Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > index Thai SSL 4Q2015 > บทที่ 1: การเรียกเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะ > บทที่ 2: วิกฤติการณ์ > บทที่ 3: กษัตริย์ห้าองค์สุดท้ายของอิสราเอล > บทที่ 4: การแก้ไข และ การลงโทษ > บทที่ 5 : ปัญหามากชึ้นสำหรับผู้เผยพระวจนะ > บทที > > > > > >
.
บทที่ 12 : กลับไปอียิปต์
.
บทที่  12
                                          กลับไปอียิปต์                 
                                    12 - 18  ธันวาคม  2015
บ่ายวันสะบาโต    
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :
เยเรมีย์ 40:7-16 ; เยเรมีย์ บทที่ 41, 42, 43 ; อพยพ 16:3 ; กันดารวิถี 16:13 ; เยเรมีย์ บทที่ 44.

ข้อควรจำ   “แล้วเขาทั้งหลายพูดกับเยเรมีย์ว่า ''ขอพระเจ้าจงเป็นพยานที่ซื่อสัตย์ และแน่นอน
                  ต่อสู้ข้าพเจ้าทั้งหลาย ถ้าข้าพเจ้าทั้งหลายมิได้กระทำตามบรรดาพระวจนะของพระ
                  เยโฮวาห์พระเจ้าของท่านผู้ทรงใช้ท่าน” (เยเรมีย์ 42:5)


บทเรียนของสัปดาห์นี้นำเราสู่จุดสุดท้ายของเรื่องท่านเยเรมีย์ ผู้เผยพระวจนะ แต่ทั้งนี้
ท่านและครอบครัว “หาได้ดำรงชีวิตอย่างมีความสุขตลอดเวลาไม่” หลังจากเรื่องได้จบลง ในอีกแง่หนึ่ง คนหนึ่งอาจสรุปใจความของพระธรรมเยเรมีย์ด้วยการกล่าวว่า เราพบตัวอย่างข้อจำกัดของพระคุณ แห่งการให้อภัย กล่าวคือพระคุณ
จะไม่ช่วยเหล่าผู้ปฏิเสธจะยอมรับ โดยไม่ขึ้นกับว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตรัสกับพวกเขามากี่ครั้ง พระเจ้าทรงเสนอ
ความรอด การปกป้อง สันติสุข และความสำเร็จให้ แต่ทั้งหมดของพวกเขา ยกเว้นคนกลุ่มเล็กของผู้ซื่อสัตย์ ต่างปฏิเสธ
จะรับเอาความรอด ที่พระเจ้าทรงยื่นให้
       ชีวิตของท่านเยเรมีย์เป็นอย่างไร? ชีวิตของท่าน และพันธกิจการรับใช้ท่านในฐานะผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าดูเหมือนไร้ประโยชน์! “ท่านผู้เผยพระวจนะเจ้าน้ำตา” มีความกดดันมากเหลือเกินจนทำให้ท่านร้องไห้ แม้ท่านจะถ่ายทอด
คำเตือนจากพระเจ้า แต่ประชาชนยังผูกติดอยู่กับความบาปของพวกเขา เลวร้ายที่สุดคือพวกเขากราบไหว้รูปเคารพ และรวมตัวกันวางแผนทำร้ายผู้เผยพระวจนะอย่างเปิดเผย อย่างนี้เท่ากับพวกเขาต่อต้านข่าวสารของพระเจ้านั่นเอง
       พระคุณก็คือพระคุณ เพราะเป็นสิ่งพระเจ้าทรงประทานให้แก่คนบาป แต่ไม่ใช่การบังคับให้ใครรับ เราต้องเต็มใจ
รับเอาของประทานนั้นเอง

วันอาทิตย์   ความสับสนทางการเมือง  (เยเรมีย์ 40:7-16)

