Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > Index Thai SSL 1Q2016 >
.
Lesson 1: วิกฤติการณ์ในสวรรค์
.
คำนำ
การก่อกบฏ และการไถ่ให้รอด
 
              ฐานะเป็นมนุษย์ การเรายืนอยู่ตรงกลางของ “สงครามการต่อสู้ขัดแย้งยิ่งใหญ่ระหว่างพระคริสต์ และซาตาน” เป็นการสงครามที่ไม่มีใครในพวกเราสามารถหลบเหลี่ยงได้
              จากสวรรค์สงครามใหญ่นี้ย้ายสนามรบมายังโลก เมื่อซาตานหลอกลวงอาดัม และเอวาด้วยเล่ห์กล และคำเท็จสำเร็จ ซาตานได้ช่วงชิงความจงรักภักดีของพวกเขาจากพระเจ้าไปเป็นของซาตานเอง หากมนุษย์ทั้งสองได้เชื่อฟังคำสั่งอันชัดเจนของพระเจ้า ปัญหาทั้งหมด และความทุกข์เดือดร้อนนานัปการของโลกที่เราเห็นในเวลานี้จะไม่อุบัติขึ้น
              แต่พระเจ้าทรงมีคำตอบสำหรับโศกนาฏกรรมนี้ พระองค์ทรงมองเห็นล่วงหน้าแล้วว่าจะมีอะไรบังเกิดขึ้น “ในพระเยซูคริสต์นั้น พระองค์ได้ทรงเลือกเราไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะทรงเริ่มสร้างโลก เพื่อเราจะบริสุทธิ์และปราศจากตำหนิในสายพระเนตรของพระองค์” (เอเฟซัส 1:4)  และพระองค์ทรงวางแผนการช่วยให้รอดไว้อย่างลงตัว
              พระคัมภีร์ตลอดเล่มบันทึกว่า พระเจ้าทรงมีชัยเหนือเป้าหมายของซาตานเสมอ พระเยซูทรงเสด็จมาในฐานะเป็น “อิมมานูเอล” (พระเจ้าทรงอยู่กับเรา) พระองค์ทรงยึดเอาอาณาเขตที่ซาตานได้ขโมยจากอาดัม และเอวากลับคืนมา พระเยซูทรงประสบชัยชนะใจจุดอ่อนที่อาดัมพ่ายแพ้ ในพันธกิจของพระองค์พระเยซูได้แสดงให้เห็นสิทธิอำนาจของพระองค์เหนือบรรดาสิ่งพระองค์ทรงเนรมิตสร้าง และเหนือกองกำลังของพญามาร ก่อนพระเยซูจะทรงเสด็จกลับสวรรค์เพียงเล็ก
น้อย พระองค์ทรงประทานอำนาจให้เล่าสาวก และทรงพระบัญชาให้พวกเขาขยายอาณาจักรของพระองค์ไปทั่วพิภพ          
              พระเยซูทรงมีชัยนะยิ่งใหญ่บนไม้กางเขน การท้าทายของซาตานเน้นตรงจุดเรามอบถวายความภักดีของเรา เราจะอยู่กับฝ่ายชนะ หรืออยู่กับฝ่ายแพ้ การเลือกควรเป็นเรื่องง่าย และชัดเจน แต่การต่อสู้ขัดแย้งยังต้องดำเนินต่อไป และในเวลานี้ซาตานกำลังสาละวนกับโกหกหลอกลวง  เราจะเห็นได้ชัดว่าการสงครามสำหรับดวงจิต และดวงใจของเรายังมีต่อไม่สิ้นสุด ความหวัง และการอธิษฐานของเราคือขอพระเจ้าทรงให้บทเรียนไตรมาสนี้เปิดใจให้เราเห็นการโกหกอันแนบเนียนว่า ที่จริงแล้วมันคืออะไร ขอบทเรียนเหล่านี้ช่วยเราให้เลือกพระคริสต์ และยืนหยัดในความซื่อสัตย์อดทนเพราะพระองค์ทรงตรัสพระสัญญาไว้ว่า “แต่ผู้ใดทนได้จนถึงที่สุดผู้นั้นจะรอด” (มัทธิว 24:13)
 
