Thai Seventh-day Adventist Church of Sourthern California


Home
About Us
Daily Devotion
Calendar
Ministries
News
Online Giving
Sabbath School and Services
Prayer and Request
TV-Radio-Adventist
Bookstore
Members and Friends
New Member Corner
Sermons
Contact Us


Home > Bible Study Helps and Lessons > Index Thai SSL 1Q2016 > Lesson 2: วิกฤติการณ์ในสวนเอเดน >
.
Lesson 3
.
บทที่ 3
    การก่อกบฏทั่วโลก และ บรรพชน
วันที่  9 - 15  มกราคม 2016
บ่ายวันสะบาโต    
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ :
ปฐมกาล 4:1-15 ; ปฐมกาล 3:9,10 ; ปฐมกาล 4:9 ; ปฐมกาล 6:1-13 ; เพลงสดุดี 51:1;
ปฐมกาล บทที่ 22 ; ปฐมกาล 28:12-15.

ข้อควรจำ      “เราอยู่กับเจ้า และจะพิทักษ์รักษาเจ้าทุกแห่งหนที่เจ้าไป และจะนำเจ้า
                    กลับมายังดินแดนนี้ เพราะเราจะไม่ทอดทิ้งเจ้า จนกว่าเราจะได้ทำสิ่ง
                    ซึ่งเราพูดกับเจ้าไว้นั้นแล้ว" (ปฐมกาล 28:15)        


เรื่องราวต่างๆตามมาหลังมนุษย์ล้มลงในความบาปเต็มไปด้วยความซับซ้อนซ่อนเงื่อน (โกหกหลอกลวงสารพัด) ร้ายแรงที่สุดทำให้ความสัมพันธ์อันดีระหว่างพระเจ้าและ มนุษย์ได้แตกหักไป
ช่วงเวลาดังกล่าวนี่เอง “การสงครามต่อสู้ขับเคี่ยวยิ่งใหญ่ระหว่างพระคริสต์ และซาตาน” ได้ขยายสมรภูมิไปทั่วโลก        
       เรื่องการถวายเครื่องสัตวบูชาของ “คาอิน” (คนพี่) และ “อาแบล” (คนน้อง) กลายเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับ “การคิดกบฏ” และความตาย ซึ่งเรื่องทำนองเดียวกันนี้เกิดขึ้นครั้งแล้ว ครั้งเล่าตลอดประวัติศาสตร์ของคริสตจักร
       บันทึกในพระคัมภีร์เรื่องน้ำท่วมโลก สอนเราว่า “การคิดกบฏ” และ “ความบาป” เป็นสาเหตุทำให้ทุกสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงเนรมิตสร้างขึ้นแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ความบาปสร้างทั้งความเสียหาย และทำลายงานสร้างของพระเจ้า
       ประสบการณ์ของท่านอับราฮัม เป็นดุจลำแสงแห่งความหวังส่องสว่างเข้าไปในความมืดแห่งการสงครามต่อต้านพระเจ้า เรื่องราวชีวิตของท่านอับราฮัม แสดงให้เห็นถึงความเต็มพระทัยของพระเจ้า จะรับเอาผลลัพธ์แห่งการคิดกบฏไปเป็นของพระองค์เอง ในฐานะผู้รับโทษทัณฑ์แทนเราทั้งหลาย
       ถัดมาเป็นเรื่องของยาโคบ เอซาว โยเซฟ และพวกพี่ๆ เราพบว่า ความสัมพันธ์ที่แตกหักได้กลายเป็นเครื่องมือที่ซาตานนำมาใช้อย่างต่อเนื่อง เพื่อลำลายครอบครัว และกลุ่มคน
       แต่ผ่านวิกฤติการณ์ทั้งปวง ความสัตย์ซื่อของพระเจ้าเป็นสิ่งให้การสนับสนุน และการหนุนใจแก่เหล่าบุตรที่ต้องทนทุกข์ได้ยากของพระองค์


วันอาทิตย์   คาอิน และ อาแบล (ปฐมกาล 4:1-15.)
       อ่าน พระธรรม ปฐมกาล 4:1-15. ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้บอกเราเกี่ยวกับว่า ความบาปหยั่งรากลึกเพียงใด?

