Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > index Thai SSL 4Q2015 > บทที่ 1: การเรียกเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะ > บทที่ 2: วิกฤติการณ์ > บทที่ 3: กษัตริย์ห้าองค์สุดท้ายของอิสราเอล > บทที่ 4: การแก้ไข และ การลงโทษ > บทที่ 5 : ปัญหามากชึ้นสำหรับผู้เผยพระวจนะ > บทที > > > >
.
บทที่ 10: ความพินาศของเยรูซาเล็ม
.
บทที่  10
                                     ความพินาศของเยรูซาเล็ม                 
                                  28 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม 2015
บ่ายวันสะบาโต    
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :
เอเสเคียล บทที่ 8 ; โรม 1:22-25 ; เยเรมีย์ 37:1-10 ; เยเรมีย์ 38:1-6 ; เยเรมีย์ 29:1-14 ; ดาเนียล 9:2.                 
 
ข้อควรจำ   “แต่จงส่งเสริมสวัสดิภาพของเมือง ซึ่งเราได้กวาดเจ้าให้ไปเป็นเชลยอยู่นั้น และจง
                   อธิษฐานต่อพระเจ้าเผื่อเมืองนั้น เพราะว่าเจ้าทั้งหลายจะพบสวัสดิภาพของเจ้าใน
                   สวัสดิภาพของเมืองนั้น" (เยเรมีย์ 29:7)


“ภายในไม่กี่ปีพระเจ้าทรงใช้กษัตริย์แห่งบาบิโลนเป็นเครื่องมือของพระองค์ในการลงโทษยูดาห์ กรุงเยรูซาเล็มถูกกองทัพบาบิโลนยกทัพมาล้อมสามรอบ รอบแรก และรอบที่สองเมื่อโอบล้อมกรุงอยู่หลายเดือนตีกรุงเยรูซาเล็มไม่ได้ กองทัพได้ถอยกลับไป ไม่กี่ปีต่อมาเมื่อกองทัพของบาบิโลนเตรียมพร้อมมากขึ้น และด้วยกำลังทหารมากกว่าสองครั้งแรก กองทัพบาบิโลนสามารถโจมตี สามารถทำลายกำแพงกรุงเยรูซาเล็มได้ กษัตริย์
บาบิโลนสั่งให้จับชาวยิวจำนวนมากเป็นเชลยคุมตัวไปกรุงบาบิโลน (ดานิเอล และเพื่อนๆ ตลอดจนชาวยิวคนอื่นๆ ถูกจับตัวไปในรอบนี้) และต่อมากษัตริย์บาบิโลนให้นำตัวชาวยิวอีกหลายหมื่นคนเป็นเชลยนำตัวไปบาบิโลนอีก และในการจับตัวไปเป็นเชลยทั้งสองครั้งนี้ ผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าได้กล่าวพยากรณ์ว่า พวกเขาต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดนนานถึง
70 ปีกว่าจะได้เดินทางกลับประเทศบ้านเกิด เยโฮยาคิม เยโฮยาคิน และเศเดคียาห์ กษัตริย์สามองค์สุดท้ายของชาวยิว
ได้กลายเป็นผู้รับใช้ของกษัตริย์บาบิโลน และทั้งสามได้ก่อกบฏต่อกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ กษัตริย์เหล่านี้ และพวกผู้นำทั้งหลาย พร้อมประชากรถูกลงโทษอย่างรุนแรง จนทั่วแผ่นดินถูกทำลาย เยรูซาเล็มเต็มไปด้วยซากสีดำจากการถูกไฟ
เผา และซากปรักหักพังของตึกรามบ้านช่อง แม้แต่พระวิหารที่กษัตริย์ซาโลมอนสร้างไว้อย่างวิจิตรพิสดาร ก็ถูกทำลาย
ลงเช่นกัน อาณาจักรยูดาห์ล่มสลาย และจากวันนั้นอาณาจักรยูดาห์ไม่เคยกลับสู่ความรุ่งเรือง และเต็มไปด้วยเกียรติยศท่ามกลางนานาชาติของแผ่นดินโลกอีกต่อไป” จาก หนังสือของ เอลเลน จี. ไวท์. ใน “ผู้เผยพระวจนะ และ กษัตริย์”, หน้า 422,423.
       ดังเราได้พบแล้ว และจะพบอีก สิ่งทั้งหมดไม่ได้เป็นมาโดยปราศจากการเตือนนับครั้งไม่ถ้วน และการร้องขอจาก
ผู้เผยพระวจนะหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านเยเรมีย์ แต่กษัตริย์ผู้นั่งบัลลังก์ เหล่าผู้นำทั้งหลาย ตลอดจนประชากร
ทั้งปวงต่างปฏิเสธจะเชื่อฟัง ผลลัพธ์คือความหายนะ ให้เราทั้งหลายเรียนรู้จากความผิดพลาดของพวกเขา!