อาจารย์ ดร. ดาวิด ทัสเคอร์ เป็นเลขาธิการเขตท้องที่ของสำนักงานภาคแปซิฟิกใต้ ท่านได้รับปริญญาเอก ( PhD) ใน“การศึกษาพระคัมภีร์เดิม” ท่านเริ่มงานด้วยการเป็นศิษยาภิบาลกับชาวพื้นเมืองในประเทศนิวซีแลนด์ เป็นประธานสำนักงานมิชชั่นหมู่เกาะซาโลมอน เป็นอาจารย์ผู้บรรยายในวิชา “การศึกษาพระคัมภีร์” ที่มหาวิทยาลัยแอ๊ดเวนตีสแปซิฟิก (ปาปัวนิวกินี) และ ที่ “สถาบันการศึกษาระดับก้าวหน้า (AIIAS)” ที่ฟิลิปปินส์ ท่านและภรรยา, มิสซีสแคโรลมีบุตรขายสองคน ซึ่งแต่งงานแล้ว ชื่อ เนธาน และ สตีเฟน และมี หลานชายหญิงรวมสามคน


บทที่  1
วิกฤติการณ์ในสวรรค์
วันที่ 26 ธันวาคม - 1 มกราคม 2016
บ่ายวันสะบาโต    
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :
อิสยาห์ 14: 4, 12-15 ; เอเสเคียล 28:2, 12-19 ; ยอห์น 12:31 ; วิวรณ์ 12:7-13 ; ลูกา 10:1-21.    

ข้อควรจำ      “คนเหล่านั้นร้องเสียงดังว่า "ความรอดขึ้นอยู่กับพระเจ้าของเราผู้ประทับบน
                     พระที่นั่ง และขึ้นอยู่กับพระเมษโปดก" (วิวรณ์ 7:10)                                                          


“พระบัญญัติแห่งความรักเป็นพื้นฐานแห่งการปกครองของพระเจ้า ถ้าคนทั้งปวงเชื่อฟังหลัก
การแห่งความชอบธรรม พวกเขาจะมีความสุข พระเจ้าทรงประสงค์ให้ประชากรทั้งมวลของพระองค์รับใช้พระองค์ด้วยความรัก มองเห็นคุณค่าความงดงามแห่งพระอุปนิสัยของพระองค์ พระเจ้าไม่าชื่นชมกับการบังคับประชากรของพระองค์ให้เชื่อฟัง เพราะได้ทรงได้ประทานทุกคนให้มีเสรีภาพในการเลือก ในทำนองนี้พวกเขาอาจจะเต็มใจ และมีจิตอาสารับใช้พระองค์” จาก หนังสือ ของเอลเลน จี.ไวท์. ใน “บรรพชน และ ผู้เผยพระวจนะ” หน้า 34
       หากคนทั้งมวลยอมรับความจริง พวกเขาจะถวายความจงรักภักดี และความรักแด่พระเจ้าทั่วจักรวาลจะเกิดสันติ สุขไปทั่ว แต่หากมีคนดียวทำบาปก็จะ “เสียของ” ไปทั้งหมด ลูซีเฟอร์คิดว่าเขาสามารถทำการได้ดีกว่าที่พระเจ้าได้ทำ แต่เบื้องหลังของความคิดนั้นซาตานต้องการนั่งบัลบังก์แทนที่พระเจ้า ได้รับพระสิริ และเกียรติยศที่พระเจ้าได้รับ
       ด้วยความปรารถนาจะเสวยอำนาจเสมอเหมือนกับพระเจ้า ซาตานได้นำเหล่าทูตสวรรค์ผู้หลงผิดให้ทำ “สงครามในสวรรค์” (วิวรณ์ 12:7) แต่ซาตาน และบริวารพ่ายแพ้ จึงต้องย้ายสนามรบมายังโลกนี้ ซาตานได้ใช้เล่ห์กลกับอาดัม และเอวาที่ต้นไม้แห่งความรู้ดี และรู้ชั่วในสวนเอเดน นับเป็นการเริ่มสงครามบนโลก ปรากฏว่าอาดัม และเอวา พ่ายแพ้ต่อสงครามแห่งทดลอง อันเป็นเหตุให้มนุษย์ทั้งปวงต้องมีชีวิตอยู่ในผลลัพธ์ของสงครามตั้งแต่นั้นมา แผนการแห่งความรอดเป็นวิธีของพระเจ้าในการจัดการกับผู้ต่อต้านพระองค์ เพื่อนำความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสันติสุขที่ซาตานได้ปล้นไปกลับคืนมา

วันอาทิตย์   การล้มลงในแผ่นดินสวรรค์  (อิสยาห์ 14:4, 12-15)
       อ่านพระธรรม อิสยาห์ 14:4, 12-15 พรรณนาเกี่ยวกับกษัตริย์บาบิโลน แสดงให้เห็นว่าท่านอิสยาห์กำ
ลังกล่าวถึงใครคนหนึ่ง ที่ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์ผู้มีอำนาจในการปกครอง?