       ในตอนที่คาอินคลอดออกมา เอวารู้สึกตื่นเต้น หล่อนเชื่อเต็มที่ว่า หล่อนพึ่งคลอดพระผู้ช่วยให้รอด ตามที่ได้ทรงสัญญาไว้ ในพระธรรม ปฐมกาล 3:15 หล่อนกล่าวว่า “พระเจ้าทรงโปรดให้ฉันได้ผู้ชายคนหนึ่ง” ถ้อยคำนี้เผยให้เห็นว่าเอวาคิดว่าหล่อนได้คลอด “องค์นั้น” (พระเยซู) ผู้ซึ่งพระเจ้าได้ตรัสสัญญาจะมาบังเกิดเพื่อช่วยมวลมนุษย์จากความบาป (ปฐมกาล 3:15)
       หลังจากนั้นพระคัมภีร์ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับความชื่นชมยินดีในชีวิตวัยเด็กของคาอิน หรือเกี่ยวกับว่า อาดัม และเอวา ทำหน้าที่อย่างไรในฐานะบิดามารดาของบุตรชายคนแรก ความภาคภูมิใจในการเติบโตของคาอิน เรื่องกระโดดข้ามสู่การมาเกิดของเด็กชายคนที่สอง ซึ่งได้รับการตั้งชื่อว่า อาแบล และจากนั้นเป็นบันทึกเกี่ยวกับชายรุ่นหนุ่มสองพี่น้องทำการนมัสการพระเจ้า ด้วยการถวายบูชา แต่ก็เหมือนเราอ่านพบบ่อยในพระคัมภีร์ ความไม่ลงรอยกันในหัวข้อการนมัสการ ได้นำไปสู่เหตุการณ์แสนเศร้า

       อ่าน ปฐมกาล 3:9,10 และปฐมกาล 4:9 เปรียบเทียบกับความคิด และความรู้สึกของอาดัม และความคิด และความรู้สึกของคาอิน เมื่อพระเจ้าทรงถามคนทั้งสอง หลังจากแต่ละคนได้ทำบาป และมีอะไรซึ่งเกือบจะเหมือนกัน? มีอะไรที่แตกต่าง?

       ปรากฏว่าอาดัมรู้สึกสับสน มีความหวาดหวั่น และรู้สึกอับอาย (ปฐมกาล 3:10) ส่วนคาอิน แสดงอารมณ์โกรธออกมา (ปฐมกาล 4:5) เป็นท่าทีด้านลบ และการคิดกบฏ (ปฐมกาล 4:9) แทนที่จะกล่าวปฏิเสธแบบอ่อนๆ เหมือนที่อาดัมทำคาอินกลับกล่าวโกหกอย่างกล้าหาญ
       จากเหตุการณ์เศร้าที่คาอินได้ทำ เสทบุตรชายคนที่สามได้เกิดมาในครอบครัว ความหวังได้มาพร้อมกับการมาเกิดของเขา นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เอวาคิดว่า หล่อนได้คลอด “บุตรแห่งพระสัญญา” (ปฐมกาล 4:25) และได้ตั้งชื่อให้ว่า “เสท” มาจากคำที่มีความหมายว่า “จะแทนที่ หรือ จะเข้าแทน” เป็นถ้อยคำเดียวกันที่ใช้ ในปฐมกาล 3:15 สำหรับพระผู้ช่วยให้รอดซึ่งจะถูกวางใน “ตำแหน่ง” ที่จะท้าทายพญางู และบดขยี้หัวของงูร้ายตัวนั้น

       ลองจินตนาการว่าอาดัม และเอวาจะรู้สึกเศร้าสลด เจ็บปวดรวดร้าวเพียงใดในการตายของบุตรชายของพวกเขา ความตายในตัวมันเองก็แสนจะเลวร้ายสุดๆ อยู่แล้ว แต่ข้อเท็จจริงมีว่า บุตรชายคนหนึ่งได้ฆ่าบุตร
ชายอีกคนซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆของเขาเอง ดังนั้นเท่ากับพวกเขาได้สูญเสียบุตรชายไปสองคน จากเรื่องนี้เราสามารถเรียนบทเรียนอันหนักหน่วงว่า ความบาปมักจะนำมาความเลวร้ายกว่าตัวของความบาปเองมาให้?