        คนหนึ่งอาจคิดว่า เมื่อกรุงเยรูซาเล็มถูกทำลาย และอาณาจักรยูดาห์พ่ายแพ้แก่กองทัพบาบิโลนโดยสิ้นเชิง ประ
ชาชนทั้งปวงจะพากันเรียนบทเรียนของพวกเขา น่าเศร้าใจจริง ไม่ใช่คนทั้งปวงได้เรียนรู้ และเรื่องราวทั้งหลายยังไม่จบ
ลงเพียงเท่านี้
      
       อ่าน พระธรรม เยเรมีย์ 40:7-16 มีข่าวสารอะไรทรงประทานให้กับประชาชนอีก? คำว่า “ชนกลุ่มน้อยที่เหลืออยู่”  ในเยเรมีย์ 40:11 (บาบิโลนได้ทิ้งคนน้อยไว้ในยูดาห์) มีความหมายว่าอย่างไร?

       ข่าวสารแห่งสันติสุขได้ถูกส่งออกไป (อ่านเยเรมีย์ 40:12) แต่ไม่ใช่ทุกคนจะพึงพอใจกับสถานการณ์ในเวลานั้น

       อ่าน พระธรรม เยเรมีย์ บทที่  41. มีปัญหาใหม่อะไรหลายอย่างที่ “ชนกลุ่มน้อยที่เหลืออยู่” ต้องเผชิญในเวลานั้น?
      
       “ในเดือนที่เจ็ดอิชมาเอลบุตรเนธานิยาห์ ผู้เป็นบุตรเอลีชามาเชื้อพระวงศ์ เป็นข้าราชการผู้ใหญ่คนหนึ่งของกษัตริย์ ได้มาหาเกดาลิยาห์บุตรอาหิคัมพร้อมกับคนสิบคนที่มิสปาห์ ขณะเมื่อเขารับประทานอาหารอยู่ด้วยกันที่มิสปาห์ อิชมา
เอลบุตรเนธานิยาห์กับคนทั้งสิบที่อยู่กับเขา ก็ได้ลุกขึ้นฆ่าเกดาลิยาห์บุตรอาหิคัม ผู้เป็นบุตรชาฟานผู้ที่พระราชาแห่งบา
บิโลนได้แต่งตั้งให้เป็นผู้ว่าราชการที่แผ่นดินนั้นเสียด้วยดาบจนตาย” (เยเรมีย์ 4:1-3) นี่เป็นการแสดงว่าอิชมาเอล เชื้อพระวงษ์ของยูดาห์ และทหารคนสนิทไม่ยอมรับชนชาติที่พวกเขาจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การปกครองคือบาบิโลน ทั้งนี้เพราะว่าเกดาลิยาห์ได้การแต่งตั้งสู่บัลลังก์โดยกษัตริย์บาบิโลน (อ่าน เยเรมีย์ 40:5) คนกลุ่มนี้อาจมองเห็นเขาเหมือนเป็นกษัตริย์
จอมปลอม ดังนั้นกลุ่มผู้ก่อการร้ายจึงฆ่าเกดาลิยาห์เสียพร้อมบุคคลสำคัญในราชสำนักของเขา
       เมื่อเราอ่านพระธรรมเยเรมีย์บทต่อๆไป เราได้ทราบว่าคนกลุ่มน้อยที่เหลืออยู่เหล่านี้มีความกลัวต่อบาบิโลน พวกเขาไม่ทราบเหตุผลแน่ชัดในสิ่งที่เกิดขึ้น บาบิโลนอาจต้องการแก้แค้นต่อการตายของเกดาลิยาห์ และทหารของบาบิโลน
ที่ถูกลอบฆ่าในคราวเดียวกัน (อ่านเยเรมีย์ 41:3)

       ความบาปของอิชมาเอล และคนของเขาเป็นสาเหตุทำให้เกิดความกลัวท่ามกลางเหล่าคนที่ไม่มีส่วนในความบาปของพวกเขา สิ่งนี้ควรได้บอกเราเกี่ยวกับว่า เราสามารถนำเอาความเจ็บปวด และความทุกข์ยาก
มาสู่บุคคลบริสุทธิ์ได้โดยการไม่เชื่อฟังพระเจ้า?
 