       ไม่มีกษัตริย์ของอาณาจักรใดบนแผ่นดินโลกจะตกลงมาจากสวรรค์ นั่นหมายถึงพระธรรมอิสยาห์ 14:12-14 กำลังพูดถึงบุคคลหนึ่งผู้ทรงอำนาจยิ่งใหญ่กว่ากษัตริย์บาบิโลน โดยข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ยังพรรณนาถึงบุคคลนั้นว่า “โอดาวประจำกลางวันเอ๋ย พ่อโอรสแห่งพระอรุณ เจ้าร่วงลงมาจากฟ้าสวรรค์แล้วซิ เจ้าถูกตัดลงมายังพื้นดินอย่างไรหนอเจ้าผู้กระทำให้บรรดาประชาชาติตกต่ำน่ะ เจ้ารำพึงในใจของเจ้าว่า 'ข้าจะขึ้นไปยังฟ้าสวรรค์ เหนือดวงดาวทั้งหลายของพระเจ้า ข้าจะตั้งพระที่นั่งของข้า ณ ที่สูงนั้น ข้าจะนั่งบนขุนเขาชุมนุมสถาน ที่อุดรไกล คือ สถานเทพชุมนุม ข้าจะขึ้นไปเหนือความสูงของเมฆ ข้าจะกระทำตัวของข้าเหมือนองค์ผู้สูงสุด แต่เจ้าถูกนำลงมาสู่แดนคนตายยังที่ลึกของปากแดน” (อิสยาห์ 12:12-15)  ทั้งหมดนี้พรรณนาถึงความทะเยอทะยานในอำนาจของซาตาน ตามที่ปรากฏให้เห็นในคำพยากรณ์ที่ปรากฏตรงนี้
       พระเยซูทรงกระทำอย่างเดียวกันในการเปรียบเทียบคำพรรณนาของพระองค์ ซึ่งบอกว่ากรุงเยรูซาเล็มจะถูกทำลาย (มัทธิวบทที่ 24) เมื่อเหล่าอัครทูตถามเกี่ยวกับว่าพระวิหารจะถูกทำลายเมื่อไร ในคำตอบ พระเยซูทรงพรรณนาถึงทั้ง (1) การที่กรุงเยรูซาเล็มจะถูกทำลายโดยกองทัพชาวโรมัน ใน ค.ศ.70 และ (2) และวาระสุดท้ายของโลก ในทำนองเดียวกัน ท่านอิสยาห์พรรณนาถึงกษัตริย์บนแผ่นดินโลก และที่ยิ่งใหญ่กว่ากษัตริย์ของแผ่นดินโลก
 
       อ่าน พระธรรม เอเสเคียล 28:2, 12-19. ข้อพระคัมภีร์ตรงนี้พรรณนาเกี่ยวกับซาตานอย่างไร?

       ท่านผู้เผยพระวจนะเอเสเคียลพรรณนาถึง “บุคคล” ผู้สมบูรณ์แบบในสวนเอเดน ท่านได้รับการตกแต่งด้วยเพชร นิลจินดาอันล้ำค่านานาชนิด และ “บุคคล” ผู้สมบูรณ์พร้อมที่พรรณาถึงนี้เป็น “ทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์” ที่คอยรับใช้พระยุคลบาทใกล้พระบัลลังก์ของพระเจ้า แต่บุคคลผู้บริสุทธิ์นี้ท่านนี้ได้กลายเป็น “พญามาร” เหตุเพราะท่านหยิ่งยโสใน “ความงาม” ของท่าน
       โดยการใช้ต้นแบบของมนุษย์ ตัวอย่างเหล่านี้ช่วยเราให้เข้าใจ “บุคคลแห่งสวรรค์” ได้ดีขึ้น ผู้เผยพระวนะใช้ตัวอย่างเหล่านั้นช่วยอธิบายบางสิ่งลึกล้ำกว่าที่อาจยากสำหรับเราซึ่งเป็นมนุษย์จะเข้าใจ สิ่งที่เกิดในสวรรค์อาจเป็นการยากสำหรับเราในโลกมนุษย์จะเข้าใจ แต่เราทุกคนสามารถเข้าใจในผลลัพธ์ด้านลบ และความทะเยอทะยานที่เห็นแก่ตัวของผู้ปกครองในโลกมนุษย์ ท่านอิสยาห์และ เอเสเคียลช่วยพรรณนาให้เราเข้าใจว่า ความงาม และความเป็นระเบียบสมบูรณ์ได้ถูกทำ “เสียทูตสวรรค์ไป” อันเนื่องมาจากความทะยานอยากที่นำไปสู่ความหายนะ

       ลูซีเฟอร์ เป็นทูตสวรรค์ที่สมบูรณ์แบบ แต่ความหยิ่งได้ทำให้ท่านมีความคิด และประพฤติตัวยุ่งเหยิงจนกลายเป็นมารร้าย สิ่งนี้ควรบอกอะไรเราซึ่งเป็นคนบาป เกี่ยวกับว่าความหยิ่งมีอันตรายมากแค่ไหน เมื่อเราปล่อยให้มันเข้าควบคุมตัวเรา?