วันจันทร์   น้ำท่วมโลก  (ปฐมกาล 6:1-13)

       อ่าน พระธรรม ปฐมกาล 6:1-13. ในทางใดที่เราพบ “การสงครามต่อสู้ขับเคี่ยวยิ่งใหญ่ฯ” ระหว่างความดี และความชั่วตรงนี้ เพียงแต่ตอนนี้มีความเลวร้ายมากกว่าแต่ก่อน?      


       อำนาจของความชั่วร้ายดูเหมือนจะเป็นฝ่ายมีชัย แต่อัจฉริยะแห่งการเนรมิตสร้างของพระเจ้ายังคงทำการ พระองค์ทรงเริ่มต้นการทรงสร้างใหม่อีกครั้ง ด้วยการแยกสิ่งต่างๆ ออกจากกัน ประการแรก ทรงแยกโนอาห์ ซึ่งเป็นคนดี ไร้ที่ติท่ามกลางพลโลก ซึ่งมีความชั่วร้ายทั่วแผ่นดิน แม้เค้าความคิดของพวกเขาล้วนมีความชั่วร้าย พวกเขาไร้ศีลธรรมและชอบการต่อสู้ (เปรียบเทียบกับ ปฐมกาล 6:8, 9 กับ ปฐมกาล 6:5,11-13) พระเจ้าทรงสั่งให้โนอาห์รับผิดชอบต่อเรือใหญ่ จากนั้นเมื่อถึงกำหนดวัน พระเจ้าทรงแยกคนกลุ่มเล็ก และสั่งให้เข้าไปในเรือใหญ่ แล้วทรงบันดาลให้ ฝูงนก และสัตว์บกจำนวนหนึ่งให้เข้าไปอยู่ในเรือใหญ่ เพื่อพวกเขาจะไม่ต้องจมน้ำตาย โดยพระคุณของพระเจ้า ชีวิตจะได้ดำเนินต่อไป โลกใหม่ผุดออกมาจากโลกเก่า เป็นการเริ่มต้นสิ่งมีชีวิตในโลกอีกครั้งหนึ่ง
       โลกหลังน้ำท่วมใหญ่ยังไม่เป็นโลกที่สมบูรณ์ ไม่นานหลังน้ำท่วม โนอาห์ และครอบครัวของเขาได้เริ่มต้นเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ใหม่ เราได้รับการเตือนว่ามนุษย์ช่างชั่วร้าย วันหนึ่งโนอาห์ได้ดื่มเหล้าจนเมามาย  สิ่งน่าละอายได้เกิดขึ้น จะเห็นได้ว่าแม้บุคคลระดับวีรบุรุษคนหนึ่งของพระคัมภีร์ยังมีช่วงเวลาเป็นคนเลว “สงครามการต่อสู้ขับเคี่ยวยิ่งใหญ่ระหว่างพระคริสต์ และซาตาน” ยังดำเนินต่อไปทั่วโลก และในเวลาเดียวกันความดี (ฝ่ายพระเจ้า) และ ความชั่ว (ฝ่ายซาตาน) ก็ยังคงต่อสู้ในจิตใจของมนุษย์ทั้งปวงอยู่ต่อไป

       พระคัมภีร์พรรณนาถึงน้ำท่วมโลกว่า ได้กวาดล้างสิ่งมีชีวิตบนแผ่นดินโลกทั้งหมด (ปฐมกาล 7:4) (ยกเว้นพวกสัตว์น้ำ และเหล่าสัตว์ทั้งหลายที่อยู่บนเรือ) คำว่า “ลบล้าง” หรือ “กวาดล้าง” ซึ่งคำนี้มีความหมายเกือบเหมือนกับคำในพระคัมภีร์ที่หมายถึง “การลบล้าง” ความผิดบาปออกไป จะพบได้ในพระคัมภีร์  (อิสยาห์ 25:8 ,อิสยาห์ 43:25 และ เพลงสดุดี 51:1) ไม่ว่าชีวิตจะถูกลบล้างไปเพราะน้ำท่วมใหญ่ หรือ ความบาปของเราถูกลบล้าง (ได้รับการอภัย) ข้อเท็จจริงนี้สอนเราว่า “สีดำ” และ “สีขาว” มีอะไรเป็นประเด็นจริงๆ?