วันจันทร์   มองหาการทรงนำของพระเจ้า  (เยเรมีย์ บทที่ 42)

       อ่าน พระธรรม เยเรมีย์ บทที่ 42. มีข่าวสารทรงพลังอะไรพบตรงนี้สำหรับประชาชน และทุกคนที่พึ่งการ
ทรงนำขององค์พระผู้เป็นเจ้าผ่านการอธิษฐาน?
 
       ด้วยความกลัวต่อการแก้แค้นของบาบิโลน ประชาชนจำนวนมากได้มาหาท่านเยเรมีย์ ขอให้ท่านอธิษฐานขอการ
ทรงนำจากพระเจ้า ตอนนี้พวกเขาอาจทราบแล้วว่า ท่านเยเรมีย์เป็นผู้เผยพระวจนะตัวจริงของพระเจ้า และพวกเขาคง
ได้ทราบด้วยว่า สิ่งที่ท่านเยเรมีย์กล่าวได้กลายเป็นจริง เมื่อท่านได้กล่าวในนามของพระเจ้า
       ประชาชนทั้งหลายกล่าวสัญญาว่าจะทำทุกสิ่งพระเจ้าทรงบัญชาให้พวกเขาทำ อย่างที่เราอ่าน ดูเหมือนประชาชน
ได้เรียนรู้บทเรียนของพวกเขา พวกเขาเองต้องการจะทราบในน้ำพระทัยของพระเจ้า และดำเนินตาม คำสารภาพของ
พวกเขามีพลังมาก พวกเขาได้พากันกล่าวว่า “ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ข้าพเจ้าทั้งหลายจะเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเรา ผู้ซึ่งข้าพเจ้าทั้งหลายส่งท่านให้ไปหานั้น เพื่อเราจะอยู่เย็นเป็นสุข เมื่อเราเชื่อฟังพระสุรเสียงแห่งพระเย
โฮวาห์พระเจ้าของเรา
'' (เยเรมีย์ 42:6)
       เปรียบเทียบถ้อยคำตรงนี้กับข่าวสารของท่านเยเรมีย์ในตอนต้น: ที่ท่านกล่าวว่า อย่าพึ่งพิงในกำลังทหารของชาว
ต่างชาติ แต่จงพึ่งวางในในองค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์จะทรงช่วยพวกท่านในเวลาของพระองค์
       พระเจ้าทรงเตือนพวกเขาเพราะพระองค์ทรงทราบในความอ่อนแอแห่งดวงใจของพวกเขา พระองค์ทราบด้วยว่า
พวกเขากำลังคิดจะกลับไปอยู่ใต้ปีกของอียิปต์ เพื่อพวกเขาจะได้รับการปกป้อง ดังนั้นพระเจ้าทรงประทานพระบัญชาชัดเจนว่า การจะทำเช่นนั้นเท่าการเดินเข้าไปสู่ความหายนะ
       นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งของการเลือกอย่างชัดเจน! เป็นการเลือกเราต้องเผชิญ: (1) ชีวิต และสันติสุขผ่านความเชื่อ และการเชื่อฟังพระเยซู หรือ (2) ความยุ่งเหยิงและความตายผ่านการขาดความเชื่อ และการเชื่อฟัง สุดท้ายแล้วผลลัพธ์จะ
เกิดขึ้นอย่างเดียวกับเราทั้งปวง เราอาจคิดว่าไม่เหมือนประชากรชาวอิสราเอล เพราะเราไม่ได้รับการเตือนบ่อยๆอย่างชัดเจน แต่ที่จริงแล้วเราได้รับการเตือนเหมือนๆ กัน

       ชีวิต หรือ ความตาย พระพร หรือ คำสาปแช่ง คุณได้ทำการเลือกอย่างไรในทุกวัน? ไม่ว่าจะเพื่อชีวิต หรือ ความตาย?