วันอาทิตย์   การร้องไห้เพื่อเจ้าพ่อทัมมุส  (เอเสเคียล บทที่ 8)

       ท่านเยเรมีย์อาจรู้สึกโดดเดี่ยวในบางเวลา ที่แล้วไม่ใช่อย่างนั้น พระเจ้าทรงเรียกท่านเอเสเคียล ผู้เผยพระวจนะอีกท่านหนึ่ง ท่านอยู่ท่ามกลางประชาชนที่เป็นเชลยถูกนำตัวไปบาบิโลน ท่านเอเสเคียลต้องปลอบประโลม และให้การเตือนประชากรที่ถูกจับตัวเป็นเชลย ท่านเอเสเคียลต้องกล่าวทวนข่าวสารพระเจ้าตรัสผ่านท่านเยเรมีย์นานหลายปีด้วยความยากลำบาก ผ่านพันธกิจการรับใช้ของท่านผู้เผยพระวจนะเอเสเคียล ท่านต้องกล่าวเตือนพวกเชลยต่อความหวังลมๆ แล้งๆ จากข่าวสารของผู้เผยพระวจนะเท็จ เกี่ยวกับว่าพวกเชลยจะได้เดินทางจากบาบิโลนกลับสู่แผ่นดินยูดาห์ในเวลา
2 ปี ขณะที่ท่านเยเรมีย์กล่าวพยากรณ์ว่า เนบูคัดเนสซาร์จะยกกองทัพมาและยึดกรุงเยรูซาเล็มไว้ และทำลายมหานครของชาวยิว การโจมตี และประสบความสำเร็จเกิดขึ้นได้เพราะพระเจ้าทรงใช้กองทัพบาบิโลนให้ลงโทษชาวยูดาห์เพราะพวกเขาปฏิเสธจะกลับใจใหม่จากความผิดบาป และหันหน้าหนีจากความบาป และการหลงไปจากพระเจ้าของพวกเขา

       อ่าน พระธรรม เอเสเคียล บทที่ 8. พระเจ้าทรงสำแดงอะไรแก่ผู้เผยพระวจนะ? สิ่งนี้บอกอะไรเราเกี่ยวกับอำนาจทางวัฒนธรรมสามารถเป็น และมีอิทธิพลแม้กับสิ้งที่บริสุทธิ์เพียงใด? มีการเตือนอะไรตรงนี้สำหรับเรา?