วันอังคาร   ท่านอับราฮัม  (ปฐมกาล 22:1-19)            

       พระเจ้าทรงได้กล่าวสัญญาว่าพระองค์จะประทานบุตรชายให้กับท่านอับราฮัมสองครั้ง ครั้งแรกเมื่อท่านอับราฮัมอายุได้ 75 ปี (ปฐมกาล 12:2, 4) ครั้งต่อมาประมาณอีก 10 หลังจากนั้น (ปฐมกาล 13:16)
       ในที่สุด หลังจากท่านอับราฮัมได้สะดุดในความเชื่อไปบ้าง ทารกเพศชายแห่งพันธสัญญาได้มาเกิด ความสัตย์ซื่อของพระเจ้าที่ทรงมีต่อท่านอับราฮัมได้สำแดงเป็นที่ประจักษ์ (อ่าน พระธรรม ปฐมกาล 17:19, 21 ; ปฐมกาล 21:3-5)

       อ่าน พระธรรม ปฐมกาล 22:1-19. มีความหวังอะไรแสดงให้เห็นตรงนี้เกี่ยวกับ “ภาพทั้งหมดของการสงครามต่อสู้ขับเคี่ยวอันยิ่งใหญ่”?

       “การที่พระเจ้าทรงบัญชาให้ท่านอับราฮัมนำบุตรชายคนเดียวไปฆ่าถวายบูชาพระเจ้า สิ่งนี้ได้สร้างความประทับใจให้ดวงจิตของท่านอับราฮัม เกี่ยวกับพระกิตติคุณ และบททดสอบความเชื่อของท่าน ความเจ็บปวดทรมานในช่วงวันอันมืดมิดระหว่างการตัดสินใจว่าจะเชื่อฟัง หรือไม่ประการใด การทดสอบอันน่าหวาดหวั่นได้อนุญาตให้ท่านอับราฮัมเข้าใจจากประสบการณ์ของท่านเกี่ยวกับว่า พระเจ้าจะทรงเจ็บปวดรวดร้าวเพียงใดที่ต้องประทานพระบุตรองค์เดียวให้ถวายชีวิตเป็นเครื่องถวายบูชาเพื่อความรอดของมนุษย์ ไม่มีการทดลองอื่นใดทำให้ท่านอับราฮัมทุกข์ทรมานในดวงวิญญาณกว่าการที่ท่านต้องถวายบูชาบุตรชายของท่าน พระเจ้าทรงประทานพระบุตรให้สิ้นพระชนม์ในความเจ็บปวดและความอับอาย เหล่าทูตสวรรค์ที่เป็นพยานในเหตุการณ์นี้ไม่ได้อนุญาตให้เข้าไปช่วย ขณะเมื่อท่านอับราฮัมถวายบูชาอิสอัคบุตรชายทูตสวรรค์ได้เข้าไปห้ามว่า “อย่าแตะต้องเด็กนั้น หรือกระทำอะไรเขาเลย !”
       เพื่อช่วยไถ่เผ่าพันธุ์มนุษย์ซึ่งล้มลงในความบาป กษัตริย์แห่งสง่าราศีได้สละพระชนม์ชีพของพระองค์ นับเป็นข้อพิสูจน์ในความรักอันไร้ขอบเขตจำกัด และพระเมตตาของพระเจ้า ที่พระองค์ไม่สงวนพระบุตรของพระองค์เพื่อเห็นแก่เราทั้งหลาย “พระองค์ผู้มิได้ทรงหวงพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ แต่ได้ทรงโปรดประทานพระบุตรนั้นเพื่อประโยชน์แก่เรา ถ้าเช่นนั้นพระองค์จะไม่ทรงโปรดประทานสิ่งสารพัดให้เราทั้งหลาย ด้วยกันกับพระบุตรนั้นหรือ” (โรม 8:32)
       “การถวายบูชาของท่านอับราฮัม ไม่ได้เกิดผลดีสำหรับท่านอับราฮัมเอง หรือเพียงสำหรับสายเลือดของท่านในภายหลังต่อมาเท่านั้น แต่สำหรับสั่งสอนบุคคลผู้ไม่มีบาปบนสวรรค์ และมนุษย์ผู้อาศัยในโลกอื่น ๆ
       ท่านอับราฮัมเคยแสดงให้เห็นว่าท่านขาดความเชื่อในพระสัญญาของพระเจ้า ซาตานได้ปรักปรำท่านอับราฮัมต่อหน้าเหล่าทูตสวรรค์ และพระเจ้า ที่ท่านอับราฮัมล้มเหลวที่จะติดตามเงื่อนไข ข้อตกลงระหว่างพระเจ้า และท่านนั่นหมายความว่าพระเจ้าไม่อาจอวยพระพรตามข้อตกลง แต่พระเจ้าทรงต้องการพิสูจน์ ความจงรักภักดีของผู้รับใช้ของพระองค์ต่อหน้าชาวสวรรค์ทั้งปวง พระเจ้าทรงประสงค์จะสอนเราว่า พระองค์จะไม่ยอมรับอะไรที่น้อยกว่าการเชื่อฟังที่สมบูรณ์ และที่จะทำให้แผนการแห่งความรอดของพระองค์ชัดเจน” จากหนังสือ ของเอลเลน จี. ไวท์. ใน “บรรพชน และผู้เผยพระวจนะ” 154, 155