วันอังคาร   การกลับไปอียิปต์  (เยเรมีย์ 43:1-7)

       ถ้าคุณยังไม่ได้อ่านพระธรรมเยเรมีย์ บทที่ 42 ล่วงหน้า อาจกล่าวได้ว่าบทนี้มีเหตุการณ์ตื่นเต้น ประชาชนจะทำอะไร? พวกเขาจะเอื้อมออกไปด้วยความเชื่อ ความเชื่อที่พบได้ในการเชื่อฟัง และยังดำรงชีวิตต่อไปในแผ่นดินยูดาห์? หรือพวกเขาจะทำความผิดซ้ำรอยอย่างได้ทำในอดีต? และแทนที่จะติดตามองค์พระผู้เป็นเจ้า พวกเขาจะทำในสิ่งที่พวกเขาอยากทำ? พระเจ้าทรงประทานคำเตือนในหลายข้อสุดท้ายของบทที่ 42 เกี่ยวกับว่ามีอะไร “รอคอย” พวกเขาอยู่ ถ้าพวกเขาหวนกลับไปอียิปต์

       อ่าน พระธรรม เยเรมีย์ 43:1-7. พวกเขาทำอะไร?

       สมมติพระวจนะของพระเจ้าไม่เห็นพ้องกับความปรารถนาของเรา อย่างนี้เราอาจสงสัยในแผนการของพระองค์ เช่นเดียวกัน ประชาชน และผู้นำชาวยูดาห์มีความสงสัยในท่านเยเรมีย์ ในอิสราเอลสถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป
แต่ผู้คนยังคงเหมือนเดิมในความรู้สึกนึกคิด และในดวงใจของพวกเขา พวกเขาหาข้อแก้ตัวจากได้กล่าวสัญญาไว้กับ
พระเจ้า ด้วยการกล่าวโจมตีผู้เผยพระวจนะ แต่พวกเขาไม่ต้องการโจมตีท่านเยเรมีย์ซึ่งมีอายุมากแล้วโดยตรงแต่ไพล่
ไปกล่าวหาบารุค ซึ่งเป็นเพื่อนของท่านเยเรมีย์ และบางครั้งทำหน้าที่เลขาเขียนหนังสือตามคำบอกของท่านเยเรมีย์ พวกเขาแสดงการเกรี้ยวกราดกับบารุค โดยกล่าวหาว่าบารุคปั่นหัวผู้เผยพระวจนะให้ว่ากล่าวต่อต้านพวกเขา

       อ่าน พระธรรม อพยพ 16:3 และ กันดารวิถี 16:13. อะไรคือข้อเปรียบเทียบระหว่าง สิ่งที่ประชาชนพูดกับท่านเยเรมีย์ และอะไรคือสิ่งประชาชนในสมัยอพยพพูดกับท่านโมเสสในสมัยของท่าน?

      ธรรมชาติของมนุษย์จะมองหาหาใครสักคนที่พวกเขาจะโยนกลองให้ (รับผิดชอบแทน) สำหรับปัญหาของพวกเขาเสมอ ทั้งคิดหาข้อแก้ตัวจะทำในสิ่งที่ต้องการ ดังนั้นบารุคถูกกล่าวหาว่า ต้องการให้ผู้คนทั้งปวงตายในมือของชาวบา
บิโลน หรือถูกจับไปเป็นเชลยที่นั่น ณ จุดสูงสุดด้านอารมณ์ของพวกเขา พวกเขาไม่อาจไตร่ตรองถึงเหตุผลได้ดี จึงสำ
คัญยิ่งที่เราจะอดกลั้นอารมณ์ไว้ในการควบคุมขององค์พระผู้เป็นเจ้า!