       ข้อเขียนของท่านโมเสส และผู้เผยพระวจนะอื่นๆบ่อยครั้งกล่าวเตือนต่อต้านการไหว้รูปเคารพ และการนมัสการ
พระ (gods) อื่นๆ อย่างชัดเจน แต่ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้บอกเราอย่างตรงๆ ว่าพวกเขาได้ทำอะไร แม้แต่ภายในลานพระวิหารซึ่งเป็นพื้นที่บริสุทธิ์ยังมี “การร้องไห้เพื่อเจ้าพ่อทัมมุส” เป็นแนวปฏิบัติของศาสนาเทียมเท็จ นั่นคือการร้องไห้เพื่อ
“พระ” เทียมเท็จ ไม่สงสัยเลยว่า 2 พงศาวดารกล่าวว่า: “บรรดาปุโรหิตผู้สำคัญและประชาชนก็เช่นเดียวกันไม่ซื่อสัตย์
เสียทีเดียว เขาติดตามสิ่งน่าเกลียดน่าชังของบรรดาประชาชาติ และเขาทั้งหลายกระทำให้พระนิเวศของพระเจ้าในกรุงเยรูซาเล็ม ซึ่งพระองค์ทรงชำระให้บริสุทธิ์นั้นเป็นมลทินไป” (2 พงศาวดาร 36:14)
 
       มองไปยังพระธรรม เอเสเคียล 8:12 กล่าวว่า “แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เจ้าได้เห็นแล้วมิใช่หรือว่าพวกผู้ใหญ่ของพงศ์พันธุ์อิสราเอลกระทำอะไรอยู่ในที่มืด ทุกคนต่างก็อยู่ในห้องรูปภาพของตน เพราะเขาทั้งหลายพูดว่า พระเจ้าไม่ทอดพระเนตรเห็นเรา พระเจ้าทรงทอดทิ้งแผ่นดินนี้เสียแล้ว” คำว่า “อยู่ในที่มืด ในห้องรูป
ภาพของตน”
อาจหมายถึงห้องที่พวกเขาเก็บรูปเคารพของพวกเขาเอง หรือเป็นห้องแห่งจินตนาการของพวกเขา ไม่ว่า
จะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง เหล่าผู้ปกครอง และผู้นำทั้งหลายได้หลงเจิ่นไปไกลจากพระเจ้า พวกเขากล่าวว่า “พระเจ้าไม่ทอดพระเนตรพวกเรากำลังทำอะไรอยู่ นี่เป็นคำแก้ตัว พวกเขากล่าวด้วยว่า “พระเจ้าทรงทอดทิ้งพวกเขา” หรือพูดได้
อีกอย่างว่า พระเจ้าไม่ทรงสนพระทัยในสิ่งเหล่านี้ เพราะพวกเขาไม่ใช่คนสำคัญ แม้ขณะอยู่บนพื้นที่บริสุทธิ์แห่งพระ
วิหารของพระเจ้า คนเหล่านี้มีส่วนในการกราบไหว้รูปเคารพอย่างเต็มตัว และที่เลวร้ายยิ่งกว่า ในจิตใจของพวกเขา มี
คำกล่าว “แก้ตัว” สำหรับการกระทำที่ชั่วร้าย ตรงนี้เราได้พบสิ่งอัครทูตเปาโลหมายถึง เมื่อท่านกล่าวว่าผู้คนเหล่านี้พา
กันนมัสการสิ่งพระเจ้าทรงสร้างขึ้น แทนที่จะนมัสการองค์พระผู้สร้าง” (อ่าน โรม 1:22-25)

วันจันทร์   การปกครองที่ไม่มีความสุขของเศเดคียาห์  (เยเรมีย์ 37:1-10)
      
       ชื่อ เศเดคียาห์ มีความหมายว่า “ความชอบธรรมของพระยาห์เวห์” เศเดคียาห์เป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายนั่งบัลลังก์
ของอาณาจักรยูดาห์ก่อนกรุงเยรูซาเล็มจะถูกทำลายโดยกองทัพบาบิโลน ในปี 586 ก่อน ค.ศ. ในตอนแรกพระองค์ดูเหมือนจะเต็มใจเชื่อฟังถ้อยคำของพระเจ้าผ่านท่านเยเรมีย์ และยอมแพ้ต่อบาบิโลน แต่ท่าทีนี้ไม่ยั่งยืน

       อ่านพระธรรม เยเรมีย์ 37:1-10. ท่านเยเรมีย์ได้กล่าวเตือนกษัตริย์เศเดคียาห์อะไร?