วันจันทร์   เจ้าโลกนี้  (ยอห์น 12:31)

       อ่านพระธรรม ยอห์น 12:31 , ยอห์น 14:30และ ยอห์น 16:11 , เหตุใดพระเยซูทรงเรียกซาตานว่า “เจ้าแห่งโลกนี้” ?

       
เมื่อพระเจ้าทรงสร้างอาดัม และเอวาในครั้งแรก พระองค์ทรงให้พวกเขาอาศัยอยู่ในสวนเอเดน ทรงมอบหมายให้พวกเขาดูแลรักษาส่วน (ปฐมกาล 2:8,15) พวกเขาเอาใจใส่สรรพสิ่งที่มีชีวิต ซึ่งมีทั้งที่อาศัยอยู่ในน้ำ ที่บินไปมาในอากาศ และบนผืนแผ่นดิน (ปฐมกาล 1:26 ,28) พระเจ้าทรงให้สิทธิอาดัมในการตั้งชื่อสัตว์ทุกชนิด ซึ่งในเวลาเดียวกันพระเจ้าทรงประทานให้อาดัมมีอำนาจเหนือสัตว์ทั้งปวง นี่เป็นการแสดงให้เห็นถึงสิทธิอำนาจในการปกครองโลก
       เมื่ออาดัมล้มลงในความบาป เขาได้สูญเสียสิทธิอำนาจในการปกครองโลก ซาตานได้เข้ามายึดอำนาจนั้นทันที แต่มนุษยชาติทั้งมวลได้รับการช่วยให้รอดจากการถวายบูชาของพระคริสต์ที่คาลวารี
       จากการเปิดพระธรรมโยบไม่กี่บทแรกอ่าน พระธรรมเล่มนี้ได้เผยให้เราได้ทราบว่า อาดัมได้สูญเสียอะไรไปอย่างมากมายเพียงใด เมื่อเราได้อ่านเกี่ยวกับท้องพระโรงของจักรวาล เราสามารถเข้าใจได้ว่า มนุษยชาติได้ตกอยู่ใต้อำนาจการควบคุมของธรรมชาติตั้งแต่วันมนุษย์ได้ล้มลงเป็นต้นมา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                            

       อ่าน พระธรรม โยบ 1
:6 , 7  และ โยบ 2:1 , 2. เหตุใดซาตานจึงแนะนำตัวเองในห้องประชุมใหญ่ของเหล่าเทพพระบุตรของพระเจ้า โดยอ้างว่าเป็นตัวแทนจากโลกด้วยการกล่าวว่าเขาเป็น “ผู้จากไปๆ มาๆ อยู่บนแผ่นดินโลก และจากการเดินขึ้นลงบนนั้น” (โยบ 1:7) ?

       การเดิน “ไปๆ มาๆ” หรือ “การเดินกลับไปกลับมา” ไม่ใช่พฤติกรรมของผู้เป็นนักท่องเที่ยว ในพระคัมภีร์ลักษณะเช่นนี้เป็นเครื่องหมายของการเป็นเจ้าของ เมื่อพระเจ้าทรงประทานแผ่นดินให้กับท่านอับราฮัม พระองค์ทรงบอกให้ท่านอับราฮัมเดินไปทั้งด้านยาว และด้านกว้าง (ปฐมกาล 13:17) พระองค์ตรัสเช่นเดียวกันกับท่านโมเสส และโยชูวา (เฉลยธรรมบัญญัติ 11:24 ; โยชูวา 1:3) ในลักษณะเดียวกันนี้ ซาตานอวดอ้างตนเป็น “เจ้าแห่งโลกนี้” (2 โครินธ์ 4:4)

       มีข้อพิสูจน์อะไรที่เราสามารถพบได้จากงานของซาตานในโลกนี้? เราสามารถได้รับความหวังจากพระสัญญาที่ว่า วันหนึ่งความยุ่งเหยิงทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้จะผ่านไปอย่างไร?
 

