแพ้

      อ่าน พระธรรมเยเรมีย์ 28:12-14. มีอะไรเกิดขึ้นต่อจากนั้น? อะไรคือข่าวสาร “ใหม่” ของท่านเยเรมีย์?

       คำตอบของท่านเยเรมีย์ ไม่ใช่ข่าวสารของการแก้แค้นอย่างการพูดว่า ท่านได้ทำสิ่งนี้กับข้าพเจ้า ดังนั้นข้าพเจ้า
จะเอาคืน แทนที่จะกล่าวเช่นนั้น ข่าวสารชัดเจนอีกชิ้นหนึ่งมาจากพระเจ้า ซึ่งมีความเข้มข้นมากกว่าครั้งก่อน กล่าวคือ
ที่ฮานันยาห์ได้ปลดแอกไม้จากคอท่านเยเรมีย์ และทุ่มลงที่พื้นทำให้มันหักออก ตอนนี้ท่านเยเรมีย์สวมแอกเหล็ก แล้ว
ใครจะทำให้แอกเหล็กหักได้? การพิพากษาของพระเจ้าไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ถ้ามีอะไรตามมากลับจะรุนแรงขึ้นเพราะความดื้อรั้นของประชาชนที่จะไม่เชื่อฟังคำของพระเจ้า

       ใครไม่ได้เรียนรู้ “วิธียาก” เกี่ยวกับการทำสิ่งต่างๆ ให้ยากขึ้นสำหรับตัวเราเองด้วยการเป็นคนดื้อรั้น?  เมื่อพูดดถึงการติดต่อกับพระเจ้า เหตุใดจึงเป็นการดีกว่าที่จะยอมสยบทันที มากกว่าที่จะทำการต่อสู้ไม่ยอมแพ้ไป
เรื่อยๆ ซึ่งรังแต่จะทำให้สิ่งต่างๆ ยากยิ่งขึ้นสำหรับตัวคุณเอง?

วันพฤหัสบดี   การวางใจในความเท็จ  (เยเรมีย์ 28:15)

       “ผู้เผยพระวจนะได้พูดกับฮานันยาห์ผู้เผยพระวจนะว่า “ฮานันยาห์ขอท่านฟัง พระเจ้ามิทรงใช้ท่าน และท่านได้กระทำให้ชนชาตินี้วางใจในความเท็จ” (เยเรมีย์ 28:15)

       คำตอบมาถึงในไม่ช้า ว่าคนไหนเป็นผู้เพยพระวจนะแท้: ท่านเยเรมีย์ หรือ ฮานันยาห์ เยเรมีย์ 28:16,17 บอกให้
ทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับผู้เผยพระวจนะเท็จ ซึ่งเป็นไปตามที่ท่านเยเรมีย์ได้กล่าวไว้ล่วงหน้า
       ฮานันยาห์ตาย แต่อิทธิพลของเขายังสร้างความเสียหายแก่คนในชาติ กล่าวคือเขาได้ทำให้ประชาชน “ที่จะวางใจ
ในความเท็จ” คำในภาษาฮีบรู “ฮิฟิล” (hiphil) เป็นคำกริยาหมายถึง “ที่จะวางใจ” โดยการกล่าวโกหก ฮานันยาห์เป็นเหตุ
ทำให้ประชาชนเชื่อในการพกลม การที่ฮานันยาห์ออกพระนามของพระเจ้า ทำให้คำพูดของเขามีพลังอำนาจ และยิ่งข่าว
สารที่เขาประกาศออกไปกล่าวถึง “พระคุณ” “การปลดปล่อย” “การไถ่ให้พ้นบาป” และ “ความรอด” แน่นอนล้วนเป็นบางสิ่งประชาชนต้องการจะเชื่อ โดยเฉพาะอยู่ในช่วงการคุกคามจากประเทศบาบิโลน ฮานันยาห์แม้จะกล่าว “พระกิตติคุณเท็จ” เป็นข่าวไม่จริงแห่งความรอด ทั้งๆ พระเจ้าไม่ทรงประทานข่าวดังกล่าวให้ฮานันยาห์ ดังนั้นเวลาที่ประชาชนควรได้เชื่อข่าวสารท่านเยเรมีย์ประกาศ พวกเขากลับเชื่อในถ้อยคำของฮานันยาห์ จึงทำให้สถานการณ์ของประชาชนตกอยู่ใน
ความยากลำบากว่าเดิม

       พระธรรม 2 ทิโมธี  4:3, 4 และ 2 เธสะโลนิกา 2:10-12. มีความเหมือนกับ พระธรรม เยเรมีย์ 28:15 อะไร
บ้าง?