       ภายใต้ความกดกันจากประชาชนของพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกขุนนาง และพวกผู้นำ เศเดคียาห์เพิกเฉย
ต่อคำเตือนของท่านเยเรมีย์ กษัตริยองค์นี้ส่งตัวแทนไปทำพันธสัญญากับฟาโรห์แห่งอียิปต์ พระองค์หวังว่าพันธสัญญาด้านการทหารจะลดการคุกคามจากบาบิโลนลง (อ่านเอเสเคียล 17:15-18) ทั้งๆ ที่ท่านเยเรมีย์ได้กล่าวเตือนตรงๆ ว่าความรอดจะไม่ได้จากอียิปต์เลย

       อ่าน พระธรรม เยเรมีย์ 38:1-6. มีอะไรเกิดขึ้นกับท่านเยเรมีย์อีก เพราะว่าท่านเทศนาพระวจนะของพระ
เจ้าให้กับประชาชน?

       ดังพระเยซูได้ทรงกล่าวไว้ “ผู้เผยพระวจนะจะไม่ขาดความนับถือ เว้นแต่ในเมืองของตน ท่ามกลางญาติพี่น้อง
ของตน และในวงศ์วานของตน" (มาระโก 6
:4)  น่าเห็นใจท่านเยเรมีย์ต้องเผชิญกับเพื่อนร่วมชาติของท่านเหมือนกับ
ผู้เผยพระวจนะท่านอื่นๆ ท่านเยเรมีย์ไม่อาจพูดได้ว่าท่านไม่ได้รับการเตือน ในกรณีนี้การเตือนเป็นเรื่องเกี่ยวกับความยุ่งยากที่ท่านต้องเผชิญ หากท่านยังซื่อสัตย์ต่อพระเจ้ ซึ่งท่านเป็นคนเช่นนั้น !
       ช่างเป็นความยากลำบากท่านเยเรมีย์ต้องได้รับเช่นกัน ทั้งนี้เพราะท่านถูกปรักปรำว่าได้ทำจิตวิญญาณของคน
ในชาติอ่อนกำลังลง ยิ่งกว่านั้นประชากรกำลังเผชิญกับศัตรูที่ยังไม่มาถึง และท่านเยเรมีย์ได้เดินทางไปรอบๆในหลาย
ปีที่ผ่านมา ตอนนี้ได้ประกาศว่าอีกไม่กี่ปีประเทศจะพ่ายแพ้ พวกเขาจะไม่ประสบชัยชนะ เพราะแม้แต่องค์พระผู้เป็นเจ้า
ยังต่อต้านพวกเขา (ชนอิสราเอล) เป็นการง่ายจะเข้าใจว่า เหตุใดเหล่าผู้นำต้องการปิดปากท่านให้สนิท เพราะพวกเขา
มีใจแข็งกระด้างในความบาป และพระสุรเสียงของพระเจ้าที่กำลังตรัสกับพวกเขา พวกเขาไม่ได้ยิน เพราะพวกเขากลับ
คิดว่านั้นเป็นเสียงของฝ่ายศัตรู

       ท่านเยเรมีย์ถูกโยนลงบ่อโคลน นั่นเป็นความทรมานฝ่ายร่างกาย ส่วนด้านความรู้สึกนึกคิด พิจารณาดู
จะเห็นว่าท่านเจ็บปวดใจมากแค่ไหน ที่ได้ยินชาวยูดาห์กล่าวหาว่าท่านกำลังพยามยามสร้างความเจ็บปวด
ให้เพื่อนร่วมชาติ รวมทั้งทำให้ชาวยูดาห์ขาดกำลังใจจะต่อสู้กับชาวบาบิโลน ที่ท่านเยเรมีย์มีความรวดร้าว
ใจมากที่สุด คือท่านถูกกล่าวหา จากกลุ่มคนที่ท่านกำลังพยายามให้ความช่วยเหลือ?
 