วันอังคาร   การสงครามในสวรรค์  (วิวรณ์ 12:7-16)


       เราไม่ทราบแน่ว่าการสงครามในสวรรค์ทำการต่อสู้กันอย่างไร เราไม่ทราบในรายละเอียดของอาวุธใช้ในการต่อสู้ จากข้อมูลที่ได้ทราบว่า ซาตานและบริวารพ่ายแพ้ และถูกขับไล่ออกจากสวรรค์ พระคัมภีร์ไม่ได้กล่าวถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการสู้รบบนแผ่นดินสวรรค์ แต่การสงครามครั้งนั้น กลับมีผลลัพธ์โดยตรงฝ่ายจิตวิญญาณในโลกนี้
    
       อ่าน พระธรรมวิวรณ์ 12:7-16  ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้บอกเราเกี่ยวกับ “การสงครามต่อสู้ขับเคี่ยวฯ” ตามที่ได้อุบัติขึ้นในสวรรค์ และจากนั้นบนแผ่นดินโลกอะไรบ้าง?     

        สังเกตแนวทางด้านบวก ท่านยอห์นผู้เขียนพระธรรมวิวรณ์กล่าวเกี่ยวกับ การสงครามต่อเนื่อง ระหว่าง “ผู้ที่กล่าวโทษพวกพี่น้อง” และ “เขาเหล่านั้นผู้ชนะมาร” (ด้วยพระโลหิตของพระเมษโปดก และเพราะคำพยานของพวกเขาเอง” วิวรณ์ 12:11) ท่านยอห์นเชื่อม “ความรอด” และ “การมาตั้งอยู่ของอาณาจักรพระเจ้า” เข้าด้วยกัน (วิวรณ์ 12:10,11) หัวข้อเชิงบวกนี้ ถูกกล่าวต่อเนื่องตลอดบทนี้ และถือว่าเป็นส่วนสำคัญของสงครามต่อสู้ขับเคี่ยวยิ่งใหญ่ระหว่างพระคริสต์ และซาตาน
       เป็นสิ่งสำคัญเราจะศึกษาแนวคิดหลักของบทที่ 12 ซึ่งบรรยายถึงการคุกคามใหญ่สามประการ และในแต่ละการคุกคามจะตามมาด้วยการช่วยให้รอดพ้น ในนิมิตที่ท่านยอห์นได้เห็น ได้แสดงให้เห็นการต่อสู้ขับเคี่ยวยิ่งใหญ่ระหว่างพระคริสต์ และซาตาน และฝ่ายซาตานนั้นช่างไร้แรงพลังที่จะต่อกรกับพระคริสต์
       ยกตัวอย่างเช่น “พญานาคใหญ่สีแดง” (พญานาคใหญ่งูดึกดำบรรพ์) (วิวรณ์ 12:3,9) กำลังจะกลืนกินทารก (พระกุมารเยซูที่กำลังจะคลอดออกมา) แต่พระเจ้าทรงทำการอัศจรรย์เพื่อช่วยผู้หญิงคนนั้น และทารกนั้นให้รอดพ้นจากความตาย (วิวรณ์ 12:14-16)
       ฝ่ายพญานาคพยายามจะเข้าจู่โจมผู้หญิงคนนั้น (ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ถึงประชากรของพระเจ้า อ่านวิวรณ์ 12:13) ถ้ามีผู้จะถามว่า ถ้าผู้หญิงคนนั้นที่พึ่งคลอดบุตรพ่ายแพ้ต่อพญามารจะมีอะไรเกิดขึ้น?
      พญามารพยายามจะทำลายประชากรของพระเจ้าเป็นครั้งที่สาม ในครั้งนี้ “งูนั้นก็พ่นน้ำออกจากปากเหมือนแม่น้ำไหลตามหญิงนั้น เพื่อจะให้พัดหญิงนั้นไป แต่แผ่นดินก็ได้ช่วยหญิงนั้นไว้ได้ โดยแยกออกเป็นช่องแล้วสูบน้ำที่พ่นออกจากปากพญานาคนั้นลงไป”  (วิวรณ์ 12:15-16)
       เมื่อพลาดจากเป้าหมายแรก พญามารได้หันมาสนใจ ประชากรของพระเจ้าในยุคสุดท้าย พระคัมภีร์ข้อนี้กล่าวว่า“พญานาคโกรธแค้นหญิงนั้น มันจึงออกไปทำสงครามกับพงศ์พันธุ์ของนางที่เหลืออยู่นั้น คือผู้ที่ประพฤติตามพระบัญญัติของพระเจ้า และยึดถือคำพยานของพระเยซู” (วิวรณ์ 12:17)  ประวัติศาสตร์คริสตจักรบันทึกไว้ชัดเจนว่า ประชากรของของพระเจ้าถูกข่มเหงอย่างไรในช่วงปีดังกล่าว บ่อยครั้งเราคิดว่า ประชากรของพระเจ้าสามารถก้าวผ่านการข่มเหงอันรุนแรงทางศาสนาได้อย่างไร แต่อย่าให้เราลืมไปว่าการข่มเหงยังจะไม่จบตรงนั้น แต่จะมีเหตุการณ์อย่างเดียวกันต่อเนื่องดังที่พระธรรมวิวรณ์ บทที่ 14 ได้กล่าวไว้ ตรงจุดนั้นเราพบว่าเหล่าผู้สัตย์ซื่อยืนอยู่หน้าบัลลังก์ของพระเจ้า พวกเขาทั้งหลายคนได้รับการช่วยให้รอดเช่นกัน