       บ่อยครั้งเพียงใดที่เราปล่อยให้อารมณ์มีอิทธิพลเหนือการตัดสินใจของเรา หรือแม้แต่ทำเพิกเฉยต่อพระ
บัญชาอันชัดเจนของพระเจ้า? เราสามารถจะปกป้องตัวเราเองจากการปล่อยให้อารมณ์เข้ามาควบคุมเราได้อย่างไร?

วันพุธ    ถูกนำไปอียิปต์   (เยเรมีย์ 43:8-13)  

       อ่านพระธรรม เยเรมีย์ 43:8-13.  องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตรัสอะไรผ่านท่านเยเรมีย์?
 
       ทาปานเหสเป็นเมืองชายแดนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอียิปต์ เมืองนี้มีป้อมปราการแข็งแรง เป็นเมืองเปิดที่อียิปต์อนุญาตให้ชาวยิวมาตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นนิคม (หมู่บ้าน) ของพวกเขาเอง
       อีกครั้งหนึ่ง องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงต้องการให้ท่านเยเรมีย์กล่าวคำพยากรณ์พิเศษเกี่ยวกับชาวยิวเหล่านี้ แม้ถ้อย
คำจะเต็มไปด้วยพลัง จุดหมายที่ถูกส่งผ่านออกไปยิ่งแข็งแกร่งกว่า เมื่อถ้อยคำกล่าวนั้นกล่าวถึงพวกเขาโดยตรง
       พระเจ้าทรงสั่งให้ท่านเยเรมีย์ฝังก้อนหินข้างทางเดินเข้าพระราชวังของฟาโรห์ เราไม่ทราบท่านเยเรมีย์ทำได้อย่าง
ไร แต่จุดหมายนั้นชัดเจน: แม้แต่ฟาโรห์กษัตริย์ของอียิปต์ด็ไม่อาจต้านทานพระประสงค์ของพระเจ้า พระเจ้าได้ทำพระวจนะของพระองค์สำเร็จสมจริงตามได้ตรัสไว้ ชาวยิวผู้อพยพไปอาศัยในอียิปต์เชื่อว่า พวกเขาจะได้รับการปกป้องเป็นอย่างดี แต่พวกเขาคิดผิด ก็เช่นเดียวกันก่อนหน้ากรุงเยรูซาเล็มจะถูกโจมตีโดยชาวบาบิโลน กษัตริย์ยูดาห์ได้ส่งทูต
เป็นตัวแทนไปขอให้กษัตริย์อียิปต์ส่งกองทหารมาช่วยปกป้องกรุงเยรูซาเล็ม แต่พวกเขาได้รับความผิดหวังมาแล้วหน
หนึ่ง (เยเรมีย์ 37:7) แม้แต่พระ (gods) ของชาวอียิปต์ยังช่วยอะไรไม่ได้ ชนอิสราเอลควรได้ทราบว่า ผู้สามารถปกป้อง
พวกเขาได้อย่างแท้จริง คือการเชื่อฟังองค์พระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา
       “เมื่อผู้เชื่อในพระเจ้า ปฏิเสธตนเองโดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการถือศาสนาของเรา เราจะมีความเข้าใจ และทำตามพระประสงค์ของพระองค์ ดวงตาของเราจะได้รับการทาด้วยยาทาตา แล้วจะมองเห็นสิ่งอัศจรรย์มาจากพระบัญญัติของพระเจ้า เราจะมองเห็นเส้นทางแห่งการเชื่อฟัง เป็นเส้นทางเดียวที่ปลอดภัย พระเจ้าทรงหวังให้ประชากรของพระองค์มี
ความรับผิดชอบพอๆกับความจริงที่พวกเขาเข้าใจ การอ้างพระบัญญัติของพระองค์ ซึ่งยุติธรรม และดี มีเหตุผล ผ่านทางพระคุณของพระคริสต์ พระองค์ทรงคาดหวังให้เราทั้งหลายทำข้อกำหนดของพระองค์อย่างครบถ้วน” จากหนังสือของ
เอลเลน จี.ไวท์. ใน “
The Adventist Review and Sabbath Herald, February 25, 1890.