วันอังคาร   การล้มลงของเยรูซาเล็ม  (เยเรมีย์ 40:1-6)

       ความพยายามจะตีกรุงเยรูซาเล็มให้แตกของกองทัพบาบิโลน ครั้งแรกในเดือนมกราคมในปี 588 ก่อน ค.ศ. และ
ในครั้งที่สอง ในปี 586 ก่อน ค.ศ. กรุงเยรูซาเล็มต้านกองทัพชาวบาบิโลนได้ในครั้งแรก และในครั้งสอง ในอีกสองปีต่อ
มา กองทัพบาบิโลนสามารถทำลายกำแพงเมือง และบุกเข้าไปใจกลางเมืองได้สำเร็จ กษัตริย์เศเดคียาห์พยายามพาครอบครัวหลบหนีไปแต่ประสบความล้มเหลว เขาและครอบครัวถูกจับได้ และถูกนำตัวมยังกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ เนบูคัดเนสซาร์ สั่งประหารบุตรชายของเศเดคียาห์ต่อพระพักตร์กษัตริย์ผู้เป็นบิดา เราสามารถอ่านเรื่องเศร้านี้ได้ในพระธรรมเยเรมีย์ 39:1-10.

       อ่าน พระธรรม เยเรมีย์ 40:1-6.  อะไรคือความหมายสำคัญของคำว่า “เนบูซาระดาน” สำหรับท่านเยเรมีย์?

       น่าสนใจเพียงใดผู้บัญชาการชาวต่างชาติ (เนบูชาระดาน) เข้าใจสถานการณ์ได้ดีกว่าประชาชนชาวยูดาห์ของท่านเยเรมีย์เอง! เป็นที่ชัดเจนว่า ชาวบาบิโลนทราบบางสิ่งเกี่ยวกับท่านเยเรมีย์ และพันธกิจรับใช้พระเจ้าของท่าน และพวกเขาปฏิบัติต่อท่านเยเรมีย์แตกต่างมากกว่าชาวอิสราเอล อย่างเช่นเศเดคียาห์ (อ่านเยเรมีย์ 39:11,12) ผู้นำชาวบาบิโลนคนนี้ให้ความเชื่อถือสำหรับความพ่านแพ้ของกรุงเยรูซาเล็ม ว่าเป็นการลงโทษของพระเจ้าสำหรับความบาปของชาวยูดาห์ มากกว่าการบันดาลของ “พระต่างๆ” ที่นำชัยชนะมาให้ ข้อพระคัมภีร์ไม่ได้กล่าวว่าเพราะสาเหตุใด เหตุผลไม่เป็น
ที่ประจักษ์ แต่ก็ค่อนข้างประหลาดใจจะเรียนรู้ว่า พระเจ้าได้ทรงสำแดงบางสิ่งเกี่ยวกับพระองค์เองต่อผู้ไม่เชื่อในพระองค์เช่นชาวบาบิโลน
       ท่านเยเรมีย์ทำการเลือกอะไร: จะไปกับเชลยยังบาบิโลน หรือ จะอยู่กับชาวยูดาห์กลุ่มน้อยที่เหลืออยู่? การเลือก
อย่างใดอย่างหนึ่งมองดูแล้วไม่ดีกว่ากัน  ในการส่งเสริมด้านจิตวิญญาณทั้งสองกลุ่มต้องการอย่างยิ่ง และท่านเยเรมีย์
สามารถทำการรับใช้ได้ไม่ว่าท่านจะอยู่กับกลุ่มไหน แต่ท่านเยเรมีย์ตัดสินใจอยู่ท่ามกลางกลุ่มที่ยังเหลืออยู่ในแผ่นดิน
แม่ คืออยู่กับกลุ่มคนยากจน ผู้กำลังต้องการความหนุนใจอย่างยิ่ง และให้ความช่วยเหลือพวกที่เขาควรได้รับ (อ่านพระธรรมเยเรมีย์ 40:6, 7)