       บางครั้งคุณรู้สึกว่าได้รับความกดดันจากพลังอำนาจที่เหนือกว่าตัวคุณเอง คุณสามารถจะรับเอาความ
กล้าหาญจากองค์พระผู้เป็นเจ้าได้อย่างไร เพราะองค์ทรงพลังอำนาจยิ่งใหญ่กว่าใครทั้งปวง?
 
วันพุธ  
 ซาตานถูกขับออกไป  (ลูกา 10:1-21)  

       อย่างที่เราได้ศึกษามาแล้ว การสงครามไม่ได้จำกัดอาณาเขตอยู่เฉพาะในสวรรค์เท่านั้น แต่ขยายมายังแผ่นดินโลกด้วย ในบางเวลาปรากฏออกมาว่าซาตาน “ซึ่งคือผู้กล่าวหาพี่น้องของเราต่อพระพักตร์ของพระเจ้า ทั้งกลางวันและกลางคืน” (วิวณณ์ 12:10) ยังสามารถยืนอยู่ต่อหน้าพระบัลลังก์ของพระเจ้า และยังตั้งข้อกล่าวหาเอากับประชากรของพระเจ้า จะว่าไปท่านโยบเป็นผู้นำคนหนึ่งในพระคัมภีร์ที่ได้รับความทุกข์ยากอันเนื่องมาจากการดูหมิ่นนี้

       อ่านพระธรรม ลูกา 10:1-21  ถ้อยคำของพระคริสต์ตรงนี้พูดเกี่ยวกับซาตานอะไรบ้าง?

       ก่อนพระเยซูทรงส่งสาวก 70 คนออกไปประกาศพระกิตติคุณ ทรงสั่งพวกเขาว่า “อย่าเอาไถ้เงิน หรือย่าม หรือรองเท้าชิ้นที่สองติดตัวไป” (ลูกา10:4) ทรงสั่งให้พวกเขาอวยพรแก่เจ้าบ้านซึ่งให้การต้อนรับพวกเขา (ลูกา10:5) ทรงเตือนว่า พวกเขาเป็นเหมือนลูกแกะเดินอยู่ท่ามกลางสุนัขป่า” (ลูกา 10:3) เราพบความห่วงใยในลักษณะเดียวกันนี้ในวิวรณ์ บทที่ 12 ตรงนี้พยานาคพยายามทำสงครามกับประชากรของพระเจ้า
       เมื่อเหล่าสาวก 70 คน ดำเนินพันธกิจเที่ยวแรกสำเร็จได้เดินทางกลับมารายงานให้พระเยซูทราบ เหล่าสาวกรายงานว่า “พระองค์เจ้าข้า ถึงผีทั้งหลายก็ได้อยู่ใต้บังคับของพวกข้าพระองค์โดยพระนามของพระองค์” (ลูกา 10:17) ซึ่งรายงานนี้นำความเปรมปรีดิ์มาให้พระเยซู ตลอดจนเหล่าอัตรทูต และสาวกทั้งมวล” (ลูกา 10:21) ในช่วงเวลานั้นเองพระเยซูทรงกล่าวถึงซาตานว่า “เราได้เห็นซาตานตกจากฟ้าเหมือนฟ้าแลบ” (ลูกา 10:18) ทรงเตือนเหล่าสาวกว่าอย่าวางความชื่นชมยินดีของพวกเขาบนพื้นฐานความสำเร็จเหนือซาตาน และกองกำลังของจอมมาร “แต่จงเปรมปรีดิ์ เพราะที่ชื่อของพวกท่านถูกจดไว้ในสวรรค์” (ลูกา 10:20) และให้สิ่งนี้คอยเตือนใจพวกเขาเสมอว่า ในพระหัตถ์ของพระผู้ช่วยให้รอดพวกเขาเป็นประชากรชาวสวรรค์ และที่พวกเขา (และพวกเรา) เอาชนะเหล่าศัตรูได้ไม่ใช่ตัวเราทั้งหลายเอง แต่เป็นพระเยซูคริสต์
       การจะมีอำนาจเหนือซาตานเป็นไปได้เพียงทางเดียวเท่านั้น คือการพึ่งในอำนาจของพระเยซูผู้ได้ชัยชนะที่ไม้กางเขน อัครทูตเปาโลกล่าวว่า “พระองค์ทรงปลดเทพผู้ครองและศักดิเทพเสีย พระองค์ได้ทรงประจานเขา และชนะเขาโดยกางเขนนั้น” (โคโลสี 2:15) ในพระเยซูประชากรของพระเจ้าประสบชัยชนะ ในวันพิพากษาโลกนี้ “เจ้าโลกนี้” คือซาตานจะถูกกำจัดออกไป (ยอห์น 12:31) การสงครามต่อสู้ขับเคี่ยวยิ่งใหญ่ระหว่างพระเจ้า และซาตานจะถึงจุดสิ้นสุดเช่นกัน
 