วันพุธ     ยาโคบ และ เอซาว  (ปฐมกาล 28:12-15)   


       การยื้อกันระหว่างพระประสงค์ของพระเจ้า และการคิดต่อต้านแผนการของพระเจ้าดำเนินต่อเนื่องไปในเรื่องของยาโคบ และเอซาว เป็นธรรมเนียมในสมัยพระคัมภีร์สำหรับบุตรชายคนแรกที่จะรับพร “สิทธิบุตรหัวปี” จากบิดา ก่อนพ่อจะตาย นี้รวมไปถึงทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่ของครอบครัว ดังนั้นบุตรชายคนโตกลายเป็นผู้รับผิดชอบสวัสดิการของครอบครัว
       เอซาวเกลียดชังน้องชายคือยาโคบ ที่ยาโคบใช้กลโกงรับพรของบุตรหัวปีไป และเขาวางแผนจะฆ่ายาโคบหลังจากที่พ่อตายแล้ว (ปฐมกาล 27:41) ดังนั้นนางเรเบคาห์ผู้เป็นมารดาจึงส่งยาโคบให้หนีไปอยู่ที่ปลอดภัย หล่อนคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน ความเกรี้ยวกราดของพี่ชายจะคลายลง แล้วจะส่งคนไปรับยาโคบกลับมา (ปฐมกาล 27:43,44) แต่ที่บอกว่าไม่นานกลายเป็น 20 ปี และนางเรเบคาห์ไม่เคยพบหน้ายาโคบอีกเลยจนวันถึงวันตายของนาง

       อ่าน พระธรรมปฐมกาล 28:12-15. มีความหวังยิ่งใหญ่อะไรพบได้ในความฝันของยาโคบ?