       คุณสามารถเรียนรู้จะทำการรับใช้ อย่างหนึ่งคือการให้ความช่วยเหลือคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ในสถานการณ์ไหน? เหตุใดจึงถือว่าสำคัญ แม้สำหรับตัวคุณเอง คุณจะให้การรับใช้ในสิ่งใดๆที่คุณสามารถ
ทำได้?

วันพุธ    ด้วยสิ้นสุดใจของเจ้า  (เยเรมีย์ 29:13

       “เจ้าจะแสวงหาเราและพบเราเมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วยสิ้นสุดใจของเจ้า* (เยเรมีย์ 29:13) คุณเคยมีประ
สบการณ์ตรงในพระสัญญาข้อนี้ไหม? ส่วนของประโยคที่ว่า “ด้วยสิ้นสุดใจของเจ้า” มีความหมายว่าอะไร?

       องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบจุดเริ่มต้นจากจุดสิ้นสุด ทหารหาญในกรุงเยรูซาเล็มกำลังต่อสู้กับกองทหารของบาบิ
โลน ในใจพวกเขายังคงหวังว่าถ้อยคำของผู้เผยพระวจนะเท็จ ที่พวกเขาได้ฟังมาเป็นความจริง ทั้งๆ ที่พระเจ้าทรงใช้
ท่านเยเรมีย์ให้พูดเกี่ยวอนาคต และพูดกับประชาชนที่ไปอยู่ในบาบิโลนก่อนหน้านี้แล้ว และชนอิสราเอลผู้จะได้ไปอยู่
ในอีกไม่นาน และท่านเยเรมีย์ได้พูดอะไรบ้าง!
 
       อ่าน พระธรรม เยเรมีย์ 29:1-14. ความรัก และ พระเมตตาของพระเจ้าถูกแบ่งปันไปอย่างไรในข้อพระ
คัมภีร์เหล่านี้?

       ตรงนี้เป็นข่าวสารแห่งพระคุณ คือข่าวสารแห่งพระกรุณา และการให้อภัย ซึ่งไม่ใช่อย่างเดียวกันกับข่าวสารแห่ง
“พระคุณ” ที่ประชาชนได้ยินมาจากผู้เผยพระวจนะเท็จ ผู้เผยพระวจนะเท็จบอกว่า ความทุกข์ลำเข็ญของพวกเขาได้รับ
จะสั้นมากเพียงแค่สองปีเท่านั้น แต่นั่นไม่ใช่แผนการของพระเจ้า และมันจะไม่เกิดขึ้น จากพื้นฐานคำสอนของท่านโม
เสส พวกเขาจะต้องยอมรับการลงโทษเพราะพวกละทิ้งพระเจ้า ดังท่านโมเสสได้เขียนว่าเมื่อประชากรของพระเจ้าทำ
ผิดบาป พวกเขาจะต้องกลับใจใหม่จากความบาปนั้น แล้วพวกเขาจะได้กลับสู่แผ่นดินบ้านเกิด

       อ่านพระธรรม เฉลยธรรมบัญญัติ 30:1-4. ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้อธิบายในสิ่งที่ท่านเยเรมีย์กล่าวกับประชาชนอย่างไร? (อ่าน เฉลยธรรมบัญญัติ 4:29)

       เราได้รับของประทานแห่งพระวิญญาณในพันธกิจการรับใช้ของ เอลเลน จี. ไวท์. เราจะสามารถมั่นใจได้อย่างไรว่า เราจะมีท่าทีอย่างเดียวกันต่อ เอลเลนจี. ไวท์. ในปัจจุบันที่คนจำนวนไม่น้อย (ไม่ใช่ส่วนมาก) มี
ความรู้สึกอย่างเดียวกับ ประชนอิสราเอลเวลานั้นมีความรู้สึกต่อท่านเยเรมีย์?