      “จงชื่นชมยินดี เพราะว่าชื่อของท่านถูกจดไว้แล้วบนแผ่นดินสวรรค์” ครุ่นคิดอย่างลึกซึ้งเกี่ยวคำถ้อยคำเหล่านี้ ว่ากำลังเอ่ยถึงอะไร? เหตุใดสิ่งดังกล่าวจึงเป็นเหตุผลยิ่งใหญ่เราจะรู้สึกเปรมปรีดิ์?


วันพฤหัสบดี    การสงครามต่อเนื่อง (ยอห์น 16:33)

       งูพิษที่โดนฆ่าใหม่ๆ สามารถแพร่พิษได้หากคุณไปไปคว้ามันโดยไม่ระวัง และบังเอิญถูกสกิดโดยเงี้ยวพิษ ในทำนองเดียวกันการกัดของซาตาน (งูเฒ่าโบราณ) หรืออีกชื่อ “พญานาค” กล่าวคือแม้จะพ่ายแพ้ที่คาลวารีก็จริง แต่ยังสามารถปล่อยพิษถึงตายได้ในปัจจุบัน อันตรายยังไม่สิ้นซากเสียทีเดียว
      
       พระเยซูทรงเตือนใน พระธรรม ยอห์น 16:33 ว่า “เราได้บอกเรื่องนี้แก่ท่าน เพื่อท่านจะได้มีสันติสุขใน
เรา ในโลกนี้ท่านจะประสบความทุกข์ยาก แต่จงชื่นใจเถิด เพราะว่าเราได้ชนะโลกแล้ว
''  พระเยซูทรงกล่าว
เตือนเหล่าสาวกของพระองค์ให้ยืนหยัดต่อสู้กับสิ่งชั่วร้าย (จากพญามาร) ต่อไปอย่างไร?


       พระเยซูทรงตรัสชัดเจนว่าผู้ติดตามของพระองค์จะไม่พบเส้นทางสะดวกสบาย กระนั้นพวกเขาควรให้ความใส่ใจใกล้ชิดในชัยชนะที่พวกเขาจะพบในพระองค์ สะท้อนจาก “การรับประกัน” ในเรื่องนี้ อัครทูตเปาโลหนุนใจเหล่าผู้เชื่อในกรุงโรมว่า “ไม่ช้าพระเจ้าแห่งสันติสุข จะทรงปราบซาตานให้ยับเยินลงใต้ฝ่าเท้าของท่านทั้งหลาย ขอพระคุณของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา จงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด” (โรม 16:20)  และอัครทูตยอห์นผู้ได้รับวิวรณ์ กล่าวไว้ว่า คริสตจักรในวาระสุดท้ายจะปลอดภัยในสิ่งเดียวกันคือ “เขาเหล่านั้นชนะพญามารด้วยพระโลหิตของพระเมษโปดก และเพราะคำพยานของพวกเขาเอง” (วิวรณ์ 12:11)  

       อ่านพระธรรม ฮีบรู 12:1, 2. ใครบ้างที่เป็น “พยานทั้งหลาย”? ชีวิตของพวกเขาหนุนใจเราอย่างไร? อ่านพระธรรม ฮีบรู บทที่ 11 ด้วย