       คิดเกี่ยวกับสัญลักษณ์ของชนอิสราเอล การกลับไปประเทศอียิปต์ในความปรารถนาเพื่อความปลอดภัยของพวกเขา นี่เป็นเรื่องแปลกเพียงใด! ในความรู้สึกนึกคิดด้านจิตวิญญาณ ในทางใดบ้างที่เราอาจถูกทดลอง
ให้ “กลับไปอียิปต์” เพื่อค้นหาสิ่งเราคิด ที่เราไม่พบว่านั่นเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า?

วันพฤหัสบดี  การคิดกบฏอย่างเปิดเผย  (เยเรมีย์ 44:1-10)  

        อ่าน พระธรรม เยเรมีย์ 44:1-10. ชนชาวอิสราเอลทำอะไรในประเทศอียิปต์?

       ขณะอยู่ในอียิปต์ท่านเยเรมีย์ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเดิม เหมือนกับตอนท่านอยู่ในแผ่นดินยูดาห์ ในเวลานั้นท่าน
เยเรมีย์ต้องพูดคุยกับเหล่าผู้นำ จากนั้นท่านต้องพูดคุยกับคนสามัญผู้อยู่ในอียิปต์กำล้งทำความบาปบางอย่างเหมือน
เคยทำมา ซึ่งได้นำความทุกข์ยากให้พวกเขา

       คำตอบอะไรของประชาชนทำให้ท่านเยเรมีย์รู้สึกประหลาดใจ? (อ่าน เยเรมีย์ 44:15-19 ด้วย)              

      การทำให้ดวงใจของพวกเขาแข็งกระด้างต่อเนื่อง เป็นเรื่องทำให้ท่านเยเรมีย์รู้สึกประหลาดใจ พวกเขาจ้องมอง
ท่านเยเรมีย์ซึ่งซึ่งหน้า และปฏิเสธข่าวสารที่ท่านกล่าวใน “นามขององค์พระผู้เป็นเจ้า”
       เหตุผลนั้นง่าย: ในสมัยเริ่มต้น ก่อนสมัยปฏิรูปของกษัตริย์โยสิยาห์ พวกเขามีส่วนอย่างมากในการนมัสการ “พระ”
หลายองค์ของคนต่างชาติ พวกเขาแม้แต่เผาเครื่องหอมถวายราชินีแห่งสวรรค์ และเทเครื่องดื่มถวายแด่พระนางเจ้า สิ่งต่างๆ ดูเหมือนดำเนินไปด้วยดีสำหรับพวกเขา พวกเขามีชีวิตสะดวกสบาย และมีความปลอดภัย แต่ภายหลังการปฏิรูปของกษัตริย์โยสิยาห์แล้วปัญหาได้เริ่มก่อตัวขึ้น ดังนั้นพวกเขาพากันคิดว่า เหตุใดพวกเขาต้องฟังถ้อยคำของท่านเยเรมีย์
ตลอดจนคำเตือนในเรื่องต่างๆ ของท่านเล่า
      คำตอบของท่านเยเรมีย์ (เยเรมีย์ 44:20-30) คือ พระเจ้าทรงตรัสว่าเพราะพวกเจ้าทำสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ปัญหาต่างๆ
จึงได้มายังพวกเจ้า ที่เลวร้ายกว่าพวกเจ้าดื้อดึงปฏิเสธจะเปลี่ยนแปลง ปัญหาต่างๆนาๆ จึงบังกิดกับพวกเจ้ามากขึ้น พวก
เจ้าพยายามหาแหล่งปลอดภัยในประเทศอียิปต์ แต่นั่นเป็นการหลอกลวง และการโกหก เหมือนพระของชาวต่างชาติที่พวกเจ้ากราบไหว้ ในตอนสุดท้าย เจ้าทั้งหลายจะได้ทราบความจริง แต่นั่นมันก็สายเกินไป