วันพฤหัสบดี   ช่วงเวลาเจ็ดสิบปี  (เยเรมีย์ 29:10)

       คำพยากรณ์ของท่านเยเรมีย์ควรมีอิทธิพลในความนึกคิดของชาวยิวในบาบิโลน (1) พวกเขาไม่ควรเชื่อในสิ่งที่ผู้
เผยพระวจนะเทียมเท็จกล่าว และ (2) พวกเขาไม่ควรรู้สึกท้อถอย ท่านเยเรมีย์ขอให้พวกเขาอธิษฐานเพื่อชาวบาบิโลน
คำขอนี้อาจสร้างความประหลาดใจกับเชลยถูกนำตัวไปบาบิโลน สิ่งที่ท่านเยเรมีย์เอ่ยขอจากเชลยชาวยิวไม่ถูกเปิดอ่าน
ในประวัติศาสตร์ตอนต้นของอิสราเอล เป็นสิ่งไม่รู้จักท่ามกลางประชากรของพระเจ้า ที่จะอธิษฐานเผื่อศัตรู ผู้ได้ทำการอย่างชาวบาบิโลนได้กระทำกับประชากรผู้ได้รับเลือกสรรของพระเจ้า ท่านผู้เผยพระวจนะได้สลายความเข้าใจทั้งมวล
ของพวกเขาเกี่ยวกับพระวิหาร และกรุงเยรูซาเล็ม พวกเขาอาจอธิษฐานขณะอยู่ในประเทศผู้ไม่เชื่อในพระเจ้า และองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงชนม์นิรันดร์จะรับฟังพวกเขา

       ช่างเป็นความหวังที่อัศจรรย์พระเจ้าทรงประทานให้ชาวยิวในบาบิโลน? อ่าน พระธรรม เยเรมีย์ 29:10? (อ่าน เยเรมีย์ 25:11,12 ;  2 พงศาวดาร 36 : 21 ; ดาเนียล  9 :2 ด้วย)

       ทุกสิ่งพระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสว่าจะเกิด ได้บังเกิดขึ้นแล้วทุกอย่าง ดังนั้นชาวยิวในบาบิโลนมีเหตุผลทุกอย่างจะเชื่อวางใจพระเจ้าจะทำให้คำพยากรณ์ที่กล่าวไว้ว่า “เมื่อเจ็ดสิบปี แห่งบาบิโลนครบแล้วเราจะเยี่ยมเยียนเจ้าและจะให้
คำสัญญาของเราสำเร็จเพื่อเจ้าและจะนำเจ้ากลับมาสู่สถานที่นี้” (เยเรมีย์ 29
:10) สำเร็จสมจริง เหตุใดพระเจ้าจึงทรงกำหนดเวลาไว้ 70 ปีอย่างเจาะจง ที่ชาวยิวจะเป็นเชลยในบาบิโลน เราไม่ทราบแน่ แต่มีความเชื่อมโยงชัดเจนกับเรื่อง
“ปีสะบาโต” ดังมีข้อพระคัมภีร์กล่าวว่า “แต่ในปีที่เจ็ดนั้นเป็นปีสะบาโต จงให้แผ่นดินหยุดพักสงบเป็นปีสะบาโต แด่พระ
เจ้า เจ้าอย่าหว่านพืชในนา หรือลิดแขนงสวนองุ่นของเจ้า” (เลวีนิติ 25
:4) (อ่าน เลวีนิติ 26:34,43 ด้วย) มีอะไรสำคัญสำหรับคำพยากรณ์นี้? ถ้าชาวยิวได้รับเอาด้วยความเชื่อ และมอบให้เป็นไปตามน้ำพระทัย คำพยากรณ์จะให้ความหวัง
ยิ่งใหญ่ และพระสัญญาของพระเจ้าก็จะสำเร็จสมบูรณ์ ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขา พวกเขาควรได้ทราบว่าไม่ใช่
ทั้งหมดจะสูญหาย เพราะพระเจ้าจะไม่ทอดทิ้งพวกเขา พวกเขายังคงเป็นประชากรพิเศษของพระองค์ พระเจ้าจะไม่
ทรงตัดขาดพวกเขาในฐานะเป็นชนชาติอิสราเอล เสรีภาพเป็นสิ่งพร้อมจะประทานให้กับเขาทั้งปวง หากพวกเขาเต็ม
ใจรับเงื่อนไขแห่งการปกครองของพระองค์