       หลายสิ่งไม่แตกต่างกันในปัจจุบัน ซาตานกำลังทำงานหนักมาก เพื่อหลอกลวงผู้คนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ให้ “วางใจในความเท็จ” และความเท็จสามารถมาถึงเราได้หลายรูปแบบ แต่มันยังเป็นความเท็จอยู่เสมอ ยิ่งกว่านั้น
พระเยซูทรงตรัสไว้ว่า “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต” (ยอห์น 14:6) ซาตานสามารถโกหก หรือกล่าวเท็จ
เกี่ยวกับสิ่งใดก็ได้ และได้ในสารพัดวิธี แต่มีสิ่งหนึ่งในคำโกหกพกลมเหล่านั้นไม่มีคือ “ความจริง” สมบูรณ์อย่างที่เราพบ
ในองค์พระเยซู

      มีการโกหก หรือสิ่งไม่จริงอะไร ที่ผู้คนเชื่อจริงจังในสังคมของคุณในปัจจุบัน? เหตุใดการยึดมั่นในพระเยซู
และถ้อยคำของพระองค์เท่านั้น เป็นการปกป้องดีที่สุดต่อความเท็จทั้งปวง?
 
วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 
       ดังที่เราได้พบแล้ว ผู้คนต้องการเชื่อข่าวดี ไม่ใช่ข่าวร้าย ยกตัวอย่างเช่น พวกเขาต้องการเชื่อข่าวของฮานันยาห์
ไม่ใช่ของท่านเยเรมีย์ ปัจจุบันสิ่งเดิมๆได้เกิดขึ้นซ้ำรอย คนจำนวนมากยังคงเชื่อ และเทศนาสั่งสอนว่าโลกของเรากำ
ลังพัฒนาขึ้นตลอดเวลา ซึ่งจริงในบางด้านของชีวิตได้รับการปรับปรุงขึ้น แต่โลกของเราโดยตัวมันเองเสนอความหวัง
แก่เราเพียงเล็กน้อย และให้การปลอบโยนนิดหน่อยในช่วงยาวนาน ถ้าเราต้องการความหวังใดจริงๆ ก็จะต้องมาจาก
พระเจ้าไม่ใช่จากโลก และจะต้องมาจากสิ่งเหนือธรรมชาติไม่ใช่ธรรมชาติ นั่นคือสิ่งทั้งมวลเกี่ยวกับพระกิตติคุณ คือ
การดำเนินพันธกิจของพระเจ้าบนโลก และในชีวิตของเรา หากปราศจากสิ่งนี้เราจะมีอะไรเหลือ? นอกจากข่าวประเภทของฮานันยาห์มากขึ้น และถ้อยคำอันเป็นเท็จของพวกเขา !

คำถามเพื่อการอภิปราย
 
 1.  คิดเกี่ยวกับอนาคตของโลกเราโดยภาพรวม มองดูแล้วให้ความหวังเต็ม และเปี่ยมด้วยคำสัญญา หรือ
         มองดูแล้วน่ากลัว ส่ออันตราย และเต็มได้ด้วยความไม่แน่นอน? คุณสามารถให้เหตุผลอะไรสนับสนุน
         คำตอบของคุณ?
     2. ข่าวสารของผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์นำเราศึกษาอดีต นั่นคือประวัติศาสตร์ และเรียนรู้จากสิ่งเหล่านั้น
         ข่าวสารของ เอลเลน จี. ไวท์. เป็นลักษณะเดียวกับของท่านเยเรมีย์ อย่างประโยคที่ว่า “เราไม่มีสิ่งใด
         ต้องกลัวสำหรับอนาอนาคต ถ้าเราจดจำวิถีพระเจ้าได้ทรงนำเรา และคำสอนของพระองค์ในประวัติ
         ศาสตร์ที่ผ่านมา” จากหนังสือ ของเอลเลน จี. ไวท์. ใน “
Life Sketches”, page 196. มิสซีส ไวท์. หมาย
         ถึงอะไรในการกล่าวเช่นนั้น? มีอะไรได้เกิดขึ้นในอดีตของเรา ซึ่งมีคำสอนของพระเจ้าแทรกอยู่ ที่สามารถ
         ช่วยเราเตรียมความพร้อมสำหรับสิ่งจะมาถึงแน่อนในอนาคต?
                
               *******************

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272