       คนจำนวนมากมีส่วนลึกซึ้งในความบาป และไม่มีความเชื่อ แต่ดูเหมือนชีวิตของพวกเขาดำเนินไปด้วยดีในขณะเวลาเดียวกัน บางครั้งคริสเตียนที่ซื่อสัตย์ต้องผ่านความลำบากอันน่ากลัว เราจะอธิบาย และดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อก้าวผ่านปัญหาเหล่านี้อย่างไร?
 
วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม: 
       ตลอดทั้งเล่มของพระธรรมเยเรมีย์ เหมือนพระคัมภีร์ทั้งเล่ม เรากำลังปล้ำสู้กับคำถามเรื่อง “ความดี และ ความชั่ว” และในฐานะคริสเตียนเรารู้จัก “ความดี” แยกห่างจาก “ความชั่ว” เพราะว่าพระเจ้าทรงได้อธิบายในความแตกต่างให้เรา
ฟังในหลายวิธี (อ่าน ตัวอย่างเช่น พระธรรม โรม 7:7; มีคาห์ 6:8 ; โยชูวา 24:15 ; มัทธิว 22:37-39 ; และเฉลยธรรมบัญญัติ 12:8) แต่ถ้าคุณไม่เชื่อในพระเจ้า? คุณสามารถจะรู้จักวิธีแยกสิ่งดี และสิ่งชั่วได้อย่างไร? จะว่าไป บุคคลผู้ไม่เชื่อในพระเจ้า และไม่เชื่อในหลักข้อเชื่อใดๆ อย่างนักเขียนคนหนึ่งชื่อ แซม แฮรีส ตั้งคำถามข้อหนึ่งในหนังสือของเขาชื่อว่า “การจัดพื้นที่ศีลธรรม”(The Moral Landscape) ในหนังสือเล่มนี้เขาอ้างถึงความดี และ ความชั่วสามารถเข้าใจได้ผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น นั่นคือวิทยาศาสตร์จะช่วยให้เราทราบถึงสิ่งที่ถูกจากสิ่งที่ผิด” จากหนังสือของ แซมแฮรีส
ใน
“The Moral Landscape” page 109. ความจริงมีว่า นักวิทยาศาสตร์ส่วนมาก แม้ท่ามกลางผู้ไม่เชื่อในพระเจ้า มักมี
ปัญหาจากการเชื่อว่า “วิทยาศาสตร์สามารถแก้ปัญหาเหล่าน้ำได้” อย่างไรก็ดี ถ้าคุณไม่เชื่อในพระเจ้า คุณจะไปหาคำตอบได้จากที่ไหนสำหรับปัญหาเหล่านี้?
 
คำถามเพื่อการอภิปราย
  1.  “ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับ การเรารับเอาเงื่อนไงที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเสนอให้กับเรา” จาก หนังสือ ของ เอลเลน
      จี. ไวท์. ใน “
Selected Messages, book one, page 118. เหตุใดจึงเป็นการผิดที่จะคิดว่าความรอดมายัง
       เราโดยปราศจากเงื่อนไข? เงื่อนไขไม่ใช่อย่างเดียวกับการทำความดี การปฏิบัติตน สิ่งดังกล่าวไม่ทำให้เรา
       “ได้คะแนน” จากพระเจ้า เราสามารถเรียนรู้จะบอกในความแตกต่างระหว่าง “คำสอนเทียมเท็จเรื่องความ
       รอดด้วยการกระทำดี” และในทำนองเดียวกันคำสอนที่ว่าความรอด เป็นสิ่งที่ได้รับมาโดยปราศจากเงื่อน
       ไขอย่างไร?”

                              *******************
 
________________________
Additional links on this topic:

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272