       คำพยากรณ์ข้อไหนให้ความหวังยิ่งใหญ่แก่คุณสำหรับอนาคต? ข้อไหนบ้างทำให้ความเชื่อของคุณเข้มแข็งขึ้น และช่วยคุณเรียนรู้ที่จะวางใจในพระผู้เป็นเจ้าไม่ว่าจะมีอะไรเข้ามา?
 
วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 
       “การเปลี่ยนแปลงที่ต้องการ คือการเปลี่ยนแปลงดวงใจ และแต่ละคนสามารถทำได้เมื่อเขา /หล่อนทูลขอพระเจ้า
สำหรับอำนาจในการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างเจาะจง ด้วยการร้องขอพระเจ้าทรงหลั่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ลงมาสวมทับเรา แล้วการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น อย่าลืมว่าเราต้องอธิษฐานหนักอย่างจริงใจต่อเนื่อง อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ของ
พระเจ้าเป็นหนึ่งเดียวจะเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยของเราให้ดีขึ้นได้ เพื่อบรรลุถึงประสบการณ์นี้ เราควรทุ่มเทพลังกายใจ
และมุ่งมั่นในความปรารถนาผ่านคำอธิษฐานของเรา? เราควรทราบว่ามีบันไดอะไร ที่จะนำเราสู่ทิศสวรรค์เบื้องบน”
จาก หนังสือ ของเอลเลน จี. ไวท์. ใน “Selected Messages, book one, pages 187, 188.

คำถามเพื่อการอภิปราย

1.  ขณะที่เราเรียนรู้ ให้เราสังเกต พระวจนะของพระเจ้าตรงนี้ ท่านเยเรมีย์ถ่ายทอดคำตรัสของพระเจ้าว่า 
     “จงแสวงหาเรา (พระเจ้า) และพบเราเมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วยสิ้นสุดสุดใจของเจ้า” (เยเรมีย์ 29:13) เรา
     จะทำสิ่งนี้ได้อย่างไร? ถ้ามีใครมาถามคุณว่า “ผม / ฉันอยากรู้จักพระเจ้าด้วยตัวผม / ฉัน เอง ผมจะพบ
     พระองค์ได้อย่างไร? คุณจะตอบเขาอย่างไร?  
3.  ครุ่นคิดเกี่ยวกับคำถามสุดท้ายในตอนจบหัวข้อศึกษาวันพฤหัสบดี คำพยากรณ์ในพระคัมภีร์หลาย
     ตอนได้สำเร็จสมจริงในอดีต และปัจจุบันเราอยู่ตรงจุดไหนของประวัติศาสตร์ และเราสามารถทราบว่า
     คำพยากรณ์ที่กล่าวถึงช่วงเวลานี้กำลังสำเร็จสมจริง สิ่งนี้จะช่วยเราให้ไว้วางใจพระเจ้า และชีวิตของ
     เราซึ่งจะดำเนินต่อไปในอนาคต ซึ่งเป็นตอนคำพยากรณ์ยังไม่สำเร็จสมจริง?
                                     
                         
********************
 
________________________
Additional links on this topic:

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272