       โดยการกล่าวทวนพระสัญญาที่ได้ทำไว้กับอับราฮัม พระเจ้ากำลังบอกยาโคบว่าพระองค์จะยังคงรักษาพระสัญญาที่ทรงทำไว้กับอับราฮัม และอิสอัค จริงอยู่การกระทำของยาโคบดูเหมือนจะต่อต้านแผนของพระเจ้า แต่พระเจ้าทรงสถิตอยู่ตรงนั้นเพื่อเขา เราทราบว่ายาโคบต้องได้รับความทุกข์ลำบากจาก “การเป็นคนเจ้าเล่ห์” ของพ่อตา: ครั้งแรกในเรื่องการเปลี่ยนตัวเจ้าสาวตอนส่งตัวหลังพิธีแต่งงานของเขา และจากนั้นในการเปลี่ยนเรื่องค่าจ้างหลายครั้ง ในช่วงหกปี รวมเป็น เวลา 20 ปี ก่อนที่ยาโคบจะอพยพครอบครัวใหญ่กลับแผ่นดินคานาอัน
       ยาโคบตัดสินใจยกครอบครัวกลับแผ่นดินแห่งพระสัญญา ตอนที่ลาบานพ่อตาออกไปตัดขนแกะ เพราะเกรงว่าพ่อตาจะขัดขวางไม่ให้กลับ จึงไม่ได้บอกเรื่องนี้กับพ่อตา เมื่อพ่อตากลับมาได้ทราบเรื่องนี้จึงรีบติดตามยาโคบไป (ปฐมกาล 31:25, 26) และไปทันขบวนของยาโคบ หลังจากพูดจาต่อรองกัน ในที่สุดพ่อตายินยอมให้ยาโคบกลับไปได้ ปัญหาต่อไปคือยาโคบได้ข่าวว่า เอซาวพี่ชายพร้อมผู้ติดตาม 400 คนกำลังเดินทางมาพบเขา เหตุการณ์ทั้งสองอย่างเป็นการคุกคามต่อชีวิตของยาโคบ และพระเจ้าได้เข้าแทรกทั้งสองครั้งเพื่อรักษาชีวิตของพวกเขาไว้ ในครั้งแรกทรงเข้าฝันของลาบาน ทรงห้ามว่าอย่าทำร้ายยาโคบ (ปฐมกาล 31:24) จากนั้นพระองค์ทรงเสด็จมาใน “บุรุษผู้มาเยือน” เพื่อปล้ำสู้กับยาโคบและทำให้ “เส้นเอ็นที่ข้อต่อตะโพก” ของยาโคบเคล็ดไป (ปฐมกาล 32:32) ท่าการเดินขากะเผลกใช้ไม้เท้าของยาโคบอาจทำให้เอซาวรู้สึกสงสารน้อง และแน่ใจว่ายาโคบไม่เป็นพิษเป็นภัยกับเขาแน่ อนึ่งการที่ยาโคบส่งของขวัญเป็นสัตว์ประเภทต่างๆอันมี แพะ แกะ ลา อูฐ และวัว จำนวนรวม 550 ตัว (ปฐมกาล 32:12-15) ไปให้เอซาวล่วงหน้า ดูเหมือนเพียงพอจะรักษารอยแตกร้าวของสองพี่น้องได้ดี พระคัมภีร์ตอนต่อไปบันทึกว่าทั้งสองร่วมกันฝังร่างไร้ลมหายใจของอิสอัคผู้เป็นบิดาด้วยกัน ดังนั้นที่เอซาววางแผนว่าจะฆ่าน้องชายหลังงานศพของบิดาตอนนี้เป็นอันลืมไปหมดแล้ว

       ให้เรามองดูความเจ็บปวดทั้งหลาย และความยากลำบากทั้งมวลอันเกิดจากการเลือกทำสิ่งที่โง่เขลาซึ่งบังเกิดกับบุคคลเหล่านี้ ทั้งผู้บริสุทธิ์ และผู้ที่ทำผิด เราควรจะเรียนรู้ที่จะคิด และใคร่ครวญก่อนที่เราจะลงมือ
ทำสิ่งใด?

วันพฤหัสบดี   โยเซฟ และพวกพี่ๆ
  (ปฐมกาล 45:4 -11)
 

       ตรงนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งเราพบพวกพี่ชายรุมกันเกลียดน้องชายคนเดียว เพราะเหตุที่น้องชายเป็นที่โปรดปรานของบิดามากกว่าพวกพี่ๆ (ปฐมกาล 37:3,4) บิดาคือยาโคบได้สั่งตัดเสื้อคลุมแบบหลายสีเป็นริ้วๆ ให้กับโยเซฟ ภาษาของพระคัมภีร์แนะนำว่า เป็นผ้าเนื้อดีราคาแพง เสื้อคลุมในแบบเดียวกันนี้พวกเจ้านายหรือกษัตริย์ใช้สวมใส่ แม้ว่าเสื้อของพวกเจ้านายจะมีการออกแบบ และปักด้วยด้ายสีต่างๆ เป็นเครื่องหมาย หรือรูปของสิ่งต่างๆ อย่างประณีต และอาจต้องใช้เวลาเป็นปีในการทำขึ้นมา
       อยู่มาวันหนึ่งโยเซฟเล่าความฝันของเขาให้พวกพี่ชายฟัง (ปฐมกาล 37:5-11) สิ่งนี้ทำให้พวกพี่ๆ ทวีความเกลียดชังโยเซฟมากขึ้น ดังนั้นเมื่อมีโอกาสครั้งแรก พวกเขาจะต้องกำจัดโยเซฟออกไป (ปฐมกาล 37:19,20) และพวกพี่ๆขายน้องชายคนที่สิบเอ็ด คือโยเซฟให้พ่อค้าทาสไป พวกเขาต่างความมีความยินดี ที่พวกเขาสามารถขจัดน้องชายที่เป็นเหมือนหนามยอกอกออกไปจากชีวิตของพวกเขาได้อย่างสิ้นเชิง และแสนง่ายดาย แต่ไม่มีใครในพวกเขามีความคิดแม้เพียงกระผีก (เล็กน้อย) ว่า พระเจ้าจะทรงใช้สถานการณ์นี้ช่วยชีวิตของพวกเขาจากความอดอยากในอีกหลายปีในภายหลังอย่างไร?
      