      
พระธรรม ฮีบรู บทที่ 11 กล่าวถึงชีวิตของวีรบุรุษแห่งความเชื่อผู้มีชื่อเสียงบางท่าน (1) ท่านอาแบลได้นำเครื่องบูชาที่สมบูรณ์แบบมาถวายแด่พระเจ้า และท่านไม่เคยถูกลืมหลังการตายของท่าน (2) ท่านเอโนค ดำเนินชีวิตใกล้ชิดพระเจ้า และท่านถูกรับไปอยู่กับพระเจ้าบนสวรรค์ (3) ท่านโนอาห์ กล่าวเตือนประชาชนสมัยของท่านถึงภัยพิบัติที่มองไม่เห็น และเสนอทางรอดแก่ชาวโลกที่จะกำลังจะจมน้ำตายในความบาป (4) ท่านอับราฮัม ถูกเรียกจากแดนอารยธรรมไปยังดินแดนแห่งพระสัญญา (5) นางซาราห์ให้กำเนิดบุตรแห่งพระสัญญาขณะที่อายุของนางชาราห์มากเกินกว่าจะมีบุตร(6) ท่านโมเสสเลือกจะทนทุกข์ยากกับประชากรของพระเจ้าแทนที่จะอาศัยอยู่ในพระราชวังของกษัตริย์ (7) นางราหับเป็นพยานในความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า (โยชูวา 2:9-11) เหล่านี้เป็นประดุจก้อนเมฆแห่งพยานที่ถูกกล่าวถึงในพระธรรมฮีบรู บทที่ 11 พวกเขาไม่เหมือนกลุ่มชนที่นั่งบนอัฒจันทร์ดูการแข่งขัน แต่พวกเขาเป็นผู้เล่นบทบาทของการเป็นพยาน พวกเขากระตือรือร้นในการดำเนินชีวิตเป็นพยาน เปี่ยมด้วยความสัตย์ซื่อ และให้การสนับสนุน เผชิญหน้ากับการทดลอง เราทั้งหลายไม่ได้อยู่ตามลำพังในสงครามใหญ่แห่งการต่อสู้ขับเคี่ยว

       มองไปยังชื่อของวีรบุรุษ วีรสตรีแห่งความเชื่อที่เอ่ยถึงในพระธรรม ฮีบรู บทที่ 11 พวกเขาเป็นใคร? พวกเขามีลักษณะชีวิตอย่างไร? คุณสามารถได้รับการหนุนใจจากข้อมูล ที่ว่าชีวิตของพวกเขาใช่จะปราศจากซึ่งความผิดพลาด หรือความอ่อนแอเสียทีเดียวได้อย่างไร? ทั้งๆ พวกเขาเป็นบุคคลที่ยังมีความกลัว และความอ่อนแอในบางครั้ง เหมือนพวกเราทั้งหลายนั่นเอง เหตุใดพวกเขาเป็นวีรบุรุษ และวีรสตรีแห่งความเชื่อได้?

วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม
       ในฐานะเป็นมนุษย์เราเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง “เหตุ และผล” แต่ความบาปไม่มีสาเหตุ กล่าวคือไม่มีเหตุผลสำหรับทำความบาป เป็นเรื่องที่ไม่สามารถหาเหตุผลมาอ้าง หรือไม่มีเหตุผลเพียงพอ ลูซีเฟอร์ไม่มีเหตุผลดีสำหรับการกระทำของเขา เท่าที่เห็นคือลูซีเฟอร์ใช้ “เสรีภาพในการเลือกไปในทางไม่ถูกต้อง ด้วยการนำไปสู่สิ่งชั่วร้าย” มีหลายสิ่งในชีวิตคนเราที่เราไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เราก็ควรเข้าใจเพียงพอ ว่าเราจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังกับของประทาน แห่ง “เสรีภาพแห่งการเลือก” ที่พระเจ้าทรงประทานให้

คำถามเพื่อการอภิปราย:
  1.  “ความอิจฉา ริษยามีส่วนสำคัญในการทำให้ซาตานคิดกบฏต่อพระเจ้า คุณเคยมีประสบการณ์ได้รับความเสียหายอะไรบ้างอันเนื่องมาจากความอิจฉาริษยาของคุณเอง หรือของคนอื่น?  เราสามารถเรียนรู้ที่จะต่อสู้กับความอิจฉาริษยา ซึ่งคนทั่วไปเห็นเป็นอารมณ์ธรรมดานี้ได้อย่างไร?
 2.   คิดอย่างลึกซึ้งมากขึ้นเกี่ยวกับของประทานอัศจรรย์คือ “เสรีภาพในการเลือก”  จากพระเจ้า เราจะใช้ของประทานนี้ในแต่ละวันอย่างไร? มองไปยังผลลัพธ์อันน่ากลัวจากการใช้ของประทานนี้อย่างผิดๆ และเรา
 สามารถเรียนรู้การใช้ของประทานนี้อย่างถูกต้องอย่างไร?
 3.  ผู้คนมากมาย โดยเฉพาะผู้อาศัยอยู่บนบางพื้นที่ของโลก ปฏิเสธจะยอมรับแนวคิดว่า “เรื่องซาตาน หรือ
      พญามาร” มีอยู่จริง นี่ช่างเป็นแนวคิดเห็นที่แตกต่างจาก ความเข้าใจส่วนใหญ่บนพื้นฐานส่วนมากของ
      พระคัมภีร์อย่าง?
      
           ********************
 go to Chapter 2
 
 

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272