       อ่าน พระธรรม ปฐมกาล 45:4 -11. อะไรคือภาพขนาดใหญ่ที่โยเซฟมองเห็น? เป้าหมายหลักของเขาคืออะไร?

       ลองจินตนาการดูว่า ขณะที่โยเซฟถูกล่ามโซ่โยงไปยังที่นั่งบนหลังอูฐ เพื่อนำไปขายเป็นทาส จะมีความคิดอะไรลอยเข้ามาในห้วงนึกของโยเซฟ  แต่ละย่างก้าวเขาถูกฉุด ถูกดึงไปไกลจากบ้าน จากพ่อ น้อง (และพี่ๆ) ที่มีเนินเขามีลำธารน้ำใส มีทุ่งหญ้าและชีวิตแสนอิสระในอ้อมอกของบิดา เมื่อโยเซฟถูกนำไปขายที่ตลาดค้าทาสในอียิปต์ ผู้ซื้อเดินเข้ามาใกล้ๆ เพื่อจะดูหน้าตา รูปร่าง กล้ามเนื้อทุกส่วน เหมือนคนไปซื้อวัว ควาย จากนั้นโยเซฟได้ยินเสียงต่อราคาซื้อขายตัวเขา เชื่อหรือไม่มีคนมากมายจริงๆ ที่หันหลังให้พระเจ้า ละทิ้งความเชื่อ เมื่อพวกเขาต้องเผขิญกับความยากลำบากน้อยกว่านี้
       โยเซฟอาจได้เลือกจะรู้สึกขมขื่นกับพระเจ้า และต่อต้านพระองค์ แต่เขาเลือกจะรักษาความเชื่อไว้เข้มแข็งในช่วงประสบกับสถานการณ์ร้ายแรง แต่นอนมีการต่อสู้กันอย่างหนักหน่วงในจิตใจของโยเซฟ ชีวิตของโยเซฟจะว่าไปเหมือนบทละคร ในเวลาไม่นานโยเซฟปรับตัวในชีวิตการเป็นทาสของนายทหารยศสูงคนหนึ่งของประเทศอียิปต์ ภายใต้การอวยพระพรของพระเจ้า ชีวิตของเขามีผลงานเป็นที่ประจักษ์ จนได้รับความเมตตาและไว้วางใจ (ปฐมกาล 39:1-4) จากเจ้านาย แต่เมื่อเขาปฏิเสธจะทำบาปกับภรรยาของเจ้านาย เขาถูกภรรยาฟ้องใส่ความ ชีวิตของโยเซฟผกผันเข้าไปอยู่ในเรือนจำ โดยไม่มีคำตัดสินเรื่องการใช้เวลาในเรือนจำ แต่ด้วยการช่วยเหลือของพระเจ้า ชีวิตของโยเซฟผงาดขึ้นจากผู้ต้องขังกลายเป็นผู้ปกครองตำแหน่งสูงรองจากฟาโรห์ในประเทศอียิปต

       เชื้อสายของท่านอับราฮัม อิสอัค ยาโคบ และบุตรชายของเขาต่างต้องทนทุกข์ยากจากปัญหาครอบครัวอย่างเดียวกัน: มีการใช้เล่ห์เพทุบาย การโกหก ในเรื่องของโยเซฟ การกล่าวเท็จมีผลลัพธ์น่าหวาดหวั่น และ
ความชั่วร้ายตามมา แต่มีความสุขในตอนจบ คุณสามารถรักษาความเชื่อของคุณไว้ให้เข้มแข็ง และมีท่าทีในด้านบวกเสมอได้อย่างไร เมื่อสิ่งต่างๆไม่ได้เป็นไปที่คิด หรือออกมาดี เหมือนที่เกิดขึ้นกับชีวิตของโยเซฟ?

 
วันศุกร์   ศึกษาเพิ่มเติม
       ไม่ต้องสงสัยเลย เหมือนเรื่องของบุคคลต่างๆที่เราได้ศึกษามา อย่างชีวิตของอาดัม เอวา พวกเขาคงไม่เคยคาดคิดว่าพี่จะฆ่าน้อง อย่างชีวิตของท่านโมเซสี่สิบปีแรกรุ่งโรจน์ สี่สิบปีที่สองถ่อมสุภาพ และสี่สิบปีหลังทำการรับใช้ด้วยความยากลำบาก หรือชีวิตของท่านยาโคบต้องพบอะไรมากมายบ้าง และชีวิตการรับใช้ของท่านเยเรมีย์ถูกต่อต้านโดย ประชากรของพระเจ้าเอง....ชีวิตบนแผ่นดินโลกนี้ไม่ราบรื่นเหมือนที่เราอยากจะให้เป็น เพราะช่วงของ “การสงครามต่อสู้ขับเคี่ยวยิ่งใหญ่ฯ” และเราอยู่ฝ่ายพระคริสต์ และศัตรูคือซาตานย่อมทำการต่อต้านเราเต็มที่ ถามว่า คุณคาดหวังอะไรในโลกที่ได้ล้มลงในความบาปใบนี้? อุทยานเอเดน ซึ่งจะว่าไปเป็นแบบจำลองส่วนหนึ่งของสวรรค์ ซึ่งสูญสิ้นไปนานแล้ว จะกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์ในรูปของแผ่นดินสวรรค์ ความบาป และความตายที่ได้แยกเราออกห่างบุคคลที่เรารัก และสิ่งดีประเสริญทั้งหลาย จะไม่เหลือช่องว่างกว้างใหญ่อย่างในทุกวันนี้ เพราะชีวิตชั่วนิรันดร์ และแผ่นดินสวรรค์ และโลกใหม่ได้มาบรรจบกัน นี่คือสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงเตรียมไว้ให้เราผู้รอคอยพระองค์
 
คำถามเพื่อการอภิปราย:
  1.  ในพระคัมภีร์ มีความแตกต่างสำคัญอะไรระหว่างพี่น้องชายหญิง ผู้รักษาความเชื่อในพระเจ้าไว้ และพี่น้องผู้ไม่รักษาความเชื่อในพระเจ้าไว้?
  2. เมื่อมีการทะเลาะเบาะแว้ง หรือความอิจฉาริษยาเกิดขึ้นท่ามกลางพี่น้องชาย หญิงแห่งความเชื่อ ดูเหมือน
      ว่ามันมีพลังเหนือกว่าพระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับครอบครัวความเชื่อในวันนี้ เป็นไปได้อย่างไรที่พวกเขาจะพบสิ่งที่เป็นด้านบวกในวันพรุ่งนี้? คุณสามารถทำอะไรได้สำหรับครอบครัวในโบสถ์ เพื่อช่วยพวกเขาให้พบพระประสงค์ยิ่งใหญ่กว่าของพระเจ้าสำหรับพวกเขา?
  3.  มีอะไรสามารถจะทำได้สำหรับกลุ่มคนในโบสถ์ของคุณ ผู้รู้สึกว่าพวกเขาอยู่ตามลำพังในโลก และชีวิตของพวกเขาไม่มีความหมาย และเปล่าประโยชน์?
  4.  แม้ว่าชีวิตของคุณไม่ได้เป็นไปตามที่คุณได้หวังไว้ พระสัญญาแห่งชีวิตนิรันดร์ช่วยเยียวยาจากความผิด
       หวัง โดยไม่ปล่อยให้คุณตกต่ำลงได้อย่างไร?
      
             ********************
________________________
Additional links on this topic:

Home | About Us | Daily Devotion | Calendar | Ministries | News | Online Giving | Sabbath School and Services | Prayer and Request | TV-Radio-Adventist  | Bookstore | Members and Friends  | New Member Corner  | Sermons  | Contact Us

10855 New Jersey St • Redlands, CA, 92373-6253• 909-335-2272